ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 384-3 เป่ยหรงปรำชัยย่อยยับ
ทั้งสองสู้รบติดพันกันเกือบร้อยกระบวนท่า นึกไม่ ถึงว่าจะไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบเลย เฮ่อเหลียนเผิง แววตาเข้มขึ้น ส่งก าลังภายในมาที่ฝ่ามืออย่างเอาเป็นเอา ตายพร้อมฟาดใส่เยี่ยหลี เยี่ยหลีเห็นทันเสียก่อน มือซ้าย ที่อยู่ในแขนเสื้อวาดมีดคมเล่มหนึ่งออกมา แทงไปยัง บริเวณท้องของเฮ่อเหลียนเผิงโดยไม่ลังเล ใน ขณะเดียวกันก็โน้มตัวหลบก าลังภายในของเฮ่อเหลียน เผิงไปด้วย เฮ่อเหลียนเผิงมัวแต่คิดจะท าร้ายเยี่ยหลีให้ เจ็บหนัก จนถึงขั้นไม่สนใจกริชของเยี่ยหลีที่พุ่งเข้าใส่ตน ในขณะที่รู้สึกเจ็บที่หน้าท้อง ฝ่ามือเขาก็ฟาดถูกตัวเยี่ย หลีเช่นกัน เยี่ยหลีถึงแม้จะเบี่ยงตัวหลบ แต่ก็ยังบาดเจ็บ ภายในเล็กน้อย นางจึงหมุนตัวกลับไปดึงกริชออกจาตัว อีกฝ่ายแล้วทะยานตัวถอยกลับมา
书呆子
เมื่อกริชของเยี่ยหลีถูกดึงออกไป เฮ่อเหลียนเผิงก็รู้ ว่าตนแย่เสียแล้ว กริชของเยี่ยหลีท าขึ้นมาพิเศษส าหรับ ดาบทหาร มีร่องเลือดอยู่ตรงกลาง ขอเพียงพุ่งมาโดนร่าง เลือดก็จะไหลไม่หยุด คราก่อนที่แขนเขาบาดเจ็บก็ใช้ เวลารักษาอยู่ไม่น้อย ครานี้เป็นบริเวณท้องจึงยิ่งไม่ต้อง พูดถึง แต่ใจเขาก็รู้ดีว่ายามนี้ตนคงโชคร้ายตกไปอยู่ใน เงื้อมมือของม่อซิวเหยาแน่แล้ว ขอแค่สามารถสังหาร หรือไม่ก็ท าให้เยี่ยหลีบาดเจ็บหนักได้ เขามีหรือจะสนใจ ว่าเลือดไหลจะไหลจนตัวตายหรือไม่
เยี่ยหลีถอยออกมาช่วงระยะหนึ่งแล้วยืนให้มั่น มุม ปากมีรอยเลือดสีแดงสดไหลออกมา มองเฮ่อเหลียนเผิง ยืนถือกระบี่ยาว โลหิตบริเวณท้องไหลทะลักออกมาไม่ หยุด เยี่ยหลีเช็ดคราบเลือดตรงมุมปากลวกๆ เอ่ยเสียง เรียบว่า “แม่ทัพเฮ่อเหลียน ออมมือแล้ว”
书呆子
เฮ่อเหลียนเผิงหัวเราะเสียงเย็น นึกไม่ถึงว่าเขาจะ ขว้างกระบี่ยาวมาทางเยี่ยหลี เยี่ยหลีดวงตาเป็นประกาย วาบ มีดสั้นในมือขวาเป็นประกายเย็นยะเยือก พุ่งทะยาน เฉียดข้างกายเฮ่อเหลียนเผิงไปดั่งสายรุ้งสีขาว ทั้งสอง ประมือกันเพียงระยะเวลาสั้นๆ แล้วแยกจากออกไปไกล ลิบ ในขณะที่เยี่ยหลีหันกลับมา อีกด้านหนึ่ง เฮ่อเหลียน เผิงก็ล้มลงโดยไร้เสียง บนล าคอกลับมีคราบเลือดเส้นเล็ก พาดยาวไหลนองออกมาช้าๆ
“เผิงเอ๋อร์!” เฮ่อเหลียนเจินร้องเรียกขึ้น แม้ว่าเฮ่อ เหลียนเผิงจะเป็นเพียงลูกบุญธรรมของเขา แต่เขาก็เลี้ยง ดูสั่งสอนมาตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้น เฮ่อ เหลียนเจินเองก็ไม่มีบุตร เฮ่อเหลียนเผิงจึงไม่ต่างอันใด กับบุตรชายแท้ๆ ของตน บนโลกใบนี้ นอกจากเยียหลี่ว์ เหยี่ยแล้ว คนที่เฮ่อเหลียนเจินให้ความส าคัญมากที่สุดก็ คือเฮ่อเหลียนเผิง ยามนี้เมื่อต้องมาเห็นเขาสิ้นลมไปต่อ
书呆子
หน้าต่อตาด้วยน้ ามือของเยี่ยหลี ย่อมเจ็บปวดรวดร้าว เหลือแสน เขาโผเข้าไปร้องไห้คร่ าครวญอยู่กับร่างเฮ่อ เหลียนเผิงพร้อมเงยหน้าจ้องไปยังเยี่ยหลีเขม็ง
เยี่ยหลีเช็ดคราบเลือดบนกริชจนสะอาดก็เดิน กลับไปยังข้างกายม่อซิวเหยา ม่อซิวเหยาเห็นนาง บาดเจ็บไม่มาก จึงได้วางใจ
เพิ่งจะพบหน้ากัน กองทัพใหญ่เป่ยหรงก็สูญเสีย เฮ่อเหลียนเผิงผู้มีวรยุทธสูงส่งที่สุดในกองทัพไปเสียแล้ว เรื่องนี้ท าให้กองทัพใหญ่เป่ยหรงที่เดิมทีขวัญก าลังใจ ถดถอยอยู่แล้วยิ่งเสียขวัญหนักขึ้นไปอีก เยียหลี่ว์เหยี่ยม องไปยังทหารรอบๆ อย่างพ่ายแพ้ ยิ้มขื่นออกมาอย่างอด ไม่ได้ ยามนี้ไอหมอกรอบด้านค่อยๆ สลายไปอย่าง เชื่องช้า รอบทิศทางล้วนมีแต่ทหารตระกูลม่ออยู่กัน อย่างเนืองแน่น สถานการณ์เช่นนี้อย่าว่าแต่ฝ่าออกไป เลย เกรงว่าแม้แต่จะท าอะไรผลีผลามก็ยังท าไม่ได้
书呆子
“ข้าแพ้แล้ว ติ้งอ๋องคิดจะจัดการอย่างไรหรือ” เยียหลี่ว์เหยี่ยหลับตาเอ่ยเสียงเย็น
ม่อซิวเหยายิ้มอย่างไม่แยแส เอ่ยว่า “ข้าอยากท า อย่างไร แม่ทัพใหญ่เฮ่อเหลียนจะไม่ทราบเชียวหรือ”
เฮ่อเหลียนเจินได้ยินดังนั้นสีหน้าก็พลันเปลี่ยน “ม่อซิวเหยา! เจ้า…” เฮ่อเหลียนเจินนึกย้อนไปถึง อัคคีภัยใหญ่สองคราเมื่อสิบเก้าปีก่อน คราแรกอยู่ที่หุบ เขาลมหวน ซึ่งก็คือ ณ ที่แห่งนี้ เป็นเขาที่ยืนมองเหล่า ทหารตระกูลม่อจ านวนนับไม่ถ้วนล้มตายอย่าง อเนจอนาถท่ามกลางเปลวไฟที่ลุกโชน อีกคราหนึ่งอยู่ที่ หุบเขาวิญญาณระทม กองทัพตระกูลม่อกับเป่ยหรงพ่าย แพ้กันไปทั้งคู่อย่างยับเยิน ม่อซิวเหยาบาดเจ็บหนักจน แทบจะเสียชีวิต พลังชีวิตของทัพเป่ยหรงบาดเจ็บสาหัส จนเกือบจะปลุกใจให้ฮึกเหิมขึ้นมาอีกไม่ได้ ทว่ายามนี้… คิดไม่ถึงว่าม่อซิวเหยาคิดจะ…
书呆子
“ติ้งอ๋อง องค์ชายเจ็ดยอมแพ้ไปแล้ว!” ความยโส ของเฮ่อเหลียนเจินท าให้เอ่ยค าว่ายอมจ านนออกมาไม่ได้ จริงๆ จึงจ าต้องเอ่ยตามที่เยียหลี่ว์เหยี่ยได้พูดไว้อย่างค า ว่ายอมแพ้
“แล้วอย่างไรเล่า” ม่อซิวเหยาเลิกคิ้วเอ่ยขึ้น “ข้า รอวันนี้มาสิบเก้าปีแล้ว ก็เพื่อเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของ กองทัพตระกูลม่อ…ณ หุบเขาลมหวนแห่งนี้ ดังนั้น…ยอม แพ้หรือไม่ ชาวเป่ยหรงที่ย่างเหยียบเข้ามาในดินแดนต้าฉู่ ล้วนต้องตายสถานเดียวเท่านั้น!”
บทสนทนาของทั้งสอง เยียหลี่ว์เหยี่ยจะไม่เข้าใจใน เจตนาของม่อซิวเหยาได้อย่างไร นึกไม่ถึงว่าม่อซิวเหยา คิดจะเผาพวกเขาทุกคนในหุบเขาลมหวนเพื่อแก้แค้น ให้แก่ทหารตระกูลม่อที่ตายด้วยความชอกช้ าใจอย่าง ไม่ได้รับความเป็นธรรมเมื่อสิบเก้าปีก่อน เยียหลี่ว์เหยี่ย รู้สึกล าคอเจ็บแสบ เขาก้าวเข้าไปก้าวหนึ่ง กัดฟันเอ่ยว่า
书呆子
“ติ้งอ๋อง ข้าพ่ายแพ้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหรือตายข้าก็จะให้ ติ้งอ๋องได้จัดการตามที่เจ้าพอใจ แต่ว่า ขอติ้งอ๋องปล่อย ทหารเป่ยหรงเหล่านี้ไปเถิด พวกเขาล้วนท าไปตามค าสั่ง ของข้าทั้งสิ้น”
เฟิ่งจือเหยาที่อยู่ด้านหลังม่อซิวเหยาหัวเราะเสียง เย็นเอ่ยว่า “องค์ชายเยียหลี่ว์หมายความว่าคนเหล่านั้นที่ อยู่ด้านหลังท่านมิได้สังหารเหล่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ของ จงหยวนอย่างนั้นหรือ” เยียหลี่ว์เหยี่ยหมดค าจะกล่าว ตอนเหนือของต้าฉู่โลหิตนองดั่งสายน้ า หนึ่งในนั้นที่มี มากที่สุดก็คือชีวิตของประชาชนคนธรรมดาชาวต้าฉู่ จ านวนมากถึงขั้นมีเก้าในสิบส่วนของภาคเหนือ สถานการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าเยียหลี่ว์เหยี่ยจะท าอย่างไรก็จน ปัญญาจะโต้แย้งได้
ม่อซิวเหยายิ้มเย็นเยียบพลางยกมือขึ้นเอ่ยว่า “ยิง ธนู!”
书呆子
ทหารตระกูลรอบด้านต่างขึ้นคันชักง้างธนูโดย พร้อมเพียงกัน เพียงพริบตาเกาทัณฑ์ก็หลั่งไหลดั่งห่าฝน
“ม่อซิวเหยา เจ้ารังแกกันมากเกินไปแล้ว!” เฮ่อ เหลียนเจินค ารามเสียงดุดัน “ฝ่าออกไป!”
สัตว์ที่ถูกล้อมต้องดิ้นรนเพื่อเฮือกสุดท้าย นับประสาอะไรกับคน แม้ทหารเป่ยหรงเหล่านี้จะเหนื่อย ล้าไร้เรี่ยวแรงกันนานแล้ว แต่ยามนี้เมื่อต้องเผชิญหน้า กับความเป็นความตายที่อันตรายพวกเขาจึงจ าต้องต่อสู้ ดิ้นรน แต่ละคนแทบจะตาแดงโร่ พุ่งไปยังทิศเหนือเพื่อ ฝ่าออกไปทันที
ม่อซิวเหยามองการเคลื่อนไหวของทหารเป่ยหรง มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเฉยเมย เฟิ่งจือเหยาโบกธง ด าในมือคราหนึ่ง ทหารตระกูลม่อก็โจมตีเข้าใส่อย่างไร้ ความปรานีทันที แต่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือกลับมี
书呆子
ช่องโหว่ที่คล้ายมีคล้ายไม่มีให้ทหารที่เหลือรออดของเป่ย หรงได้ผ่านไป
ม่อซิวเหยาและคนอื่นๆ กลับไม่ได้ไล่ตามไป เพียง ยืนมองทิศทางที่ทหารรอดชีวิตของเป่ยหรงหลบหนี ออกไปด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
“บึ้ม!” เกิดเสียงดังกัมปนาท ทางตะวันตกเฉียง เหนือพลันมีแสงสีเพลิงลุกโชนท่วมฟ้า เพียงไม่นานก็อาบ ย้อมฟากฟ้าไปเกือบครึ่ง เสียงร้องโหยหวนอย่าง อเนจอนาถจ านวนนับไม่ถ้วนดังระงมจากทางตะวันตก เฉียงเหนือ โหยหวนเสียจนแทบจะทนฟังไม่ได้
เยี่ยหลียืนอยู่ข้างกายม่อซิวเหยาเงียบๆ ในที่สุดก็ ปิดเปลือกตาลงอย่างทนไม่ไหว นางยกมือขึ้นปิดหูม่อตัว น้อย ม่อตัวน้อยกลับปัดมือเยี่ยหลีอย่างไม่เชื่อฟัง แม้ว่า เสียงโหยหวนเหล่านั้นจะท าให้เขานึกกลัวอยู่บ้าง แต่เขา ก็ยิ่งรู้ดีว่า ท่านพ่อท าเพื่อแก้แค้นให้แก่ทหารตระกูลม่อ
书呆子
กับท่านลุงที่ตายไปในอดีต เด็กน้อยมักจะบริสุทธิ์แต่ก็ โหดร้าย ในสายตามีเพียงถูกและผิดที่เด็ดขาดชัดเจน เท่านั้น เช่นนั้นจึงไม่มีความหวาดกลัวหรือกระทั่งเห็นอก เห็นใจ
เฟิ่งจือเหยามองแสงไฟสีชาดลุกโชนสู่ฟ้าที่อยู่ไกลๆ อย่างเงียบๆ ศึกเมื่อสิบปีก่อนครานั้นเขาก็ได้เข้าร่วม เช่นกัน แม้ว่าจะมาไม่ทันศึกในหุบเขาลมหวน แต่เมื่อเขา กับม่อซิวเหยาไปถึง กลับยังคงได้เห็นภาพความ อเนจอนาถของทหารที่ต่อสู้จนตัวตายในหุบเขาลมหวน เหล่านั้น ไม่ พวกเขาไม่อาจเรียกได้ว่าต่อสู้จนตัวตาย พวกเขาตายด้วยความชอกช้ าใจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ต่างหาก
ก็เหมือนกับม่อซิวเหยา สิบเก้าปีมานี้ เฟิ่งจือเหยา ไม่เคยลืมเลือน ก็เหมือนดวงวิญญาณอันห้าวหาญของ ทหารตระกูลม่อที่ตายอย่างเจ็บแค้นไม่เคยสงบสุข
书呆子
จนกระทั่งยามนี้ ใช้ทหารเป่ยหรงสองแสนนายมาเซ่น
ไหว้ดวงวิญญาณของทหารตระกูลม่อ ขอให้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษสงบสุขนับแต่นี้ไป!