ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 390-3 แผนกำรในแผนภำพจัดวำงก ำลัง ป้องกัน
ฉินเฟิงครุ่นคิดพักหนึ่ง ส่ายหน้าเอ่ยว่า “ทัพต้าฉู่มี ทหารแปดแสนนาย แต่ข้าน้อยคิดว่าด้วยทิฐิและการมอง กองทัพตระกูลม่อเป็นศัตรูของม่อจิ่งหลีอาจจะมีมากกว่า นั้น แต่จากแผนภาพจัดวางก าลังป้องกันแล้ว ยังมีไม่ถึง หกแสนนายเลยด้วยซ้ า ข้าน้อยคิดว่า…ม่อจิ่งหลีอาจจะ ซุกซ่อนไม้ตายเอาไว้อีกก็เป็นได้พ่ะย่ะค่ะ”
“ม่อจิ่งหลีแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อยเลย” เยี่ยหลียิ้ม จางๆ เพื่อจะจัดการกับกองทัพตระกูลม่อ เรียกได้ว่าม่อ จิ่งหลีท าทุกวิถีทางงัดทุกกลยุทธออกมาใช้ นึกไม่ถึงว่า กระทั่งแผนภาพจัดวางก าลังป้องกันก็ยังสร้างกลลวง เอาไว้มากมายเพียงนี้ ความจริงแล้วนี่เกินกว่าสติปัญญา ที่ม่อจิ่งหลีแสดงออกมาในยามปกติไปมากนัก จะเรียกว่า แสดงความสามารถออกมาได้ดีกว่าปกติหรือไม่นะ
书呆子
“หากเจ้าเป็นม่อจิ่งหลี เจ้าจะซ่อนกองทัพสองแสน นายนั่นไว้ที่ใด” เยี่ยหลีเอ่ยถาม
ฉินเฟิงก้มหน้าครุ่นคิด อวิ๋นถิงที่อยู่ข้างๆ ชะโงก หน้ามามอง เบ้ปากเอ่ยว่า “หากข้าเป็นม่อจิ่งหลีจะเอา ทัพสองแสนนายนี้ไปจัดการกับพระชายา หากสามารถ ท าให้พระชายา…ต่อให้ภายหลังแม่ทัพหลี่ว์สามารถฝ่า การปิดล้อมออกมาได้ ก็จะกลายเป็นแม่ทัพผู้โดดเดี่ยว ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากล าบากรอบด้าน ยิ่งไปกว่านั้น …หากม่อจิ่งหลีชนะพระชายาได้ในคราเดียว จะถือเป็น เรื่องที่ดีเยี่ยมต่อขวัญก าลังใจทหาร ในเวลาเดียวกันก็จะ มีขวัญก าลังใจโจมตีกองทัพตระกูลม่อและต าหนักติ้งอ๋อ งอย่างดุดันอีกด้วย”
เยี่ยหลีแย้มยิ้มเอ่ยว่า “อวิ๋นถิงเก่งกาจขึ้นไม่น้อย ทีเดียว”
书呆子
อวิ๋นถิงก าลังจะแย้งว่าคนปัญญานิ่มยังคิดออกเลย แต่พอมานึกดูหากพูดเช่นนี้ออกไปจะไม่เป็นการบอกว่า ตัวเองก็ปัญญานิ่มเหมือนกันหรอกหรือ จึงท าแค่หัวเราะ ออกมาแล้วเอ่ยว่า “เป็นท่านอาจารย์ที่สั่งสอนจนเกิด ประสิทธิผลพ่ะย่ะค่ะ”
เยี่ยหลีมองแผนที่ตรงหน้า นิ้วเรียวสวยจิ้มลงบนที่ สามแห่งในแผนที่ เอ่ยว่า “ตรงนี้ ตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้ พวก เจ้าคิดว่าอย่างไร” หลินหานเอ่ยว่า “หากท าเช่นนี้ล่ะก็ พอทัพเราออกจากด่านหานกู่มาก็จะโดนล้อมไว้ด้วยหุบ เขาทันที อีกทั้งผนวกกับทหารในที่แจ้งของม่อจิ่งหลี อย่างน้อยเราก็จะถูกทหารสามแสนนายล้อมไว้ แต่ว่า… ม่อจิ่งหลีจะฉลาดเพียงนี้เชียวหรือ” เกิดพวกเขาคิดกัน มากเกินไป แต่ม่อจิ่งหลีกลับไม่ได้คิดมาถึงขนาดนี้ สุดท้ายจะกลายเป็นว่าพวกเขาตื่นตูมกันไปเอง
书呆子
ฉินเฟิงเอ่ยว่า “ต่อให้ม่อจิ่งหลีไม่ฉลาด แต่มู่หยาง โหวผู้เฒ่ากลับฉลาดยิ่งนัก” ฉินเฟิงอยู่ที่ค่ายใหญ่ทัพต้าฉู่ มานานที่สุด ย่อมรู้จักมู่หยางโหวผู้เฒ่าที่ยามนี้เรียกได้ ว่าม่อจิ่งหลีให้ความส าคัญและนับว่าเป็นคนที่รู้จักการสู้ รบดีที่สุดในกองทัพต้าฉู่ บุคลิกประจ าตัวไม่ได้แสดงถึง ความสามารถ แม้ว่าจะมีแม่ทัพและขุนนางต้าฉู่จ านวนไม่ น้อยที่ดูแคลนบุคลิกประจ าตัวของมู่หยางโหวผู้เฒ่า แต่ ส าหรับความสามารถของเขาแล้วกลับไม่มีใครปฏิเสธได้
อวิ๋นถิงยักไหล่เอ่ยว่า “หากคิดจะร่วมปิดล้อมกับ แม่ทัพหลี่ว์ทั้งสองด้าน เราก็ต้องออกจากด่านหานกู่ ต่อ ให้เบื้องหน้าจะมีทหารสามแสนนายรออยู่ก็ต้องไป ไม่ อาจหันหลังกลับไปในยามนี้” ไม่แน่ว่าอาจารย์เขาอาจจะ ท าลายล้างทหารต้าฉู่ที่ซุ่มโจมตีพวกนั้นไปจนหมดแล้ว และมาถึงยังที่หมายแล้วก็ได้ ถึงเวลานั้นพวกเราที่ เดินทางปกติมาแต่ไปถึงช้ากว่า จะดูไม่ดีเอาเสีย
书呆子
เยี่ยหลีกุมหน้าผากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง จึงหัวเราะ ออกมาเบาๆ เอ่ยว่า “อวิ๋นถิงพูดถูก หากเราไปสาย คง เป็นการท าร้ายแม่ทัพหลี่ว์แน่” อวิ๋นถิงได้ฟังเยี่ยหลีพูด เช่นนี้ก็ร้อนรนขึ้นมา “พระชายา เช่นนั้นจะท าอย่างไรดี พ่ะย่ะค่ะ พวกเราจะไปจากที่นี่กันอย่างไร”
เยี่ยหลีครุ่นคิด มีแผนการอยู่ในใจ เอ่ยเสียงขรึมว่า “อวิ๋นถิง เจ้าพาทหารหนึ่งแสนห้าหมื่นนายไปโจมตีด่า นหานกู่”
“หา” อวิ๋นถิงพลันตกใจยกใหญ่ มองเยี่ยหลีด้วย ความกังวลเ พระชายาคงไม่ร้อนจนเกินไปหรอกกระมัง แม้ด่านหานกู่จะไม่ใช่ป้อมปราการของชายแดน แต่ก็เป็น สนามรบโบราณที่โด่งดังที่สุดของจงหยวน ตั้งแต่โบราณ มาเป็นสถานที่ที่กองทัพต้องรบราฆ่าฟันกัน และมีการ ขนานนามว่าเป็นด่านวีรบุรุษอันดับหนึ่งแห่งจงหยวน นี่ จึงเป็นเหตุผลที่หลี่ว์จิ้นเสียนคิดจะอ้อมไปใช้ทางลัด หาก
书呆子
ทั้งสองฝ่ายจัดทัพคุมเชิงอยู่ที่ด่านหานกู่ อย่าว่าแต่ทหาร หนึ่งแสนห้าหมื่นนายเลย ห้าแสนห้าหมื่นนายก็ไม่อาจ โจมตีด่านหานกู่ได้ในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้ ยามนี้พวก เขารู้แล้วว่าม่อจิ่งหลีมาซุ่มโจมตีที่นี่ก่อน เกรงว่าจ านวน คนเพียงแค่นี้ของเขาคงท าอะไรกองทัพต้าฉู่ไม่ได้
เยี่ยหลียิ้มบางเอ่ยว่า “ไม่ได้ให้เจ้าโจมตีจริงๆ แค่ ท าทีจะโจมตีก็พอ อย่าให้คนอื่นสงสัยเจ้าได้ล่ะ”
อวิ๋นถิงปฏิกิริยาว่องไว รีบถามว่า “พระชายา ท่าน จะไปทีใดหรือพ่ะย่ะค่ะ” ในเมื่อพระชายาให้เขาน าทัพ ใหญ่ไปหลอกโจมตี นั่นย่อมเพื่อปิดบังแผนการที่แท้จริง ของพระชายา เยี่ยหลียิ้มบางเอ่ยว่า “พระพุทธเจ้าบอก ไว้ว่า ไม่อาจบอกได้”
อวิ๋นถิงพลันหน้าหงอยลง มองเยี่ยหลีตาโตพลาง เอ่ยว่า “พระชายา ข้าน้อยรู้ว่าท่านย่อมไปท าเรื่องน่า สนุกแน่ๆ พาข้าไปด้วยมิได้หรือ ข้ายินดีปรนนิบัติรับใช้
书呆子
พระชายา ยามเจออันตรายไม่บ่ายเบี่ยงแน่นอนพ่ะย่ะ ค่ะ!” เรื่องที่พระชายากระท าทุกเรื่องล้วนเป็นเรื่องที่ลั่น ฟ้าสะเทือนดิน ท าให้อวิ๋นถิงทั้งอิจฉาทั้งริษยาฉินเฟิง กับจั๋วจิ้งยิ่งนัก
เยี่ยหลีมองเขาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ยามนี้ในกองทัพคนที่น าทัพได้นอกจากเจ้าแล้วก็มีข้า เท่านั้น ระหว่างเราสองคนแม่ทัพอวิ๋นจะให้ใครเป็นคน อยู่ใครเป็นคนไปหรือ”
อวิ๋นถิงห่อเหี่ยวใจ หากพระชายาไม่ไปเช่นนั้นจะมี อะไรน่าสนุกกัน หากพระชายาไป…เขาก็จะไปด้วยไม่ได้
เยี่ยหลียกมือตบไหล่อวิ๋นถิงแล้วยิ้มเอ่ยว่า “ทางนี้ เจ้าก็ส าคัญมากเช่นกัน ข้าจะท าได้เท่าใด ก็ต้องดูว่าเจ้า สามารถถ่วงเวลาทัพต้าฉู่ไว้ได้นานเท่าใดด้วย หากส าเร็จ ถึงเวลานั้นข้าจะไปขอความดีความชอบกับแม่ทัพหลี่ว์ให้ เจ้าด้วยตัวข้าเอง”
书呆子
อวิ๋นถิงได้ยินดังนั้นก็พลันมีชีวิตชีวา เขาเพิ่งจะ ค านับอาจารย์ฝากตัวเป็นศิษย์ หลายวันที่เหลือจากการ เดินทัพนี้เขาเจียดเวลาไปอ่านบันทึกส่วนตัวของหลี่ว์จิ้น เสียนจึงได้เคารพเลื่อมใสอาจารย์คนใหม่จนแทบจะลงไป กราบกราน เขาก าลังกลัดกลุ้มที่ไร้ผลงานการรบที่โดด เด่นไปแสดงความสามารถให้ท่านอาจารย์เห็นอยู่พอดี เมื่อได้ยินเยี่ยหลีกล่าวเช่นนั้นจึงพลันฮึกเหิมมีชีวิตชีวา ยิ้มเอ่ยว่า “พระชายาวางใจเถิด ข้าน้อยรับประกันว่าจะ ไม่ท าให้พระชายาเสียการใหญ่แน่นอน”
เยี่ยหลีพยักหน้าด้วยความพอใจ เอ่ยว่า “ดีมาก เจ้าไปเถิด”
“พ่ะย่ะค่ะ ข้าขอตัวลา!” อวิ๋นถิงประสานมือเอ่ย ลา แล้วออกไปตรวจสอบทหารและม้าของตน
ทุกคนภายในกระโจมเห็นท่าทางอวิ๋นถิงที่พุ่ง ออกไปดั่งสายลมก็พากันหลุดยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
书呆子
หลินหานยิ้มเอ่ยว่า “แม่ทัพอวิ๋นอายุใกล้จะสิบสามปีแล้ว กระมัง นิสัยเช่นนี้ช่าง…ขึ้นลงดีเหลือเกิน”
เยี่ยหลีหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ อันที่จริงอวิ๋ นถิงอายุก็ไม่นับว่าน้อยแล้ว แม้ว่าปีนั้นท่ามกลางแม่ทัพที่ โด่งดังของใต้หล้าจะนับว่าเขาอายุน้อยที่สุด แต่หลายปี มานี้ถึงแม้กองทัพตระกูลม่อจะต่อสู้อย่างหนักหน่วง แต่ ในกองทัพกลับน้อยนักที่จะมีการแก่งแย่งชิงดีกันอย่างใน กองทัพอื่น อวิ๋นถิงนิสัยร่าเริงสนุกสนาน ซ้ ายังเป็นคน สนิทของพระชายาติ้งอ๋อง ย่อมคบค้าสมาคมกับทุกคนใน กองทัพตระกูลม่อเป็นอย่างดี ถึงขนาดใกล้จะถึงวัยสร้าง เนื้อสร้างตัวแล้ว กลับยังมีนิสัยร่าเริงเปิดเผย ตรงไปตรงมาดังเก่า
ฉินเฟิงมองเยี่ยหลี แล้วเอ่ยถามว่า “พระชายา ให้อวิ๋นถิงถ่วงเวลากองทัพต้าฉู่กับม่อจิ่งหลีไว้ แล้วเรา ต้องท าสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”
书呆子
เยี่ยหลีแย้มยิ้มงดงาม เอ่ยว่า “พวกเรา…จะออก ล่า”