ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 388-1 ม่อจิ่งหลีฮ่องเต้แห่งฉู่
“ช้าก่อน!” อยู่ๆ เยียหลี่ว์หงก็ลุกขึ้นเอ่ย
“รัชทายาท!” เป่ยหรงอ๋องเดือดเป็นฟืนเป็นไฟ ยิ่ง เป็นคนที่โง่เขลาเบาปัญญาที่หัวรั้นเท่าไรก็ยิ่งไม่อาจรับ ความเห็นต่างจากคนอื่นได้เท่านั้น นับประสาอะไร กับเป่ยหรงอ๋องยามนี้ที่ก าลังเดือดดาล เมื่อเห็นเยียหลี่ว์ หงคัดค้านตนเองเพื่อสตรีต้าฉู่นางหนึ่งโทสะก็ยากจะ ระงับ สายตาที่กวาดมองเยียหลี่ว์หงเต็มไปด้วยความชั่ว ร้ายอย่างห้ามไม่อยู่ เยียหลี่ว์หงหลุบตา เอ่ยเสียงเคร่งว่า “เสด็จพ่อโปรดฟังลูกก่อน ไม่อาจประหารองค์หญิงหรง หวาได้พ่ะย่ะค่ะ”
หน้าประตู องค์หญิงหรงหวาได้ยินเสียงเยียหลี่ว์หง ก็นิ่งอึ้งไปทันใด สายตาที่หันไปมองเยียหลี่ว์หงเต็มตื้นไป ด้วยอารมณ์ เดิมทีนางเตรียมใจจะตายไว้แล้ว กลับคิดไม่ ถึงว่าเยียหลี่ว์หงจะออกหน้าพูดแทนนาง
书呆子
เป่ยหรงอ๋องเดือดดาลสุดก าลัง เขาจ้องเยียหลี่ว์หง เขม็งพลางเอยว่า “ไม่อาจประหารได้รึ เหตุใดข้าไม่รู้มา ก่อนว่าเป่ยหรงมีใครที่ข้าฆ่าไม่ได้ด้วย” เยียหลี่ว์หงเอ่ย เสียงต่ าว่า “ลูกทราบดีว่าน้องเจ็ดตายในสนามรบ ใจ เสด็จพ่อจึงเจ็บปวดมาก แต่ขอท่านพ่อโปรดเห็นแก่ แผ่นดินเป่ยหรงด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
เป่ยหรงอ๋องหรี่ตาลง มองเยียหลี่ว์หงแล้วยิ้มเย็น เอ่ยว่า “เจ้าหมายความว่าหากข้าประหารสตรีนางนี้จะ ท าให้บ้านเมืองวุ่นวายอย่างนั้นรึ”
เยียหลี่ว์หงเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “หรงหวาเป็นพี่ น้องร่วมสาบานกับพระชายาติ้งอ๋อง ความสัมพันธ์กับติ้ง อ๋องก็ดีมาก ติ้งอ๋องรักใคร่พระชายามากทุกคนในใต้หล้า ต่างเป็นที่ประจักษ์ หากท่านเสด็จพ่อประหารพี่น้องร่วม สามบานของพระชายาติ้งอ๋องไป เกรงว่าเมื่อติ้งอ๋องโกรธ จะไม่เป็นผลดีต่อเป่ยหรงเรา” เรื่องที่องค์หญิงหรงหวา
书呆子
กับเยี่ยหลีเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันย่อมเป็นการปั้นเรื่อง ของเยียหลี่ว์หง อย่างไรก็ตามต้าฉู่ห่างจากราชวงศ์เป่ย หรงไกลเหลือแสน เป่ยหรงอ๋องคงไม่อาจส่งคนไปพิสูจน์ ยืนยันได้ในเร็ววันนี้แน่ ที่เยียหลี่ว์หงพูดเช่นนี้ก็เพราะว่า การเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันที่เป่ยหรงนั้นส าคัญอย่าง มาก ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องร่วมสาบานไม่ด้อยไป กว่าพี่น้องแท้ๆ เลย
เป่ยหรงอ๋องแค่นเสียงเฮอะออกมาอย่างเย็นชา “ไม่เป็นผลดีกับเป่ยหรงของข้าอย่างนั้นรึ! ข้าก าลังจะ ออกทัพไปแก้แค้นให้เหยี่ยเอ๋อร์!” เยียหลี่ว์หงเงยหน้าขึ้น มองเป่ยหรงอ๋อง เอ่ยอย่างหนักแน่นว่า “เสด็จพ่อ ยามนี้ เป่ยหรงเรายังเหลือทหารให้จัดทัพอีกหรือ ท่านพ่อจะแก้ แค้นให้น้องเจ็ดอย่างไร” เป่ยหรงกว้างใหญ่ไพศาลแต่ ประชากรน้อยนิด กองทัพใหญ่สองล้านนายเรียกได้ว่า เป็นก าลังทั้งแคว้นแล้ว ภายในยี่สิบสามสิบปี เป่ยหรงจะ
书呆子
ท าศึกสงครามใดไม่ได้อีกเลย ยามนี้ เยียหลี่ว์หงก็กระจ่าง แจ้งในเจตนาของม่อซิวเหยาแล้วเช่นกัน ม่อซิวเหยา ต้องการจะจัดการเจิ้นหนานอ๋องแห่งซีหลิงและม่อจิ่งหลี แห่งต้าฉู่ และไม่ได้คิดจะเหลือโอกาสให้เป่ยหรงได้ฟื้นฟู ก าลังได้ตั้งแต่แรกแล้ว กว่าเป่ยหรงจะฟื้นตัวได้คงผ่านไป เป็นสิบปีแล้ว เกรงว่าต าหนักติ้งอ๋องคงปกครองใต้หล้าได้ นานแล้ว ไม่รู้ว่าเหตุใด แม้ว่าสถานการณ์ในจงหยวนยาม นี้จะยังไม่แน่ชัด แต่ เยียหลี่ว์หงกลับคิดว่าต าหนักติ้งอ๋อง จะกลายเป็นผู้ชนะคนสุดท้ายอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
“เสด็จพ่อ ขอได้โปรดเห็นแก่เป่ยหรง ระงับโทสะ ชั่ววูบนี้ด้วยเถิด ประหารองค์หญิงหรงหวาก็แค่ได้ระบาย โทสะเท่านั้น นางเป็นองค์หญิงแห่งต้าฉู่มิใช่องค์หญิงแห่ง ต าหนักติ้งอ๋องนะพ่ะย่ะค่ะ แม้ว่าท่านพ่อจะอยากระบาย อารมณ์แต่เกรงว่าก็มีข้อจ ากัด เหตุใดจึงไม่น านางไปใช้ให้ เกิดประโยชน์ที่มากกว่านี้เล่าพ่ะย่ะค่ะ”
书呆子
ความจริงแล้วเป่ยหรงอ๋องไหนเลยจะไม่รู้ว่าเป่ย หรงในยามนี้ไร้ความสามารถที่จะไปต่อกรกับกองทัพ ตระกูลม่อ ที่เขาโวยวายว่าจะส่งกองทัพไปแก้แค้นก็เป็น แค่ความฉุนเฉียวในใจเท่านั้น ค าพูดของเยียหลี่ว์หงได้ให้ ทางลงกับเขาพอดี เขาจึงใช้ทางนั้นในการลงจากโทสะ มองเยียหลี่ว์หงแล้วเอ่ยถามว่า “ให้เกิดประโยชน์ มากกว่านี้รึ สตรีนางหนึ่งจะมีคุณค่าใดได้”
เยียหลี่ว์หงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า “พวกเรา สามารถใช้องค์หญิงหรงหวามาแลกกับกระดูกของน้อง เจ็ดและเหล่าทหารเป่ยหรงได้ ทหารเหล่านี้ตายในสนาม รบเพื่อพวกเรา หากสามารถเอากระดูกของพวกเขารับ กลับมาที่ทุ่งหญ้าได้ ส าหรับปวงชนของเป่ยหรงบางที อาจเป็นการปลอบใจได้อย่างหนึ่ง”
เป่ยหรงอ๋องก้มหน้าไตร่ตรอง แม้เขาจะโง่เขลาแต่ ก็ไม่ใช่คนปัญญาอ่อนที่ไม่รู้ความ ตอนหนุ่มๆ ก็เคยมี
书呆子
ช่วงเวลาที่องอาจห้าวหาญเช่นกัน ส าหรับสิ่งที่เยียหลี่ว์ หงยกขึ้นมาพูดหมายความว่าอะไรเขาย่อมเข้าใจ อีกทั้ง แค่การส่งตัวสตรีนางหนึ่งที่ไม่สลักส าคัญไป เป็นเรื่องที่ คุ้มค่าอยู่แล้ว เขาเงยหน้าขึ้นกวาดตามององค์หญิงหรง หวาที่อยู่หน้าประตูแล้วเอ่ยถามว่า “ต าหนักติ้งอ๋องจะรับ ข้อเสนอหรือไม่”
เยียหลี่ว์หงพยักหน้าเอ่ยว่า “แค่เรื่องที่องค์หญิง หรงหวาท าเพื่อต้าฉู่จึงได้มาแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี กับเป่ยหรงก็เพียงพอแล้ว เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างองค์ หญิงหรงหวากับพระชายาติ้งอ๋องยิ่งไม่ต้องพูดถึง แม้ว่า ยามนี้ผู้กุมอ านาจจะเป็นต าหนักติ้งอ๋อง แต่อย่างไรเสีย ประชาชนที่ต าหนักติ้งอ๋องปกครองก็เคยเป็นชาวต้าฉู่มา ก่อน หากต าหนักติ้งอ๋องไม่สนใจความเป็นตายขององค์ หญิงหรงหวาล่ะก็ ย่อมท าให้ประชาชนต้าฉู่ไม่พอใจและ เกิดเสียงวิพากษย์วิจารณ์แน่พ่ะย่ะค่ะ”
书呆子
เป่ยหรงอ๋องพยักหน้าด้วยความร้อนใจ โบกมือเอ่ย ว่า “เรื่องนี้ให้เจ้าไปจัดการแล้วกัน อย่างไรเสียข้าก็ไม่ อยากเห็นสตรีนางนี้ที่เป่ยหรงอีก! ออกไปให้หมด!”
เยียหลี่ว์หงพยักหน้ารับบัญชา คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ย ถามว่า “ท่านพ่อ ไม่ทราบว่างานศพของน้องเจ็ดจะ จัดการอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
“เอาตามเจ้าว่าเถิด” ติดสุราเคล้านารีมานานท าให้ ร่างกายเป่ยหรงอ๋องไม่สู้ดีนะ หลังจากระเบิดโทสะไปก็ รู้สึกถึงความเหนื่อยล้า จึงเอ่ยอย่างตัดร าคาญ เยียหลี่ว์ หงขานรับแล้วออกไป พอเดินไปถึงหน้าประตูเยียหลี่ว์หง หันกลับไปดูเสด็จพี่อที่โอบสตรีเป่ยหรงนางหนึ่งไว้พลาง เดินหมากล้อมแวบหนึ่ง มุมปากเผยรอยยิ้มเหยียดหยัน ที่แท้การตายของน้องเจ็ดส าหรับท่านพ่อแล้วก็แค่โทสะ ยกหนึ่งเท่านั้น
书呆子
เมื่อกลับมาถึงจวนรัชทายาท องค์หญิงหรงหวาก็ ถูกคนจับตัวไปให้เก็บข้าวของ กระทั่งลูกของตัวเองยังไม่ อนุญาตให้ได้พบสักครั้ง องค์หญิงหรงหวาเก็บชุดต้าฉู่มา หลายปี นางมองห้องที่ตนพักหลายสิบปีแล้วพลันร้องไห้ โฮออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“องค์หญิง รัชทายาทท าเช่นนี้ก็เพื่อช่วยท่านไว้” ภายในห้อง เสียงสตรีที่เหมือนสาวใช้นางหนึ่งเอ่ยขึ้น เสียงขรึม
องค์หญิงหรงหวาเงยหน้ามองผู้มาใหม่ นางคือคน ที่ต าหนักติ้งอ๋องส่งมาให้เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยและ ช่วยเหลือตน หลังจากรู้จักคบหากันมาในหลายปี องค์ หญิงหรงหวาจึงเชื่อใจอีกฝ่ายไม่น้อย นางเช็ดน้ าตา พยัก หน้ายิ้มขื่นเอ่ยว่า “ข้ารู้ เขายอมเอ่ยปากเพื่อช่วยชีวิตข้า ไว้ ข้าก็ควรพอใจแล้ว” สตรีนางนั้นไม่เอ่ยอันใดอีกเพียง มององค์หญิงหรงหวาด้วยความอบอุ่นและสงบนิ่ง คน
书呆子
หนึ่งคือองค์หญิงต้าฉู่ คนหนึ่งคือรัชทายาทแห่งเป่ยหรง แคว้นที่เป็นศัตรูกันสองแคว้นเข้าปะทะกัน องค์หญิงหรง หวามีจุดจบเช่นนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว
“องค์หญิงโปรดวางใจ เมื่อกลับไปถึงต้าฉู่ก็ตั้งอก ตั้งใจเริ่มชีวิตใหม่ให้ดีเถิด” เงียบไปนานก่อนสตรีนางนั้น จึงเอ่ยขึ้นเสียงเบา
องค์หญิงหรงหวายิ้มบาง พยักหน้าเอ่ยว่า “นั่นสิ ข้าไม่ได้กลับฉู่จิงมานานมากแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าจะ เหมือนเมื่อก่อนอยู่หรือไม่” นางรู้ดีว่าตัวเองสามารถรอด ชีวิตกลับไปต้าฉู่ได้ก็เพราะเยียหลี่ว์หงที่ยังนับว่าไม่ใจร้าย อีกทั้งยังมีการช่วยเหลือจากต าหนักติ้งอ๋อง แม้จะหักใจ จากลูกมิได้ แต่ว่า ไม่ว่าจะเป็นเป่ยหรงอ๋องหรือเยียหลี่ว์ หงกลับล้วนไม่อาจอนุญาตให้ตนเอาลูกไปด้วย ได้แต่หวัง ว่าพวกนางแม่ลูกจะยังมีโอกาสได้พบกันในชาตินี้
书呆子
ณ กระโจมของค่ายทหารต้าฉู่ เหยาจีนั่งอยู่ใน กระโจมอย่างสงบ ก าลังเปิดอ่านหนังสือฆ่าเวลาอยู่ มู่เลี่ย ที่อยู่ข้างกายนางก็ก าลังถือหนังสือเล่มหนึ่งอยู่เช่นกันแต่ กลับอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ
เหยาจีพิงตั่งนุ่มอย่างเกียจคร้าน สายตาสงบนิ่ง และห่างไกล เพื่อให้มู่หยางพานางกับมู่เลี่ยมาที่กองทัพ ด้วย เหยาจีเสียเวลาเกลี้ยกล่อมไปไม่น้อย โชคดีที่กฎของ ค่ายทหารใหญ่ต้าฉู่ไม่เข้มงวดเหมือนกองทัพตระกูลม่อ ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากมีตัวอย่างผู้ติดตามของพระชายา ติ้งอ๋องเข้าออกค่ายอยู่ข้างกายติ้งอ๋องแล้ว การคิดจะ ท าลายกฎอีกก็ง่ายขึ้นไม่น้อย แม้ว่านางจะไร้ ความสามารถในการวางแผนเพื่อตัดสินชัยพันลี้อย่างพระ ชายา แต่ตราบใดที่สามารถโน้มน้าวหลีอ๋องได้ส าเร็จก็ พอแล้วมิใช่หรือ และการพูดโน้มน้าวม่อจิ่งหลีก็ดู เหมือนว่าจะไม่ได้ยากเพียงนั้น เมื่อนึกไปถึงสาวงาม
书呆子
เหล่านั้นในกระโจมหลีอ๋องแล้ว เหยาจีก็ยิ้มออกมา เรียบๆ