ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 389-2 ทำงลัดเดินยำก
หลี่ว์จิ้นเสียนที่ได้ศิษย์ใหม่ในใจนึกยินดียิ่ง แต่ปาก กลับเอ่ยเตือนว่า “เมื่ออยู่ในกองทัพยังคงต้องปฏิบัติตาม กฎเดิม” อวิ๋นถิงพยักหน้าหงึกหงักไม่หยุด เอ่ยว่า “ขอรับ ขอบคุณท่านแม่ทัพใหญ่”
“เรียนท่านแม่ทัพใหญ่ นายพลสวีขอพบขอรับ” องครักษ์ด้านนอกเอ่ยขึ้น สีหน้าทุกคนพลันสั่นไหว หลี่ว์ จิ้นเสียนรีบเอ่ยว่า “เชิญนายพลสวีเข้ามา” สวีชิงเฟิงสวม อาภรณ์มรกตตลอดร่างเดินเข้ามาจากด้านนอก อวิ๋นถิง พินิจมองสวีชิงเฟิงอย่างแปลกใจแล้วเอ่ยว่า “คุณชาย สาม แต่งกายอันใดของท่านน่ะ” ไม่ใช่อวิ๋นถิงมี ประสบการณ์น้อยพอเจอเรื่องใหม่ๆ ก็แปลกใจไปทุกครั้ง แต่กองทัพตระกูลม่อสวมอาภรณ์ด าทั้งร่างมาโดยตลอด ท าให้คนรู้สึกลึกลับและเก่งกาจ ยามนี้อาภรณ์บนร่างสวี ชิงเฟิงไม่สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของหน่วยกิเลนเลย
书呆子
สักนิด สวีชิงเฟิงกรอกตาให้เขาพลางเอ่ยว่า “หรือข้าต้อง ใส่ชุดยามราตรีไปส ารวจเส้นทางกัน” สวมชุดยามราตรี ในตอนกลางคืนย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่กลางวันแสกๆ มาใส่ ชุดด าตลอดร่างเดินไปเดินมา เป็นการรนหาที่ตายชัดๆ
หลี่ว์จิ้นเสียนเอ่ยเสียงขรึมว่า “พบอันใดหรือไม่”
สวีชิงเฟิงพยักหน้าเอ่ยว่า “แม่ทัพใหญ่คาดเดาได้ ถูกต้อง บนถนนตัดเขาเส้นนั้น นกสักตัวก็ยังไม่มี ไร้ซึ่ง บ้านและผู้คน ทว่าในเขากลับมีร่องรอยการเดินทัพของ ทหารจ านวนมาก อีกทั้ง…ข้าน้อยได้กลิ่นน้ ามันตุงจางๆ ขอรับ” พูดถึงตรงนี้ สวีชิงเฟิงก็ขมวดคิ้วอย่างอดไม่อยู่
“น้ ามันตุงรึ” หลี่ว์จิ้นเสียนขมวดคิ้วแล้วมองไป ที่เยี่ยหลี เอ่ยว่า “พระชายา เกรงว่าถนนเส้นที่ใกล้ที่สุดนี้ จะไปต่อมิได้แล้วขอรับ” ไม่ว่ากองทัพต้าฉู่คิดจะวางเพลิง ล้อมเขาหรือไม่ กองทัพตระกูลม่อล้วนไม่อาจไปเสี่ยงได้ โบราณว่าไว้น้ าไฟไร้ปรานี ยามนี้หน้าหนาวเข้าไปแล้วทุก
书呆子
สรรพสิ่งต่างเหี่ยวเฉาโรยรา ขอเพียงแค่เข้าไปในถนน ผ่านเขาเส้นนั้น พอกองทัพฉู่วางเพลิง พวกเขาก็คงหมด หนทางหนี อีกทั้งจากที่หลี่ว์จิ้นเสียนรู้จักม่อจิ่งหลีมา เพื่อท าลายล้างกองทัพตระกูลม่อ ม่อจิ่งหลีไม่มีทางสนใจ ว่าต้องเผาภูเขาไปกี่ลูก
เยี่ยหลีพยักหน้า หลินหานหยิบแผนที่ขนาดยักษ์ ออกมากางแผ่อยู่บนโต๊ะใหญ่ด้านข้าง หลี่ว์จิ้นเสียนเข้า ไปมองแผนที่ตรงหน้า ไตร่ตรองพลางเอ่ยว่า “หากเลี่ยง ถนนเส้นนี้แล้วเดินอ้อมไปแทน เกรงว่าจะเสียเวลาหลาย วันทีเดียว” ครานี้ วิธีที่กองทัพต้าฉู่ใช้กลับเป็นกลยุทธ เปิดเผย ให้พวกเขารู้ว่าเบื้องหน้าเป็นการดักซุ่มโจมตี อย่างไม่ปิดบัง หากเข้าไป กองทัพต้าฉู่ก็จะวางเพลิง หาก ไม่เข้าไป กองทัพต้าฉู่ก็จะช่วงชิงเวลาได้มากขึ้น แย่งชิง อาณาเขตได้มากขึ้น ได้ครองชัยภูมิที่ได้เปรียบกว่า
书呆子
เยี่ยหลีขมวดคิ้วมองแผนที่ เอ่ยถามว่า “แม่ทัพห ลี่ว์คิดเห็นเช่นไร”
หลี่ว์จิ้นเสียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง วิเคราะห์แผนที่ในมือ ครู่ต่อมาจึงเอ่ยว่า “คงต้องขอให้พระชายาช่วยเหลือแล้ว พ่ะย่ะค่ะ” เยี่ยหลีอมยิ้มเอ่ยว่า “เจ้ากับข้าล้วนเป็น ครอบครัวเดียวกัน ยามนี้ท่านแม่ทัพเป็นแม่ทัพใหญ่ของ กองทัพ มีเรื่องใดแม่ทัพรีบสั่งการมาเถิด” หลี่ว์จิ้นเสียนพ ยักหน้า เอ่ยเสียงขรึมอย่างไม่เกรงใจอีกต่อไป “ขอพระ ชายาโปรดพาอวิ๋นถิงน าทัพตระกูลม่อสองแสนนายอ้อม ไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
เยี่ยหลีเงยหน้ามองหลี่ว์จิ้นเสียนแล้วเอ่ยว่า “แม่ ทัพหลี่ว์ยังคงจะไปทางลัดนั้นหรือ” แม้ว่าถนนเส้นนั้นจะ ใกล้ที่สุด แต่อันตรายมหาศาล กองทัพต้าฉู่ไม่ต้องท า อะไรเลย ขอแค่จุดไฟกับน้ ามันตุงที่ซุกซ่อนอยู่บนถนน เส้นตัดภูเขาก็เพียงพอที่จะท าให้กองทัพตระกูลม่อดับสูญ
书呆子
แล้ว กองทัพสองแสนนายมิใช่สองพันนายเสียหน่อย พอ ไฟลุกติดขึ้นเกรงว่าคนที่หนีรอดมาได้คงจะเหลือไม่ถึง สองส่วน
หลี่ว์จิ้นเสียนสายตาไม่ทุกข์ร้อน เอ่ยเสียงเรียบนิ่ง ว่า “ข้าน้อยจ าได้ว่ายังมีอีกเส้นทางหนึ่งที่จะผ่านไปได้ แต่ว่าต้องใช้เวลาสักหน่อย ขอพระชายาโปรดพาคนมุ่ง หน้าไปก่อน หากไม่ได้อย่างไร ข้าน้อยจะน าทัพใหญ่ ติดตามไปด้านหลังพ่ะย่ะค่ะ” เยี่ยหลีจ้องแผนที่แผ่นนั้น พักหนึ่ง นางย่อมเข้าใจดีว่าสถานที่บางแห่ง แม้จะเป็น หน่วยกิเลนที่ฝึกฝนมาโดยเฉพาะเคยเข้าไปก็ไม่อาจวาด ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ ยิ่งไปกว่านั้นแผนที่นี้ก็ค่อนข้าง เล็ก ไม่อาจแสดงสถานที่ที่ค่อนข้างลึกลับได้ นางจึงเอ่ย ถามแค่ว่า “แม่ทัพหลี่ว์จะออกมาจากทางใด”
หลี่ว์จิ้นเสียนชี้ไปยังที่แห่งหนึ่งบนแผนที่ เยี่ยหลี ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้าเอ่ยว่า “ดี ภายในเจ็ดวันนี้
书呆子
ข้าจะไปยังที่นั้นให้ทันให้ได้ ถึงเวลานั้นจะเข้าโจมตีสอง ด้านพร้อมท่านแม่ทัพ เพื่อโจมตีกองก าลังทหารต้าฉู่ที่นี่ ท่านแม่ทัพคิดเห็นอย่างไร” หลี่ว์จิ้นเสียนมองอย่าง ละเอียด ก็แย้มยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ ประสานมือเอ่ย ว่า “พระชายาสายตาเฉียบแหลมยิ่ง” เยี่ยหลียิ้มบาง เอ่ย ว่า “นายพลสวีกับหน่วยกิเลนอยู่ช่วยแม่ทัพหลี่ว์” เยี่ย หลีเข้าใจดีว่าหนทางที่หลี่ว์จิ้นเสียนต้องไปนั้นไม่เรียบง่าย ดังนั้นจึงได้ทิ้งสวีชิงเฟิงกับหน่วยกิเลนไว้ให้เขา ถือได้ว่า พอมีหลักประกันให้อุ่นใจ
หลี่ว์จิ้นเสียนเข้าใจเจตนาของเยี่ยหลีดี เขาซาบซึ้ง ใจมาก แต่กระนั้นกลับรีบปฏิเสธไปว่า “ไม่ได้ขอรับ หน่วยกิเลนควรจะติดตามข้างกายพระชายา…” เยี่ยหลี ส่ายหน้าเอ่ยว่า “แม่ทัพไม่ต้องกังวลไป ฉินเฟิงไปถึงแดน เหนือแล้ว เขาย่อมจัดการได้อย่างเรียบร้อยเหมาะสม” ฉินเฟิงเป็นผู้บัญชาการใหญ่ของหน่วยกิเลน สามารถ
书呆子
โยกย้ายระดมพลทั้งหมดของหน่วยกิเลนได้ มีเขาอยู่ย่อม ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีใครให้ใช้
เยี่ยหลียืนกรานหนักแน่น หลี่ว์จิ้นเสียนจึงจ าต้อง ยอมถอย เขาขอบคุณเยี่ยหลีเสร็จจึงเอ่ยว่า “พระชายา โปรดรักษาตัวด้วย”
เยี่ยหลียิ้มอย่างสบายๆ “ท่านแม่ทัพก็รักษาตัวด้วย เช่นกัน”
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นหลี่ว์จิ้นเสียนน าทัพหลายหมื่นนาย ตั้งท่าเตรียมมุ่งหน้าไปยังถนนตัดเขา แต่ทหารต้าฉู่ที่ดัก ซุ่มโจมตีอยู่บนถนนตัดเขากลับกังวลกันขึ้นมา เดิมทีพวก เขาต่างไม่คิดว่าหลี่ว์จิ้นเสียนจะเลือกใช้เส้นทางนี้ อย่างไรเสียหลี่ว์จิ้นเสียนก็เรียกได้ว่าเป็นแม่ทัพอาวุโสที่ ชื่อเสียงโด่งดัง เหตุใดจึงไม่รู้ว่าถนนเส้นนี้แม้จะเป็นทาง ลัดแต่ก็อันตรายมากนัก ด้วยเหตุนี้ ม่อจิ่งหลีจึงไม่ได้ส่ง ทหารมารอซุ่มโจมตีที่นี่มากเท่าใดนัก อย่างมากที่สุดก็แค่
书呆子
พอเป็นพิธีเท่านั้น ทว่ากลเมืองร้างนี้กลับเห็นชัดว่า หลอกหลี่ว์จิ้นเสียนไม่ได้ แม้ว่าพวกเขาจะสามารถจุดไฟ เผาภูเขาได้ แต่อย่างไรเสียก็เป็นแผนสุดท้ายของสุดท้าย เท่านั้น ต้องรู้ว่ายามนี้ก าลังเข้าสู่ฤดูหนาวที่เหน็บหนาว เสียดกระดูก เป็นช่วงเวลาที่ทุกสรรพสิ่งล้วนเหี่ยวเฉาโรย รา หากจุดไฟขึ้นมาก็ไม่มีใครจะรู้ได้ว่ามันจะดับลง เมื่อใด
“ท าอย่างไรดี” แม่ทัพที่ซุ่มซ่อนในเขามอง สถานการณ์เบื้องหน้าแล้วขมวดคิ้วมุ่นอย่างอดไม่ได้ เขา หันไปถามคนข้างกาย
พี่น้องร่วมทัพด้านข้างขมวดคิ้วเอ่ยว่า “อย่าเพิ่ง ร้อนรนไป สถานที่นี้ง่ายต่อการเฝ้าปกป้อง ยากต่อการ โจมตี เกรงว่าหลี่ว์จิ้นเสียนจะโจมตีมาไม่ได้ในเร็วๆ นี้แน่ ส่งม้าเร็วไปรายงานหลีอ๋องกับมู่หยางโหวเถิด” อย่างไร เสียกองทัพตระกูลม่อกับกองทัพฉู่ต่างเป็นครอบครัว
书呆子
เดียวกัน ไม่ถึงยามสุดวิสัยจนใจจริงๆ ก็ไม่มีใครหวังใช้วิธี ที่น่าเวทนาเช่นนี้มาสังหารอีกฝ่ายหรอก ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองทัพตระกูลม่อที่มีประสบการณ์ ต่อสู้หลายต่อหลายครั้ง กองทัพต้าฉู่กลับมีความ หวาดกลัวขึ้นมาแทบจะทันที
กองทัพต้าฉู่บนเขาไม่รู้เลยว่าในขณะที่ม้าเร็วของ เขาไปรายงานความเคลื่อนไหวของกองทัพตระกูลม่ออยู่ นั้น เยี่ยหลีได้พาทัพอีกส่วนอ้อมไปอีกทางแล้ว
ณ กองทัพต้าฉู่ ม่อจิ่งหลีอ่านจดหมายลับเบื้องหน้า พลางขมวดคิ้ว มู่หยางโหวและคนอื่นๆ ที่อยู่เบื้องล่าง เห็นสีหน้าเขาก็รีบถามว่า “ฝ่าบาท กองทัพตระกูลม่อมี เรื่องใดหรือพ่ะย่ะค่ะ” ม่อจิ่งหลีเอ่ยเสียงขรึม “หลี่ว์จิ้น เสียนก าลังเตรียมตัวข้ามเขา ผู้อาวุโสมู่หยางโหว แผนการของเจ้าจะได้ผลจริงๆ รึ”
书呆子
มู่หยางโหวผู้เฒ่าขมวดคิ้วเข้มมุ่นเช่นกัน เอ่ยเสียง ขรึมว่า “หากหลี่ว์จิ้นเสียนคิดจะผ่านเส้นทางนั้นจริงๆ ข้าน้อยกล้ารับรองได้เลยว่าจะท าให้ทั้งกองทัพของเขา ตายตกจนสิ้น แต่ว่า…จากที่ข้าน้อยรู้จักหลี่ว์จิ้นเสียนมา เขาไม่เหมือนคนที่โง่เขลาเช่นนั้น เหตุใดจึงรนหาที่ตาย เองเล่า” แรกเริ่มเดิมทีที่วางแผนนี้ไว้ มู่หยางโหวผู้เฒ่า ไม่ได้คิดจะท าลายกองทัพตระกูลม่อให้ย่อยยับ เพียง ต้องการขัดขวางกองทัพตระกูลม่อให้ช้าลงเท่านั้น อีกทั้ง ด้วยความสามารถของหลี่ว์จิ้นเสียนกับเยี่ยหลี หากคิดจะ แอบซุ่มโจมตีพวกเขาที่นี่ ความเป็นไปได้ที่จะส าเร็จน้อย กว่าศูนย์เสียอีก และด้วยเหตุนี้เอง การกระท าของหลี่ว์ จิ้นเสียนจึงท าให้พวกเขาไม่เข้าใจเป็นอย่างยิ่ง
มู่หยางเอ่ยถามว่า “จะท าเพื่อคุ้มกันได้หรือไม่ หลี่ว์จิ้นเสียนกับพระชายาติ้งอ๋องอาจจะแยกกันไปก็ได้ นะขอรับ ทหารของหลี่ว์จิ้นเสียนอาจจะเหลืออยู่เพียง
书呆子
น้อยนิด เพื่อดึงความสนใจของทหารเราไว้” มู่หยางโหว ผู้เฒ่าเอ่ยว่า “เป็นไปได้มากที่จะแบ่งก าลังกันไป ดังนั้น ท่านอ๋องจึงยังคงต้องระวังสถานการณ์บนทางเส้นใหญ่ เอาไว้ด้วย แต่กองก าลังทหารของหลี่ว์จิ้นเสียนก็มีไม่ถึงสี่ แสน จากรายงาน หลี่ว์จิ้นเสียนจัดทหารและม้าด้านนอก ถนนตัดเขาอย่างน้อยมีสองแสนกว่านาย พระชายาติ้ง อ๋องพาทหารไปหลายแสนแล้วจะมีประโยชน์อันใด อีก อย่าง หากอิงจากการเดินทัพท าศึกสงครามแล้ว…ที่ ข้าน้อยเคยเห็นมา เกรงว่าพระชายาติ้งอ๋องคงเก่งไม่ เท่าหลี่ว์จิ้นเสียน ท าเช่นนี้ไม่ใช่ว่าวางล าดับความส าคัญ สลับกันหรอกหรือ” แม้ว่าเยี่ยหลีจะต่อสู้กับแม่ทัพยอด ฝีมือแห่งใต้หล้าหลายคนทั้งเจิ้นหนานอ๋องและรวมถึงคน อื่นๆ ทั้งยังปราบเป่ยจิ้งให้สงบลง ทว่าก็มีการฉวยโอกาส ยามศัตรูไม่ทันตั้งตัวโจมตีอยู่บ่อยครั้ง และถนัดเรื่อง จัดการและควบคุมสถานการณ์นอกสนามรบเพื่อใช้มัน ผลักดันส่งเสริมสถานการณ์รบทั้งหมดได้ดี แต่ก็ไม่ได้
书呆子
หมายความว่ากลยุทธของเยี่ยหลีจะแยบยลดังเทพเสมอ ไป