ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 388-3 ม่อจิ่งหลีฮ่องเต้แห่งฉู่
“ท าไมรึ ทุกท่านไม่มีวิธีที่จะเสนอเลยหรือ” ม่อจิ่ง หลีหรี่ตาเอ่ยเสียงเย็น
“ฝ่าบาทคงตัดสินพระทัยไว้แล้ว พวกข้าน้อยพร้อม รับฟังอย่างเคารพพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพทุกคนเอ่ยขึ้นพร้อม เพรียงกัน
ม่อจิ่งหลีแค่นเสียงเฮอะเบาๆ เขาจะไม่ทราบได้ อย่างไรว่าคนพวกนี้คิดอะไรกันอยู่ เขากวาดตามองเหล่า แม่ทัพ สายตาไปตกอยู่บนร่างมู่หยางโหวผู่เฒ่า เอ่ยเสียง ขรึมว่า “มู่หยางโหวผู้เฒ่า เจ้าลองว่ามาซิ”
มู่หยางโหวผู้เฒ่ารีบออกจากแถวมาเอ่ยอย่างนอบ น้อมว่า “ทูลฝ่าบาท ข้าน้อยคิดว่าหากมีแค่ทหารสี่แสน นายของหลี่ว์จิ้นเสียนล่ะก็ คงไม่ต้องกังวล เพียงแต่…”
书呆子
“เพียงแต่อันใดรึ” ม่อจิ่งหลีเอ่ยถาม มู่หยางโหวผู้ เฒ่าเอ่ยว่า “เพียงแต่ ฉู่จิงยังมีกองทัพสองแสนนายของ เหลิ่งไหวอีก เหลิ่งไหวเองก็เป็นแม่ทัพยอดฝีมือที่หาได้ ยากคนหนึ่งเช่นกัน ตอนนั้นกองทัพใหญ่เป่ยจิ้งบุก ประชิดพรมแดน เหลิ่งไหวเฝ้ารักษาการณ์ที่ด่านจื่อจิงอยู่ หลายเดือนด้วยตัวคนเดียว และท าให้กองทัพนับล้าน ของเป่ยจิ้งเข้ามาในด่านจื่อจิงไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว ดังนั้น แล้ว คนผู้นี้จึงไม่อาจประเมินเขาต่ าไปได้ อีกอย่าง… ข้าน้อยคิดว่า…ระหว่างติ้งอ๋องกับพระชายาเกรงว่าจะมี คนใดคนหนึ่งมาที่นี่ ถึงเวลานั้น…”
“เหลิ่งไหว…ม่อซิวเหยา เยี่ยหลีอย่างนั้นรึ” ม่อจิ่ง หลีเล่นแหวนหยกในมือพลางแค่นเสียงเฮอะอย่างเย็นชา เอ่ยว่า “เหลิ่งไหวได้รับความโปรดปรานจากอดีตฮ่องเต้ อย่างมาก ทว่าทรยศแผ่นดินสวามิภักดิ์ต่อต าหนักติ้งอ๋อง
书呆子
โทษเขาคือประหาร! ส่วนต าหนักติ้งอ๋อง…เกรงว่าครานี้ คนที่มาจะเป็นเยี่ยหลี ช่างมาได้จังหวะนัก…”
ได้ยินม่อจิ่งหลีเอ่ยเช่นนั้น เหล่าแม่ทัพก็วิจารณ์กัน อยู่ในใจเงียบๆ ว่า เหลิ่งไหวเฝ้ารักษาการณ์ที่ด่านจื่อจิงอ ย่างยากล าบากเพียงคนเดียว หลีอ๋องไม่เพียงไม่ให้ความ ช่วยเหลือ ซ้ ายังหักเสบียงทหารของเหลิ่งไหวอีก สุดท้าย กระทั่งค่าจ้างทหารและเสบียงที่เป็นทองแท่งก็ริบเอาไป ทั้งหมด หากเหลิ่งไหวมิใช่กองทัพตระกูลม่อล่ะก็ หญ้า บนสุสานเขาคงไม่รู้จะสูงไปเท่าใดแล้ว ไหนเลยจะพูด เรื่องได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้อย่างมากอะไรนั่น ได้ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเฝ้ารักษาการณ์ฉู่จิง เหลิ่งไหวยังเสีย ลูกชายไปคนหนึ่ง ค าพูดของม่อจิ่งหลีนี้ไร้ซึ่ง ความสามารถในการโน้มน้าวใจให้คล้อยตามโดยสิ้นเชิง
ทว่าม่อจิ่งหลีเป็นฮ่องเต้ เขาย่อมพูดค าไหนก็ต้อง เป็นไปตามนั้น เหล่าแม่ทัพด้านล่างจึงไม่กล้าเอ่ยแย้งเขา
书呆子
สักค า เพียงแค่ฟังเขาสั่งอย่างเงียบๆ ม่อจิ่งหลีเกิดไม่ พอใจ โบกมือเอ่ยเสียงเรียบว่า “มู่หยางโหวผู้เฒ่าและมู่ หยางโหว พวกเจ้าไปจัดการหลี่ว์จิ้นเสียนก็แล้วกัน ส่วน พระชายาติ้งอ๋อง…ข้าจะจัดการเอง!” สองพ่อลูกมู่หยา งรีบประสานมือรับบัญชา “ข้าน้อยรับบัญชา”
“ทูลฝ่าบาท เจิ้นหนานอ๋องซื่อจื่อแห่งซีหลิงขอเข้า เฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” เสียงตะโกนกล่าวรายงานดังขึ้นจากทหาร ด้านนอก ม่อจิ่งหลีขมวดคิ้วเล็กน้อยเอ่ยว่า “เหลยเถิง เฟิงน่ะรึ เขามาท าอันใด” ทหารตอบว่า “เจิ้นหนานอ๋อง ซื่อจื่อบอกแค่ว่าได้รับค าสั่งมาจากเจิ้นหนานอ๋อง มีเรื่อง ส าคัญมาขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
“ให้เขาเข้ามา” ม่อจิ่งหลีเอ่ยสั่ง
เพียงไม่นาน เหลยเจิ้นถิงก็ถูกพาตัวเข้ามา เขามอง เหล่าแม่ทัพและม่อจิ่งหลีที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรสูง
书呆子
ภายในกระโจม ยิ้มบางพลางค้อมกายประสานมือคารวะ เอ่ยว่า “ข้าน้อยเหลยเถิงเฟิงคารวะฮ่องเต้ต้าฉู่”
“เจิ้นหนานอ๋องซื่อจื่อตามสบายเถิด” ม่อจิ่งหลีหรี่ ตา พินิจมองเหลยเถิงเฟิงเบื้องหน้า เหลยเถิงเฟิงในยามนี้ ใจเย็นกว่ายามที่พบที่หนานจ้าวมากนัก แม้ว่ายามนี้ม่อ จิ่งหลีที่เขาเผชิญหน้าด้วยจะกลายเป็นฮ่องเต้แห่งต้าฉู่ไป แล้ว แต่เขายังคงปฏิบัติต่อตนอย่างเหมาะสมและสุขุมไม่ แยแส และสิ่งที่พบได้ยากก็คือแววตาเขาได้เปลี่ยนเป็น มั่นคงละมุนละม่อมอย่างยิ่ง ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เหลยเถิง เฟิงไม่มีในตอนแรก
ม่อจิ่งหลีจ้องเหลยเถิงเฟิงครู่ใหญ่จึงได้เอ่ยถาม อย่างสบายๆ ว่า “เจิ้นหนานอ๋องซื่อจื่อแห่งซีหลิงมาที่นี่มี เรื่องใดรึ”
书呆子
เหลยเถิงเฟิงยิ้มบางเอ่ยว่า “ทูลฮ่องเต้ต้าฉู่ เสด็จ พ่อได้ยินว่าท่านได้น าทัพไปถึงแนวหน้าแล้ว จึงตั้งใจให้ เถิงเฟิงมาต้อนรับโดยเฉพาะพ่ะย่ะค่ะ”
ได้ยินดังนั้น สายตาที่เหล่าแม่ทัพเฒ่า ณ ที่นั้นมอง เหลยเถิงเฟิงก็ฉายแววชื่นชมออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ในปี ที่ติ้งอ๋องจัดงานอภิเษกสมรส เหลยเถิงเฟิงมาร่วมงานใน ฐานะเจิ้นหนานอ๋องซื่อจื่อ ความหยิ่งยะโสที่มีในยามนั้น ถึงแม้จะไม่ถึงกับหลงระเริง แต่กลับเลี่ยงไม่ได้ที่ผู้คนจะ รู้สึกถึงความโอหังทว่าเหลยเถิงเฟิงในยามนี้ไม่เพียงจะใจ เย็นสงบนิ่งกว่าตอนนั้นมาก สภาพจิตใจก็สงบละมุน ละม่อมขึ้นไม่น้อย เจิ้นหนานอ๋องย่อมมิได้สั่งให้เขามา ต้อนรับม่อจิ่งหลีแน่นอน แต่ที่หายากก็คือเขาสามารถก้ม หัวให้ใครได้แล้ว
เห็นได้ชัดว่าค าพูดของเหลยเถิงเฟิงท าให้ม่อจิ่งหลี อารมณ์เบิกบานขึ้นไม่น้อย สายตาที่มองเหลยเถิงเฟิงก็
书呆子
อบอุ่นมากขึ้น ม่อจิ่งหลีพยักหน้าเอ่ยว่า “เจิ้นหนานอ๋อง เกรงใจเกินไปแล้ว ซื่อจื่อเชิญนั่งเถิด”
“ขอบพระทัยฮ่องเต้” เหลยเถิงเฟิงแย้มยิ้มสบายๆ ไร้ซึ่งความไม่พอใจและความกระอักกระอ่วนต่อผู้ที่ เมื่อก่อนตนดูถูกเหยียดหยามแต่ยามนี้สูงส่งกว่าตนโดย สิ้นเชิง
หลังจากเอ่ยขอบคุณแล้ว เหลยเถิงเฟิงก็นั่งลงบน ต าแหน่งแรกของต าแหน่งหลัก รอจนกระทั่งองครักษ์ที่ ยกชามาให้เดินออกไป ม่อจิ่งหลีก็โบกมือให้แม่ทัพคน อื่นๆ ออกไปให้หมด เหลือไว้แค่มู่หยางโหวสองคนพ่อลูก และแม่ทัพคนสนิทเท่านั้น ม่อจิ่งหลีเอ่ยขึ้นว่า “ได้ยินว่า เจิ้นหนานซื่อจื่อโจมตีเวยเฉิงได้ส าเร็จในคราวเดียว เรา ยังมิได้แสดงความยินดีกับซื่อจื่อเลย”
เหลยเถิงเฟิงยิ้มเอ่ย “ข้าน้อยแค่โชคดีเท่านั้น หลายวันก่อนถูกหนานโหวกับแม่ทัพมู่หรงปิดล้อมไว้
书呆子
เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด หากมิใช่ท่านพ่อที่จัดการได้ รอบคอบ ยามนี้คงไร้ซึ่งเหลยเถิงเฟิงผู้นี้แล้ว ข้าน้อยไม่ กล้ารับความดีความชอบหรอกพ่ะย่ะค่ะ”
ม่อจิ่งหลียิ้มบาง และไม่พูดอันใดให้มากความอีก “ซื่อจื่อมาที่นี่ เจิ้นหนานอ๋องมีค าสั่งใดหรือ”
เหลยเถิงเฟิงเอ่ย “ท่านพ่อสั่งว่าให้ฟังรับสั่งฮ่องเต้ก็ พอ เพียงแต่…ระหว่างทางข้าน้อยได้รับข่าวคราวหนึ่ง เยี่ยหลีที่เป็นพระชายาติ้งอ๋อได้มาถึงค่ายทหารของหลี่ว์ จิ้นเสียนแล้ว เกรงว่าอีกไม่นานคงมาถึงแนวหน้าพร้อม กับหลี่ว์จิ้นเสียน”
“ครานี้กองทัพตระกูลม่อเป็นเยี่ยหลีน าทัพมารึ” ม่อจิ่งหลีขมวดคิ้วเอ่ยถาม
เหลยเถิงเฟิงส่ายหน้าเอ่ยว่า “มิได้ เท่าที่ข้าน้อยรู้ มา พระชายาติ้งอ๋องรับหน้าที่กุนซือพ่ะย่ะค่ะ”
书呆子
ม่อจิ่งหลีหัวเราะเย็นเยียบเอ่ยว่า “นางปรับตัวได้ ตามสภาพเก่งเสียจริง ขอบคุณข่าวจากซื่อจื่อยิ่ง เรา ทราบแล้ว” เหลยเถิงเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยเอ่ยว่า “ไม่ ทราบว่าหลีอ๋องมีแผนการเช่นไร”
ม่อจิ่งหลียิ้มเอ่ยว่า “ซื่อจื่ออย่ากังวลไป ข้าย่อมมี แผนอยู่แล้ว ซื่อจื่อแค่ล้างตารอชมก็พอ” เห็นม่อจิ่งหลีไม่ อยากพูดมากความ เหลยเถิงเฟิงจึงไม่บังคับ เขายิ้มบาง เอ่ยว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าน้อยก็รอฟังข่าวดี”
ม่อจิ่งหลียิ้มอย่างยโส เอ่ยว่า “ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่ แล้ว” เมื่อเห็นม่อจิ่งหลีในชุดมังกรสีเหลืองอร่ามท่าทาง โอหังสูงส่ง เหลยเถิงเฟิงก็หลุบตาลง มุมปากหยักยกเป็น รอยยิ้มเย็นชาที่ยากจะสังเกตเห็น