Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 6 : นั่นพวกลูกจะไปไหนกันน่ะ
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 6 : นั่นพวกลูกจะไปไหนกันน่ะ
ยามเช้าตรู่ของวันใหม่พระอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า
ด้วยซ้ำ ร่างอวบของซีอินตื่นขึ้นมาค่อย ๆ ขยับกายลงจาก
เตียงเตาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะจุดตะเกียงน้ำมันที่วางตั้งทิ้งไว้
บนโต๊ะข้างเตียงเพื่อให้มีแสงสว่างนำทางมากขึ้น
“อืม หุงข้าวไว้ก่อนแล้วเดี๋ยวออกกำลังกายสักหน่อย
ดีกว่า”
เสียงแหบเพราะพึ่งตื่นนอนพึมพำเบา ๆ ก่อนจะเดินไป
ล้างหน้าแปรงฟันจนสดชื่นเรียบร้อยแล้วเปลี่ยนชุดที่
ทะมัดทะแมงสะดวกในการเคลื่อนไหวมากขึ้น จากนั้นก็ก่อเตา
ไฟเพื่อหุงข้าวไว้ก่อน ออกกำลังกายเสร็จค่อยกลับเข้ามา
ทำกับข้าวก็ยังไม่สาย
เมื่อจัดการหุงข้าวเรียบร้อยแล้วจากนั้นก็เดินออกมายืด
เส้นยืดสายอยู่หน้าบ้าน โดยหยิบเอาเสื่อโยคะในมิติที่มีอยู่ใน
ห้างซุปเปอร์มาร์เก็ตออกมาซึ่งในนั้นมีของทุกอย่างที่เธออยาก
ได้ เมื่อคืนตอนที่เพ่งจิตเข้าไปสำรวจดูเธอเห็นมีข้าวของ
มากมายหลายอย่างที่สามารถส่งไปให้สามีเพื่อให้เขาได้กินของ
ดี ๆ บำรุงได้ ตั้งใจไว้ว่าวันนี้จะจัดการงานบ้านให้เสร็จ
เรียบร้อย ทั้งเรื่องซักผ้าที่กองพะเนิน ทั้งเรื่องถากถางต้นหญ้า
รก ๆ รอบบ้านให้หมด จากนั้นเธอจะจัดของใส่ลังเพื่อส่งของ
ไปที่ค่ายทหารให้สามีสักหน่อย
คิดอะไรเพลิน ๆ ไปมือก็เริ่มคลี่เสื่อโยคะมาปูที่พื้น มอง
หาพื้นที่เรียบ ๆ ไม่มีก้อนหินและมีเพียงต้นหญ้าเตี้ย ๆ ขึ้น
ประปรายเป็นใช้ได้ จากนั้นก็เริ่มออกท่าโยคะที่เธอจำได้ขึ้นใจ
เพราะเคยทำอยู่เป็นประจำในโลกก่อน ดีที่บ้านหลังนี้มีรั้วรอบ
ขอบชิดดังนั้นจึงไม่มีใครมาเห็นเธอทำท่าฤๅษีดัดตนที่มองดู
แล้วอาจจะแปลกประหลาดสำหรับคนที่นี่ ไม่อย่างนั้นหากใคร
มาเห็นเข้าคงคิดว่าเธอเป็นบ้าแน่ ๆ
แต่เพราะร่างกายนี้ที่รู้จักแต่กินกับขี้เกียจไม่เคยได้ออก
กำลังเลยแม้แต่งานในแปลงนายังไม่เคยได้ไปทำจึงทำให้
ร่างกายเหมือนเส้นยึดทั่วทั้งตัว ยามออกท่าทางโยคะจึง
เจ็บปวดเส้นตึงไปหมดทั้งตัว
“โอ๊ยย!! แฮ่ก ๆ ๆ เจ็บไปหมดตัวแข็งชะมัด”
ออกท่าทางได้อย่างทุลักทุเลเพียงไม่นานเหงื่อก็ออกเริ่ม
รู้สึกร้อน ๆ ขึ้นมาแล้ว จากนั้นก็ตามด้วยซิทอัพแต่คือเธอยก
ตัวไม่ขึ้น ไม่สามารถยกตัวขึ้นมาได้จริงๆ เพราะพุงเธอใหญ่
เกินไป จนเธอต้องหาผ้าขนหนูผืนเล็กมาลองที่หัวแล้วจับ
ปลายผ้าทั้งสองด้านช่วยดึงตัวขึ้นมา คงต้องใช้ตัวช่วยแบบนี้ไป
ก่อนไม่งั้นคงซิทอัพไม่ขึ้นแน่ ทำแบบนี้ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
“ฮึบ หนึ่งงง ฮึบ สองง ฮึบ สามมม…..”
เสียงฮึบฮับนับเลขปนโอดโอยดังเป็นระยะ ๆ ตูตูกับไค
ไคที่ตื่นขึ้นมาไม่เห็นแม่ในห้องนอนแต่กลับได้ยินเสียงแม่ร้อง
ดังมาจากหน้าบ้านก็พากันสงสัยว่าแม่ทำอะไรอยู่
“แม่ทำอะไย” ตูตูถามน้องชายทั้งที่ยังลืมตาเลยด้วยซ้ำ
“ไม่รู้ไปแปรงฟันก่อน”
“อื้มมจำได้แม่บอกแปรงฟันเช้าเย็นแมงสีดำจะไม่มา
หา”
“อื้มมใช่” ไคไคพยักหน้าจำได้เหมือนกัน
จากนั้นเด็ก ๆ ทั้งสองก็เดินเข้าห้องน้ำแปรงฟันล้างหน้า
ล้างตาเช็ดหน้าจนสะอาดสดชื่นแล้วจึงได้เดินตามเสียงของแม่
ไปที่หน้าบ้าน
ที่ด้านนอกตอนนี้เริ่มมีแสงแรกของพระอาทิตย์ที่เริ่ม
สาดแสงแล้ว เสียงนกสาลิกาตัวน้อยส่งเสียงร้องขับขาน เสียง
ไก่ขันยามเช้า เอ๊ก อี้เอ๊ก เอ๊ก ดังอยู่ไกล ๆ พาให้คนที่ได้ยินฟัง
รู้สึกถึงการเริ่มต้นชีวิตของเช้าวันใหม่
“แฮ่ก แฮ่ก ๆ ๆ โอ๊ย!! เหนื่อย” ร่างกายนี้ทั้งหนักทั้ง
ไขมันเยอะกว่าจะผอมคงต้องใช้เวลาใช้ทั้งแรงกายแรงใจมาก
ทีเดียว นี้ขนาดอยู่ในช่วงอดยากของยุค กินยังไงเข้าไปถึงให้ตัว
อวบตัวบวมได้ขนาดนี้ก๊านนน
ได้แต่บ่นในใจแต่ก็ยังออกกำลังกายต่ออย่างไม่ยอมแพ้
เมื่อซิทอัพได้ห้าสิบครั้งร่างอวบ ๆ ก็นอนแผ่หลากางแขนกาง
ขาอยู่บนเสื้อโยคะอย่างหมดสภาพ หอบหายใจอย่างเหนื่อย
อ่อนซีอินรู้สึกว่าร่างกายกำลังเผ่าผลาญจนร้อนไปหมด เหงื่อก็
เริ่มออกมากขึ้น ดีที่ร่างของเธอตอนนี้ยังอายุน้อยพึ่งจะอายุ21
ปีเท่านั้นระบบเผ่าผลาญจึงยังดีอยู่ ภายในสามเดือนน้ำหนัก
เธอคงลดลงบ้างไม่มากก็น้อยล่ะ
“แม่/แม่” เสียงเล็ก ๆ ใส ๆ ของหัวผักกาดน้อยเรียก
หาแม่ดังมาจากด้านใน เพราะเป็นเสียงที่ประสานกันเลยยิ่งทำ
ให้ดังมากกว่าเดิมไปอีก
“แม่อยู่นอกบ้านตูตู ไคไค” เสียงตอบออกมาพร้อม
หอบหายใจแฮ่ก ๆ ต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะหายใจได้คงที่
ปกติ
“แม่ทำอะไยคับ” เจ้าหัวผักกาดตัวน้อยมานั่งยอง ๆ
จุ้มปุ๊กอยู่คนละข้างทั้งซ้ายขวาแล้วเอ่ยถามขึ้น
“แม่ออกกำลังกายจ้า ตูตู ไคไคอยากออกกำลังกายกับ
แม่หรือเปล่า”
“ไคไคอยากออกด้วยคับ” แฝดคนน้องพยักหน้าอย่าง
สนใจแม่ทำอะไรเขาก็อยากลองทำด้วย
“แต่ตูตูหิว” เมื่อสองพี่น้องความเห็นไม่ตรงกันคนเป็น
แม่จึงต้องหาทางออกให้โดยเร็ว
“งั้นเองอย่างนี้ทั้งสองคนไปล้างหน้าแปรงฟันก่อน แล้ว
ไคไคกับตูตูก็เดินเล่นออกกำลังกายก่อน ระหว่างนี้แม่จะไปทำ
ข้าวเช้าอร่อย ๆ ให้กินกันดีมั้ยจ๊ะ”
“ตูตูกับไคไคแปรงฟันมาแล้วคับแม่” ไคไคแฝดคนน้อง
ที่พูดชัดกว่าเอ่ยตอบแม่ออกมา พร้อมทำท่าทางเชิดหน้าขึ้น
นิด ๆ อย่างภาคภูมิใจ
“โอ้ จริงหรอเนี่ยลูกใครน๊าเก่งขนาดนี้ ไม่ต้องบอกก็ทำ
เองได้แล้ว”
“ลูกแม่คับ/ลูกแม่คับ ฮิ ฮิ” ตอบพร้อมกันแล้วหัวเราะ
กังวานเสียงใส บรรยากาศตอนนี้จึงเป็นเช้าที่สดชื่นยิ่งนัก
“งั้นตูตูกับไคไคออกกำลังกายเดิน ๆ วิ่ง ๆ กันเบา ๆ ไป
ก่อนเดี๋ยวแม่จะไปทำข้าวเช้าให้ตอนนี้เลย”
“คับ/คับ” เมื่อรับคำแล้วเด็กตัวน้อย ๆ ทั้งสองก็วิ่งบ้าง
เดินบ้างไปรอบ ๆ บ้าน โดยเลือกไปตรงที่ไม่รกหรือมีต้นหญ้า
มากนัก ซีอินมองตามด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข
เมื่อล้างมือล้างแขนเช็ดหน้าตาเรียบร้อยดีแล้ว ก็เข้าครัว
เริ่มลงมือทำอาหารเธอนำผักสด ๆ ออกมาหันเตรียมของไว้ทำ
ผัดผัก
“ทำไข่ตุ๋นทรงเครื่องให้ตูตูกับไคไคด้วยดีกว่า” ร่างอวบ
ๆ เดินไปเดินมาในครัวทำนั้นทำนี่ใช้เวลาเพียงไม่นานผัดผักกับ
ไข่ตุ๋นก็เสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็เก็บล้างข้าวของในครัวจน
สะอาดแล้วเรียกเด็ก ๆ มากินข้าวกันและเป็นไปตามคาด ตูตู
กับไคไคชอบกินไข่ตุ๋นทรงเครื่องเนื้อนิ่ม ๆ เนียนๆ มากกินข้าว
ได้เยอะทีเดียว
“หื้มม อร่อยมากกก” ตูตูรีบเคี้ยวแล้วกลืนข้าวลงท้อง
จนหมดก็รีบเอ่ยปากบอกแม่ทันที
“ใช่แม่ทำอร่อยมากกก” ไคไคเองก็ไม่น้อยหน้าเอ่ยปาก
ชมแม่ไม่หยุด
“อร่อยก็กินเยอะ ๆ เลยนะ”
“คับ/คับ”
เมื่อกินอาหารเช้าเสร็จท้องฟ้าด้านนอกก็สว่างจ้าแล้ว
ดวงอาทิตย์ขึ้นมาสาดแสงสู่พื้นดินไปทั่วทุกพื้นที่ ซีอินล้างถ้วย
จานเก็บเรียบร้อย ในวันนี้เธอกะว่าจะเอาเสื้อผ้าทั้งของเธอ
และเด็ก ๆ ที่กองแยกใส่ตะกร้าไว้ไปซัก แต่พอหันมาจะเรียก
หาเด็ก ๆ กลับเห็นเจ้าหัวผักกาดน้อยทั้งสองสะพายตะกร้าใบ
เล็กขนาดเท่าตัวคนสะพายสวมรองเท้าผ้าขาด ๆ ทำท่าจะเดิน
มุ่งหน้าไปที่หน้ารั่วบ้าน
“นั่นพวกลูกจะไปไหนกันน่ะ”
“ทำงานคับ” ไคไคหันมาตอบแม่ก่อน
“เก็บปักป่าคับ” ตูตูแฝดคนพี่ที่พูดยังไม่ค่อยชัดนักก็
เอ่ยบอกบ้าง ปกติเขาสองพี่น้องไปทำงานเก็นผักป่ากันเป็น
ประจำอยู่แล้ว
“ผักป่าต่างหากตูตู” คนน้องแย้งขึ้นเมื่อได้ยินพี่ชายพูด
ไม่ชัด
“ก็อันเดียวกัน” ตูตูยู่ปากใส่น้องชาย มันก็เหมือนกันนี่
นา เขาพูดถูกแล้วนะ ตูตูคิดไปก็ยกมือมาเกาหัวแกรก ๆ ไป
ด้วย
“เฮ้อ” ไคไคคนน้องเป็นเด็กที่มีความคิดโตเกินวัยกว่า
พี่ชาย ถอนหายใจออกมาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
“ตูตูกับไคไคจะไปทำงานเก็บผักป่าไปแลกแต้มหรอ” ซี
อินที่เดินเข้ามาใกล้ ๆ ลูกน้อยทั้งสองแล้วนั่งย่อกายคุกเข่าลง
กับพื้น มือทั้งสองข้าเอื้อมไปจับไหล่เล็ก ๆ ที่แบกตะกร้าไว้
ด้านหลังพร้อมลูบแก้มน้อยไปมาเบาๆ
“คับ/คับ” เด็ก ๆ ตอบรับและพยักหน้าพร้อมกัน ไม่
เข้าใจว่าแม่เป็นอะไร ปกติพวกเขาก็ไปเก็บผักป่ามาแลกแต้ม
แบบนี้ทุกวัน แม่ไม่เห็นว่าอะไรเลยนี่นา
เมื่อได้รับคำตอบจู่ ๆ ซีอินก็น้ำตารื้อขึ้นมาจนกระบอก
ตาร้อนผ่าวไปหมด พลางดึงรั้งร่างเล็ก ๆ นั้นของลูก ๆ เข้ามา
กอดแนบอก
“ตูตูกับไคไคยังเด็กอยู่ พึ่งจะสี่ขวบเท่านั้นเองจะไป
ทำงานได้ยังไงกัน หื้ม” เธอเอ่ยถามทั้งสงสารทั้งเอ็นดูใน
ความคิดที่รู้ความของลูก ๆ เป็นอย่างมาก จากความทรงจำ
เธอคนเดิมปล่อยพวกเขาไปทำงานเก็บผักป่าส่งให้คอมมูนเพื่อ
แลกแต้มมาได้เกือบปีแล้วโดยไม่เอ่ยห้ามอะไรเลย
“ทำงานได้แต้มคับ”
“ใช่…ได้แต้มเยอะก็จะได้มีข้าวกินเยอะ ๆ คับ”
งานเก็บผักป่าผักโขมป่าไปส่งให้คอมมูนเพื่อแลกแต้ม
ไม่ได้หนักหนาอะไร แต่ด้วยตูตูกับไคไคที่อายุพึ่งจะได้สี่ขวบ
นั้นดูจะเด็กเกินไปนัก เด็ก ๆ ที่ไปทำงานนี้ส่วนใหญ่อายุเจ็ดถึง
แปดขวบขึ้นไปแล้ว แต่ลูก ๆ ของเธอพึ่งสี่ขวบเองนะ
“ตูตูกับไคไคอยู่ช่วยแม่ที่บ้านดีกว่านะจ๊ะ เดียวแม่จะไป
ซักผ้าแล้วก็ถอนหญ้าหลังบ้านด้วย พอมีพื้นที่เยอะ ๆ เราก็จะ
ได้ปลูกผักกัน เดี๋ยวแม่จะไปลงชื่อขอไก่มาเลี้ยงกันด้วยดีไหม
ตูตูกับไคไคจะได้มีไข่ไก่ไว้กินเยอะ ๆ เลยไง” แม้ในช่องมิติมีไก่
สด มีไข่ไก่มากมายแต่การเลี้ยงไก่เองที่บ้านก็ถือเป็นเรื่องที่ทำ
ให้เด็กๆ มีกิจกรรมให้ทำ
“แต่ถ้าไม่ไปจะไม่มีแต้มนะคับแม่”
“ไม่เป็นไรจ้ะแม่มีของกินเยอะมาก ตอนนี้ตูตูกับไคไค
ยังตัวเล็กนิดเดียวเอง ไว้รอโตกว่านี้หากพวกลูกอยากทำงาน
จริง ๆ ตอนนั้นแม่จะไม่ห้าม” เธอพยายามกล่าวโน้มน้าวอย่าง
เต็มที่เพราะไม่อยากบังคับ แต่อยากให้พวกเขาเต็มใจเองมาก
ว่า
“คับ/คับ” เมื่อทั้งสองครุ่นคิดตามที่แม่บอกอยู่ครู่หนึ่งก็
ตอบรับคำพร้อมพยักหน้าเห็นด้วยและเชื่อฟัง ตอนนี้แม่ใจดี
มากพวกเขาย่อมอยากให้แม่รักและเอ็นดูแบบนี้ไปนาน ๆ
ดังนั้นตูตูกับไคไคย่อมเชื่อฟังที่แม่พูด
ดังนั้นเด็ก ๆ จึงอยู่บ้านเล่นกันบ้างมาช่วยงานบ้านบ้าง
กว่าซีอินจะซักผ้าเน่าทั้งหมดเสร็จแล้วไปถางหญ้าหลังบ้าน
เวลาก็ล่วงไปถึงสี่โมงเย็นแล้ว ที่เธอรู้เวลาอยู่ตลอดเป็นเพราะ
ที่บ้านมีนาฬิกาแขวนอยู่เรือนหนึ่งเป็นของที่สามีเธอเอามาให้
เมื่อตอนปีใหม่ปีก่อนโน้น เธอจึงสามารถรู้เวลาได้ตลอด
นาฬิกานี้เธอคนเดิมชอบมันมากเพราะถือเป็นของมีค่าราคา
แพงมากทีเดียว เห็นว่าหัวหน้าของเซียวฉิงเฟิ่งให้มาเป็นรางวัล
ตอนที่ทำภารกิจเสร็จสิ้น
เมื่อเห็นว่าเวลาพอสมควรแล้วอีกทั้งถางหญ้าจน
หมดแล้ว เหลือก็แต่ขึ้นแปลงปลูกผัก และเก็บกวาดอีกนิด
หน่อยเท่านั้นไว้ค่อยมาทำต่อวันพรุ่งนี้ก็ได้จึงล้างไม้ล้างมือและ
เนื้อตัวให้สะอาดก่อนเข้าไปทำอาหารเย็น
“เอาล่ะเดี๋ยวแม่จะทำข้าวเย็นแล้วน๊า ตูตูกับไคไคอยาก
กินอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าจ๊ะ” ใบหน้ากลม ๆ ของเธอก้มลงเอ่ย
ถามเจ้าหัวผักกาดทั้งสองที่เงยหน้ามองเธออยู่
“แม่คับตูตู อืม ตูตูหยักจินซาลาเปาอีกคับ” เสียงพูด
ของตูตูที่ทำท่าทางเขินอายที่จะบอกว่าอยากกินอะไรนั้นช่าง
น่ารักมากจริง ๆ
“ไคไคด้วยคับ” เมื่อพี่ชายอยากกินน้องชายก็พยักหน้า
ตาม
“ได้จ้าเอาแค่ซาลาเปาเท่านั้นหรอแล้วพุงน้อย ๆ นี้จะ
อิ่มไหม หื้ม” พูดพร้อมย่อกายลงยื่นมือไปบีบพุงน้อยเหี่ยว ๆ
ของลูก ๆ ทั้งสอง พร้อมคิดว่าขุนอีกนิดพุงน้อย ๆ นี้จะต้อง
กลมขึ้นมาได้แน่
“อื้มม ไคไคว่าพอแล้วคับ”
“แต่ตูตูหยักได้ขนมหมูด้วยคับ” เพราะติดใจขนมที่มี
หมูก้อน ๆ ข้างในจึงนึกอยากจะกินอีก
“ตูตูหมายถึงขนมจีบหมูใช่ไหม ได้ ๆ แม่จะทำให้รอ
เดี๋ยวนะ ระหว่างรอแม่พวกลูกก็ไปอาบน้ำกันก่อนจะได้สบาย
ตัวขึ้นนะ”
“คับ/คับ”
ฟอดด ฟอดด ได้รับคำตอบจากเด็ก ๆ แล้วก็ก้มลงหอม
แก้มนุ่ม ๆ ของเจ้าหัวผักกาดไปคนละทีก่อนเดินเข้าไปในครัว
ดีที่เมื่อตอนกลางวันเธอเอาซาลาเปา ขนมจีบหมูออกจากจาก
มิติเยอะมากกะว่าทำงานเหนื่อย ๆ เด็กต้องหิวมากแน่ ๆ
ซีอินคิดว่าเตรียมซาลาเปาขนมจีบเสร็จแล้วจะแบ่งไป
ให้ที่บ้านพ่อแม่สามีสักหน่อย ถึงแม้บ้านนั้นจะรังเกียจเธอคน
เดิมเพราะนิสัยเกินจะรับ แต่ก็ยังดีกับหลาน ๆ อย่างตูตูและไค
ไคอยู่ตลอด…