ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 389-3 ทำงลัดเดินยำก
เหลยเถิงเฟิงที่นั่งอยู่ในที่นั่งแขกด้านข้างหลุบ ดวงตาลง ก าลังใคร่ครวญถึงเจตนาของการกระท าเช่นนี้ ของหลี่ว์จิ้นเสียนเช่นกัน แต่ก็เหมือนมู่หยางโหวผู้เฒ่า ไม่ ว่าจะคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ม่อจิ่งหลีขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ใหลี่ว์จิ้นเสียนจัดขบวนทัพที่นี่แล้วอย่างนั้นหรือ แต่ ก าลังทหารฝ่ายเราเห็นชัดว่ามีไม่พออย่างนั้นหรือ จ าเป็นต้องส่งกองก าลังไปช่วยเหลือหรือ”
มู่หยางโหวผู้เฒ่าเงียบงันไปครู่ใหญ่ เอ่ยว่า “หาก ฝ่าบาทต้องการแค่ขัดขวางหลี่ว์จิ้นเสียนเท่านั้นล่ะก็ ทหารซุ่มโจมตีก็เพียงพอแล้วพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยรับประกัน ว่าภายในสิบวันนี้หลี่ว์จิ้นเสียนผ่านไปไม่ได้แน่นอน แต่ หากฝ่าบาทต้องการท าลายล้างทัพหลี่ว์จิ้นเสียนล่ะก็…” ทหารที่ซุ่มอยู่ที่นั่นไม่ถึงสามหมื่นนายเห็นได้ชัดว่าจัดการ กับกองทัพใหญ่สองแสนกว่านายของหลี่ว์จิ้นเสียนไม่ได้
书呆子
มู่หยางโหวผู้เฒ่าไม่เชื่อว่าหลี่จิ้นเสียนจะยอมฝ่าเข้ามาใน เขาให้ศัตรูเผาอย่างไม่ตุกติกได้
ม่อจิ่งหลีใจกระตุก หลี่ว์จิ้นเสียนเป็นแม่ทัพยอด ฝีมือของกองทัพตระกูลม่อ ชื่อเสียงเขาโด่งดังไปทั่วหล้า ม่อซิวเหยามีเพียงจางฉี่หลันและหยวนเผยสองแม่ทัพที่ สามารถทัดเทียมได้ หากสามารถท าลายล้างกองทัพใหญ่ ของหลี่ว์จิ้นเสียนได้ ส าหรับกองทัพต้าฉู่ที่ตั้งแต่ออกรบ ท าสงครามมาขวัญก าลังใจก็ตกต่ ามาโดยตลอดแล้วกลับ เป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง
เงียบไปครู่หนึ่ง ในที่สุดม่อจิ่งหลีก็ตัดสินใจได้ เขา เอ่ยเสียงเคร่งขรึมว่า “มู่หยาง เจ้าน าทหารแสนนายไป ช่วยเสริม ต้องจัดการทัพใหญ่หลี่ว์จิ้นเสียนให้ได้ ไม่ว่าจะ เสียสิ่งใดไปก็อย่าได้เสียดาย”
มู่หยางรีบลุกขึ้น เอ่ยเสียงก้องกังวานว่า “ข้าน้อย รับบัญชา!”
书呆子
เหลยเถิงเฟิงที่อยู่ด้านข้างอยากจะพูดอะไร บางอย่าง แต่เห็นสีหน้ามุ่งมั่นมาดหมายว่าจะส าเร็จ ของม่อจิ่งหลีที่อยู่บนบัลลังก์แล้วจึงไม่พูดอันใดออกมา
มู่หยางโหวผู้เฒ่ามองม่อจิ่งหลีพลางเอ่ยว่า “ข้าน้อยเดาว่าทัพใหญ่ทั้งหมดที่พระชายาติ้งอ๋องเป็น ผู้น าทัพต้องอ้อมไปเป็นแน่ ภายในเจ็ดแปดวันเป็นอย่าง มากจะมาปะทะกับทัพเรา ฝ่าบาท ต้องการส่งคนไปสกัด กั้นไว้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
ม่อจิ่งหลีโบกมือเอ่ยว่า “ไม่ต้อง ปล่อยให้นางมา! ข้าอยากดูว่าเยี่ยหลีจะมีความสามารถใดมาต่อกรกับเทพ แห่งสงครามของซีหลิงอย่างต่อเนื่องได้” ประโยคนี้พูด ต่อหน้าเหลยเถิงเฟิงค่อนข้างจะไร้มารยาทอยู่บ้าง แต่เยี่ย หลีชนะเจิ้นหนานอ๋องแห่งซีหลิงกับจิ้งกั๋วจวินแห่งจูหยาง ติดต่อกันกลับเป็นเรื่องจริง แม้จะเป็นเหลยเถิงเฟิงก็ไม่ อาจโต้แย้งได้ เหลยเถิงเฟิงกลับไม่ได้เดือดดาลขึ้น ท า
书呆子
เพียงยิ้มเรียบๆ เอ่ยว่า “ฮ่องเต้ระมัดระวังไว้สักหน่อย ดีกว่า แม้ท่านพ่อจะพ่ายแพ้ให้แก่พระชายาติ้งอ๋อง แต่ก็ นับถือกลยุทธของนางมาโดยตลอด ใต้หล้านี้คนที่ไม่เคย เสียเปรียบเพลี่ยงพล้ าให้แก่นางกลับมีอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น ที่อยู่ไกลเราไม่พูดถึง แค่เหรินฉีหนิงแห่งเป่ยจิ้ง ก็มีจุดจบ อย่างบ้านเมืองแตกพ่าย ครอบครัวตายเกลี้ยง ท าคน สะท้อนใจมาแล้ว”
ค าพูดนี้ของเหลยเถิงเฟิงคล้ายมีมารยาทนุ่มนวล แต่เมื่อเข้าหูม่อจิ่งหลีกลับบาดโสตประสาทเขาอย่างมาก ไม่ใช่เหตุผลอื่นใด ม่อจิ่งหลีก็คือหนึ่งในคนที่เพลี่ยงพล้ า ให้แก่เยี่ยหลีเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นเรื่องเมื่อหลายเดือน ก่อนนี้เอง ก่อนหน้าเหรินฉีหนิงเสียอีก ม่อจิ่งหลีส่งเสียง เฮอะออกมาเบาๆ เอ่ยว่า “ขอบใจเจิ้นหนานอ๋อซื่อจื่อที่ ตักเตือน”
书呆子
เหลยเถิงเฟิงอมยิ้มเงียบๆ เขาย่อมรู้ดีว่าเหตุใดม่อ จิ่งหลีจึงเบิกบานใจ แม้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในต าหนักอุปราช ที่หนานจิงจะมีคนรู้ไม่มาก แต่ผ่านไปหลายเดือนเช่นนี้ อาศัยจากเบาะแสจ านวนหนึ่ง ก็เพียงพอที่เหลยเจิ้นถิง จะสามารถคาดเดาข่าวลับเฉพาะบางอย่างได้แล้ว เช่นว่า ที่อยู่ของพระชายาติ้งอ๋องในช่วงนั้น หรือเหตุการณ์ แปลกๆ ที่คุณชายชิงเฉินจู่ๆ ก็หายตัวไปซ้ ายังกลับมายัง เมืองหลีอย่างฉับพลันนั้นอีก หรือไม่ก็ข่าวเกี่ยวกับพระ ชายาของม่อจิ่งหลีสองนาง คนหนึ่งหายตัวไป อีกคนป่วย ตาย รวมเข้ากับช่วงเวลาที่ม่อจิ่งหลีขึ้นครองราชย์ ปริศนามากมายจึงพลันกระจ่างแจ้งโดยไม่ต้องไต่ถาม ใดๆ เลย
ม่อจิ่งหลีอยากจะดูถูกเยี่ยหลีนั่นเป็นเรื่องของเขา ถึงเวลานั้นหากเกิดเขาเพลี่ยงพล้ าเข้าก็ไม่มีเหตุผลให้มา ว่าตนว่าไม่เตือนเช่นกัน เรื่องที่ม่อจิ่งหลีไม่ยอมฟังค า
书呆子
ตักเตือน เหลยเถิงเฟิงจึงไม่ไปสนใจอีก เพียงหลับตาลง และเริ่มค านวณจ านวนทหารที่ตนพามาด้วย
เมื่อเห็นเหลยเถิงเฟิงไม่เอ่ยอันใดอีกอย่างรู้งาน ม่อ จิ่งหลีจึงพยักหน้าด้วยความพอใจ หลังจากขึ้นครองราชย์ เป็นฮ่องเต้แล้วเขายิ่งไม่ฟังความเห็นค้านของคนอื่นหนัก ขึ้นกว่าเก่า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความเห็นของเหลยเถิงเฟิงที่ ก่อนหน้านี้เคยไม่แยแสตนมาตลอด เหลยเถิงเฟิงถึงแม้ จะมีฐานะเป็นเพียงซื่อจื่อแต่กลับวางตนเหนือกว่าผู้อื่น และไม่เห็นตนอยู่ในสายตา เมื่อได้มาเห็นเหลยเถิงเฟิง แสดงท่าทีเคารพนบนอบและมีท่าทางเชื่อฟังต่อหน้าตน ม่อจิ่งหลีจึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
เขาลุกขึ้นยืน โบกมือเอ่ยว่า “เรื่องนี้พอแค่นี้แล้ว กัน มู่หยางพาทหารไปสกัดกั้นหลี่ว์จิ้นเสียน ข้าจะน าทัพ ไปรับหน้าเยี่ยหลีเอง!”
书呆子
พอเห็นม่อจิ่งหลีลุกขึ้นเดินไปใกล้ที่ที่จัดไว้ส าหรับ พักด้านหลัง มู่หยางโหวผู้เฒ่าขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้ามี ความกังวลแฝงไว้หลายส่วน เขายังคงคิดว่าความจริงให้มู่ หยางพาทหารแสนนายไปนั้นไร้ประโยชน์อย่างยิ่ง คิดจะ ท าลายล้างหลี่ว์จิ้นเสียนที่นั่นให้สิ้นซากยิ่งมีความหวัง เลือนลางนัก แต่ม่อจิ่งหลีกลับไม่ยอมฟังค าทัดทาน แม้ว่า จะมาสวามิภักดิ์ต่อม่อจิ่งหลีได้ไม่นาน แต่มู่หยางโหวผู้ เฒ่าที่ถนัดการพูดเอาใจกลับมองออกอย่างชัดแจ้งแล้ว ว่าม่อจิ่งหลีเป็นคนเช่นไร
“ท่านพ่อ เป็นอันใดไปหรือ” เห็นบิดาขมวดคิ้ว มู่ หยางจึงถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
มู่หยางโหวผู้เฒ่าส่ายหน้า เอ่ยเตือนเสียงเบาว่า “การไปครานี้ต้องระมัดระวังให้มาก หลี่ว์จิ้นเสียนเป็นแม่ ทัพยอดฝีมือของทหารตระกูลม่อ เจ้าอย่าได้ประเมินศัตรู
书呆子
ต่ าเกินไปเด็ดขาด หากหมดหนทางหรือดูท่าจะพ่ายแพ้ก็ ไม่ต้องไปฝืน”
“ขอรับ ท่านพ่อ” เขามองบิดา แม้ว่าจะสงสัยอยู่ บ้าง แต่มู่หยางก็ยังเอ่ยรับปากไป มู่หยางโหวผู้เฒ่าส่าย หน้า ถอนใจเสียงเบา เอ่ยว่า “ช่างเถิด กลับกันเถิด”