ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 391-1 ทหำรมู่หยำงแตกพ่ำย สงสัยว่ำมีไส้ศึก
ด่านหานกู่ปิดลง ม่อจิ่งหลีทอดสายตามองลงไปยัง ค่ายใหญ่ตระกูลม่อที่อยู่ไม่ไกลซึ่งก าลังคุกรุ่นไปด้วยไอ สังหาร ธงสีด าของกองทัพตระกูลม่อโบกสะบัดไปพร้อม กับสายลมกรรโชก เมื่อมองไกลออกไปอีกจะเห็นทหาร และม้าทั้งค่ายตระกูลม่ออันแกร่งกล้าและองอาจ ดุจดั่ง ลูกคลื่นสีนิลที่พร้อมสาดซัดทุกเมื่อ
“ฝ่าบาท มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลพ่ะย่ะค่ะ” ผู้ อาวุโสมู่หยางโหวและเหลยเถิงเฟิงยืนอยู่ข้างกายม่อจิ่ง หลี ผู้อาวุโสมู่หยางโหวกล่าวขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้ว เล็กน้อย ม่อจิ่งหลีเลิกคิ้ว “ไม่ชอบมาพากลหรือ? อย่างไร” ผู้อาวุโสมู่หยางโหวพูดด้วยเสียงขรึมว่า “กองทัพตระกูลม่อแม้จะดูเกรียงไกรก็จริง ทว่าสองวันนี้ ออกจะแสร้งท าเป็นส าแดงอ านาจบาตรใหญ่ หากแต่ไม่มี
书呆子
พฤติการณ์ลงมือใดๆ โดยแท้จริง เช่นนี้ช่างไม่สมกับวิถี ยามปกติของกองทัพตระกูลม่อเลยพ่ะย่ะค่ะ”
สาเหตุที่กองทัพตระกูลม่อโด่งดังไปทั่วพิภพเป็น เพราะแม่ทัพล้วนมีก าลังรบที่เก่งกาจ มีจิตวิญญาณที่อาจ หาญ พวกเขาจะไม่หยุดเดินหน้าต่อเพียงเพราะด่านหาน กู่ที่อยู่เบื้องหน้าปิดลงอย่างแน่นอน ฉะนั้น ค าอธิบาย เดียวคือพวกเขามีแผนเชิงลึกอย่างอื่น
ม่อจิ่งหลีเลิกคิ้วและกล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “ใน มือเยี่ยหลีมีทหารและม้าไม่ถึงแสน แม้ว่าด่านหานกู่จะ ถูกนางบุกอย่างหนัก แต่นางจะถึงขั้นเอาชนะได้เทียว หรือ เกรงว่านางคงต้องการรอหลี่ว์จิ้นเสียนเสียมากกว่า ขอเพียงแค่มู่หยางสกัดหลี่ว์จิ้นเสียนเอาไว้ได้ พวก ข้างหน้านี้…ไม่ช้าก็เร็วจะต้องตกเป็นเชลยของข้า” เหลย เถิงเฟิงมองออกไปไกลๆ ราวกับคิดอะไรบางอย่างอยู่
书呆子
ผ่านไปครู่ใหญ่ ถึงพูดอย่างเรียบเฉยว่า “ดูเหมือนว่า หลายวันนี้จะไม่เห็นคนของพระชายาติ้งอ๋องเลยนะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าผู้อาวุโสมู่หยางโหวพลัน เปลี่ยนไป พูดด้วยน้ าเสียงเคร่งขรึมว่า “ฝ่าบาท…แต่ไหน แต่ไรพระชายาติ้งอ๋องมีแผนการมากมาย เกรงว่า…” นอกจากพระชายาติ้งอ๋องจะมีแผนการมากมาย นางยังมี หน่วยกิเลนช่วยหนุนอยู่ด้วย จึงยิ่งคาดเดาไม่ได้ขึ้นไปอีก พระชายาติ้งอ๋องไปปรากฏตัวที่ใดก็มักจะมีคนที่ต้อง ประสบเคราะห์กรรมทุกครั้งไป คิ้วคมของม่อจิ่งหลีขมวด เข้าหากัน ม่อจิ่งหลีย่อมเข้าใจสิ่งที่ผู้อาวุโสมู่หยางโหว เป็นกังวล เพียงแต่ครานี้ ม่อจิ่งหลีคิดว่าสิ่งที่เขาวางแผน ไว้สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แม้ว่าเยี่ยหลีจะฉลาดปานใด ก็ เป็นไปไม่ได้ที่จะหาทางเล็ดลอดเข้ามาได้ ทว่า น่า เสียดายนัก แม้ว่ารายชื่อที่ตงฟางโยวให้เขาในตอนแรก จะช่วยแก้ไขสถานการณ์คับขันเรื่องที่ไม่สามารถแทรก
书呆子
คนของตนเข้าไปในต าหนักติ้งอ๋องได้ แต่คนเหล่านี้กลับ ไม่มีทางเข้าถึงเยี่ยหลีโดยไม่เป็นที่น่าสงสัยได้เลย หาไม่ แล้วก็คงไม่ต้องเหมือนเช่นในยามนี้ที่ไม่อาจทราบทิศ ทางการเคลื่อนไหวของเยี่ยหลีได้เลย
เมื่อครุ่นคิดได้ครู่หนึ่ง ม่อจิ่งหลีก็กล่าวสั่งโดยนึกถึง ความปลอดภัยเป็นส าคัญว่า “ส่งคนไปตรวจสอบให้แน่ ชัดว่าเยี่ยหลีอยู่ภายในค่ายทหารนอกด่านหรือไม่” ผู้ อาวุโสมู่หยางโหวรีบพยักหน้า แล้วหันหลังไปเพื่อจะลง ไปสั่งคนให้จัดการเรื่องนี้
“ทูลฝ่าบาท เกิดเหตุฉุกเฉินในกองทัพพ่ะย่ะค่ะ!” มู่หยางโหวยังไม่ทันได้ลงไป ก็มีทหารวิ่งขึ้นมาอย่างรีบ ร้อน เปลือกตาของมู่หยางโหวพลันกระตุก รู้สึกถึงลาง สังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาตามสัญชาตญาณ จึงได้แต่ตั้งใจฟัง ทหารนายนั้นเอ่ยรายงาน “แนวหน้ามีรายงานด่วนเข้า มาว่า กองทัพใหญ่จ านวนหนึ่งแสนนายที่น าโดยมู่หยาง
书呆子
โหวถูกกองทัพหลี่ว์จิ้นเสียนซุ่มโจมตีจนกองทัพถูกท าลาย เกือบทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ หลี่ว์จิ้นเสียนข้ามผ่านแนวลอบ โจมตีที่กองทัพของเราวางเอาไว้ได้แล้ว และก าลังมุ่งหน้า มายังด่านหานกู่พ่ะย่ะค่ะ”
“นี่มันเป็นไปได้อย่างไร!” มู่หยางโหวผู้เฒ่าเผลอ พูดเสียงหลง ร่างกายของเขาซวนเซจนเกือบจะล้มลงกับ พื้น และรีบถามว่า “มู่หยางเป็นอย่างไรบ้าง” ทหารมอง ไปทางม่อจิ่งหลีที่อยู่ด้านหลัง และมองกลับมาที่ผู้อาวุโส มู่หยางโหว แล้วกล่าวว่า “ทหารที่มู่หยางน าไปเหลือไม่ ถึงหนึ่งหมื่นนาย และก าลังมุ่งหน้ามาที่ด่านหานกู่ ขอรับ”
เมื่อได้ยินว่ามู่หยางไม่เป็นไร มู่หยางโหวผู้เฒ่าถึง ค่อยถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ทันทีที่หันกลับไป เห็นสีหน้าของม่อจิ่งหลี ในใจกลับลอบคร่ าครวญ มู่หยาง โหวผู้เฒ่ากังวลเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่เสมอ แต่สุดท้ายปัญหา
书呆子
กลับเกิดที่บุตรชายของเขา เช่นนี้แล้วจะไม่ให้ม่อจิ่งหลี เดือดดาลได้อย่างไร
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด ม่อจิ่งหลีเหลือบมองมู่หยาง โหวด้วยสีหน้าด าทะมึน ถามเสียงอย่างเรียบนิ่งว่า “ท่าน โหวผู้เฒ่ามู่ ท่านมีอะไรจะพูดหรือไม่” มู่หยางโหวผู้เฒ่า กล่าวด้วยใบหน้าที่ขมขื่นว่า “บุตรของข้าน้อยไม่เก่งเรื่อง การสู้รบ ขอฝ่าบาทโปรดลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ข้างๆ ม่อจิ่งหลี เหลยเถิงเฟิงหรี่ตาที่คมคายของ เขาลงเล็กน้อย ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว และพูดด้วยเสียง ต่ าว่า “ฮ่องเต้ต้าฉู่ อย่างไรมู่หยางก็ยังหนุ่มนัก เขาจะ เอาชนะทหารที่ผ่านศึกมาถึงครึ่งชีวิตเช่นหลี่ว์จิ้นเสียนคน นั้นได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น ยามนี้อยู่ในช่วงที่ต้องใช้คน นะพ่ะย่ะค่ะ” ม่อจิ่งหลีส่งเสียงหึด้วยความไม่พอใจ และ พูดกับมู่หยางโหวผู้เฒ่าว่า “เห็นแก่เจิ้นหนานอ๋องซื่อจื่อ
书呆子
ข้าจะให้โอกาสเขาท าความดีความชอบเพื่อหักล้าง ความผิดอีกครั้ง”
มู่หยางโหวผู้เฒ่ารู้สึกยินดีขึ้นมาโดยพลัน รีบเอ่ย ขอบคุณอย่างรวดเร็ว “ขอบพระทัยในพระมหา กรุณาธิคุณพ่ะย่ะค่ะ” แม้แต่สายตามู่หยางโหวผู้เฒ่าที่ มองเหลยเถิงเฟิงก็มีความเมตตาและความขอบคุณมาก ขึ้น “ขอบคุณเจิ้นหนานอ๋องซื่อจื่อ” เหลยเถิงเฟิงยิ้มแล้ว พูดว่า “ผู้อาวุโสไม่จ าเป็นต้องมากพิธี ซื่อจื่ออย่างข้า เพียงท าเพื่อผลประโยชน์ในฐานะพันธมิตรระหว่างสอง แคว้นเท่านั้น” นัยยะของวาจาดังกล่าวหมายความว่า จวนมู่หยางโหวหาได้ติดหนี้บุญคุณเขาไม่ เมื่อได้ยิน เช่นนั้น สีหน้าของมู่หยางโหวก็ยิ่งเป็นมิตรมากขึ้น แต่ อย่างไรก็ดี มิตรไมตรีของเจิ้นหนานอ๋องซื่อจื่อแห่งซีหลิง ก็ไม่ได้น่าจะติดเป็นบุญคุณเท่าไรนัก
书呆子
เหลยเถิงเฟิงมองไปทางม่อจิ่งหลีและกล่าวว่า “ฮ่องเต้ต้าฉู่ เรื่องมาถึงบัดนี้แล้ว จักเป็นการดีกว่าหาก เราไปรีบเรียกมู่หยางโหวกลับมาถามความให้แน่ชัด โดยเร็วที่สุด ข้ารู้สึกว่า…เรื่องนี้ออกจะแปลกๆ อยู่สัก หน่อย” เหลยเถิงเฟิงพอจะรู้แผนการของม่อจิ่งหลีกับผู้ อาวุโสมู่หยางโหวอยู่บ้าง ซึ่งเขาแทบจะพูดได้ว่าเป็น แผนการที่แยบยลไร้ช่องโหว่เลยทีเดียว อย่างน้อยตัว เหลยเถิงเฟิงเองก็ไม่สามารถนึกถึงข้อบกพร่องใดๆ ออกมาได้ แม้ว่าเหลยเถิงเฟิงจะไม่ค่อยมีผลงานด้าน การทหาร แต่เขาก็ได้รับการสอนสั่งมาจากยอดฝีมืออย่าง เหลยเจิ้นถิง ซึ่งประสบการณ์และความสามารถของ เหลยเจิ้นถิงถือว่ายอดเยี่ยม ในเมื่อแม้แต่เขายังไม่อาจ เห็นข้อบกพร่องใดๆ ได้ ก็พิสูจน์ได้ว่า แผนของผู้อาวุโสมู่ หยางโหวและม่อจิ่งหลีที่เตรียมการกันนั้นไร้ช่องโหว่โดย แท้จริง แม้ว่ามู่หยางจะไม่ได้รับชัยชนะอย่างใหญ่โต แต่ก็ ไม่น่าถึงขนาดพ่ายแพ้ย่อยยับ แต่มู่หยางกลับเกือบจะถูก
书呆子
ถล่มทั้งกองทัพภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ถ้าบอกว่า แผนการนี้มีปัญหา ก็ยากที่จะเชื่อเสียยิ่งกว่าบอกว่าม่อ ซิวเหยาถล่มทัพใหญ่ของเป่ยหรงจนสิ้นซากเสียอีก
หลังจากได้ยินค าพูดของเหลยเถิงเฟิง ท่าทาง ของม่อจิ่งหลีและผู้อาวุโสมู่หยางโหวก็ดูเคร่งขรึมขึ้น แม้ ว่ามู่หยางโหวจะไม่ได้คบค้าสมาคมกับหลี่ว์จิ้นเสียนมาก นัก แต่เขาก็เคยเป็นแม่ทัพชื่อที่มีชื่อเสียงในรุ่น จึงพอจะ เข้าใจสถานการณ์ของแม่ทัพแต่ละคนของกองทัพ ตระกูลม่ออยู่บ้าง ดังนั้น เขาจึงไม่อาจเชื่อได้ว่าหลี่ว์จิ้น เสียนสามารถล้มเกมกระดานที่ตัวเองวางได้ง่ายดาย เช่นนี้
มู่หยางกลับมาถึงอย่างรวดเร็ว ตอนที่เขาออกไป รบ มู่หยางมีท่าทางมุ่งมั่นตั้งใจยิ่ง แต่เมื่อกลับมา ตามตัว เขากลับเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย อีกทั้งทหารชั้นยอด ที่แต่เดิมมีถึงหนึ่งแสนนายก็เหลือไม่ถึงหกพันนาย
书呆子
“มู่หยางไร้ความสามารถ ขอฝ่าบาทโปรดลงอาญา ด้วยพ่ะย่ะค่ะ” มู่หยางรู้ดีแก่ใจว่า ความพ่ายแพ้ของ ตัวเองครั้งนี้ ท าให้การปะทะกันครั้งแรกระหว่างกองทัพ ตระกูลม่อและกองทัพต้าฉู่ต้องจบลงด้วยการที่กองทัพต้า ฉู่แตกพ่ายย่อยยับ เกรงว่า ม่อจิ่งหลีก็คงคิดอยากจะ ประหารชีวิตตัวเองด้วยโทษห้าม้าแยกร่างอยู่ในใจแล้ว และที่ส าคัญกว่านั้น ความพ่ายแพ้ของเขาได้ท าลายความ ได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่กองทัพต้าฉู่ยึดครองไปเกินกว่า ครึ่งอีก้ดวย
บรรยากาศภายในกระโจมใหญ่เต็มไปด้วยความ หนักอึ้ง เหล่าแม่ทัพในกองทัพต้าฉู่ไม่กล้าเอ่ยปากอ้อน วอนให้มู่หยาง ม่อจิ่งหลีมองประเมินมู่หยางด้วยสายตา เยือกเย็น ใบหน้าของเขาที่แต่เดิมหล่อเหลาเปรอะเปื้อน ไปด้วยรอยเลือด หัวไหล่พันด้วยผ้าพันแผลจนแขนซ้ายดู แข็งทื่อ เห็นได้ชัดว่าได้รับบาดเจ็บไม่น้อย หว่างคิ้วคู่คม
书呆子
และมั่นคงเผยให้ความอ่อนล้า แม้แต่ดวงตาของมู่หยางก็ เผยให้เห็นว่าเขาอดหลับอดนอนจนตาแดงก่ า ดู เหมือนว่าหลายวันนี้ มู่หยางจะผ่านมาได้อย่างล าบากยิ่ง เช่นกัน
“ลุกขึ้นเถิด” ผ่านไปครู่ใหญ่ ม่อจิ่งหลีถึงกล่าวด้วย เสียงขรึม หาใช่ว่าม่อจิ่งหลีไม่มีความคิดที่จะจัดการกับมู่ หยาง เพียงแต่เขาเข้าใจดีว่า เดิมทีตนเองก็มีแม่ทัพที่ใช้ การได้ในกองทัพต้าฉู่ไม่มากอยู่แล้ว หากจัดการมู่หยาง ไปอีก ก็ยากที่จะรับรองว่าผู้อาวุโสมู่หยางโหวจะไม่มี ความระคายเคืองใจ ดังนั้นถึงได้เชื่อค าแนะน าของเหลย เถิงเฟิงและละเว้นโทษให้แก่มู่หยาง “หลี่ว์จิ้นเสี้ยนเป็น แม่ทัพที่มีชื่อเสียงของตระกูลม่อ เรื่องครานี้ก็ให้แล้วไป เถิด ต่อไปเจ้าต้องสร้างความดีความชอบเพื่อชดเชยโทษ และหากเกิดความเลินเล่อขึ้นอีกก็อย่าหาว่าข้าหันหลังให้ อย่างไร้ปรานีก็แล้วกัน” มู่หยางนิ่งอึ้งไป เห็นได้ชัดว่า ตัว
书呆子
เขาก็คิดไม่ถึงว่าม่อจิ่งหลีจะใจกว้างเช่นนี้ ผู้อาวุโสมู่หยาง โหวที่อยู่ข้างๆ จึงกล่าวเตือนขึ้นมาทันทีว่า “ยังไม่รีบ ขอบคุณในพระกรุณาธิคุณของฝ่าบาทอีก”
มู่หยางถึงได้กล่าวขอบคุณในความเมตตาของม่อ จิ่งหลี แล้วลุกขึ้นยืน
“ครานี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เล่าให้ข้าฟังโดย ละเอียดที” ม่อจิ่งหลีถามด้วยน้ าเสียงขึงขัง มู่หยางจึงรีบ เล่าถึงเหตุการณ์ความพ่ายแพ้ในศึกครั้งนี้ อันที่จริง อย่า ว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่มู่หยางเองก็รู้สึกว่าความพ่ายแพ้ ในครั้งนี้เป็นเรื่องแปลกประหลาดมาก มู่หยางเร่งน า กองทัพใหญ่จ านวนหนึ่งแสนนายไปเป็นก าลังเสริม แม้ จะดูจากก าลังพลของทั้งสองกองทัพแล้ว หลี่ว์จิ้นเสี้ยน ยังคงได้เปรียบอยู่ แต่ด้วยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ จึงแทบจะเรียกได้ว่าชัยชนะจะต้องเป็นของกองทัพต้าฉู่ แน่แล้ว แต่หามีใครคิดไม่ว่าหลังจากที่มู่หยางเร่งเคลื่อน
书呆子
ทัพมาถึงในคืนที่สอง หลี่ว์จินเสี้ยนก็พลันปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับทหารและม้าห้าพันนายที่ด้านหลังกองทัพต้าฉู่ เนื่องจากเป็นกลางดึก กองทัพต้าฉู่จึงไม่รู้เลยว่ามีทหาร ลอบโจมตีมากน้อยเพียงใด ทั้งยังต้องรับมือกับศัตรูอย่าง ฉุกละหุก จึงท าให้ถูกหลี่ว์จิ้นเสียนจูงจมูก อีกทั้ง หลี่ว์จิ้น เสียนยังจุดไฟน้ ามันตุงที่เดิมกองทัพต้าฉู่เตรียมไว้ส าหรับ ซุ่มโจมตีกับกองทัพตระกูลม่อ สุดท้าย เพลิงของตัวเอง นั้นกลับท าให้กองทัพจ านวนแสนนายเหลืออยู่เพียงครึ่ง เดียว มู่หยางพาทหารและม้าที่เหลือฝ่าทะเลเพลิงออกมา ได้แล้วก็ยังต้องเผชิญกับกองทัพใหญ่ของหลี่ว์จิ้นเสียนอีก จนสุดท้ายแล้วทหารและม้าที่หนีกลับมาได้เหลือเพียง ไม่กี่พันนายเท่านั้น