ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 380-3 ก ำหนดกลยุทธ์ ปรำบปรำมแคว้นเป่ย หรงให้สงบก่อน
ภายในค่ายทหารแคว้นเป่ยหรง เยียหลี่ว์เหยี่ยเอ่ย น้ าเสียงเคร่งขรึม มองแม่ทัพนายกองที่อยู่เบื้องล่างด้วยสี หน้าทะมึน “ม่อซิวเหยาใช้ระยะเวลาสั้นๆ ห้าวันในการ ยึดครองสองเมือง พวกท่านมีแผนการรับมืออย่างไร” เฮ่อเหลียนเจินตอบ “คาดไม่ถึงว่า ม่อซิวเหยาจะปล่อย เหลยเจิ้นถิงที่เป็นศัตรูอันตรายเอาไว้โดยไม่สนใจ และ ตั้งใจที่จะโจมตีกองทัพของพวกเราแทน จากที่ผู้เฒ่าเช่น ข้าน้อยได้พบเห็นมา เกรงว่าม่อซิวเหยาคงตั้งใจทุ่มเท ก าลังต่อสู้กับแคว้นเป่ยหรงของพวกเรา หลังจากนั้นค่อย หันกลับไปท าศึกกับแคว้นซีหลิงและต้าฉู่พ่ะย่ะค่ะ”
เยียหลี่ว์เหยี่ยมองเฮ่อเหลียนเจิน เอ่ยเสียงเย็นชา ว่า “นั่นก็หมายความว่า แผนการร่วมมือกับแคว้นซีหลิง และต้าฉู่ที่แม่ทัพเฮ่อเหลียนกล่าวถึงก่อนหน้านี้ ล้มเหลว
书呆子
ทั้งหมดแล้วอย่างนั้นสิ” เฮ่อเหลียนเจินยิ้มเจื่อน โดยมาก เยียหลี่ว์เหยี่ยมักจะเรียกเขาว่าท่านลุง แต่ยามนี้กลับ เรียกแม่ทัพเฮ่อเหลียน เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจตนเองเป็น อย่างมาก เฮ่อเหลียนเจินจึงถอนหายใจ เอ่ยตอบอย่าง จนปัญญาว่า “เดิมหากไม่ใช่เพราะม่อซิวเหยาเลื่อนเวลา เคลื่อนทัพกะทันหัน ก็อาจจะไม่เป็นเช่นนี้ ทว่าแผนการ ที่จะใช้รับมือกับต าหนักติ้งอ๋องในสถานการณ์ยามนี้ยัง ไม่ได้ล้มเหลว แต่พวกเราแคว้นเป่ยหรงก็จะไม่ได้รับ ประโยชน์อันใดเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”
หรือจะกล่าวอีกอย่างว่า ท าลายผู้อื่นแต่ตนเองก็ ไม่ได้ประโยชน์เช่นกัน ต าหนักติ้งอ๋องต้องเผชิญหน้ากับ การรุมโจมตีจากแคว้นซีหลิงและต้าฉู่ แต่ผู้ใดจะคิดกัน ว่าม่อซิวเหยาจะมุ่งมั่นท าศึกกับแคว้นเป่ยหรง จนถึงขั้น ไม่สนใจว่าหากสูญเสียรุ่ยชังที่รักษาการณ์อยู่ไป อาจจะ
书呆子
ส่งผลกระทบต่อด่านเฟยหงกับเวยเฉิงไปจนถึงซีเป่ยที่ก องทัพตระกูลม่อรักษาการณ์มาโดยตลอดด้วย
เดิมแคว้นเป่ยหรงก็ท าศึกสงครามกับกองทัพ ตระกูลม่อแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ที่เพียงแตะถูกเข้าก็ พร้อมจะระเบิดตูมออกมาทันที แคว้นเป่ยหรงไม่ได้ สูญเสียสิ่งใดจากสภาพการณ์ในยามนี้ เพียงแค่ไม่ได้รับ ประโยชน์อันใดจากการที่ยุ่งวุ่นวายมาตลอดหลายเดือน ด้วยเท่านั้นเอง
“สองเดือนมานี้ พระชายาติ้งอ๋องไปที่เจียงหนาน พ่ะย่ะค่ะ” ทันใดนั้นเฮ่อเหลียนเผิงที่นั่งถัดไปจากเฮ่อ เหลียนเจินก็เอ่ยขึ้น
เพราะการพ่ายแพ้ในคราที่แล้ว เยียหลี่ว์เหยี่ยจึงไม่ พอใจเฮ่อเหลียนเผิงเป็นอย่างมากมาก ทว่าหลายเดือน มานี้เฮ่อเหลียนเผิงก็ดูว่าจะเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย เขาไม่ ใส่ใจท่าทีของเยียหลี่ว์เหยี่ยเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแค่
书呆子
กระท าหน้าที่ของตนเองไปเงียบๆ และมีน้อยครั้งที่จะ เอ่ยปากเช่นกัน นี่ท าให้ภาพความทรงจ าที่เยียหลี่ว์เหยี่ย มีต่อเขาเปลี่ยนไปอยู่บ้าง เมื่อได้ยินเขาเอ่ยปากขึ้นมา กะทันหัน เยียหลี่ว์เหยี่ยจึงขมวดคิ้ว “เยี่ยหลีไปเจียง หนานหรือ เจ้ารู้ได้อย่างไร”
เฮ่อเหลียนเผิงนิ่งเงียบไร้วาจาจะเอ่ย มีเพียง สายตาเฉยเมยที่มองไปทางเยียหลี่ว์เหยี่ย เขาพ่ายแพ้ ด้วยน้ ามือของเยี่ยหลีก็นับว่าเป็นความอัปยศอดสูอย่าง ใหญ่หลวงในชีวิตที่ผ่านมา จึงเป็นธรรมดาที่จะเฝ้า สังเกตเยี่ยหลีตลอดเวลา ทว่าเมื่อได้ประสบกับบทเรียน หลายครั้งนั้น เขาจึงไม่ได้หุนหันพลันแล่นในการกระท า เรื่องใดอีกแล้ว และความคิดในใจของเยี่ยหลีก็ไม่ได้ ตรวจสอบได้ง่ายขนาดนั้น สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่เฮ่อ เหลียนเผิงค่อยๆ คาดเดาได้จากเบาะแสแต่ละอย่างใน ไม่กี่วันมานี้
书呆子
เฮ่อเหลียนเผิงหลุบตาลง “ท่านพ่อน่าจะรู้เรื่องที่… ต าหนักเจิ้นหนานอ๋องร่วมมือกันกับต าหนักติ้งอ๋องในการ ปราบภูเขาซางหมางจนราบคาบใช่หรือไม่”
เฮ่อเหลียนเจินผงกศีรษะ เรื่องใหญ่ขนาดนี้เป็น เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่เขาจะไปเจียงหนานได้ไม่นาน จึงเป็น ธรรมดาที่เฮ่อเหลียนเจินจะรู้ เฮ่อเหลียนเผิงเอ่ยว่า “แต่ ว่าหลังจากที่ภูเขาซางหมางถูกท าลายลงแล้ว คุณชายชิง เฉินก็หายตัวไปช่วงหนึ่ง ซึ่งเยี่ยหลีไม่ได้ส่งผู้ใดออกไป จัดการเรื่องนี้ แต่ภายในช่วงเวลานั้น เยี่ยหลีก็ไม่ได้ ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนเลย ดังนั้นนางจะต้องไปที่เจียง หนานอย่างแน่นอน”
ประกายโทสะพาดผ่านนัยน์ตาเยียหลี่ว์เหยี่ย ขณะที่เอ่ยเสียงเข้มว่า “เป็นเยี่ยหลีที่ท าลายเรื่องส าคัญ ของข้าอีกแล้ว! การที่ม่อจิ่งหลีเลื่อนเวลาเคลื่อนทัพอย่าง กะทันหันจะต้องเกี่ยวข้องกับเยี่ยหลีเป็นแน่”
书呆子
เฮ่อเหลียนเผิงพยักหน้าเอ่ยว่า “น่าจะเป็นเช่นนั้น เพียงแต่…แม้ว่าเยี่ยหลีจะไม่ได้จากไป แต่เกรงว่าเรื่อง การเป็นพันธมิตรกันระหว่างทั้งสามแคว้นก็ไม่น่าจะ สมบูรณ์ราบรื่นอย่างง่ายดายขนาดนั้นเช่นกัน ถ้าหาก คุณชายชิงเฉินไม่ได้หายตัวไป…ผู้ที่จะจัดการเรื่องนี้ใน คราแรกก็น่าจะเป็นคุณชายชิงเฉินพ่ะย่ะค่ะ”
ทุกคนนิ่งเงียบ แม้ว่าจะกล่าวเช่นนี้ แต่ถึงอย่างไร คุณชายชิงเฉินก็ยังอยู่ในที่แจ้ง ซึ่งง่ายต่อการป้องกันอยู่ บ้าง แต่ในตอนนี้ พวกเขากลับไม่รู้แม้กระทั่งว่าเยี่ยหลีไป ท าสิ่งใดที่เจียงหนาน
เฮ่อเหลียนเผิงเอ่ย “ติ้งอ๋องน่าจะขับไล่แคว้นเป่ย หรงของพวกเราออกนอกด่านก่อนที่ต้าฉู่จะเคลื่อนทัพ ถึงยามนั้นเขาก็สามารถตั้งสมาธิรับมือกับเหลยเจิ้นถิง และม่อจิ่งหลีได้พ่ะย่ะค่ะ”
书呆子
เยียหลี่ว์เหยี่ยเอ่ย พลางยิ้มเยาะ “คิดอยากจะขับ ไล่แคว้นเป่ยหรงของพวกเราออกไปนอกด่านหรือ นั่น ไม่ใช่เรื่องที่จะกระท าได้ง่ายดายเพียงนั้นหรอก! พวกท่าน กล่าวมาเถิดว่าจะรับมือกับม่อซิวเหยาเช่นไร”
ทุกคนมองหน้ากันไปมา เยียหลี่ว์เหยี่ยขมวดคิ้ว พลางเอ่ย “เฮ่อเหลียนเผิง เจ้าลองเอ่ยดู”
เฮ่อเหลียนเผิงเอ่ยเสียงขรึม “กองทัพแคว้นเป่ย หรงของพวกเรานั้นเชี่ยวชาญการโรมรันเข่นฆ่าแบบตัว ต่อตัว ทหารม้ายิ่งช านาญการบุกจู่โจมอย่างรวดเร็วฉับไว ในพันลี้ แต่ส าหรับเรื่องการเฝ้ารักษาเมืองนั้นไม่ช านาญ จริงๆ” ทุกวันนี้กองทัพตระกูลม่อเป็นฝ่ายบุก หากเป็น ชาวจงหยวนคงจะกล่าวว่า อาศัยจุดอ่อนของตนเองใน การโจมตีจุดแข็งของศัตรู เมื่อเป็นเช่นนี้ความพ่ายแพ้จึง เป็นเรื่องที่สามารถคาดการณ์ได้
书呆子
“เช่นนั้นเจ้ากล่าวสิว่าควรจะท าเช่นไร” เยียหลี่ว์เห ยี่ยเอ่ยถาม
เฮ่อเหลียนเผิงตอบ “เท่าที่ข้าน้อยเห็นมา น่าจะ เน้นจุดแข็ง เลี่ยงจุดอ่อน เป็นฝ่ายบุกโจมตีก่อนพ่ะย่ะ ค่ะ” ทั้งแคว้นเป่ยหรง นอกจากราชส านักแล้ว ไม่มี สถานที่ใดจะมีลักษณะเหมือนเมือง จึงเป็นธรรมดาที่ ทหารแคว้นเป่ยหรงจะไม่เคยรักษาการณ์ดูแลเมืองมา ก่อน ในวันนี้เมื่อจู่ๆ ต้องมาเปลี่ยนจากผู้โจมตีเป็นถูก โจมตี จึงเป็นธรรมดาที่จะไม่กล้าแสดงฝีมืออย่างสุด ความสามารถ
เยียหลี่ว์เหยี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วมองไปทางเฮ่อ เหลียนเจิน “ท่านลุงคิดเห็นเช่นไร”
เฮ่อเหลียนเจินพยักหน้า เอ่ยว่า “เผิงเอ๋อร์กล่าวได้ มีเหตุผล ผู้เฒ่าคิดอย่างจริงจังเช่นกันว่า การให้กองทัพ ของพวกเราเฝ้ารักษาการณ์ดูแลเมืองนั้นจะตกอยู่ใน
书呆子
สภาพการณ์ที่เสียเปรียบ ไม่สู้พลิกกลับมาเป็นฝ่ายบุก โจมตีเสียยังดีกว่า หากกล่าวถึงทหารม้า แม้ว่าแคว้นเป่ย หรงจะมีชัยเหนือต าหนักติ้งอ๋องมิได้ แต่อย่างน้อยก็ยังพอ สู้ได้อย่างสมน้ าสมเนื้อ ทว่า…พวกเรามีทหารม้ามากกว่า หน่วยเฮยอวิ๋นฉีเสียอีก” แม้ว่าเฮยอวิ๋นฉีจะมีสมญานาม ว่าเป็นก าลังทหารที่ยอดเยี่ยมของกองทัพตระกูลม่อ แต่ กลับไม่ใช่ก าลังหลักของกองทัพตระกูลม่อ ก าลังหลักของ กองทัพตระกูลม่อนั้นยึดทหารราบเป็นหลัก เพราะชัยภูมิ ที่ซับซ้อนของต้าฉู่ ส่งผลให้ทหารม้าแสดงความสามารถ ได้ไม่เต็มที่ แต่เป่ยหรงกลับมีทุ่งหญ้าที่กว้างขวาง ทหาร ล้วนยึดทหารม้าเป็นหลัก เมื่อผนึกก าลังกันขึ้นมาอย่าง แท้จริง หน่วยเฮยอวิ๋นฉีจะต้องไม่สามารถเป็นฝ่ายที่ ได้เปรียบแน่นอน
คิ้วกระบี่ของเยียหลี่ว์เหยี่ยขมวดเป็นปมแน่น มอง เฮ่อเหลียนเจินและคนอื่นๆ อย่างเย็นชา พลางเอ่ยว่า
书呆子
“ข้าจะด าเนินการตามการตัดสินใจของท่านลุงและแม่ ทัพเฮ่อเหลียนก่อน พวกเราไม่สามารถถอยได้อีกแล้ว หลายครั้งมานี้ทางราชส านักได้ส่งข่าวมาว่า เสด็จพ่อไม่ พอใจเรื่องที่กว่าครึ่งปีมานี้ข้าไม่ได้สร้างความดีความชอบ เลยแม้แต่น้อย รวมไปถึงเขตแดนที่เดิมได้ครอบครอง แต่ กลับต้องสูญเสียไปเป็นอย่างมาก ถ้าหากว่ายังพ่ายแพ้อีก เกรงว่าเสด็จพ่อคงยากที่จะเห็นด้วยที่จะส่งก าลังทหารมา ให้พวกเราอีก”
เดิมแคว้นเป่ยหรงมีพื้นที่กว้างขวางแต่ผู้คนกลับมี จ านวนน้อย การรวบรวมก าลังพลนั้นไม่ง่ายเหมือนกับจง หยวน และการที่กองทัพเป่ยหรงสูญเสียก าลังพล ติดต่อกันหลายครั้ง ก็ท าให้ทางราชส านักแคว้นเป่ยหรง ไม่พอใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ เยียหลี่ว์หงโจมตีตนอีกด้วย
书呆子
“ข้าน้อยเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ทุกคนลุกขึ้นพลาง เอ่ย
เยียหลี่ว์เหยี่ยพยักหน้า เอ่ยอย่างพึงพอใจ “ดี ครั้ง นี้ให้ท่านลุงกับแม่ทัพเฮ่อเหลียนเป็นผู้น าทัพก็แล้วกัน เฮ่อเหลียนเผิง อย่าท าให้ข้าผิดหวังอีกเล่า”
เฮ่อเหลียนเผิงกล่าวเสียงขรึมว่า “ข้าน้อยเข้าใจ แล้วพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องโปรดวางใจ”