Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 5 : แปรงฟันแล้วไปนอนกับแม่
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 5 : แปรงฟันแล้วไปนอนกับแม่
ซีอินใช้เวลาอาบน้ำไม่นานเท่ารอบแรกอย่างตอน
กลางวัน และเมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วเธอเดินเข้าครัวแล้ว
หยิบตะเกียงน้ำมันมาจุดเพื่อให้แสงสว่าง ตอนนี้เวลาหกโมง
ครึ่งแล้วฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีความมืดเริ่มโรยตัวอากาศก็เริ่มเย็น
มากขึ้น
จากนั้นก็เอาน้ำร้อนที่เธอต้มแบ่งเก็บไว้ในช่องมิติ
ออกมาชงนมอุ่น ๆ สามแก้วให้เจ้าหัวผักกาดน้อยและตัวเอง
ดื่มก่อนนอนจะได้สบายท้อง ดื่มนมบำรุงร่างกายเด็ก ๆ จะได้
แข็งแรงมากขึ้น
ส่วนเธอที่กระเพาะขยายใหญ่นั้นทำให้เธอหิวบ่อยและ
กินไม่อิ่ม ให้ว่ากันตามตรงคือโจ๊กที่กินเข้าไปก่อนนี้ไม่อยู่ท้อง
นัก เธอจึงดื่มนมเพื่อให้อุ่นท้องมากขึ้นจะได้นอนหลับสบาย
เมื่อชงนมเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้าไปเรียกเด็ก ๆ ให้ออกมาดื่ม
นมก่อนนอนกัน
“ตูตู ไคไค แม่ชงนมไว้ให้แล้วออกมาดื่มเร็วจะได้อุ่น
ท้องนอนหลับสบาย”
“นมอุ่น ๆตูตูหยักจิน” ตูตูได้ยินว่าจะได้กินนมอีกก็อด
ตื่นเต้นดีใจจนเก็บท่าทีกระดี๊กระด๊าไว้ไม่อยู่
“ไคไคก็อยากกิน” เขายังจำรสชาติของนมที่แม่ให้ดื่ม
ตอนกลางวันกับซาลาเปาได้ดีมันทั้งหอมทั้งมันอร่อยมาก
“อื้มไปกันเตอะ”
จากนั้นเจ้าหัวผักกาดน้อยทั้งสองก็ค่อย ๆ หันหลังคว่ำ
ตัวไถลพุงน้อย ๆ ลงจากเตียงเตาทันทีจนเสื้อนอนเปิดเลิก
ขึ้นมา
“แม่คับ/แม่คับ” เมื่อเดินเข้ามาในห้องครัวแล้วก็เรียก
แม่พร้อม ๆกันเป็นการบอกว่าพวกเขามาแล้ว
“มากันแล้วหรอ มานั่งนี้ก่อนดื่มนมกันก่อนนะ”
“คับ/คับ”
ตูตูกับไคไคตัวน้อยรีบปีนขึ้นนั่งบนเก้าอี้กันเอง ตรงหน้า
มีแก้วนมอุ่น ๆ วางตั้งอยู่ตรงหน้าคนละแก้ว
“ดื่มสิจ๊ะ แม่ก็จะดื่มด้วยเหมือนกัน” เมื่อเห็นลูก ๆ ยัง
ไม่กล้ายกนมขึ้นมาดื่มเธอจึงยกดื่มก่อนให้ลูก ๆ เห็น จากนั้น
เด็ก ๆ ก็ดื่มตาม ทั้งสองดื่มด่ำกับรสชาติของน้ำนมอุ่นที่กิน
แล้วสบายท้องมากอย่างที่แม่บอกจริงๆ
จนเมื่อดื่มนมหมดแก้วแล้วเด็กทั้งสองก็ชวนกันเดินเอา
แก้วไปล้างเก็บไว้ในครัว เพราะถูกปล่อยปละละเลยมาก่อน
เด็ก ๆ จึงสามารถช่วยเหลือตัวเองได้เป็นอย่างดี ทำอะไรเอง
ได้โดยไม่ต้องให้ห่วงมากนัก ซีอินเห็นดังนั้นจึงปล่อยให้พวก
เขาทำเองเมื่อเห็นว่าไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร
“พวกลูกจะไปไหนกัน” เมื่อตูตูกับไคไคเก็บล้างแก้ว
เสร็จแล้วก็จูงมือกันพากันเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง
เมื่อเห็นอย่างนั้นซีอินจึงรีบเรียกเอาไว้
“ไปนอนที่ห้องคับ” เป็นไคไคที่เอยตอบกลับมา
“มาแปรงฟังกันก่อนจ๊ะ” เธอบอกให้เด็กไปแปลงฟัน
แล้วจะได้พาไปนอนด้วยกันกับเธอ
“ไม่แปรงได้ไหมแม่” ตูตูเอ่ยขึ้นเขาไม่ค่อยชอบแปรง
ฟันเลยมันเจ็บไปหมดเวลาเอาแปรงมาถูก ๆ ในปาก
“แปรงทำไมคับ” ไคไคเองก็ไม่ชอบ คิดเหมือนพี่ชาย
เพราะแปรงฟันทีไรก็เจ็บปากไปหมดไม่เห็นดีเลย
เจ้าหัวผักกาดสองหัวยืนคู่กันแหงนเงยใบหน้าเล็ก ๆ
นั้นขึ้นมามองแม่จนคอตั้งบ่า คนหนึ่งทำหน้านิ่งตาซึน อีกคน
ทำปากจู๋ ดูแตกต่างแต่น่ารักมากทั้งคู่
“ถ้าตูตูกับไคไคไม่แปรงฟันก่อนนอน ตอนกลางคืนดึก
ๆ จะมีแมงตัวดำ ๆ เล็ก ๆ เข้าไปแอบกินฟันนะ ฟันจะหายไป
แล้วก็จะปวดมากเลยด้วย ถ้าแปรงฟันก่อนนอนก็จะช่วย
ป้องกันแมงสีดำพวกนี้ได้นะจ๊ะ” ซีอินเอ่ยพูดเสียงสูงเสียงต่ำ
น้ำเสียงมีจังหวะจะโคนยังกับกำลังเล่านิทานอยู่ พาให้เจ้าหัว
ผักกาดน้อยที่ไม่เคยรู้เรื่องแบบนี้มาก่อนพอได้มาฟังก็รู้สึกทั้ง
ตื่นเต้นและแตกตื่นกลัวแมงตัวสีดำจะมากินฟันของพวกเขา
เป็นอย่างมาก
“โฮ๊ะ!! ตูตูกลัวแมง” มือน้อยสองข้างยกขึ้นมากำเข้าหา
กันแน่นพร้อมเงยหน้าขึ้นไปบอกแม่
“ฮื้ออ ไคไคก็ไม่เอาแมง” ไคไคส่ายหัวน้อย ๆ นั้นไปมา
จนผมรุงรังสะบัดตามไปด้วย
“จ้า งั้นไปแปรงฟันกันแมงสีดำจะได้ไม่มาแอบกินฟันตู
ตูกับไคไคตอนกลางคืนดีไหม”
“ดีคับ/ดีคับ” ตูตูกับไคไคตอบแม่อย่างกระตือรือร้น
มาก และรู้สึกอยากแปรงฟังมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลย
จากนั้นสามคนแม่ลูกก็พากันเข้าห้องน้ำไปแปรงฟัน
ด้วยกัน ก่อนหน้านี้ซีอินเอาแปรงสีฟันยาสีฟันสำหรับเด็ก
ออกมาเตรียมไว้ก่อนแล้ว ไม่แปลกใจที่ลูก ๆ เธอดูจะไม่ชอบ
แปรงฟัน เธอลองดูแปรงสีฟันยุคนี้ของเด็ก ๆ ที่มีอยู่ ก็เห็นว่า
ขนแปรงมันแข็งมากและคุณภาพไม่ดีนักเวลาแปรงน่าจะเจ็บ
เหงือกเจ็บปากแน่ ๆ
“ฟื้ดดด หอม” ไคไคได้กลิ่นหอมของยาสีฟันสีสวยที่แม่
ป้ายบนแปรงสีฟันให้ก็พูดขึ้น
“น่าจะอร่อยนะ” ตูตูที่จ้องยาสีฟันสีสวยบนแปรงที่อยู่
ในมือ จ้องตาไม่กะพริบดูตื่นเต้นมากเลยทีเดียว พร้อมทำท่า
เหมือนอยากกินมันเข้าไป
“กินไม่ได้นะตูตู ไคไค มันคือยาสีฟันมีไว้ทำความ
สะอาดฟันเล็ก ๆให้สะอาดและป้องกันไม่ให้แมงตัวสีดำมากิน
ฟันตอนกลางคืนเข้าใจไหม” ซีอินรีบเอ่ยบอกเพราะกลัวว่าเด็ก
ๆ จะแอบกินเข้าไป
“เข้าใจคับ/เข้าใจคับ” แม้จะรู้สึกว่าเจ้ายาสีฟันนี่สีสวย
มากทั้งยังกลิ่นหอมมากจนดูน่าอร่อย แต่เมื่อแม่บอกว่ากิน
ไม่ได้พวกเขาก็จะไม่กินมันหรอก
เมื่อพาลูก ๆ แปรงฟันเสร็จแล้วก็ต้อนเจ้าหัวผักกาด
น้อยเดินไปเข้านอน แต่เด็กทั้งสองกลับเดินไปอีกทางที่เป็น
ห้องข้าง ๆ แทน ซีอินจึงรีบขึ้นมาทันที
“ตูตู ไคไค พวกลูกจะไปไหนกัน”
“นอนคับ/นอนคับ” เด็กน้อยทั้งสองตกใจจนรีบตอบ
ออกมา คิดว่าทำอะไรผิดไปหรือเปล่าจึงชะงักขาสั้น ๆ ที่กำลัง
เดินหยุดกึกทันที
“ไปนอนกับแม่ดีกว่านะ อากาศเริ่มเย็นแล้วแม่อยากให้
ตูตูกับไคไคนอนด้วยกันกับแม่” เมื่อเห็นลูก ๆ ตกใจเสียงเธอ
จึงรีบเปลี่ยนโทนลดเสียงให้นุ่มนวลขึ้นทันที
“ไปนอนกับแม่ได้หยอ” ตูตูพูดพร้อมฮ่อปากจู๋ทำตาโต
เบิกกว้าง ส่วนไคไคก็หันไปมองแม่อย่างตื่นเต้นเหมือนกันแต่
ไม่ได้แสดงออกมากเหมือนพี่ชาย
“อยากนอนไหม” ซีอินเห็นท่าทางแบบนั้นของเด็ก ๆ ก็
รู้สึกว่าลูก ๆ ของเธอเป็นเด็กที่ทั้งน่ารักทั้งตลกกันจริงๆ
“อยากคับ/อยากคับ” ตอบพร้อมกันพร้อมยิ้มกว้าง
“งั้นไปนอนกันจ้ะ”
ซีอินพาลูกน้อยทั้งสองเข้าห้องนอนเมื่อมาถึงก็อุ้มเจ้าหัว
ผักกาดน้อยขึ้นเตียงนอนทีละคน ก่อนจะเดินไปหยิบหวีเพื่อ
มาหวีผมให้เด็กๆก่อน
“มาหวีผมกันก่อน ผมตูตูกับไคไคยาวรุงรังเหมือนลูกลิง
แล้วเอาไว้ว่างๆ แม่จะตัดให้นะ”
“ไคไคอยากตัดผม” เมื่อแม่เรียกให้ไปหวีผมเขาก็คลาน
เข้าไปหาแม่พร้อมนั่งหันหลังนิ่ง ๆ ให้แม่หวีผมทันที
“ใช่ตูตูหยักผมเหมือนพ่อ” ตูตูที่นั่งรอให้แม่หวีผมให้
น้องชายก่อนแล้วเขาค่อยหวีทีหลังก็พูดขึ้นมาบาง
“เหมือนพ่อแล้วหล่อมาก” ไคไคจำทรงผมของพ่อได้
พ่อผมสั้นแล้วหล่อมากเลยเขาอยากเหมือนพ่อ
“จ้าๆ แม่จะตัดให้ทั้งสองคนเลยจะได้หล่อ ๆ เหมือน
พ่อ”
“ฮรี่ ฮรี่ /คิ คิ” ทั้งสองคนยิ้มหัวเราะอย่างดีใจเพราะผม
ยาวรุงรังทำให้เจ็บเวลาสระผม แถมพวกเขาออกไปเล่นข้าง
นอกทีไรก็ถูกเพื่อนๆ ล้อว่าสกปรกเพราะผมรุงรังตลอด
มืออวบขาวค่อยๆหวีผมให้จนลูก ๆ ทั้งสองคนทำท่า
เคลิ้มจะหลับ ซีอินสางผมให้ช้าๆ และเบามือจนผมที่ยาวประ
บ่าและยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเรียงตัวสวยขึ้นแต่ก็ยังแห้งกระด้างชี้
ฟูอยู่ เพราะเด็กๆไม่เคยได้กินอาหารบำรุงดี ๆ เลย แต่ต่อไป
เธอจะบำรุงให้พวกเขา ตัวขาวอวบอ้วนจนเป็นเด็กที่น่ารัก
ที่สุดไปเลย
“เอาล่ะเสร็จแล้วนอนได้แล้วนะทั้งสองคน” เธอให้ตูตู
ไคไคนอนด้านในติดผนังมีหมอนข้างให้กอดก่ายคนละใบ ห่ม
ผ้านวมหนาหนักสีฟ้าอ่อนทั้งนุ่มทั้งหอมอุ่นสบายให้จนถึงคอ
“แม่ผ้านี่หอมจังคับ” ไคไคได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของผ้า
ห่มนวมก็พูดขึ้นอย่างมีความสุข
“อุ่นมากด้วย ฟอดด หอม” ตูตูพูดทั้งกดจมูกกับปาก
น้อยลงหอมผ้าห่มสูดดมเข้าไปเต็มปอด
“ลูก ๆ ชอบกันก็ดีแล้วนอนได้แล้วนะ”
“ไคไคจะนอนแต่ว่า…แต่ว่า” เจ้าตัวน้อยคนน้องเหมือน
มีเรื่องอยากถามแต่ก็ยังไม่กล้าพูดออกมา ส่วนซีอินก็รอฟัง
อย่างตั้งใจ
“อะไยหยอไคไค” เมื่อเห็นน้องชายไม่นอนและพูดอะไร
ก็ไม่รู้ตูตูเลยหันมาถาม
“ไคไคอยากรู้ว่าพรุ่งนี้แม่จะใจดีแบบนี้อีกไหมคับ” ถาม
ออกมาแววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“โฮ๊ะ!! จริงโด้ยตูตูก็หยักรู้” พอได้ฟังที่น้องชายถามแม่
เขาก็นึกขึ้นได้ก่อนจะหันมาหาแม่อย่างรอคอยคำตอบ
ซีอินนั่งมองลูก ๆ ที่นอนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาส่งสายตา
มองเธอด้วยดวงตายาวเรียวคมสวยที่ถอดแบบมาจากพ่อของ
พวกเขา ต่างมองมายังเธอผู้เป็นแม่อย่างเฝ้ารอคอยคำตอบ
สายตาบ่งบอกถึงอารมณ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง ซี
อินยื่นมือขาวอวบไปลูกหัวกลม ๆ ของลูก ๆ ทั้งสองอย่างรัก
ใคร่เอ็นดู
“ต่อไปแม่จะดีกับตูตูและไคไคมาก ๆ ดีด้วยทุกวันเลย
จะไม่ดุด่าอารมณ์เสียใส่อีกแล้วดีไหม แม่จะใจดีกับพวกลูกให้
มากๆเลยดีไหม หื้ม” เอ่ยบอกไปก็ตาแดงไป เธอรู้สึกกระบอก
ตาร้อนผ่าวอยากจะร้องไห้เสียให้ได้
“ดีคับ”
“ดีคับ แล้วแม่จะใจดีมาก ๆ กับพ่อด้วยไหมคับ” ไคไค
เอ่ยถามเพราะเวลาพ่อกลับบ้านมาเขาก็อยากให้แม่ใจดีด้วย
เพราะไคไคจำได้ว่าพ่อก็ใจดีกับเขาและพี่ชายมากด้วย
เหมือนกัน
“แม่คับ พ่อก็ดีมากเลยนะแม่” ตูตูบอกแม่ว่าพ่อดีมาก
แม่จะได้ใจดีกับพ่อด้วยเหมือนกัน
“จ้า ๆ แม่จะใจดีกับพ่อของตูตูกับไคไคมาก ๆ ด้วย
เหมือนกันแม่สัญญา”
“แม่ดีที่สุดเลย/แม่ดีมากเลย” เด็กๆพูดขึ้นพร้อมกัน
แล้วยิ้มอย่างมีความสุขและไร้เดียงสา เด็กตัวเล็กเพียงเท่านั้น
แค่ได้รับความรักจากคนเป็นแม่ได้กินอิ่มได้นอนอุ่นก็มี
ความสุขได้แล้ว
“เอาล่ะนอนได้แล้วนะทั้งสองคน ฝันดีจ้ะ”
“คับ/คับ”
ซีอินก้มโน้มตัวลงไปหอมหัวลูก ๆ คนละทีแม้จะลำบาก
เพราะติดพุงที่ค้ำนมอยู่ก็ตาม พรุ่งนี้เธอจะตื่นมาซิทอัพแต่เช้า
เลยคอยดู เธอลูบหัวเล็ก ๆนั้นไปมาเบาๆ ก่อนเด็ก ๆ จะเริ่ม
หลับตาลงแล้วนอนหลับไปในที่สุด อาจเพราะวันนี้ช่วยทำงาน
บ้านด้วยเลยเหนื่อยจึงทำให้หลับได้ง่าย
เมื่อเห็นว่าเจ้าหัวผักกาดน้องทั้งสองหลับไปแล้วเธอจึง
เดินออกมาที่ห้องครัว เพื่อเริ่มสำรวจมิติดูว่ามีของอะไรที่จะ
สามารถส่งไปให้สามีเธอที่กองทัพได้บ้าง จากความทรงจำของ
เธอเขาฝึกหนัก ภารกิจแต่ละอย่างที่ได้รับมอบหมายก็อันตราย
ต้องหาของใช้และของบำรุงดี ๆ ส่งไปให้มากๆหน่อยสามีจะได้
มีของกินดี ๆ ให้ร่างกายแข็งแรง….