ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 392-1 แผนกำรยุแยงตะแคงรั่ว
ยามค่ า
เหยาจีนั่งอ่านหนังสืออยู่ในกระโจม มู่เลี่ยที่อยู่ห้อง ด้านในหลับไปนานแล้ว ส่วนมู่หยางน ากองทหารไปสกัด กั้นหลี่ว์จิ้นเสียน หลายวันนี้ตั้งแต่มีเรื่องไส้ศึกเกิดขึ้น การ ควบคุมในค่ายทหารทั้งหมดก็เข้มงวดขึ้นมาก แม้แต่ องครักษ์ลับของติ้งอ๋องยังหาโอกาสส่งข่าวได้ยากมาก เหยาจีรู้อยู่แก่ใจดีว่าหากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ผู้อาวุโสมู่ หยางโหวจะตรวจสอบสถานะของตัวเองและมู่เลี่ยได้ใน ไม่ช้าก็เร็ว เพราะอย่างไรเดิมทีคนที่ไม่ควรอยู่ในกอง ทหารนี้มากที่สุดก็คือพวกนางเอง สิ่งที่ไม่เหมาะสมจึง ย่อมเป็นสิ่งที่น าพาความน่าสงสัยได้ง่ายที่สุด
สายลมหนาวเหน็บพัดมากระทบประตูกระโจม ใหญ่ ครั้นเหยาจีเงยหน้าขึ้นก็เห็นฉินเฟิงที่สวมชุดด าทั้ง กายยืนอยู่หน้าประตู ในใจก็พลันตกใจ ยังไม่ทันได้พูด
书呆子
อะไรก็คว้าฉินเฟิงให้เดินเข้าไปด้านใน มู่เลี่ยที่หลับอยู่ลืม ตาขึ้นทันทีที่ฉินเฟิงเข้ามา เขาพลิกตัวลุกจากเตียงแล้ว กล่าวว่า “พ่อบุญธรรม ท่านมาได้อย่างไร” ฉินเฟิงยกมือ ขึ้นลูบหัวเล็กๆ ของมู่เลี่ย “ตอนนี้พวกเจ้าเสี่ยงอันตราย มาก ข้าจะพาพวกเข้าออกไปจากที่นี่”
เหยาจีขมวดคิ้วและพูดว่า “แต่…” เหยาจีเข้าใจว่า การมาของฉินเฟิงอาจเป็นความประสงค์ของพระชายา แต่ถ้าไม่สามารถท าเรื่องที่ติ้งอ๋องฝากฝังได้ เกรงว่าไม่ใช่ เพียงแค่ตัวเอง แม้แต่มู่เลี่ยและฉินเฟิงก็จะต้องรับ เคราะห์ไปด้วย ฉินเฟิงเหลือบมองนางอย่างเข้าใจและ กล่าวว่า “ถ้าไปจัดการมู่หยางตอนนี้ มู่หยางต้องสงสัย พวกเจ้าทันทีแน่ หากพวกเจ้ายังอยู่ที่แห่งนี้ต่อไป ไม่ เพียงแต่ตัวเองจะเป็นอันตราย องครักษ์ลับที่ซ่อนตัวอยู่ ในค่ายก็จะถูกคุกคามไปด้วย”
书呆子
มู่เลี่ยพยักหน้าและเริ่มจัดเก็บข้าวของของตัวเอง อย่างเรียบร้อย จริงๆ แล้วไม่มีอะไรที่น่าเก็บนัก แม้ว่า พวกนางจะตามมู่หยางออกรบและน าข้าวของมาไม่น้อย แต่แทบจะไม่มีสิ่งจ าเป็นที่ต้องน ากลับไปเลย เหยาจีพยัก หน้า และขมวดคิ้วด้วยความกังวลเล็กน้อย “ตอนนี้ทั้ง กองทัพอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก พวกเราจะออกไปได้ อย่างไร อีกอย่าง…” หากจู่ๆ นางและมู่เลี่ยหายตัวไป จากกองทัพ เกรงว่ามู่หยางโหวจะสงสัยพวกนางทันที
ฉินเฟิงยิ้มบางๆ “ในเมื่อเข้ามาได้ ก็ย่อมต้อง ออกไปได้ และตอนนี้จะไม่ไปก็คงไม่ได้แล้ว มู่หยางโหว ต้องสงสัยพวกเจ้าอย่างแน่นอน” มู่เลี่ยจับมือเหยาจี พูด อย่างเคร่งขรึมว่า “ท่านแม่ พวกเราไปกันเถิด เมื่อที่นี่จบ ลงแล้ว พวกเราก็จะสามารถกลับไปยังเมืองหลีได้แล้ว” เหยาจีอึ้งไปโดยพลัน สีหน้าของนางเผยความซาบซึ้ง ใช่ แล้ว เพียงแค่เรื่องที่นี่เสร็จสิ้น พวกนางก็สามารถกลับไป
书呆子
ยังเมืองหลีได้ มู่เลี่ยไม่จ าเป็นต้องเป็นเด็กที่อยู่อย่าง หวาดกลัวข้างกายนางทั้งวัน และนายยังจะได้เจอ บุตรชายคนเองด้วย
“ไปกันเถิด!”
ฉินเฟิงพยักหน้าด้วยความพอใจ ในไม่ช้าก็มีเสียง โหวกเหวกร้องให้จับตัวนักลอบสังหารดังมาจากด้านนอก และรู้สึกได้ว่าเสียงนั่นค่อยๆ มุ่งหน้ามายังด้านนี้ ฉินเฟิง ดึงเหยาจีเข้ามาและท าท่าทางเหมือนกับจับนางเป็นตัว ประกัน จากนั้นก็โยนมู่เลี่ยให้แก่องครักษ์ลับตระกูลม่อที่ รออยู่นอกกระโจม เมื่อมองจากมุมคนนอก ดูคล้ายว่าพบ ไส้ศึกของต าหนักติ้งอ๋องแล้ว และกองทัพต้าฉู่ก าลังไล่ ตามเหยาจีและลูกชายที่ถูกจับเป็นตัวประกัน
อย่างไร มู่เลี่ยก็เป็นหลานชายคนเดียวของจวนมู่ หยางโหว ทหารกองต้าทัพฉู่จึงไม่กล้าลงมือรุนแรง และ ท าได้เพียงกังวลอยู่ห่างๆ กว่าที่มู่หยางโหวจะมาถึง ฉิน
书呆子
เฟิงและคนอื่นๆ ก็จับเหยาจีฝ่าไปถึงรอบนอกค่ายใหญ่ ของกองทัพต้าฉู่แล้ว ผู้อาวุโสมู่หยางโหวเข้าใจอย่างถ่อง แท้ทันที เรื่องทุกอย่างที่ไม่ราบรื่นตั้งแต่ออกเดินทาง และเหตุของความพ่ายแพ้ต่อหลี่ว์จิ้นเสียนอย่างน่าอนาถ ของมู่หยางจนท าให้ม่อจิ่งหลีผิดหวังต่อจวนมู่หยางยิ่ง ถ้า หากครั้งนี้ต้องปล่อยไส้ศึกของต าหนักติ้งอ๋องไปเพราะ เหยาจีและมู่เลี่ยอีก เกรงว่าจวนมู่หยางโหวคงต้อง ประสบเคราะห์ร้ายแล้วจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น มู่หยางโหว ยังมีความแคลงใจอยู่เล็กน้อยว่า เหตุใดไส้ศึกของติ้งอ๋อง ถึงได้จับเหยาจีไปเป็นตัวประกันอย่างบังเอิญขนาดนี้
เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ผู้อาวุโสมู่หยางโหวจึง ตะโกนด้วยน้ าเสียงดุดัน “ไม่ต้องสนใจอันใดทั้งสิ้น จับ มือสังหาร!”
“ท่านปู่…” มู่เลี่ยที่ถูกองครักษ์ลับจับเป็นตัว ประกัน ส่งเสียงร้องปนเสียงสะอื้น หัวใจของผู้อาวุโสมู่
书呆子
หยางโหวสั่นสะท้านเล็กน้อย แต่ท้ายที่สุดเขาก็ยังคงใจ แข็งและพูดว่า “ยิง!” มู่เลี่ยเป็นหลานชายคนเดียวของ เขาก็จริง แต่เมื่อเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของทั้ง จวนมู่หยางโหว ผู้อาวุโสมู่หยางโหวก็ไม่ลังเลใจแม้แต่ น้อยที่จะละทิ้งหลานชายคนนี้ ขอเพียงแค่จวนมู่หยาง ยังคงอยู่ ขอเพียงแค่มู่หยางยังอยู่ อนาคตย่อมมี หลานชายได้อีก
ลูกธนูยาวดั่งสายฝนยิงไปทางฉินเฟิงและคนอื่นๆ แต่ในเวลานี้ พวกเขาอยู่นอกค่ายใหญ่ของกองทัพต้าฉู่ อีกทั้ง คนที่ติดตามฉินเฟิงมาก็เป็นมือดีของหน่วยกิเลน ผ่านไปครู่เดียว ทุกคนก็หายตัวไปท่ามกลางเงามืด
ผู้อาวุโสมู่หยางโหวเหม่อมองไปยังทิศทางที่คนชุด ด าหายตัวไปเป็นเวลานาน ผู้อาวุโสมู่หยางและมู่เลี่ยมี ปฏิสัมพันธ์กันเพียงไม่กี่ปี แต่ผู้อาวุโสมู่หยางโหวก็รักและ เอ็นดูมู่เลี่ยมาก แม้เขาเลือกจะทอดทิ้งหลานเพื่อจวนมู่
书呆子
หยางโหว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่รู้สึกปวดใจ ตอนนี้ได้แต่หวังว่าไส้ศึกของต าหนักติ้งอ๋องจะไม่ได้คร่า ชีวิตคนดั่งต้นไม้ใบหญ้า และปล่อยให้หลานยังมีทางรอด
“ท่านผู้อาวุโสโหว ฝ่าบาทเชิญไปเข้าเฝ้าขอรับ” องครักษ์ของฮ่องเต้รีบเร่งเข้ามากล่าวเสียงขรึมที่ข้างหลัง เขา
ผู้อาวุโสมู่หยางโหวถอนหายใจ พยักหน้า แล้วหัน ไปทางกระโจมใหญ่ของม่อจิ่งหลี
ภายในกระโจมขนาดใหญ่ ม่อจิ่งหลีจ้องไปที่ผู้ อาวุโสมู่หยางโหวแล้วถามว่า “จับไส้ศึกได้แล้วหรือ” ผู้ อาวุโสมู่หยางโหวก้มหน้าลง “ไส้ศึกหนีไปได้พ่ะย่ะค่ะ ฝ่า บาทโปรดลงอาญาด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ใบหน้าของม่อจิ่งหลี ขรึมลงโดยพลัน หากแต่ไม่ได้โมโห และพูดอย่างเฉยเมย ว่า “ข้าได้ยินมาว่าภรรยาและลูกของมู่หยางโหวถูกมือ สังหารจับตัวไปหรือ”
书呆子
ผู้อาวุโสมู่หยางโหวพยักหน้าและกล่าวว่า “ทูลฝ่า บาท เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”
ม่อจิ่งหลีจับจ้องผู้อาวุโสมู่หยางโหวด้วยสายตาที่ เย็นชาและถามว่า “ท่านผู้อาวุโสมู่คิดอย่างไรกับไส้ศึก ของต าหนักติ้งอ๋องอย่างนั้นหรือ” ผู้อาวุโสมู่หยางโหวนิ่ง อึ้งไป และรู้สึกว่าตัวเองไม่เข้าใจความหมายของม่อจิ่งหลี จึงได้แต่ฟังม่อจิ่งหลีกล่าวต่อ “มันเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ …แผนการออกเดินทางของมู่หยางโหวรั่วไหล แล้วคืนนี้… ไส้ศึกต าหนักติ้งอ๋องก็เผอิญลักพาตัวภรรยาและบุตรชาย ของมู่หยางโหยวอีก ถ้าหากอยากจะลักพาตัว เอาแค่ตัว ซื่อจื่อน้อยไปน่าจะสะดวกกว่าไม่ใช่หรือ ข้าคิดอย่างไรก็ ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าการที่อีกฝ่ายพาอนุที่เคยเป็นเพียง นางร าไปด้วยนั้นจะมีค่าอันใด ท่านอาวุโส ท่านคิดเห็น อย่างไรหรือ”
书呆子
หลังจากได้ยินค าพูดของม่อจิ่งหลี ผู้อาวุโสมู่หยาง โหวพลันหัวใจเต้นเร็วขึ้นและเหงื่อเย็นๆ ก็ผุดเป็นเม็ด มากมายบนหน้าผากเขา ความหมายของฝ่าบาทก็คือ พระองค์ก าลังสงสัยว่าเหยาจีก็คือไส้ศึกของต าหนักติ้ง อ๋อง และถ้าหากถ้อยค าของฝ่าบาทเป็นจริงล่ะก็ จวนมู่ หยางโหวเป็นอันต้องจบเห่จริงๆ แล้ว
“ฝ่าบาท ฝ่าบาทโปรดให้ความเป็นธรรมด้วยพ่ะย่ะ ค่ะ! จวนมู่หยางโหวมีใจภักดีต่อต้าฉู่อย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ” ท่านอาวุโสมู่หยางโหวคุกเข่าลงบนพื้นพลางเอ่ยด้วย ความร้อนรน ม่อจิ่งหลีพูดเรียบๆ ว่า “ลุกขึ้นเถิด ข้า เพียงรู้สึกแปลกๆ เท่านั้น เรื่องไส้ศึกของต าหนักติ้งอ๋อง คงต้องตรวจสอบต่อไป แต่หากยังมีข่าวรั่วไหลอีก ข้าจะ ไม่ยกโทษให้แน่!”
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา!” ผู้ อาวุโสมู่หยางโหวถอนหายใจด้วยความโล่งอก และ
书呆子
ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องสอบสวนเรื่องนี้ให้ดี ถ้าหาก ปัญหาอยู่ที่เหยาจีจริงๆ ก็ต้องมีแผนจัดการ
ม่อจิ่งหลีอารมณ์ย่ าแย่มากอยู่แล้ว แต่กระนั้นก็ยัง มีข่าวที่ย่ าแย่ยิ่งกว่ารายงานเข้ามาไม่หยุดหย่อน เช้าตรู่ ขณะที่ม่อจิ่งหลีเพิ่งตื่นนอนโดยที่ยังไม่ทันได้แม้แต่จะรับ อาหารเช้า ด้านนอกก็มีรายงานฉุกเฉินเข้ามา “ทูลฝ่า บาท กองทัพซุ่มโจมตีของเราเจอการลอบโจมตีกะทันหัน จากกองทัพตระกูลม่ออย่างต่อเนื่อง ความเสียหาย ร้ายแรงมากพ่ะย่ะค่ะ!”
“อะไรนะ!” ม่อจิ่งหลีถึงกับพลั้งมือพลิกชามน้ าแกง บนโต๊ะจนคว่ า ม่อจิ่งหลีลุกขึ้นพรวดและพูดว่า “ไปเรียก แม่ทัพทั้งหมดมาหาข้า” เมื่อได้รับพระบัญชา แม่ทัพ ทั้งหมดในค่ายก็รีบร้อนมายังกระโจมใหญ่ของกองทัพ ทันทีที่พวกเขาเห็นสีหน้าของม่อจิ่งหลี ทุกคนต่างลอบ
书呆子
คร่ าครวญในใจว่า แย่แล้ว เกรงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเสีย แล้ว