ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 380-1 ก ำหนดกลยุทธ์ ปรำบปรำมแคว้นเป่ย หรงให้สงบก่อน
เมื่อได้ยินเยี่ยหลีเอ่ยเช่นนั้น เฟิ่งจือเหยาและม่อซิว เหยาก็มีสีหน้าแปลกประหลาดขึ้นมา เยี่ยหลีเห็นสีหน้า ของพวกเขาก็รู้ว่าทั้งสองคนก าลังคิดสิ่งใดอยู่ กว่าครึ่งยัง คิดอยากจะเห็นเรื่องน่าขบขันอะไรพวกนี้ของคุณชายชิง เฉินอีก เพียงแต่น่าเสียดายที่สงครามในครั้งนี้ไม่สามารถ จบลงได้ภายในระยะเวลาหนึ่ง รอจนพวกเขาท าสงคราม เสร็จแล้วกลับไป ก็ไม่แน่ว่าคุณชายชิงเฉินจะจัดการ เรื่องราวทุกอย่างเรียบร้อยและอุ้มคนงามกลับไปแล้ว ทั้ง สองคนก าลังเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ดูเรื่องสนุกของ คุณชายอันดับหนึ่งในใต้หล้านี้เท่านั้นเอง
หนานโหวกระแอมไอเสียงเบา รู้สึกลึกๆ ว่าตนเอง นั้นอายุมากแล้ว ไม่สามารถเข้าใจความคิดของคนหนุ่ม สาวเหล่านี้ได้ “ท่านอ๋อง คุณชายเฟิ่งซาน พวกเราจะ
书呆子
ปรึกษาเรื่องเมื่อครู่ต่อไปหรือไม่…” หากให้เฟิ่งจือเหยา สืบสาวราวเรื่องจนถึงที่สุด ไม่แน่ว่าจะเอ่ยวาจาใดที่ท าให้ ผู้เฒ่าเช่นเขารู้สึกกระอักกระอ่วนพิลึกออกมาอีก
เฟิ่งจือเหยาลูบจมูกอย่างเพิ่งนึกได้ว่าก่อนที่เยี่ยหลี จะมา พวกเขาก าลังถกเถียงเรื่องส าคัญกันอยู่ ม่อซิว เหยาเห็นว่าเยี่ยหลีกลับมาแล้ว จึงไม่หงุดหงิดที่ต้อง รับมือกับพวกเขานานแล้ว เขาจูงเยี่ยหลีเข้ามานั่งและ เอ่ยสั่งการสองสามประโยคด้วยความรวดเร็ว จากนั้นก็ เชิญทั้งสองคนออกไป
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่หนานโหวถูกคนไล่ออกมา จึง ยืนมึนงงอยู่หน้าประตูห้องหนังสือครู่หนึ่ง เฟิ่งจือเหยา นั้นคุ้นชินเป็นอย่างดีจึงดึงหนานโหวพลางเอ่ยยิ้มๆ ว่า “ท่านโหว ไปๆ ไปร่ าสุรากับข้าสักจอกเป็นเช่นไร” หนานโหวถึงได้สติกลับมา ส่ายหน้าด้วยความจนใจพร้อม เดินตามเฟิ่งจือเหยาไป
书呆子
เฟิ่งจือเหยาเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็หยุดนิ่งด้วยความ ลังเลครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องบางอย่างที่ลืมกล่าวกับ พระชายาไป
หนานโหวหันกลับมามองด้วยความสงสัย “ท าไม หรือ ไม่ใช่ว่าจะไปร่ าสุรากันหรอกหรือ”
“ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องเรื่องหนึ่งที่ข้าลืมเอ่ยกับพระ ชายาไป” เฟิ่งจือเหยาเอ่ย
“เป็นเรื่องเกี่ยวกับงานหรือไม่ มีเรื่องใดที่เจ้ารู้แล้ว ท่านอ๋องไม่รู้กัน” หนานโหวเอ่ยถาม เฟิ่งจือเหยาครุ่นคิด ดูแล้วก็ถูกต้อง ม่อซิวเหยาต้องบอกกับพระชายาแน่นอน อย่างมากก็แค่…ช้าไปเล็กน้อย จึงโบกมือไปมาแล้วเดิน วางท่าตามหนานโหวออกไป
ภายในห้องหนังสือ ม่อซิวเหยาดึงเยี่ยหลีเข้ามา กอดไว้ในอ้อมแขนแน่น เขาคลอเคลียกับเรือนผมเหนือ ศีรษะนาง เอ่ยด้วยน้ าเสียงไม่พอใจว่า “คราวนี้อาหลีไป
书呆子
นานมาก” เยี่ยหลียิ้มอย่างจนปัญญา “สองเดือนนานเสีย ที่ใดกัน” จากทางเหนือไปกลับมายังเจียงหนาน สอง เดือนนั้นถือว่าเร็วมากแล้ว ทว่าเยี่ยหลีก็รู้ว่าทางที่ดีใน ยามนี้อย่าเถียงกับม่อซิวเหยาเลยจะดีกว่า “เป็นข้าที่ไม่ดี เอง คราวหลังข้าจะรีบกลับมา”
ได้ยินเพียงม่อซิวเหยาเอ่ยเสียงเบาตามที่นางคิด เอาไว้ “มิได้พบหน้าเพียงหนึ่งวัน ราวกับต้องจากกันถึง สามปี อาหลีไม่คิดถึงข้าบ้างสักนิดเลยหรือ” เยี่ยหลีมีสี หน้าเขินอาย แหงนศีรษะขึ้นจุมพิตที่ริมฝีปากม่อซิวเหยา แผ่วเบา แล้วเอ่ยกระซิบว่า “ข้าก็คิดถึงท่านเช่นกัน”
ม่อซิวเหยาสายตาลุ่มลึก คว้าหมับเข้าที่ท้าย ทอยเยี่ยหลีแล้วกดเข้าหาใบหน้าตนเองเพื่อมอบจุมพิต อันลึกซึ้งให้ เยี่ยหลีตะลึงค้างไปครู่หนึ่ง แต่ในไม่ช้าก็ถูก ความเร่าร้อนของม่อซิวเหยาม้วนกลืนเข้าไป นางหลับตา ลงและจมสู่การแลกจุมพิตอันดูดดื่มไปกับเขา
书呆子
“อาหลี…” ม่อซิวเหยาพึมพ าชื่อของเยี่ยหลีออกมา เยี่ยหลีรู้สึกเพียงว่าน้ าเสียงทุ้มต่ าที่ลอยเข้าหูมานั้นท าให้ ทั่วทั้งร่างของนางชาวาบและอ่อนยวบไปโดยทันที
“หือ” ม่อซิวเหยาก้มศีรษะ คลอเคลียลิ้มรสชาติ หวานหอมจากริมฝีปากสีชมพูอย่างอ่อนโยน “อาหลี…”
“ท่านพ่อ! ท่านพ่อ! ท่านแม่กลับมาแล้วใช่ หรือไม่!” เสียงร้องเรียกและเสียงวิ่งของม่อตัวน้อยดัง ผ่านเข้ามาจากนอกประตู หลังจากนั้นก็มีเสียงเคาะประตู ปังๆ ดังลอยมา ทั้งสองคนที่จมอยู่ในห้วงแห่งความ เสน่หาจึงพากันได้สติ เยี่ยหลีนิ่งอึ้ง มองไปทางประตู “เหตุใดม่อตัวน้อยจึงมาอยู่ที่เวยเฉิงได้”
ม่อซิวเหยากวาดสายตามองไปทางประตูครู่หนึ่ง อย่างเย็นชา เอ่ยน้ าเสียงราบเรียบว่า “คราวที่แล้วเฟิ่ง ซานกลับไปจัดการภารกิจที่เมืองหลี เขาร้องจะตามมา ด้วยให้ได้ เขาก็ไม่ใช่เด็กแล้ว มาเห็นสนามรบสักหน่อย
书呆子
คงไม่เป็นไรหรอก” แต่ว่าเจ้าเด็กชั่วร้ายผู้นี้กลับกล้ามา รบกวนช่วงเวลาที่เขาอยู่ร่วมกับอาหลี!
ม่อซิวเหยาแค่นเสียงเบา ยกมือสะบัดไปทางประตู ประตูที่เดิมถูกลงกลอนเอาไว้ด้านในก็เปิดออก ม่อตัว น้อยที่แนบร่างชิดกับประตูจึงเกือบล้มหน้าคะม าเข้ามา โชคดีที่ปีสองปีมานี้ ม่อตัวน้อยเริ่มเรียนวรยุทธ์แล้ว ใน ส่วนของพื้นฐานนั้นถือได้ว่าค่อนข้างประสบความส าเร็จ ร่างกายเขาจึงเพียงโน้มไปด้านหน้าเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ สามารถยืนทรงตัวได้อย่างมั่นคงตรงประตู เขามองท่าน พ่อและท่านแม่ที่นั่งอยู่ด้านในด้วยความสงสัย และมอง ไปยังบานประตูที่ถูกเปิดออก เมื่อครู่นี้เขาใช้แรงเยอะ ขนาดนั้นยังเปิดไม่ออกเลย แล้วเหตุใดคราวนี้จึงเปิดออก เสียเล่า
“เฉินเอ๋อร์” เยี่ยหลีลุกขึ้น มองไปทางบุตรชาย ยิ้มๆ ไม่เจอกันไม่กี่เดือน สูงขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว
书呆子
“ท่านแม่!” ม่อตัวน้อยร้องเรียกออกมาด้วยความ ตื่นเต้น รีบก้าวเข้าไปในห้องหนังสือแล้วพุ่งตัวไปทางเยี่ย หลีทันที นัยน์ตาทั้งสองข้างของม่อซิวเหยาหรี่ลง มือขวา ทุบลงบนโต๊ะเบาๆ พู่กันขนหมาป่าที่เดิมวางอยู่บนโต๊ะ ด้ามหนึ่งก็พุ่งไปทางม่อตัวน้อย ม่อตัวน้อยร้องเสียงหลง รีบลอยตัวบินข้ามไป แล้วทะยานไปทางเยี่ยหลีต่อ ม่อซิว เหยาดีดนิ้วมือเบาๆ อีกครั้ง พู่กันขนหมาป่าที่อยู่บนโต๊ะ อีกด้ามหนึ่งก็พุ่งออกไปอีก คราวนี้ม่อตัวน้อยกลับไม่ได้ โชคดีเช่นนั้นอีกแล้ว ปลายเสื้อข้างหนึ่งถูกพู่กันตรึงเอาไว้ กับเสาที่อยู่ด้านข้าง ส่วนมือเล็กๆ ที่ยื่นออกมาของม่อตัว น้อยก็มีระยะห่างจากเยี่ยหลีไม่ถึงสามชุ่น[1]
ม่อตัวน้อยหันหน้ากลับไปมองชายเสื้อของตนเองที่ ถูกตรึงเอาไว้ และมองไปทางท่านแม่ที่อยู่ห่างจากตนเอง ไม่ไกล นัยน์ตากลมโตกะพริบปริบๆ พลันมีหยาดน้ าตา
书呆子
เอ่อคลอขึ้นมาทันที “ท่านแม่…ท่านพ่อรังแกม่อตัวน้อย ม่อตัวน้อยคิดถึงท่านแม่”
“ซิวเหยา…” เยี่ยหลีถึงกับหัวเราะไม่ได้ ร้องไห้ไม่ ออก เมื่อเห็นบุตรชายยื่นมือเล็กๆ มองมาทางตนเองตา ปริบๆ ม่อซิวเหยากวาดตามองม่อตัวน้อยอย่างไม่สบ อารมณ์ครู่หนึ่ง มือก็ยกขึ้นเล็กน้อย พลังสายหนึ่งพุ่งเข้า ไปทางเสา ดึงเอาพู่กันเล่มนั้นกลับมา ก่อนมีเสียงแกร๊ก ดังขึ้นเมื่อพู่กันตกลงในกล่องเก็บพู่กัน ม่อตัวน้อยหดคอ พอจะเข้าใจว่าตนเองมาไม่ถูกเวลา อารมณ์ของท่านพ่อ ก าลังไม่ดีอย่างสุดขีด จึงเบียดไปอยู่ข้างกายเยี่ยหลีด้วย ความระมัดระวัง “ท่านแม่…”
เยี่ยหลียื่นมือไปลูบศีรษะม่อตัวน้อย เอ่ยยิ้มๆ ว่า “ม่อตัวน้อยสูงขึ้นแล้ว ที่ผ่านมาเจ้าเป็นเด็กดีเชื่อฟัง หรือไม่”
书呆子
ม่อตัวน้อยนัยน์ตาเป็นประกาย พยักหน้าเอ่ยว่า “ม่อตัวน้อยเป็นเด็กดีมาก ท่านแม่ ม่อตัวน้อยโตแล้ว”
เยี่ยหลีบีบจมูกเขาด้วยความขบขัน “โตแล้วหรือ โตแล้วยังต้องให้แม่กอดอีกหรือ” นางเห็นท่าทางที่ยื่นมือ ออกมาอยากจะกอดนางของม่อตัวน้อยแล้ว เยี่ยหลีก็ได้ แต่ส่ายหน้า เป็นเพราะสองปีนี้นางมักจะไม่ได้อยู่ข้าง กายม่อตัวน้อย เยี่ยหลีจึงมีความรู้สึกละอายใจและ อยากจะเอาใจลูกอยู่บ้างอย่างเลี่ยงมิได้ เพียงแต่เด็กอายุ เจ็ดแปดขวบไม่ควรจะกอดกันแบบนี้แล้ว หน าซ้ านัยน์ตา ม่อซิวเหยาแทบจะพ่นไฟออกมาได้เข้าไปทุกที
ม่อซิวเหยาก้าวเข้าไปหา หิ้วม่อตัวน้อยมาที่ ด้านหน้าตนเอง เอ่ยเสียงเรียบว่า “เรื่องที่ข้าสั่งให้เจ้าท า เจ้าท าเสร็จแล้วหรือ” ม่อตัวน้อยเชิดใบหน้าเล็กๆ ขึ้น ด้วยความภูมิใจ “แน่นอนว่าท าเสร็จแล้ว” ก็แค่ฝึกท่านั่ง ม้าหนึ่งชั่วยาม ฝึกเพลงกระบี่ครึ่งชั่วยาม ฝึกทักษะการขี่
书呆子
ม้าและคัดอักษรยี่สิบรอบอีกครึ่งชั่วยาม เรื่องเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้จะรั้งตัวเขา ม่ออวี้เฉินไว้ได้เช่นไรกัน
ม่อซิวเหยายิ้มเย็น มองดวงหน้าเล็กที่ดีใจจนลืมตัว ของใครบางคน “ดีมาก เช่นนั้นนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพิ่มเวลาอีกหนึ่งชั่วยามในการฝึกทักษะการยิงธนูและคัด อักษรยี่สิบรอบ”
เอ่อ ดวงหน้าเล็กของม่อตัวน้อยพลันแข็งค้าง รีบ ค านวณในใจอย่างรวดเร็ว ฝึกท่านั่งม้าหนึ่งชั่วยาม ฝึก ทักษะการยิงธนูหนึ่งชั่วยาม หลังจากนั้นก็ฝึกเพลงกระบี่ และทักษะการขี่ม้า ยังมีคัดอักษรอีกสี่สิบรอบ…อย่าง น้อยก็ต้องใช้เวลาสี่ห้าชั่วยามถึงจะท าเสร็จ… เขาต้อง เหนื่อยตายอย่างแน่นอน!
“ข้าคิดว่า…จะต้องเป็นข้าที่จัดวิชาเรียนให้กับเจ้า อย่างผ่อนคลายมากเกินไป เจ้าถึงได้มีเวลาว่างมากขนาด นี้ ดังนั้น นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะต้องสอนเจ้า
书呆子
อย่างเข้มงวด เพราะถึงอย่างไร…พ่อและแม่ก็ตั้ง ความหวังกับเจ้าเอาไว้ยิ่งใหญ่” ม่อซิวเหยาเอ่ยอย่าง สบายใจ
[1] ชุ่น แปลว่า นิ้ว (หน่วยวัด)