ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 386-3 เวยเฉิงเสียกำรป้องกัน ติ้งอ๋องกลับมำ
เหลยเถิงเฟิงดวงตาเป็นประกาย ในใจกลับดุเดือด ยุ่งเหยิง เรื่องนี้ก าลังของทัพใหญ่ซีหลิงได้เปรียบอย่าง ชัดเจน หากโจมตีเข้าไปให้หนักต้องสามารถท าลายกอง ก าลังทหารที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของหนานโหวกับมู่หรง เซิ่นได้ภายในคราเดียวแน่ แต่ว่า…ม่อซิวเหยากับเยี่ยหลี และคนอื่นๆ ปรากฏตัวที่นี่ จะมิได้พาก าลังเสริมมาเลย หรือ เหลยเถิงเฟิงไม่เชื่อ ทว่าหากม่อซิวเหยามิได้มีกอง ก าลังเสริมจริง ตนก็จะพลาดโอกาสที่ดีมากๆ ในการล้าง ความอัปยศไปอย่างสูญเปล่า
เหลยเถิงเฟิงทรมานในจิตใจทุกทาง เขาจ้องม่อซิว เหยาด้วยความล าบากใจ เนิ่นนานทีเดียว ในที่สุดก็ไม่ กล้าเดิมพัน ทอดถอนใจเอ่ยเสียงขรึมว่า “คารวะท่านติ้ง อ๋อง คิดไม่ถึงว่าติ้งอ๋องจะมาได้ทันเวลานัก”
书呆子
ม่อซิวเหยาอมยิ้มเอ่ยว่า “เหลยซื่อจื่อชมเกินไป แล้ว ข้าเพียงแค่บังเอิญเท่านั้น หากข้ามาถึงก่อนที่ซื่อจื่อ จะโจมตีเวยเฉิงได้ จึงจะนับว่ามาทันเวลา ซื่อจื่อ ยามนี้… ก าลังคิดจะลงมือกับข้าหรือ” เหลยเถิงเฟิงฝืนยิ้มเอ่ยว่า “ข้ายอมรับว่ามิใช่คู่ต่อสู้ของท่านอ๋อง ยิ่งไปกว่านั้น ยาม นี้ทั้งสองฝ่ายต่างเหน็ดเหนื่อยกันมาก เหตุใดไม่เปิดศึก กันวันหลังเล่า”
ม่อซิวเหยาไตร่ตรองอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็พยักหน้า เอ่ยว่า “เช่นนั้น เชิญซื่อจื่อ”
เหลยเถิงเฟิงสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย พยักหน้า เอ่ยว่า “ข้าขอตัว”
มู่หรงเซิ่นมองเหลยเถิงเฟิงพากองทัพล่าถอยไป ก็ เลิกคิ้วเอ่ยว่า “ท่านอ๋องพาก าลังเสริมมาเท่าใดหรือพ่ะ ย่ะค่ะ” สถานการณ์ยามนี้เห็นได้ชัดเจนมากว่าทหารใน มือพวกเขาไม่เท่าของเหลยเถิงเฟิง แต่เหลยเถิงเฟิงกลับ
书呆子
จากไปในยามนี้ เห็นได้ชัดว่าหวาดกลัวต่อกองก าลังเสริม ที่ติ้งอ๋องพามาด้วย
ม่อซิวเหยาเอ่ยเสียงเรียบ “ก าลังเสริมยังอยู่ห่างไป อีกกว่าร้อยลี้ ข้าพาพวกเราล่วงหน้ามาก่อน”
“เช่นนั้นเหลยเถิงเฟิง…”
“เขาคิดว่าข้าพาทหารมามาก แล้วหลอกเขาว่ามิได้ พาใครมา” แต่ม่อซิวเหยากลับมิได้พาใครมาจริงๆ ดังนั้น ถึงแม้แม่ทัพที่บุ่มบ่ามเกินไปจะไม่ดีก็จริง แต่ระมัดระวัง เกินไปก็ไม่ดีเช่นกัน แต่เหลยเถิงเฟิงเลือกจากไปในยามนี้ ก็ไม่ผิด แม้ว่าม่อซิวเหยาจะมิได้พาก าลังเสริมมา แต่ ท่ามกลางสนามรบวุ่นวายการสังหารเหลยเถิงเฟิงถือเป็น เรื่องที่ไม่ยากเลย
ณ ห้องหนังสือชั่วคราวของเจิ้นหนานอ๋องในเวย เฉิง
书呆子
เหลยเถิงเฟิงคุกเข่าอยู่กับพื้น เงียบงันไม่พูดค าใด เหลยเจิ้นถิงรวบรวมสมาธิมองไปยังฎีกาในมือ ราวกับไม่ เห็นคนที่ก าลังคุกเข่าอยู่กับพื้นอย่างไรอย่างนั้น เนิ่นนาน ทีเดียว จนกระทั่งเหลยเจิ้นถิงอ่านฎีกากองหนาในมือ เสร็จ จึงเงยหน้าขึ้นกวาดตามองเหลยเถิงเฟิงแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “ลุกขึ้น”
เหลยเถิงเฟิงหลุบตาเอ่ยว่า “ลูกบุ่มบ่ามไม่ดูตาม้า ตาเรือ กระหายในคุณูปการจึงเสี่ยงรุดหน้าไป จน เกือบจะตกอยู่ในเงื้อมมือต าหนักติ้งอ๋อง ขอเสด็จพ่อ โปรดลงโทษด้วย”
“ลงโทษรึ” เหลยเจิ้นถิงหัวเราะเสียงเย็นเอ่ยว่า “ข้าพูดกับเจ้าแค่สองค าเจ้าก็รีบร้อนจะไปตายเสียแล้ว ข้าไหนเลยจะยังกล้าลงโทษเจ้าอีก” เหลยเถิงเฟิงได้ยิน วาจาของเหลยเจิ้นถิงก็ยิ่งละอายใจขึ้นกว่าเดิม “ลูก ส านึกผิดแล้ว”
书呆子
ปังงง เหลยเจิ้นถิงตบลงบนโต๊ะหนังสืออย่างแรง จนเกิดเสียง เอ่ยอย่างเดือดดาลว่า “ส านึกผิดแล้ว! การ ส านึกผิดของเจ้าคือการชักดาบออกมาตัดคอตัวเองรึ ช่าง มีจิตวิญญาณของผู้กล้านัก นี่ข้าให้ก าเนิดลูกชายที่ดีผู้มี จิตใจอันเด็ดเดี่ยวแน่วแน่หรอกรึ ช่างน่าละอายใจนัก! ใน เมื่อเจ้าไม่กลัวตายเช่นนี้ เจ้ายังจะกลับมาเพื่อการใด” เหลยเจิ้นถิงโมโหหนัก โบกมือขึ้น กระบี่ล้ าค่าที่แขวนอยู่ บนผนังข้างกายก็ทะยานออกจากฝักตกลงเบื้องหน้า เหลยเถิงเฟิง ได้ยินเพียงเหลยเจิ้นถิงเอ่ยว่า “เจ้าอยาก ปลิดชีพตัวเองเพื่อขออภัยโทษมิใช่หรือ ข้าให้โอกาส เจ้า!”
“เสด็จพ่อ ลูกผิดไปแล้ว ลูกเลอะเลือนไปชั่วขณะ ขอเสด็จพ่ออภัยด้วย” เหลยเถิงเฟิงทั้งอายทั้งละอายใจ ดวงตาแดงก่ าอย่างอดไม่ได้ เข่าที่คุกลงบนพื้นคลานไปยัง เบื้องหน้าเหลยเจิ้นถิง กอดขาเขาไว้พลางร้องไห้ยกใหญ่
书呆子
เหลยเจิ้นถิงเห็นลูกชายวัยกว่าสามสิบปีเป็นเช่นนี้ ในใจพลันอ่อนยวบ ถอนใจอย่างจนปัญญา เอ่ยว่า “ช่าง เถิด ลุกขึ้นเถิด” เหลยเถิงเฟิงจึงได้มองเหลยเจิ้นถิงแล้ว ลุกขึ้น “ขอบพระคุณเสด็จพ่อ”
เหลยเจิ้นถิงมองท่าทางไร้ชีวิตชีวาของเหลยเถิงเฟิง ก็นึกละอายใจอยู่เงียบๆ เขารู้ดีว่าความจริงแล้วลูกชายมี ความสามารถเพียงพอที่จะโดดเด่นได้ แต่การจะให้เขามี ความสามารถอย่างม่อซิวเหยาเช่นนั้นเดิมทีเป็นเรื่องที่ฝัน ได้แต่ไปไม่ถึง เพียงแต่ด้วยเพราะบิดาคนนี้ของตัวเอง เข้มงวดคาดหวังในตัวเขามาตั้งแต่เด็ก กลับไม่ได้รับค าชม ที่ควรจะได้รับเลยสักครั้ง ท าดีก็เป็นเพียงสิ่งที่เขาพึง กระท า เพราะเขาเป็นบุตรชายของเจิ้นหนานอ๋อง ถ้าพ่อ เป็นเสือ ลูกต้องไม่ใช่ลูกหมา หากท าผิดพลาดก็คือการ ท าให้เจิ้นหนานอ๋องขายหน้า เหลยเถิงเฟิงเองมิใช่คนที่มี นิสัยหุนหันพันแล่น หากไม่โดนเขาให้แรงกดดันบังคับจน
书呆子
แบกรับไว้ไม่ไหว เดิมทีก็ไม่ใช่คนบุ่มบ่ามไม่ดูตาม้าตาเรือ เหมือนอย่างสองวันนี้แน่นอน
“เถิงเฟิง…หลายปีมานี้ เป็นพ่อที่ต้องขอโทษเจ้า” เหลยเจิ้นถิงถอนหายใจ เอ่ยเสียงขรึม เหลยเถิงเฟิงตก ตะลึงอย่างอดไม่ได้ มองเหลยเจิ้นถิงที่มีสีหน้าละอายใจ ด้วยความนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก ท าได้เพียงอ้ าอึ้งว่า “เสด็จพ่อ…ลูก…”
เหลยเถิงเฟิงโบกมือเอ่ยว่า “หลายปีมานี้ คนอื่น มักจะบอกว่าบุตรชายของเจิ้นหนานอ๋องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ แต่ลืมไปว่าเจ้าเป็นผู้ใหญ่วัยสามสิบกว่าแล้ว เป็น ความผิดของพ่อเอง พ่อมักจะคิดว่าแรงกดดันพวกนี้เป็น แรงผลักดันที่ท าให้เจ้าพยายามต่อสู้ดิ้นรน แต่ไม่คิดเลย ว่าจะท าให้ยากเกินจะเจ้าแบกรับไหวเช่นนี้”
“ท่านพ่อ เป็นลูกที่ไร้ความสามารถ” เหลยเถิงเฟิง เอ่ยเสียงเบา “ลูกอายุพอๆ กันกับติ้งอ๋อง แต่กระทั่ง
书呆子
ความส าเร็จสักเสี้ยวเดียวของติ้งอ๋องก็เทียบไม่ได้ ลูกท า ท่านพ่อขายหน้าแล้ว”
เหลยเจิ้นถิงยิ้มขื่นเอ่ยว่า “ม่อซิวเหยา…พ่อไม่เคย เอาเจ้าไปเปรียบเทียบกับม่อซิวเหยาเลย”
เหลยเถิงเฟิงหน้าถอดสี เอ่ยว่า “ลูก…ไม่เหมาะจะ เอาไปเปรียบกับติ้งอ๋องจริงๆ”
เหลยเจิ้นถิงถอนใจเอ่ยว่า “เถิงเฟิง พ่อเคยอิจฉาม่ อหลิวฟางก็จริงที่สามารถมีลูกชายที่มีความสามารถโดด เด่นเกินใครอย่างม่อซิวเหยา แต่เจ้าต้องรู้ไว้ว่าติ้งอ๋องมี ความส าเร็จและความสามารถในวันนี้ได้กลับไม่ใช่เพียง เพราะเขามีพรสวรรค์ แต่เป็นเพราะความยากล าบากที่ เขาได้ผ่านมันมาทั้งหมดมันเกินกว่าคนธรรมดาจะรับได้ หากไม่มีเภทภัยเมื่อสิบเก้าปีก่อน บางทีม่อซิวเหยาใน วันนี้อาจจะเป็นแม่ทัพเลื่องชื่อคนหนึ่งแห่งต้าฉู่ที่มีจิตใจ กระฉับกระเฉงและมีชีวิตชีวา มีชีวิตอยู่อย่างอิสระ
书呆子
เท่านั้นก็เป็นได้ แต่พ่อกลับไม่เคยหวังให้เจ้าเผชิญกับ เภทภัยเช่นนั้น เจ้าเข้าใจหรือไม่”
เหลยเถิงเฟิงพยักหน้า “ลูกเข้าใจ เสด็จพ่อ… ปกป้องลูกมาโดยตลอด” ก่อนที่เขาจะอายุยี่สิบ เขามี ชีวิตอย่างสบายใจไร้กังวล เรียกได้ว่ามีตัวตนสูงศักดิ์กว่า เหล่าองค์ชายแห่งซีหลิงพวกนั้นเสียอีก ม่อซิวเหยาอายุ สิบสี่สิบห้าก็รบทัพจับศึกแล้ว พอสิบเจ็ดสิบแปดก็ บาดเจ็บสาหัสเจียนตายหลายครั้ง เขาประคับประคอง ต าหนักติ้งอ๋องอันยิ่งใหญ่ด้วยความล าเค็ญ เรื่องเหล่านี้ เขาล้วนไม่เคยประสบพบผ่านมาก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่มี จุดยืนไปอิจฉาความส าเร็จและความสามารถของม่อซิว เหยา เขาท าได้แค่ละอายใจต่อความไร้สามารถของตน เท่านั้น
เหลยเจิ้นถิงถอนใจเอ่ยว่า “บางทีอาจเป็นการ ปกป้องของพ่อที่มันย้อนมาท าร้ายเจ้า แต่ต่อให้เป็นเช่นนี้
书呆子
พ่อก็จะยังไม่วาดหวังให้เจ้าต้องผ่านความทุกข์และ ทรมานเช่นนั้นอยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้น…เถิงเฟิง พ่อไม่เคย ผิดหวังในตัวเจ้าเลย”
“เสด็จพ่อ…” เหลยเถิงเฟิงตกตะลึง
เหลยเจิ้นถิงยิ้มเอ่ยว่า “เจ้าเป็นลูกชายของข้า ข้า รู้สึกว่าเจ้าดีมากพอแล้ว”
“เสด็จพ่อ ลูกเข้าใจแล้ว” เหลยเถิงเฟิงหลุบตาลง ปกปิดหยดน้ าแวววาวในดวงตาเอาไว้ เอ่ยเสียงขรึมว่า “ลูกจะไม่ท าให้เสด็จพ่อผิดหวัง”