Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 46 : พบเจอ
อี้เหวินที่ตอนนี้พึ่งเดินออกจากห้องสอบที่เขาทำเรื่องขอ
สอบเทียบชั้นเพื่อให้จบม.ต้น เดินออกมาด้วยสีหน้าที่มั่นใจอยู่
มากทีเดียว การสอบเทียบนี้เขาตั้งใจมากจริงๆ เพราะเขา
อยากรีบเรียนให้จบเร็วๆ จะได้ช่วยงานบ้านคุณอาสามได้อย่าง
เต็มที่ และอีกสามวันก็จะรู้ผลการสอบแล้ว
ร่างกายที่เริ่มสูงโปร่งมากขึ้นมีเนื้อหนังมากขึ้น ทุกอย่าง
เพราะได้รับการดูแลที่ดีจากคุณอาสามและคุณอาสะใภ้สาม
ทั้งนั้น เขากำลังเดินไปที่โรงเรียนเด็กเล็กที่น้อง ๆ เรียนเพื่อรับ
น้องๆ ทั้งสามคนกลับบ้านด้วยกันระหว่างทางมีนักเรียน
โรงเรียนเดียวกันกับเขาเดินอยู่บ้างปะปายแต่ไม่ได้พูดคุยกัน
วันๆ ที่มาโรงเรียนเขาเอาแต่อ่านหนังสือไม่ค่อยสุงสิงกับใครจึง
ไม่ค่อยมีเพื่อนนัก เมื่อเดินเข้ามาใกล้ประตูโรงเรียนเด็กเล็กก็
ได้ยินเสียงคุ้นหูดังขึ้น
“บอกแล้วว่าอร่อย” ตูตูพูดพร้อมยิ้มให้คนตรงจนตาหยี
“อื้ม/อื้ม/อื้ม” เด็กๆ ที่เป็นเพื่อนนักเรียนได้รับขนม
จากตูตูก็ส่งเสียงตอบรับอย่างพร้อมเพรียงกัน
เจ้าตัวแสบตูตูที่แบ่งขนมเพื่อนในโรงเรียนก็ยืนยิ้มอย่าง
ถูกใจ โดยด้านข้างยังมีไคไคและเชาเชายืนอยู่ด้วย ตรงหน้า
ของตูตูมีเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ อยู่4-5คน คิดว่าคง
เป็นเพื่อนร่วมชั้นในโรงเรียน
“เชาเชา ตูตู ไคไค พี่มารับแล้ว”
“พี่เหวินเหวินมาแล้ว ตูตูต้องกลับก่อนแล้ว ไว้จะแบ่ง
ขนมให้จินอีกนะ”
“อื้มขอบใจนะ” เสียงเด็กๆ พูดขอบใจตามหลังมากัน
ดังลั่นก่อนแยกย้ายกันกลับบ้านไป
“วันนี้แม่จะทำอะไยให้จินน้า”
ตูตูคิดถึงอาหารที่จะได้กินฝีมือแม่แล้วก็อารมณ์ดีมาก
จนเดินโยกหัวไปมาตลอดทางโดยมีอี้เชาคอยจูงมือเดินอยู่
ส่วนไคไคก็มีอี้เหวินคอยจูงมือไปเช่นกัน เด็กๆ เดินจาก
โรงเรียนไปที่ร้านค้าเลย แล้วค่อยกลับบ้านพร้อมพ่อกับแม่
หรือบางวันแม่ก็จะพาพวกเขากลับบ้านไปเตรียมข้าวเย็นก่อน
ให้พ่อกับอาสี่และอี้เหวินอยู่ปิดร้านกันเอง ตอนนี้เซียวฉิงทู่มา
อยู่ช่วยงานที่ร้านส่วนใหญ่ก็จะนอนที่ร้านเลย มีบางวันที่ไป
นอนที่ร้านซาลาเปาของพี่ใหญ่เซียวด้วย เพราะตอนนี้คุณแม่
เซียวก็มาอยู่ด้วยกันแล้วนั้นเอง…
“ฉิงเฟิ่งคะฉันคิดว่าจะไปดูร้านค้าที่เจิ้งโจวสักหน่อยนะ
คะ คิดว่าจะไปติดต่อของติดตั้งโทรศัพท์ที่ร้านไว้ คุณว่าดีไหม
คะ”
“อื้ม แบบนั้นก็เลยครับ ถ้าอย่างนั้นก็ติดตั้งที่ร้านนี้ด้วย
เลยเถอะครับ”
“อย่างนั้นก็ได้ค่ะ”
ไม่กี่วันต่อมาซีอินกับฉิงเฟิ่งก็ขับรถไปที่เจิ้งโจวกันสอง
คนอีกเช่นเคย ส่วนเด็กๆ ก็เข้าใจไม่ได้งอแงจะตามมาด้วยอีก
เซียวฉิงทู่จึงมานอนที่บ้านพี่สามเพื่อดูแลเด็กๆ เช่นเคย
ร้านค้าที่เจิ้งโจวขายดีมาก ซีอินคุยกับฉิงเฟิ่งแล้วว่าจะ
รับเอาผักสดและผลไม้จากพี่รองเซียวมาขายที่นี่ สูตรปุ๋ยน้ำที่
เธอเคยให้พี่รองเซียวไปนั้นได้ผลดีมาก ผลผลิตจากส่วนผัก
ผลไม้ของบ้านเซียวเติบโตให้ลูกดกจนเก็บขายแทบไม่ทัน
ตอนนี้คุณพ่อเซียวและพี่รองเซียวต้องจ้างคนในหมู่บ้านที่ไว้ใจ
ได้มาช่วยเก็บผลไม้แล้ว แต่ก็ไม่เยอะมากขนาดสามารถขายส่ง
ได้หลายที่ จะเพียงพอแค่ส่งให้ร้านพี่รองหลินมาขายและส่งให้
ซีอินเท่านั้น…
“ตานผิง”
“คุณหลิน คุณเซียว” ตอนนี้ตานผิงเปลี่ยนมาเรียกซีอิน
ด้วยคำสุภาพและเป็นทางการมากขึ้น เพราะเปลี่ยนมาเป็น
ลูกจ้างที่รับเงินเดือนจากเธอแล้วนั้นเอง ซึ่งเรื่องนี่ซีอินไม่ได้ว่า
อะไรเอาตามที่อีกฝ่ายสะดวก
“ร้านที่นี่เป็นยังไงบ้างคะ”
“ที่นี่ของขายดีมากเลยค่ะ คนเข้ามาซื้ออยู่ตลอดเลย
โดยเฉพาะสบู่ ยาสีฟัน”
“ดีค่ะ ต่อไปอาจจะมีพวกผักผลไม้สดๆ มาขายเพิ่มด้วย
งั้นเดี๋ยวคุณเอาบัญชีมาให้ฉันตรวจด้วยนะคะ อ้อ จริงสิฉันคิด
ว่าจะติดตั้งโทรศัพท์ที่นี่ เดี๋ยวคุณช่วยประสานงานให้ทีนะคะ”
“ได้เลยค่ะ” ตานผิงรับคำพร้อมรอยยิ้ม ติดตั้งโทรศัพท์
ก็ดีมากเลย เวลามีเรื่องด่วนบางทีที่เธอต้องการสอบถาม
ความเห็นเจ้านายอย่างซีอินจะได้ติดต่อได้ง่ายขึ้น เธอคิดก่อน
รับออกไปทำตามที่ซีอินบอกทันที
ตอนเย็นซีอินชวนฉิงเฟิ่งออกไปเดินเล่นในเมืองเพื่อดู
การเปลี่ยนแปลงของเมืองกัน ทั้งสองเดินไปคุยกันไปตาม
ประสาสามีภรรยา ก่อนจะพากันกลับเข้าไปบ้านที่ซื้อเอาไว้ที่นี่
เธอซื่อบ้านที่เจิ้งโจวสองหลัง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของคนมีอันจะกิน
ทั้งสองหลัง มีการรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่าที่อื่นมาก เธอจึง
ปรับปรุงบ้านหลังหนึ่งเพื่อเป็นที่พักเวลาเดินทางมาที่เจิ้งโจว
ส่วนอีกหลังเก็บไว้ก่อน และให้ตานผิงหาคนมาดูแลทำความ
สะอาดให้เดือนละครั้งทั้งสองหลัง
“คิดอะไรอยู่ครับ” ร่างสูงโปร่งของฉิงเฟิ่งที่พึ่งอาบน้ำ
เสร็จเดินออกมาจากห้องน้ำ ตอนนี้เขาติดอาบน้ำทุกวันเหมือน
ภรรยาไปแล้ว เมื่อเดินออกมาแล้วเห็นภรรยานั่งเหม่อเหมือน
คิดอะไรอยู่จึงเอ่ยถามขึ้นมา พร้อมหย่อนกายลงนั่งบนโซฟา
ด้านข้าง มือแกร่งดึงร่างนุ่มนิ่มของภรรยาเข้ามากกกอดไว้
แนบแน่น
“คิดเรื่องที่ผ่านมาค่ะ ฉันรู้สึกว่าเรามาได้ไกลมากขึ้น
กว่าเดิมมากแล้ว และทุกอย่างก็จะค่อยๆ ดีขึ้น”
“จุ๊บ ฟอดด ต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอนอยู่แล้วครับ” ริม
ฝีปากร้อนๆ กดจูบที่ขมับอิ่มและกดจมูกโด่งๆ หอมแก้มนุ่มนิ่ม
เสียเต็มปอดอย่างแสนรัก ซีอินก็ขยับมือเข้าไปกอดเอวสอบ
ของสามีแน่นขึ้น ช่างเป็นวันเวลาที่สงบสุขของทั้งสองสามี
ภรรยาเสียจริง
เมื่อทำเรื่องติดตั้งโทรศัพท์และจัดการงานในร้านที่เจิ้ง
โจวเรียบร้อยซีอินและฉิงเฟิ่งก็เตรียมเดินทางกลับ โดยเข้ามา
สั่งความกับตานผิงและลูกจ้างอีกสองสามคนที่ถูกจ้างมาให้
ช่วยงานตานผิงที่ร้าน
“ฉันฝากทางนี้ด้วยนะคะตานผิง เดี๋ยวหากติดตั้ง
โทรศัพท์ทางโน้นเรียบร้อยฉันจะโทรมาบอกเบอร์ให้รู้อีกทีค่ะ”
“ได้เลยค่ะคุณหลิน” ตานผิงตอบรับด้วยรอยยิ้ม เธอ
รู้สึกโชคดีมากจริงๆ ที่ได้มาทำงานกับเจ้านายอย่างซีอินและ
เธอก็จะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดด้วย
ขณะกำลังเดินไปที่รถยนต์กับสามีนั้น ไม่ไกลกันนักซีอิน
เห็นคนมากมายกำลังลุ่มล้อมอะไรกันอยู่ เมื่อหันไปสบตากับ
สามีก็แล้วทั้งคู่ก็เดินเข้าไปดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นทันที เมื่อเดิน
มาถึงก็เห็นเป็นชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งถูกเจ้าหน้าที่สันติบาล
คุมตัวอยู่ และมีผู้หญิงแต่งตัวท่าทางดีคนหนึ่งยืนชี้หน้าด่าชาย
หญิงทั้งคู่เสียงดังไม่หยุด
“จับพวกมันไปเลยค่ะคุณเจ้าหน้าที่ ยุวปัญญาชนสอง
คนนี้มาหรอกเอาเงินฉันไปตั้งหลายพันหยวน เป็นพวก
ขบวนการอันธพาลที่ชอบหลอกลวงคนผิดกับปณิธานของท่าน
ผู้นำต้องเอาไปลงโทษให้ถึงที่สุดเลย” เสียงดังแว๊ดๆยังคงดัง
อย่างต่อเนื่อง
“ไม่ใช่นะ ไม่จริงนะ พวกเราไม่หลอกลวงใครสักหน่อย
ฉันไม่รู้จักคุณนะ ปล่อยฉันสิอย่ามาจับฉัน” เสียงโวยวายของ
ชายหญิงทั้งคู่จนเจ้าหน้าที่ต้องจับกดให้คุกเข่าลงพื้น
ซีอินมองภาพตรงหน้าตอนแรกก็รู้สึกตกใจมาก แต่พอ
เห็นว่าชายหญิงที่ถูกจับเป็นใครต่อมาก็เริ่มมีแต่สายตาเย็นชา
ที่มองไป
“ไปกันเถอะค่ะฉิงเฟิ่ง” ซีอินเอ่ยชวนก่อนนะจับมือสามี
เดินออกมาทั้งคู่เดินมาจนถึงรถก่อนที่จะขึ้นนั่งประจำที่
“ภรรยาคุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว
ที่ฉิงเฟิ่งสังเกตเห็นภรรยาดูนิ่งไปเหมือนคิดอะไรอยู่
“ยุวปัญญาชนชายหญิงคู่นั้นน่ะค่ะ คุณจำเรื่องราวที่ฉัน
เคยเล่าให้ฟังได้ไหมคะในชีวิตก่อนคู่รักที่หรอกเอาเงินฉันไปจน
หมดเป็นพวกเขานั่นแหละค่ะ พวกนั้นคงไปหลอกลวงคนอื่น
เลยถูกจับเข้า”
ฉิงเฟิ่งที่ได้ฟังก็มองไปที่สองคนนั้นที่กำลังถูกเจ้าหน้าที่
สันติบานคุมตัวเดินไปด้วยแววตานิ่งลึก
“อย่าเก็บมาคิดอีกเลยครับ ตอนนี้พวกนั้นก็ได้รับโทษ
แล้ว”
“ค่ะ กลับกันเถอะค่ะฉันคิดถึงเจ้าหัวผักกาดน้อยจะแย่
แล้ว อยากฟัดพุง” แค่คิดถึงความน่ารักของลูกๆ เธอก็อารมณ์
ดีมากจนลืมเรื่องไม่ดีได้ทั้งหมด
“หึ หึ ครับ” ฉิงเฟิ่งได้ฟังก็รับคำด้วยรอยยิ้มเพราะเขา
เองก็รู้สึกไม่ต่างจากภรรยาเลยสักนิด
เมื่อกลับมาถึงบ้านในเมืองอำเภอที่มีเด็กๆ รออยู่ ฉิงเฟิ่ง
ก็ส่งภรรยาลงก่อน
“ภรรยาครับเดี๋ยวผมออกไปติดต่อเรื่องติดตั้งโทรศัพท์
เลยนะครับ ตอนนี้ยังมีเวลาอยู่”
“ได้ค่ะ”
ฉิงเฟิ่งรีบขับรถยนต์ออกจากบ้านแล้วตรงไปติดต่อทำ
เรื่องขอติดตั้งโทรศัพท์ ไม่นานก็นัดวันติดตั้งเรียบร้อย ก่อนจะ
เข้าไปใช้โทรศัพท์ที่ว่าการไปรษณีย์ต่อทันที
“เหิงซาน ฉันเองนะ ฉันมีเรื่องอยากจะรบกวนนาย
หน่อย” เสียงนิ่งขรึมพูดกรอกไปทางโทรศัพท์ก่อนจะออกปาก
พูดเรื่องที่ต้องการให้อีกฝ่ายช่วยทันที
ฉิงเฟิ่งใช้เวลาพูดคุยกับเพื่อนไม่นานก็วางสายไปก่อนจะ
รีบขับรถกลับบ้านไปหาภรรยาและลูกๆ
“พ่อค้าบบ”
“พี่กลับมาแล๊ววว” เสียงสูงที่แสดงออกว่าดีใจมาก
พร้อมร่างเล็กทั้งสองที่วิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
“โอ๊ะ ว่าไงคิดถึงพ่อมากหรือ” เมื่อถูกร่างกลมๆ
เหมือนลูกหมูสองตัวโถมเข้ากอดก็เกือบหงายหลังเลยทีเดียว
“คิดตึ๋งมากคับ/ คิดถึงมากคับ”
“ทำไมพ่อไม่กลับมาพร้อมแม่ครับ”
“พ่อไปขอติดตั้งโทรศัพท์ให้ที่ร้านค้าของเรามา พอ
เสร็จก็รีบกลับมาหาเจ้าหัวผักกาดสองหัวนี้เลย”
“คิก คิก คิก หัวผักกาดๆ” ตูตูกับไคไคหัวเราะคิกคัก
เวลาถูกเรียกว่าหัวผักกาดเสมอ ฉิงเฟิ่งยังคงเล่นเป็นเพื่อนลูกๆ
อยู่ ก่อนจะกันไปเห็นอี้เหวินที่เดินออกมาเพื่อเอากะละมังที่มี
เศษผักไปโรยที่ใต้ต้นไม้
“อี้เหวินสอบเป็นไงบ้าง”
“คุณอาสาม ผมสอบเทียบจบม.ต้นได้แล้วครับ” อี้เหวิ
นตอบออกมาอย่างภูมิใจเพราะเขารอเวลาบอกอาสามอยู่
เหมือนกัน
“ดีจริงๆ เก่งมากเลยนะ” มือหน้ายกขึ้นตบบ่าของอี้เห
วินเบาๆ ตัวเขาเองก็เห็นว่าอี้เหวินนั้นขยันอ่านหนังสือแค่ไหน
“ถ้าอย่างนั้นเดือนหน้าก็เปลี่ยนไปเรียนม.ปลายได้แล้ว
สิ”
“ใช่ครับอาสาม” ถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะสอบเทียบม.
ปลายเลยด้วยซ้ำ แต่คงต้องลองไปเรียนแบบปกติดูก่อนว่าจะ
ยากมากน้อยแค่ไหน ไว้เรื่องนี้ค่อยลองปรึกษาอาสามและอา
สะใภ้สามอีกครั้ง
“พ่อคับเมื่อไหร่ไคไคถึงจะได้ไปกับพ่อบ้าง” ไคไคที่วิ่ง
เล่นกับตูตูและเชาเชาจนเหนื่อยแล้วค่อยๆ เดินเตาะแตะหมด
แรงเข้ามาหาพ่อที่นั่งคุยกับพี่เหวินเหวินอยู่
“เอาไว้ให้ไคไคโตอีกนิดก่อนนะ พ่อสัญญาจะพาพวก
ลูกๆ ไปที่เจิ้นโจวด้วยกันแน่นอน”
“คับ”
มือใหญ่แต่อบอุ่นของฉิงเฟิ่งยกขึ้นลูบเหงื่อตามไรผม
และขมับให้ลูกชายตัวน้อยที่นั่งพุงยับย่นอยู่ข้างกายเขา ก่อนที่
ตูตูที่มีพลังงานเหลือล้นจะวิ่งเข้ามาหาบ้าง และไม่นานซีอินก็
ทำข้าวเย็นก็เสร็จเรียบร้อย จึงออกมาตามสามีและเด็กๆไปกิน
ข้าวกัน ส่วนน้องสี่วันนี้ไปกินข้าวที่บ้านพี่ใหญ่เซียวที่ร้าน
ซาลาเปาเลยไม่ได้มากินที่บ้านสามด้วย…