ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 391-3 ทหำรมู่หยำงแตกพ่ำย สงสัยว่ำมีไส้ศึก
มู่หยางส่ายหัว แล้วยกมือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บลูบ ศีรษะเล็กๆ ของมู่เลี่ยและพูดว่า “พ่อไม่เป็นไร ไม่ต้อง กลัวนะ” มู่เลี่ยพยักหน้า เขานั่งอยู่ข้างมู่หยางอย่างเชื่อ ฟังและเฝ้าดูเหยาจีที่ก าลังรักษาบาดแผลให้เขา ด้านนอก กระโจม มีทหารคนหนึ่งกล่าวรายงานขึ้นว่า “รายงาน ท่านโหว ท่านโหวอาวุโสขอให้ท่านโหวไปหาหลังจาก จัดการกับบาดแผลเรียบร้อยแล้วขอรับ”
มู่หยางพยักหน้าตอบกลับไปว่า “เข้าใจแล้ว เจ้าไป เถิด”
เหยาจีขมวดคิ้วและพูดว่า “บาดเจ็บหนักปานนี้ เหตุใดยังไม่พักผ่อนอีกเจ้าคะ” มู่หยางยิ้มเจื่อนอย่างช่วย ไม่ได้ “ข้าจะต้องออกไปในไม่ช้านี้แล้ว ที่ท่านพ่อเรียกข้า น่าจะเพราะต้องการสั่งเรื่องบางอย่าง ไม่ต้องเป็นห่วง ข้า ไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรงอะไร”
书呆子
“แต่ว่า…อาการบาดเจ็บของท่าน…”
มู่หยางถอนหายใจและกล่าวว่า “แม้ว่าความพ่าย แพ้ครั้งนี้เป็นเพราะทหารตระกูลม่อได้รับข้อมูลก่อนก็ จริง แต่อย่างไรก็เป็นข้าที่พ่ายแพ้ ฝ่าบาทจึงให้โอกาสข้า น าทหารไปสกัดกองทัพของหลี่ว์จิ้นเสียนเพื่อน าความดี ความชอบมาไถ่โทษ ข้าจะพูดว่าไม่ไปง่ายๆ ได้อย่างไร”
เหยาจีเข้าใจความร้ายแรงของสถานการณ์ จึงได้ แต่พยักหน้าและพูดว่า “เช่นนั้นท่านต้องระวังให้มากนะ เจ้าคะ” มู่หยางยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า “เจ้าวางใจเถิด ข้าไม่เป็นไรแน่นอน”
หลังจากเก็บข้าวของครู่หนึ่ง มู่หยางก็ออกไปยัง กระโจมผู้อาวุโสมู่หยางโหว ทันทีที่เขาออกไป สีหน้าของ เหยาจีและมู่เลี่ยก็ขรึมลง มู่เลี่ยพูดเสียงเข้มว่า “มู่หยาง โหวจะต้องสงสัยพวกเราในไม่ช้าเป็นแน่” คนที่สามารถ เข้าถึงความลับภายในกองทัพไม่ได้มีมากเป็นทุนเดิมอยู่
书呆子
แล้ว เมื่อขจัดความเป็นไปได้ทั้งหมดออกไป ค าตอบก็ ต้องเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด
เหยาจียิ้มน้อยๆ “เจ้าคิดผิดแล้ว ต้องสงสัยข้าในไม่ ช้าต่างหาก”
ใบหน้าเล็กๆ ของมู่เลี่ยขรึมลง ก่อนพูดด้วยน้ าเสียง หนักแน่นว่า “เจ้าบ้าไปแล้ว อย่าออกหน้าไปรับโทษด้วย ตัวเองเชียวนะ อย่าลืมสิ ถ้าหากมีหลักฐานจับกุมเจ้า อย่างชัดเจน เจ้าคิดว่าม่อจิ่งหลีจะปล่อยข้าไปหรือ อีก อย่าง มู่หยางโหวเป็นคนฉลาด ไม่แน่ว่าจะสงสัยตัวตน ของข้าด้วย” มู่เลี่ยและมู่หยางไม่ได้มีหน้าตาคล้ายกัน มี เพียงดวงตาที่มีส่วนคล้ายเหยาจีอยู่บ้าง ถึงตอนนั้น มู่ หยางโหวอาจนึกสงสัยตัวตนของเขาก็เป็นได้
เหยาจีถอนหายใจเบาๆ “หากยังไม่ถึงทางตัน คิด ว่าข้าจะส่งตัวเองไปตายก่อนหรือ แค่ช่วงนี้เจ้าต้องระวัง
书呆子
ตัวหน่อย ถ้าไม่มีข่าวอันใดส าคัญมากก็ยังไม่ต้องสนใจ จะได้ไม่ตกหลุมพรางของมู่หยางโหว”
ใบหน้าเล็กๆ ที่เคร่งขรึมของมู่เลี่ยหนักอึ้ง และพูด ว่า “ข้าทราบแล้ว ข้ารู้สึกว่า…เรื่องใกล้จะจบลงในไม่ช้านี้ แล้ว” เหยาจีมองต่ าลงพูดเสียงเบาว่า “จบลงก็ดี เหมือนกัน หลายปีนี้ล าบากเจ้าแล้วนะ” ตอนมู่เลี่ยตาม นางมาที่ฉู่จิง เขาเป็นเพียงเด็กอายุแปดเก้าขวบเท่านั้น หลายปีนี้ มู่เลี่ยไม่เพียงแต่แอบช่วยนางรวบรวมและส่ง ข่าวเท่านั้น แต่ยังช่วยเตือนนางเสมอไม่ให้นางเคลื่อนไหว โดยด้วยความเลินเล่อแม้แต่ก้าวเดียว ถ้าไม่ได้มู่เลี่ยคอย อยู่เคียงข้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ นางคงไม่รู้จริงๆ ว่า จะรอดไปได้หรือไม่
มู่เลี่ยมองมาที่นางและพูดว่า “เรื่องที่ท่านอ๋องสั่ง ถ้าท่านท าไม่ได้ก็มอบให้ข้าท าเถิด”
书呆子
เหยาจียิ้มบางๆ อย่างเรียบเฉย “อย่ากังวลมาก ขนาดนั้นเลย ถึงตอนนั้นอาจไม่จ าเป็นต้องให้พวกเรา…” มู่เลี่ยส่ายหัวและกล่าวว่า “ในเมื่อท่านอ๋องสั่งเช่นนั้นก็ จะต้องเกิดสถานการณ์นั้นขึ้นอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้น ท่านคิดว่ามู่หยางโหวจะสามารถอยู่รอดมาได้จนถึง ตอนนี้หรือ แค่ในปีนั้นที่เขาเกือบท าให้พระชายากับ ซื่อจื่อต้องสิ้นชื่อ ท่านอ๋องก็หมายหัวเขาเอาไว้แล้ว ท่าน รอดูเถิด เกรงว่าจะมีข่าวจากท่านอ๋องในเร็วๆ นี้ แน่นอน”
เหยาจีอึ้งไปแล้วจึงพยักหน้า “ทุกสิ่งทุกอย่างล้วน เป็นโชคชะตา นับประสาอะไรกับ…ข้ารู้ว่าควรท าอย่างไร ข้าไม่ได้ติดหนี้บุญคุญพวกเขาเสียหน่อย แล้วมีอะไรที่จะ ท าให้ข้าลงมือไม่ได้กัน” นอกจากมู่หยางจะเป็นพ่อของ ลูกชายนางแล้ว หลายปีนี้ ความรู้สึกของเหยาจีค่อยๆ
书呆子
จืดจางลง ความรู้สึกที่นางเคยคิดว่าไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เมื่อในอดีต บัดนี้เมื่อมองกลับไป ก็หาได้เป็นเช่นนั้นไม่
มู่เลี่ยเหลือบมองนางด้วยความกังวลเล็กน้อย และ พยักหน้า แต่ในใจของเขานึกตัดสินใจแล้วว่า ถ้าถึงเวลา นั้นจริง เขาจะลงมือก่อนเองเพื่อไม่ให้เหยาจีต้องเกิดปม ฝังลึกภายในใจในอนาคต
อีกด้านหนึ่ง เยี่ยหลีนั่งอยู่บนหลังม้ามองไปยังตีน เขาที่เต็มไปด้วยศพกระจัดกระจายอยู่ทุกแห่ง นางยิ้ม เรียบๆ เสื้อผ้าสีขาวและเส้นผมสีด าปลิวไสวท่ามกลาง สายลมหนาว
“พระชายา” ฉินเฟิงส่งจดหมายให้ และกล่าวอย่าง เคร่งขรึมว่า “แม่ทัพหลี่ว์เอาชนะกองทัพแสนนายของมู่ หยางได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ และกองทัพใหญ่ได้ไปมุ่งหน้าไปยัง ด่านหานกู่แล้ว พวกเราควรจะกลับไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
书呆子
เยี่ยหลีขมวดคิ้ว เปิดจดหมายพลางพูดว่า “การ ต่อสู้ของแม่ทัพหลี่ว์ช่างน่าทึ่งทีเดียว แต่…ฉินเฟิง รีบให้ เหยาจีกับมู่เลี่ยถอนตัวออกมาเสียแต่เดี๋ยวนี้!” ฉินเฟิง พลันตกใจ ก่อนจะสงบลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นพูดเสียง เบาว่า “ท่านอ๋องมีค าสั่งว่าเหยาจีกับมู่เลี่ย…ยังต้องการ ใช้งานอย่างอื่นอีกพ่ะย่ะค่ะ” แค่ว่าเรื่องนี้ เดิมทีเป็นเรื่อง ที่ม่อซิวเหยาไม่ได้ตั้งใจจะบอกเยี่ยหลี ทว่าตอนนี้พระ ชายาขอให้เหยาจีและมู่เลี่ยถอนตัวออกมาซึ่งขัดกับค าสั่ง ของม่อซิวเหยา ฉินเฟิงจึงจ าต้องบอกความจริง
เยี่ยหลีอึ้งไป และเข้าใจเจตนาของม่อซิวเหยาอย่าง รวดเร็ว นางถอนหายใจเบาๆ และพูดกับฉินเฟิงว่า “เจ้า ไปเถิด พยายามท าให้เหยาจีและมู่เลี่ยปลอดภัย” ม่อซิว เหยาเลือกเหยาจีเป็นไส้ศึกไว้คอยสอดแนมเรื่องในฉู่จิงมา ตั้งแต่แรก เรื่องนี้เยี่ยหลีรับรู้อยู่แล้ว และเวลานั้นนางเอง ก็ไม่ได้ห้ามปราม ซึ่งแน่นอนว่า ตอนนี้นางก็จะไม่ห้าม
书呆子
ด้วย การจัดการกับจวนมู่หยางโหวได้ถูกก าหนดเอาไว้ แล้ว ถ้าสามารถท าให้ม่อซิวเหยารู้สึกสบายใจขึ้นได้บ้าง เยี่ยหลีก็ไม่ถือสาที่จะท าเรื่องโหดร้ายบ้างเช่นกัน
ฉินเฟิงพยักหน้าและกล่าวว่า “ขอบพระคุณพระ ชายา” ชะตาชีวิตของไส้ศึกนั้นไร้ค่า คนที่มีอ านาจ มากมายมักไม่สนใจความเป็นความตายของไส้ศึกเหล่านี้ เนื่องจากผู้เป็นนายล้วนมีวิธีการจัดการโดยการเอาสิ่ง ส าคัญของเหล่าไส้ศึกไว้เป็นตัวประกัน ผู้มีอ านาจจึงไม่ ต้องกังวลว่าพวกเขาจะทรยศ และหากถูกพบเข้า ส่วน ใหญ่พวกนั้นก็ต้องตายสถานเดียว แม้ว่าต าหนักติ้งอ๋อง จะปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชาดีเพียงใด แต่ก็ไม่อาจดูแล ทุกคนได้ แต่พระชายาติ๋งอ๋องแตกต่างออกไป ขอเพียงมี โอกาส นางจะพยายามปกป้องความปลอดภัยของ ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ถึงที่สุด บางทีอาจเป็นเพราะเหตุนี้ ถึง ท าให้คนเหล่านี้ยินยอมถวายชีวิตเพื่อรับใช้ต่อสตรี อย่าง
书呆子
พระชายาติ้งอ๋องที่ไม่เพียงแต่มีจิตใจและแผนการอันแยบ ยลเยี่ยงชายชาตรีเท่านั้น แต่ยังมีความเมตตาและความ เอื้ออาทรที่คนระดับสูงส่วนใหญ่ไม่มีอีกด้วย
เยี่ยหลียิ้มจางๆ และพูดว่า “ข้าเพียงท าเท่าที่ท าได้ เท่านั้น แต่อย่างไร ข้าก็ไม่อาจจะช่วยทุกคนได้”