Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 7 : ย่ามาหา
ซีอินเตรียมอาหารเย็นเพียงไม่นานก็เสร็จพอดีกับที่เด็ก
ๆ อาบน้ำแต่งตัวทั้งยังประแป้งจนตัวขาวแถมหอมฟุ้งเดินตาม
กันออกมาที่ห้องครัว
“โอ้โห! ลูกใครทำไมตัวขาวหอมฟุ้งขนาดนี้กันนะ”
“ลูกแม่/ลูกแม่” เจ้าหัวผักกาดน้อยเงยหน้ายิ้มแป้นจน
แก้มขึ้นเป็นลูกกลม ๆ ตอบพร้อมกัน
“มาหอมหน่อย” ซีอินจับเด็ก ๆ มาหอมหัวคนละฟอด
สองฟอด ตูตูกับไคไคที่ตั้งแต่เมื่อวานแม่ก็ใจดีทั้งกอดทั้งหอม
เขาบ่อย ๆ ก็เริ่มชินแล้วจึงเอียงแก้มให้ได้องศาพอดีเวลาแม่กด
จมูกลงมาหอมดัง ฟอดด ฟอดดด
“เอาล่ะตูตูกับไคไคกินซาลาเปากับขนมจีบรอแม่
อาบน้ำก่อน แล้วค่อยไปบ้านปู่กับย่ากันนะ” เธอเตรียมของ
กินไว้บนโต๊ะอาหารหมดแล้ว
“คับ/คับ” เด็กๆ เดินเร็วๆ ด้วยขาสั้นๆ ปีนขึ้นนั่งบน
เก้าอี้กันเอง ก่อนลงมือกินซาลาเปาขนมจีบหมูที่แม่เตรียมไว้
ให้อย่างเอร็ดอร่อย
เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าห่วงนักซีอินจึงรีบเข้าไปอาบน้ำ
ให้สดชื่นทันที เย็นนี้คงไม่ได้ออกกำลังกายแล้วล่ะเพราะวันทั้ง
วันเธอทำงานนั้นนี้โน้นถางหญ้ารอบบ้านจนเหงื่อออกท่วมตัว
ทั้งวันแล้ว ร่างกายที่ไม่ได้ออกกำลังมานานพอได้มาออกก็
ค่อนข้างล้าทีเดียว
เธอใช้เวลาอาบน้ำไม่นานนักเมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ
แล้วก็ออกมาดูเด็ก ๆ ที่ครัว ซึ่งก็กินอิ่มพอดีทั้งยังเก็บถ้วยจาน
ล้างเรียบร้อย เธอจึงเดินไปหยิบหวีเข้ามาหวีผมให้ก่อน
“พรุ่งนี้เดียวแม่ตัดผมให้นะ” เสียงอ่อนโยนเอ่ยบอก
ขณะที่กำลังหวีผมให้ตูตูส่วนไคไคขอหวีทีหลัง ยังดีที่ผมลูก ๆ
เธอแค่ยาวรุงรังไม่มีเหาด้วย
“คับ/คับ” สองแฝดดีใจมาก เพราะผมยาวแล้วชอบ
ปรกหน้าปกตา เวลาวิ่งไปวิ่งมาทำให้อดรำคาญไม่ได้เลย แถม
ยังถูกล้อว่าสกปรกอีกด้วย
“เอาละอาบน้ำก็อาบแล้ว กินข้าวก็กินแล้ว ผมก็หวี
เสร็จแล้วถ้างั้นเราก็ไปบ้านปู่กับย่าของลูกกัน”
“คับ/คับ” แม้เด็ก ๆ ไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่เพราะ
พวกเขาไม่ค่อยชอบป้าสะใภ้รองที่ชอบพูดถึงแม่เขาไม่ดี แต่ถ้า
ไปกับแม่ก็ไม่เป็นไร แต่ยังไม่ทันได้เตรียมก้าวขาออกจากบ้าน
ก็มีเสียงคนมาเรียกที่หน้าบ้านก่อนแล้ว
“ตูตู ไคไค เปิดประตูให้ย่าหน่อย”
“ย่ามา/ย่ามา” เด็ก ๆ ร้องออกมาพร้อมกันก่อนจะวิ่ง
จู๊ดสับขาอย่างเร็วไปที่รั้วบ้าน ส่วนซีอินก็แปลกใจที่จู่ ๆ แม่
สามีก็มาหาถึงบ้านในเวลานี้ได้
“ฮึบ ๆ” ตูตูกับไคไคยังตัวเล็กอยู่จึงต้องช่วยกันออกแรง
เปิดประตู ซีอินเมื่อนึกได้ก็รีบเดินตามหลังลูก ๆ มาช่วยเปิด
ประตูเอง
“ย่าคับ แม่กำลังจะพาตูตูกับไคไคไปหาปู่กับย่าที่บ้าน
เลย” ไคไคพูดขึ้นทันทีที่เห็นหน้าย่าตนเองตรงหน้า ตอนนี้ยัง
ไม่มืดจึงทำให้ยังมองเห็นหน้ากันอยู่
“ใช่คับแต่ย่าก็มาหาก่อน” ตูตูพูดขึ้นบ้างจึงถูกย่าลูบหัว
อย่างเอ็นดู คุณแม่เซียวลูบผมเด็ก ๆ ไปก็รู้สึกว่านุ่มลื่นมือนัก
“คุณแม่เข้ามาข้างในก่อนสิคะ” ซีอินเอ่ยบอกแม่สามีให้
เข้ามาในบ้านก่อน
คุณแม่เซียวเองก็เดินเข้ามาเงียบ ๆ เมื่อเข้ามาในบ้านก็
ต้องแอบแปลกใจไม่น้อยที่บ้านดูสะอาดสะอ้านมากขึ้น และไม่
มีกลิ่นเหม็นอับอย่างที่เคยเป็น มองดูเนื้อตัวหลานชายทั้งสอง
คนก็สะอาดตัวขาวผ่องทั้งยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ออกมาตอน
เดินผ่านอีกด้วย ดูน่ากอดมาก
“ไม่เห็นตูตูกับไคไคทั้งวันเลยมาดู” คุณแม่เซียวเอ่ย
ปากเสียงนิ่งเรียบ ไม่อยากพูดคุยกับสะใภ้สามมากนักเพราะ
เวลาเธอพูดตอบโต้กลับมาทีไรก็มักมีแต่คำหยาบระคายหู แต่
เพราะเป็นห่วงหลานชายทั้งสองที่ปกติจะเดินเก็บผักป่า
วนเวียนแถวแปลงนาของคอมมูน แต่วันนี้ทั้งวันกลับไม่เห็น
พอเสียงแตรสัญญาณเลิกงานดังขึ้นจึงแวะมาดูสักหน่อย
“คุณแม่ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันให้เด็ก ๆ อยู่บ้านเอง พวก
เขายังอายุน้อยเลยไม่อยากให้ไปทำงานแลกแต้มตอนนี้น่ะค่ะ”
ซีอินตอบเสียงนุ่ม ๆ ไม่ได้โวยวายเสียงดังหรือกระโชกโฮกฮา
กอย่างเคยก็ทำให้คุณแม่เซียวเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจมาก
“ก็ยังดีที่เธอคิดได้อย่างนั้นก่อนนี้เห็นปล่อยหลาน ๆ
ฉันไปเก็บผักป่าแลกแต้มอยู่ได้ตั้งนานสองนาน ลูกสามของฉัน
ทำงานยากลำบากเสี่ยงอันตรายมากมายเพื่อหาเงินส่งมาให้
เธอก็รู้จักดูแลหลาน ๆ ของฉันให้มันดี ๆ หน่อย”
ก่อนนี้คุณแม่เซียวเคยมาพูดกับสะใภ้สามเรื่องที่ปล่อย
ให้เจ้าแฝดไปเก็บผักโขมป่าแลกแต้มแล้ว ว่าให้รอให้พวกเขา
โตกว่านี้สักหน่อยก่อน แต่กลับถูกตอกหน้าว่าไม่ให้ยุ่ง แยก
บ้านกันแล้วเธอจะใช้ให้ลูก ๆ ทำงานอะไรมันก็เรื่องของเธอ
หากแม่เซียวเข้ามายุ่งมากเธอจะไม่ยอมให้สามีส่งเงินให้บ้าน
ใหญ่เซียวอีก
ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้บ้านใหญ่เซียวอยู่รอดกันได้ก็
เพราะเงินที่เจ้าสามส่งมาให้เดือนละสามหยวนด้วย แม้ไม่
อยากเอาเปรียบเจ้าสามแต่หากไม่มีเงินก้อนนี้แล้วบ้านใหญ่
เซียวคงไม่มีปัญญาผ่านช่วงอดอยากไปได้หรอก
แม่เซียวรู้ดีเกี่ยวกับนิสัยสะใภ้สาม ทั้งขี้เกียจเห็นแก่ตัว
ทั้งตะกละ รู้จักแต่กินกับใช้เงินเท่านั้น ที่มาวันนี้เธอเป็นห่วง
เจ้าแฝดกลัวว่าจะไม่มีอะไรกินเพราะวันก่อนก็เดินหิวโซไปที่
บ้านใหญ่เซียว เธอจึงเอาไข่ไก่ต้มให้ฟองหนึ่งไป ใจก็อยากจะ
ให้มากกว่านั้นแต่เพราะไข่ไก่มีแค่สองฟองเท่านั้นต้องเก็บไว้ให้
คนที่บ้านใหญ่ฟองหนึ่งด้วย
แต่มาตอนนี้เห็นเนื้อตัวเจ้าแฝดดูสะอาดสะอ้านอาบน้ำ
แล้ว เสื้อผ้าแม้จะเก่าแต่ก็ดูสะอาดไม่มีกลิ่นเหม็นอับอย่างเคย
ก็เบาใจไปได้หน่อย
ก่อนนี้เมื่อตอนที่ต้องรับซีอินมาเป็นลูกสะใภ้สามเพราะ
เรื่องอื้อฉาวที่ถูกอีกฝ่ายก่อเรื่องไว้นั้น คุณแม่เซียวก็พยายาม
ทำใจอย่างมากคิดว่าคงพอควบคุมสั่งสอนได้บ้าง แต่พอถึง
เวลาเมื่อหลินซีอินแต่งเข้ามาแล้วอีกฝ่ายก็เอาแต่แผลงฤทธิ์
มากมาย อีกทั้งยังหาเรื่องทะเลาะกับสะใภ้รองได้ไม่เว้นแต่ละ
วัน เรียกร้องอ้างนั้นอ้างนี้ไม่ยอมทำงาน
จนคุณพ่อเซียวตัดรำคาญให้ครอบครัวเจ้าสามแยกบ้าน
ออกมาครอบครัวใหญ่เซียวถึงสงบขึ้นได้อีกครั้ง แต่คุณแม่
เซียวก็ต้องมาทุกข์ใจกับเรื่องที่สะใภ้สามคนนี้ไม่ใส่ใจลูก ๆ
ของตัวเองปล่อยให้อดมื้อกินมื้อ จนคุณแม่เซียวไม่อาจปล่อย
วางเรื่องของบ้านเจ้าสามได้ลงจริงๆ
“ฉันรู้แล้วค่ะ ตอนนี้ฉันคิดได้แล้วและจะดูแลเจ้าแฝด
ให้ดี ๆ” ซีอินรู้ดีว่าเธอในความทรงจำของคนบ้านเซียวนั้นน่า
รังเกียจแค่ไหน แต่ทุกอย่างคงต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
เธอคิดว่ายังโชคดีที่ได้แม่สามีที่ไม่ใช่คนร้ายกาจอะไร ดีกว่า
บ้านอื่น ๆ ในหมู่บ้านเยอะมาก
“ก็ดีถ้าเธอคิดได้ เจ้าสามของฉันจะได้ไม่ต้องทุกข์ใจที่มี
ภรรยาอย่างเธออีก แล้วหลาน ๆ ของฉันจะได้มีแม่ที่ปกติ
อย่างคนอื่นเขาบ้าง” แม้ดีใจที่สะใภ้สามเหมือนจะคิดได้แล้ว
แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมสักหน่อย
“แม่ของตูตูดีที่ฉุด”
“ใช่คับย่า แม่ของไคไคดีมากทำซาลาเปาอร่อยมาก”
คุณแม่เซียวเมื่อได้ยินว่าสะใภ้สามถึงกับทำของหรูหรา
อย่างซาลาเปาให้เด็ก ๆ กินก็ตกใจมากจนตาเบิกกว้าง แต่ก็
ต้องข่มกลั้นความไม่พอใจที่สะใภ้สามยังฟุ่มเฟือยเอาไว้
อย่างไรก็แยกบ้านกันแล้วจะพูดมากก็ไม่ได้นัก เงินที่เจ้าสาม
หามาถูกใช้ออกไปง่าย ๆ แบบนี้ทำให้เธออดที่จะปวดใจไม่ได้
จริง ๆ
“ฉันทำไว้เยอะเชียวค่ะตั้งใจจะเอาไปให้คุณพ่อกับคุณ
แม่อยู่แล้ว แต่พอดีคุณแม่มาหาเสียก่อน” แค่เห็นสีหน้าของ
คุณแม่เซียว เธอก็รู้แล้วว่าแม่สามีคนนี้คิดอะไรอยู่
“เธอเก็บไว้ให้เจ้าแฝดกินเถอะ แล้วก็อย่าใช้ชีวิต
ฟุ่มเฟือยให้มากนัก เงินนั้นเจ้าสามของฉันหามาอย่าง
ยากลำบากเก็บ ๆ ไว้บ้าง”
“ฉันเข้าใจค่ะ อย่างไรฉันจะใช้เงินที่พ่อเจ้าแฝดหามา
อย่างยากลำบากให้ดี ๆ ส่วนของที่เอามาทำซาลาเปานี่ ฉันมี
คนรู้จักที่ไว้ใจได้ในเมืองน่ะค่ะ เลยได้แป้งกับเนื้อหมูมาใน
ราคาที่ถูกและคุ้มค่ามากแถมไม่ต้องใช้ตั๋วคูปองด้วย คุณแม่ไม่
ต้องกังวลว่าฉันจะใช้เงินที่พ่อเจ้าแฝดส่งมาให้จนหมดหรอกค่ะ
คุณแม่รับซาลาเปานี่กลับไปเถอะนะคะ ถ้าฉันกับเจ้าแฝดได้
กินดี ๆ ก็ย่อมอยากจะแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่สามีบ้าง
คะ”
“เอาล่ะ ๆ ฉันเข้าใจแล้ว ๆ ไม่ต้องพูดโน้มน้าวฉัน
มากมาย”
“งั้นคุณแม่รับตะกร้านี้ไว้นะคะ เอาซาลาเปานี้กลับไป
ให้คุณพ่อด้วยค่ะ”
“อืม งั้นฉันกลับก่อนเดี๋ยวจะมืดค่ำมากไปกว่านี้” คุณ
แม่เซียวพยักหน้ารับตะกร้ามาแล้วหันมาพูดกับตูตู ไคไคอยู่
สองสามประโยค ก่อนจะเดินกลับไปเมื่อเห็นว่ามานานพอควร
แล้ว ซีอินจึงเดินตามหลังไปเพื่อปิดรั้วบ้าน
“เอาล่ะในเมื่อไม่ได้ไปบ้านปู่กับย่าแล้วก็ไปนอนเล่นที่
เตียงเตาอุ่น ๆ กันดีกว่าเดี๋ยวแม่เล่านิทานให้ฟังดีไหม”
“ดีคับ แต่แม่หวีผมให้ตูตูอีกได้ยึเป่าคับ” นิทานก็อยาก
ฟังอยู่หรอกแต่ก็ชอบให้แม่หวีผมให้ด้วย
“หวีให้ไคไคด้วยคับ”
“ได้จ้า เอ๊ แต่ก่อนหน้านี้ที่เราเตรียมไปบ้านปู่กับย่ากัน
แม่หวีให้ไปแล้วนี่นา” ซีอินส่งเสียงถามเด็ก ๆ อยากรู้ว่าพวก
เขาจะทำยังไงกันต่อ
เมื่อได้ยินดังนั้นไคไคเจ้าหัวผักกาดคนน้องก็เริ่มยกมือยี
หัวตัวเองให้ยุ่ง ๆ ส่วนตูตูเห็นน้องชายทำก็ทำด้วย
“ตอนนี้…ตอนนี้ผมตูตูกับไคไคยุ่งอีกแล้วนะแม่”
“ใช่คับยุ่งมากเลย”
“คิก คิก จ้า ๆ ๆ ผมยุ่งหมดแล้วเนาะ อย่างนี่ก็ต้องหวี
ผมอีกรอบแล้วนะะสิ” มือขาวอวบยื่นออกไปยีผมลูก ๆ อีก
ครั้งอย่างมันเขี้ยวเหลือทน ก่อนจะพาเด็กเดินเข้าบ้านไปล้าง
มือล้างขาและแปรงฟันให้เรียบร้อยก่อนเข้าห้องนอนกัน…
บ้านใหญ่เซียว…
ตอนที่คุณแม่เซียวกลับมาถึงนั้นทุกคนกำลังนั่งรอกิน
ข้าวอยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว
“คุณไปบ้านเจ้าสามมาเป็นยังไงบ้างเจ้าตูตูกับไคไคละ”
คุณพ่อเซียวเอ่ยถามเมื่อเห็นคนเป็นภรรยากลับมาพร้อมถือ
ตะกร้าในมือมาด้วย
“สะใภ้สามดูเหมือนจะคิดได้แล้ว ตอนฉันไปเห็นบ้าน
ช่องเรียบร้อยขึ้นมาก เนื้อตัวเจ้าแฝดก็อาบน้ำสะอาดสะอ้าน
จนตัวหอมเชียวนะคุณ นี่สะใภ้สามยังให้ซาลาเปาเนื้อฉันเอา
มาฝากคุณด้วยนะเพื่อแสดงความกตัญญู”
“อืม” คุณพ่อเซียวไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่พยักหน้ารับรู้
เท่านั้น
“ซาลาเปาเนื้อหรือคะคุณแม่” สะใภ้รองที่นั่งข้างสามี
เมื่อได้ยินก็ตาโตขึ้นมาทีเดียว
ส่วนสะใภ้ใหญ่ก็หันมามองแม้อยากกินแค่ไหนก็ได้แต่
เก็บท่าทีเอาไว้ ซาลาเปานั้นได้ยินว่าสะใภ้สามให้พ่อแม่สามี
เพื่อแสดงความกตัญญู หากแม่สามีไม่อนุญาตใครจะกล้ากิน
“มีเยอะหรือเปล่าคะคุณแม่ ถ้ายังไงก็แบ่งให้ต้าเป่าของ
ฉันบ้างสิคะ ยังไงต้าเป่าของฉันก็หลานชายของคุณแม่นะคะ
หรือสะใภ้สามให้มาแค่นิดเดียวเพื่อเอาหน้าเท่านั้นไม่คิดเผื่อ
แผ่ญาติพี่น้องคนอื่นเลยคะ” เสียงพูดกระแนะกระแหนไม่น่า
ฟังของสะใภ้รองนั้นทำเอาแม่เซียวนึกโมโหขึ้นมา
“พูดมาแบบนี้เธอจะหาว่าฉันลำเอียงรักหลานไม่เท่ากัน
หรือยังไง”
“คุณแม่คะฉันยังไม่ได้..” สะใภ้รองเริ่มอึกอักเมื่อเห็นว่า
แม่สามีเริ่มโมโหแล้ว
“หุบปากคุณเดี๋ยวนี้” เมื่อเห็นว่าภรรยาตัวเองกำลังจะ
เถียงแม่ของเขา เซียวฉิงไห่หรือเจ้ารองก็รีบปรามทันที
“เอาละไม่ต้องเถียงกัน สะใภ้สามให้ซาลาเปามาหลาย
ลูกพอแบ่งกันได้ทุกคน” คุณพ่อเซียวที่ได้เห็นซาลาเปาที่คุณ
แม่เซียวเปิดให้ดูก่อนหน้านี้แล้วเอ่ยขึ้นเพื่อยุติเรื่องที่เถียงกันนี้
สักที
“สะใภ้รองต่อไปอย่าได้แสดงความคิดที่ใจแคบอยากกิน
ของสะใภ้สามแต่ก็ยังไม่วายพูดเหน็บแนมแบบนี้อีก หากเป็น
แบบนี้ต่อไปเธอก็ไม่ต้องกิน แล้วฉันก็ไม่ใช่คนลำเอียงหรือ
ปิตาธิปไตยด้วย ในเมื่อหลานชายได้กินหลานสาวก็ต้องได้กิน
ด้วยเข้าใจไหม” คุณแม่เซียวพูดเสียงแข็งใส่ สะใภ้รองคนนี้
ตอนเอ่ยปากของซาลาเปาก็ขอให้แต่ลูกชายไม่สนใจลูกสาวอีก
คนของตัวเองเลยสักนิด
“ค่ะคุณแม่” เมื่อถูกทั้งสามีและพ่อแม่สามีดุสะใภ้รอง
จึงต้องยอมสงบปากสงบคำลง และเมื่อได้กินซาลาเปาเนื้อที่
อร่อยมากจนแทบจะกลืนลิ้น สะใภ้รองก็ได้แต่แอบค่อนขอด
ในใจว่าเพราะกินดีแบบนี้นี่เองสะใภ้สามถึงได้ตัวอวบอ้วนจน
แทบจะกลิ้งได้ขนาดนั้น…