ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 393-3 รอฉวยโอกำส - ตอนที่ 394-3 ควำมตำยของมู่หยำง
“แต่ว่า ท่านแม่ทัพจะอธิบายฮ่องเต้เช่นไรหรือ” ม่อจิ่งหลีไม่ใช่คนใส่ใจผลประโยชน์ส่วนรวมหรือมีจิตใจ กว้างขวางเท่าไรนัก กลัวก็แต่เขาจะมองไม่ออกว่า ที่จ้าว เหลียนถอยก็เพื่อความมั่นคงของทัพใหญ่ แต่กลายเป็น มองเห็นแค่ว่า จ้าวเหลียนขัดพระราชโองการและปล่อย ตัวมู่หยางไป
จ้าวเหลียนฝืนยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ เขากล่าวเบาๆ ว่า “ข้าท าเท่าที่พอจะท าได้ ยิ่งไปกว่านั้น…ไม่รู้ว่าต้องสละ ชีวิตในสนามรบเมื่อใด คิดมากมายเช่นนั้นแล้วจะมี ประโยชน์อันใดเล่า ว่ากันตามจริง ข้ายังไม่มั่นใจเรื่องที่ จะต้องรับมือกับกองทัพหลี่ว์จิ้นเสียนเลย” เห็นจวนมู่ หยางโหวตัดสินใจเช่นนี้ จ้าวเหลียนไม่ใช่ว่าจะไม่รู้สึกหด หู่ใจ แต่ในเมื่อเป็นขุนนาง หากผู้ปกครองอยากให้ขุนนาง ตาย ขุนนางจะไม่ตายก็คงไม่ได้
书呆子
“ท่านแม่ทัพมีคุณธรรมสูงส่งยิ่งนัก” เหลยเถิงเฟิง กล่าวชื่นชมจากใจจริง
มู่หยางออกจากค่ายใหญ่ไม่ถึงสองชั่วยามก็เจอกับ ทัพใหญ่ของเกาหมิงเข้าเสียแล้ว เดิมทีกองทัพทั้งสองจะ ไม่เผชิญหน้ากันเร็วเช่นนี้ ทว่าตอนที่เกาหมิงใกล้จะถึง ค่ายใหญ่ เขาได้รับข่าวว่ามู่หยางน าทัพใหญ่หลบหนีไป แล้ว จึงได้รีบเปลี่ยนเส้นทางและน ากองก าลังตามมู่หยาง ไป ขณะเดียวกันก็รีบส่งรายงานไปที่ค่ายใหญ่ของม่อจิ่ง หลี พร้อมเขียนจดหมายชัดเจนว่ามู่หยางทรยศไปพร้อม กับทัพใหญ่ และยังไม่ลืมที่จะรายงานความผิดของจ้าว เหลียนด้วย เกาหมิงคิดเสมอว่าหลายปีมานี้ตนเป็นวัว เป็นม้าให้แก่ม่อจิ่งหลี แต่กลับถูกพวกแม่ทัพจากตระกูล ใหญ่บดบังจนโงหัวไม่ขึ้น เมื่อบัดนี้ได้โอกาสเหมาะแล้ว มี หรือจะยอมปล่อยไป
书呆子
เมื่อกองก าลังทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน ยังไม่ทันพูด อะไรเกาหมิงก็ออกค าสั่งให้เดินหน้าโจมตี ทั้งสองฝ่ายรบ กันอย่างวุ่นวาย ภายในเวลาไม่กี่นาที มีทหารบาดเจ็บล้ม ตายไปนับไม่ถ้วน ในขณะที่เกาหมิงก าลังได้ใจอยู่นั้น เขา มองเห็นกลุ่มม้าสีด าพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง และเข้ามา ล้อมรอบกองทัพทั้งสองฝ่ายที่ก าลังรบราฆ่าฟันกันอยู่ เอาไว้
ครั้นเห็นธงสีด าสะบัดพลิ้วอยู่ในอากาศ เกาหมิงก็ เกือบจะตกลงจากหลังม้าในทันที เขาตะโกนด้วยความ ตกใจกลัวว่า “กองทัพตระกูลม่อ…หน่วยเฮยอวิ๋นฉี…” มู่ หยางพลันมีสีหน้าที่คิดหนัก และรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างมิ ชอบมาพากล ทหารธรรมดาของกองทัพต้าฉู่ไม่อาจเทียบ ก าลังรบของหน่วยเฮยอวิ๋นฉีได้เลย เมื่อโดนบุกเข้ามา อย่างกะทันหันเช่นนี้ ท าให้การวางต าแหน่งรบของ กองทัพต้าฉู่แตกกระเจิงได้อย่างรวดเร็ว ชายชุดด าที่คุม
书呆子
ทัพมากล่าวเสียงหนักแน่นว่า “ผู้ใดที่ยอมสวามิภักดิ์ต่อ ต าหนักติ้งอ๋องจงรีบยั้งมือบัดเดี๋ยวนี้!” เสียงชายชุดด าที่ แฝงไปด้วยก าลังภายในดังกังวาลไปทั่วทุกสารทิศ
เดิมทีทหารเหล่านี้ก าลังหัวหมุนกับเรื่องที่ต้องมา ฆ่าพวกเดียวกันเองอย่างกะทันหันอยู่แล้ว บัดนี้เมื่อ หน่วยเฮยอวิ๋นฉีมาท าให้เสียขวัญอีก แม้ทหารเหล่านี้ ไม่ได้มีความเกลียดชังต่อกองทัพตระกูลม่อมาแต่ต้น ถึง ขนาดค่อนข้างหวาดกลัวและไม่พอใจการสู้รบกับ ต าหนักติ้งอ๋อง ยามนี้เมื่อมีคนคอยน า ทหารมากมายจึง พากันวางอาวุธและออกจากสนามรบอย่างรวดเร็ว ครั้น เมื่อเห็นว่าทหารตระกูลม่อท าตามที่แม่ทัพชุดด าผู้นั้น กล่าวจริง โดยการที่กองทัพตระกูลม่อจะไม่ท าร้ายคนที่ วางอาวุธ ทั้งยังช่วยปกป้องและเข้ามารับคมดาบสู้รบ แทนพวกเขา ภายในเวลาสั้นๆ จึงมีคนมากมายวางอาวุธ ลงเพิ่มขึ้นอีก
书呆子
ผ่านไปไม่นาน ทั้งสนามรบก็สงบลง ทหารที่เลือก ทิ้งอาวุธลงคือคนที่ก้มหัวให้ต าหนักติ้งอ๋องมีมากถึงหมื่น นาย มีทั้งทหารของมู่หยางและเกาหมิง ด้านมู่หยาง ยังคงมีทหารอารักขาภักดีจ านวนหนึ่งที่คุ้มครองและสู้รบ กับกองทัพตระกูลม่อต่อไป แต่เกาหมิงกลับตกอยู่ในมือ ของกองทัพตระกูลม่ออย่างรวดเร็ว
แม่ทัพชุดด าลากตัวเกาหมิงไปข้างหน้าพร้อมกล่าว ด้วยน้ าเสียงดุดัน “ถอยไป!” ทหารหน่วยเฮยอวิ๋นฉีที่ ล้อมมู่หยางไว้พลันยั้งมือพร้อมค านับและหลบไปอีกฝั่ง ทันที
มู่หยางจ้องชายชุดด าตรงหน้าอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็ ขมวดคิ้วถามว่า “เจ้าคือ…ฉินเฟิงหรือ” มู่หยางและฉิน เฟิงเจอหน้ากันจริงๆ แทบนับครั้งได้ ทว่ามู่หยางกลับจ า ชายผู้เงียบขรึมที่กล่าวขานว่าเป็นผู้ควบคุมหน่วยกิเลนซึ่ง
书呆子
เป็นหน่วยที่ลึกลับที่สุดแห่งต าหนักติ้งอ๋องและเป็นผู้ที่อยู่ ข้างกายพระชายาติ้งอ๋องผู้นั้นได้
ฉินเฟิงพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ พร้อมกับโยนเกาหมิ งลงบริเวณเท้ามู่หยาง
เกาหมิงยืนขึ้นด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว มองไปที่ฉินเฟิง อย่างหวาดหวั่น เขาคิดแต่เพียงว่าตัวเองช่างโชคร้าย เหลือเกิน โดนมู่หยางกดหัวมาตลอด บัดนี้ รอจนถึงครา ที่มู่หยางโชคร้ายบ้าง ถูกฝ่าบาทส่งตนมาจับตัวแล้วแท้ๆ แต่กลายเป็นว่าตัวเองกลับดวงซวยไปพร้อมกับมู่หยาง ถูกกองทัพตระกูลม่อจับเข้าให้อีก วินาทีนี้ เกาหมิงคิด จริงๆ ว่ามู่หยางเป็นตัวน าความโชคร้ายมาสู่ตัวเขา
“เจ้า…ไอ้คนทรยศของต าหนักติ้งอ๋อง! เจ้ากล้ามาก ข้าเป็นถึงแม่ทัพต้าฉู่เชียวนะ!” เกาหมิงวางมาดตะโกน เสียงดังทั้งๆ ที่ภายในใจอ่อนแรง เขาตะโกนพร้อมมอง ฉินเฟิงผู้ที่ไม่แม้แต่จะเห็นเขาอยู่ในสายตา
书呆子
แม่ทัพที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉินเฟิงพลันเบ้ปาก อดไม่ได้ที่ จะก้มหน้าลงถอนหายใจ“ท่านแม่ทัพฉิน นายคนนี้ยังสติ ดีอยู่หรือเปล่าขอรับ” แม่ทัพต้าฉู่ต าแหน่งนี้ น่าภูมิใจนัก หรือ โดยเฉพาะในตอนนี้ที่กองทัพทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูกัน ซ้ ายังอยู่ในช่วงที่ถูกจับเป็นเชลยด้วยเนี้ยหรือ
ฉินเฟิงเลิกคิ้วยิ้ม “แม่ทัพต้าฉู่แล้วอย่างไร ยิ่งข้า สังหารแม่ทัพต้าฉู่ได้มากเท่าไร ความดีความชอบในการ รบก็ยิ่งเฟื่องฟูขึ้นเท่านั้นมิใช่หรือ” ได้ยินดังนั้น เกาหมิง พลันหน้าซีดไปทันที ได้แต่อ้ าอึ้งจนไม่กล้าพูดอะไรอีก
มู่หยางจ้องหน้าฉินเฟิง ขมวดคิ้วถามว่า “ฝีมือพระ ชายาติ้งอ๋องงั้นหรือ ดูเหมือนว่าพระชายากติ้งอ๋องจะ ค านวณไว้แล้วว่าข้ากับแม่ทัพเกาจะปะทะกันที่นี่ ขอพระ ชายาติ้งอ๋องจงออกมาเถิด” ฉินเฟิงกล่าวเรียบๆ “พระ ชายาเอกไม่ได้อยู่ที่นี่ คงท าตามประสงค์ของท่านมู่หยาง โหวมิได้”
书呆子
มู่หยางขมวดคิ้ว “ไม่ทราบว่าเหยาจีถูกคนของแม่ ทัพฉินจับตัวไปใช่หรือไม่ นางเป็นเพียงสตรีไร้เดียงสา ท่านเป็นถึงแม่ทัพ คงไม่ท าอะไรหญิงสาวอ่อนแอไร้ เดียงสากระมัง”
“ไร้เดียงสางั้นหรือ” ฉินเฟิงท าทีแปลกๆ
มู่หยางพยักหน้า “ใช่ ข้าพ่ายแพ้ให้กับแม่ทัพฉินก็ จริง ถึงแม้จะไม่เสียดาย แต่เหยาจีและลูกไม่มีส่วน เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แม่ทัพฉินโปรดเมตตา ปล่อยพวกเขา ไปเถิด”
ฉินเฟิงมองมู่หยางพลางส่ายหัวแล้วกล่าวเสียง เรียบว่า “น่าเสียดายจริงๆ” อันที่จริงมู่หยางไม่ใช่คนน่า รังเกียจอะไร หากไม่ใช่ว่าจวนมู่หยางโหวขัดใจติ้งอ๋องล่ะ ก็ มู่หยางก็คงไม่โชคร้ายเช่นนี้ จนมาถึงขั้นนี้มู่หยางยังไม่ ลืมที่จะขอความเมตตาให้กับเหยาจี นับว่าเป็นคนที่มี
书呆子
จิตใจลึกซึ้งจริงๆ น่าเสียดาย… ทุกคนต่างก็มีนายของตน มีจุดยืนต่างกัน มู่หยางจึงต้องตายเท่านั้น
“แม่ทัพฉิน…” มู่หยางสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย
ฉินเฟิงกล่าวช้าๆ ว่า “ข้าไม่ท าร้ายเหยาจีกับมู่เลี่ย เป็นแน่ เพราะ…”
มู่หยางจ้องฉินเฟิงเขม็ง เขาไม่รู้ว่าฉินเฟิงอยากจะ พูดอะไร แต่จู่ๆ มู่หยางพลันรู้สึกเจ็บปวดและเย็นยะ เยือกไปทั้งท้อง เขาตกใจจนรีบก้มลงมอง มู่หยางมอง เห็นมู่เลี่ยที่มีแววตายิ้มระรื่นในอ้อมอกของตน มู่เลี่ย ยังคงท าหน้าตายิ้มแย้มดั่งด็กดีไร้เดียงสา เขาหัวเราะฮึๆ พลางกล่าวว่า “เพราะตัวข้าเองเป็นคนของต าหนักติ้ง อ๋อง!”
书呆子
ตอนที่ 394-1 ควำมตำยของมู่หยำง
สถานการณ์พลิกผันกะทันหันเช่นนี้ท าทุกคนตะลึง งันไปหมด กว่ามู่หยางจะได้สติคืนมา มู่เลี่ยที่นั่งอยู่ใน อ้อมอกของตนก็ลอยตัวโผเข้าหาฉินเฟิงแล้ว เพราะทุก คนมัวแต่ตกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทหารองครักษ์ ข้างกายมู่หยางจึงไม่มีใครรั้งตัวมู่เลี่ยไว้ ปล่อยให้เขาไป หาฉินเฟิงได้เสียอย่างนั้น เป็นพ่อลูกกันมาหลายปี มู่ หยางเพิ่งจะรู้ว่าตนไม่เคยรู้จักลูกคนนี้ดีเลย อย่างน้อย เขาก็ไม่รู้ว่ามู่เลี่ยใช้วิชาตัวเบาได้ดีเช่นนี้
มู่เลี่ยยืนอยู่ข้างฉินเฟิง ยิ้มตาหยีควงมีดสั้นในมือ “เป็นอย่างไรบ้างขอรับ ท่านพ่อบุญธรรม” ฉินเฟิงลูบหัว ชมเชยมู่เลี่ย มู่เลี่ยดีใจยิ้มจนตาหยี ค าชมของฉินเฟิงไม่ เพียงแต่เป็นค าชมที่พ่อมีต่อลูกเท่านั้น แต่ยังเป็นค าชมที่ ผู้น าหน่วยกิเลนมีต่อสมาชิกในอนาคต ปนิธานตลอดชีวิต
书呆子
ของมู่เลี่ยคือได้เป็นสมาชิกทางการที่เด็กที่สุดในหน่วย กิเลน สิ่งนี้จึงท าให้เขาดีใจเป็นอย่างยิ่ง
มู่หยางข่มเลือดที่ไหลพุ่งออกมาจากท้องด้วยความ เจ็บปวด เขางอตัวอยู่บนหลังม้า มองลูกชายที่ทั้งคุ้นเคย แต่กลายเป็นไม่คุ้นเคยที่ยืนอยู่ไม่ไกลอย่างไม่เชื่อสายตา “เลี่ยเอ๋อร์…เจ้า…”
มู่เลี่ยมองมู่หยางพลางถอนหายใจอย่างเสียมิได้ กล่าวเบาๆ ว่า “เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ ข้าไม่ใช่ลูกชาย เจ้า”
“อะไรกัน!” มู่หยางส่ายหัวเหม่อลอย ในใจคิดว่า เรื่องทั้งหมดตรงหน้าช่างเพ้อเจ้อสิ้นดี ถึงขั้นคิดว่าบางที หลายวันมานี้ตนอาจจะเหนื่อยเกินไปจนเห็นภาพหลอน ผ่านไปพักหนึ่งมู่หยางจึงเงยหน้าขึ้นมองมู่เลี่ย “เจ้าไม่ใช่ เลี่ยเอ๋อร์…แล้วเจ้าเป็นใครกัน พวกเจ้าท าอะไรกับเลี่ย เอ๋อร์” มู่เลี่ยตอบ “ข้าคือมู่เลี่ยก็จริง แต่ว่า…ลูกชายของ
书呆子
เจ้าไม่ได้ชื่อมู่เลี่ย ตอนนั้นเจ้าไม่แม้แต่จะถามเลยหรือว่า เหยาจีตั้งชื่อเด็กคนนั้นว่าอะไร”
มู่หยางสุดจะทานทน ในที่สุดก็ร่วงลงมาจากหลัง ม้า ทหารองครักษ์ข้างกายรีบพยุงเขาขึ้น มู่หยางจ้องมู่ เลี่ยที่ยืนอยู่ข้างฉินเฟิงด้วยความโกรธ มู่เลี่ยยักไหล่ท า เป็นไม่รู้เรื่อง เห็นมู่หยางหน้าซีดเพราะความเจ็บปวด และความตกใจ มู่เลี่ยรู้สึกเห็นใจอยู่บ้าง จะว่าไป หลายปี นี้มู่หยางก็ดูแลเขาได้ไม่เลว ถึงแม้จะถูกภรรยาเอกของ เขาลอบท าร้ายอยู่บ้าง แต่ว่าเรือนตระกูลใหญ่ที่ใดบ้างจะ ไม่มีเรื่องภายในที่ไม่กล้าเปิดเผย น่าเสียดายที่จวนมู่หยาง โหวขัดใจคนที่ไม่ควรขัดใจ ตั้งแต่พวกเขามาถึงฉู่จิง ติ้ง อ๋องก็ก าหนดจุดจบของจวนมู่หยางโหวไว้ให้เรียบร้อย แล้ว ที่หลายปีมานี้จวนมู่หยางอยู่มาได้อย่างสงบสุขก็ถือ ว่าเป็นก าไรแล้ว
书呆子
“เจ้า…เจ้าเป็นคนของต าหนักติ้งอ๋องงั้นรึ” มู่หยาง กัดฟันถามต่อไปว่า “ลูกชายข้าอยู่ที่ใด”
มู่เลี่ยพยักหน้า “ใช่ แต่ลูกชายของเจ้าอยู่ที่ใด…ข้า ก็มิทราบ ถึงข้าทราบก็ไม่บอกเจ้าหรอก” มู่หยางจ้อง หน้า “เขาเป็นคนของจวนมู่หยางโหว! เด็กที่เพิ่งเกิดได้ไม่ นาน ต าหนักติ้งอ๋องก็ไม่ยอมไว้ชีวิตอย่างนั้นหรือ” คิดถึง ความเป็นไปได้นี้ มู่หยางอดขนลุกไม่ได้ ไม่แน่ว่าลูกชาย ของเขาอาจตายไปตั้งนานแล้ว คนที่เขารักใคร่ทะนุถนอม ตลอดหลายปีมานี้เป็นเพียงไส้ศึกที่ต าหนักติ้งอ๋องส่งเข้า มาในจวนมู่หยางโหวงั้นหรือ
“หากหลายปีนี้คนที่อยู่ในจวนมู่หยางโหวไม่ใช่ข้า ลูกชายของเจ้าคงถูกภรรยาของเจ้าฆ่าตายไปแล้ว” มู่เลี่ย เบะปากต่อว่า หากตอนแรกคนที่กลับไปจวนมู่หยางโหว เป็นเหยาจีคนเดิมกับเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เด็กคนนั้น
书呆子
คงได้รู้ได้ตายไปกี่รอบแล้ว ค าที่มู่เลี่ยต่อว่ามู่หยางเจือไป ด้วยความรู้สึกชิงชัง
มู่หยางอึ้งไปพักหนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็หัวเราเฮอะๆ ออกมา เขามองมู่เลี่ย “ก่อนหน้านั้นแผนป้องกันและ แผนลับสู้รบกับหลี่ว์จิ้นเสียน เจ้าเป็นคนปล่อยออกไป สินะ ต าหนักติ้งอ๋องนี่แน่จริงๆ…แม้แต่เด็กยังสามารถ…”
มู่เลี่ยเม้มปากยิ้ม ไม่ตอบค าถามของมู่หยาง
มู่หยางเสียเลือดมากเกินไปจนเริ่มมึนหัวตาลาย เขาอาจรู้ตัวแล้วว่าคงรอดจากภัยในวันนี้ไปไม่ได้ จึงไม่ฝืน ทนต่อไป มู่หยางปัดมือทหารที่ช่วยประคองอยู่ ปล่อยให้ ตัวเองล้มลงกับพื้น เขาพักอยู่ครู่หนึ่ง จึงลืมตาขึ้นถามว่า “เหยาจีเป็นอย่างไรบ้าง ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่ใช่ลูกของนาง แต่หลายปีมานี้ นางก็ดูแลเจ้าอย่างดี เจ้าคงจะไม่แม้แต่ นางก็…”
书呆子
มู่เลี่ยล าบากใจเล็กน้อย ไม่ได้เอ่ยปากตอบอะไร อันที่จริงเขาหวังว่ามู่หยางจะไม่ถามค าถามนี้ ไม่รู้อะไร เลยยังจะทรมานน้อยกว่า เหยาจีจะได้ไม่ต้องรับมือกับ สถานการณ์ตรงหน้าด้วย นึกไม่ถึงเลยว่ามู่หยางจะถาม ออกมาจนได้ มู่เลี่ยเงยหน้ามองฉินเฟิง ฉินเฟิงมองมู่หยา งอย่างไร้อารมณ์
มีเสียงไพเราะของหญิงสาวดังมาจากข้างหลัง บรรดาทหาร “เดี๋ยวข้าตอบเอง”
บรรดาทหารตระกูลม่อหลีกทางให้ เหยาจีก้าวย่าง ออกมาพร้อมมองไปทางมู่หยางอย่างไร้ความรู้สึก มู่ หยางมองเหยาจีที่อยู่ตรงหน้า นางใส่ชุดสีขาว ผ้าคลุมขน สุนัขจิ้งจอกสีขาวยิ่งท าให้นางดูกระจ่างงดงาม แตกต่าง จากแต่ก่อนที่ดูโดดเด่นและฉูดฉาด ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ชุด หรูหราของจวนมู่หยางโหว แต่กลับดูนิ่งสงบงดงาม กว่าเดิม เห็นได้ชัดว่าช่วงที่ผ่านมานางไม่ได้ล าบากอะไร
书呆子
มู่หยางมองหญิงตรงหน้าอึ้งๆ ในที่สุดก็แสยะยิ้มออกมา เห็นสถานการณ์ตรงหน้าแล้ว เขาจะยังไม่เข้าใจอะไรอีก
“เพราะเหตุใดกัน เหยาจี…แค่กๆ เพราะเหตุใดจึง ท าเช่นนี้” มู่หยางมองหญิงตรงหน้าอย่างเจ็บปวด ราว กับว่าแผลที่โดนคมมีดของมู่เลี่ยยังเทียบไม่ได้กับความ เจ็บปวดที่ได้เห็นเหยาจี เหยาจีมองมู่หยางอย่างไร้ ความรู้สึก “ท่านยังจ าจดหมายที่ข้าทิ้งไว้ตอนที่พาลูกหนี ได้หรือไม่”
มู่หยางระลึกอยู่พักหนึ่งถึงนึกออก พยักหน้ากล่าว ว่า “ข้าจ าได้…เจ้าบอกว่าชีวิตนี้ไม่อยากเห็นหน้าข้าและ คนของจวนมู่หยางโหวอีก แต่ตอนหลังเจ้าพาเลี่ยเอ๋อร์ก ลับมาแล้ว ข้านึกว่า…”
เหยาจียิ้มขมขื่นเล็กน้อย “ท่านไม่เคยเชื่อค าพูดข้า เลย ข้ารู้ตั้งแต่ตอนที่ข้าพาเลี่ยเอ๋อร์กลับมาแล้ว จนถึง ตอนนี้ท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือ…ข้าพาเลี่ยเอ๋อร์กลับมา
书呆子
ไม่ใช่เพราะข้าคิดได้ แต่เป็นเพราะว่าตัวข้าเองเป็นไส้ศึก จากต าหนักติ้งอ๋องต่างหาก ตั้งแต่ที่ข้ากลับมาวันนั้น ท่านก็ควรระมัดระวังข้า”
มู่หยางรักนาง เหยาจีเชื่อมาโดยตลอด แต่มู่หยางก ลับไม่เคยตั้งใจฟังค าพูดของนาง มู่หยางจึงไม่เคยสงสัย แผนการที่นางพาลูกกลับมาที่จวนมู่หยางโหว คิดเพียงว่า นางเลี้ยงลูกอยู่ข้างนอกอย่างยากล าบาก ย่อมต้อง กลับมาเป็นธรรมดา
“เจ้า…เจ้าเกลียดข้าขนาดนี้เชียวหรือ” มู่หยางถาม น้ าเสียงน่าเวทนา
เหยาจีส่ายหน้า “ไม่ ข้าไม่ได้เกลียดท่าน ข้าแค่ ไม่ได้รักท่านแล้วเท่านั้น” ต าหนักติ้งอ๋องและพระชายา ติ้งอ๋องมีบุญคุณที่ช่วยชีวิตข้าและลูก ข้าแค่อยากให้ลูก ของข้ามีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขบนโลกใบนี้เท่านั้น ถึงแม้…” ถึงแม้จะต้องสังเวยด้วยชีวิตท่านข้าก็ไม่เสียดาย
书呆子
มู่หยางกระอักเลือดออกมา เขายกมือห้ามทหาร อารักขาที่จะช่วยพยุงตัว ส่ายหัวฝืนยิ้ม “เหยาจี…ข้าไม่ คิดเลยว่า…” ข้าไม่คิดเลยว่าจวนมู่หยางโหวจะจบสิ้นใน เงื้อมมือเจ้า เมื่อเหม่อมองท้องฟ้าเมฆครึ้ม ดวงตาของมู่ หยางว่างเปล่าล่องลอย เขายังจ าช่วงเวลาวัยรุ่นที่เต็มไป ด้วยก าลังวังชาครานั้นได้ดี ระหว่างที่เขาขี่ม้าข้ามสะพาน หญิงสาวที่มองเห็นเขาล้วนหลงใหลได้ปลื้ม เขาขี่ม้าผ่าน หอหญิงงาม มองเห็นหญิงสาวสวยใสนั่งอยู่ริมหน้าต่าง หน้าตาดูเหนื่อยล้า ตั้งแต่นั้นมา เขาก็ตกอยู่ในห้วงภวังค์ แห่งความรักจนถอนตัวไม่ขึ้น
ทว่าตอนนี้หญิงชุดขาวพลิ้วไหว ใบหน้าสวยสะอาด ผู้นี้ ไม่ใช่นางร าหอหญิงงามที่ร่ายร าสะกดคนทั้งเมืองคน เดิมอีกต่อไปแล้ว ส่วนตัวเขาก็ไม่ใช่ชายหนุ่มอิสระรูปงาม คนเดิมเช่นกัน
书呆子
ตอนที่ 394-2 ควำมตำยของมู่หยำง
มู่หยางเงยหน้าขึ้นฟ้าเปล่งเสียงหัวเราะทันใด ราว กับว่าทั้งชีวิตนี้เขาไม่เคยหัวเราะได้เต็มที่แบบนี้มาก่อน ส่วนผู้คนที่ได้ยินเสียงหัวเราะนั้นกลับไม่มีความสุขเลย แม้แต่น้อย สีหน้าของพวกเขายิ่งเศร้าสลดและหดหู่มาก กว่าเดิมเสียอีก
“เหยาจี เจ้ามานี่สิ…ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้าสัก หน่อย” มู่หยางพูดพลางมองนิ่งไปที่เหยาจี
เหยาจีพยักหน้าและก้าวย่างไปข้างหน้าอย่าง สบายๆ
“ท่านแม่ อย่าขอรับ!” มู่เลี่ยร้องขึ้นด้วยความเร่ง ร้อน
“เหยาจี!” ฉินเฟิงขมวดคิ้ว ครานี้ มู่หยางไร้ซึ่ง หนทางโดยสิ้นเชิงเสียแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะลากเหยาจี
书呆子
ไปพบกับจุดจบด้วยกันหรือไม่ เหยาจีหันกลับมามองและ ยิ้มบางๆ “ไม่เป็นไร” เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ดูเฉยเมยของนาง ในใจของฉินเฟิงพลันรู้สึกหนักอึ้งจนต้องขมวดคิ้ว แต่เขา ไม่ได้กล่าวปรามอีก
เหยาจีเดินไปถึงตรงหน้ามู่หยางและคุกเข่าลง “เจ้าต้องการจะถามอะไร”
มู่หยางมองนาง “เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะฆ่าเจ้าจริงๆ หรือ” แม้ว่าตอนนี้มู่หยางจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ใน ระยะใกล้เช่นนี้ การฆ่าเหยาจีที่อ่อนแอบอบบางไม่ใช่ เรื่องยากอันใดเลย ท่าทางของเหยาจีเรียบเฉย ไม่เอ่ย วาจาใดๆ มู่หยางยิ้มจางๆ และถามเสียงเบาว่า “เด็กคน นั้น…”
“เด็กคนนั้นอยู่ที่เมืองหลี เขาสบายดี” เหยาจี กล่าว
书呆子
“เป็นต าหนักติ๋งอ๋องที่พาตัวเด็กไปหรือ” มู่หยา งถามอย่างมีความหวังเล็กน้อย บางทีในใจเขาอาจยังคง ไม่เชื่อว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้จะทรยศต่อตัวเองได้ หรือ บางทีนางอาจจะต้องท าเช่นนี้เพื่อลูกก็เป็นได้ เพียงแต่น่า เสียดายนัก เพราะความเป็นจริงอันโหดร้ายเป็นสิ่งที่เขา จ าต้องเผชิญ เหยาจีส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่ ข้าเป็นคนขอ ที่จะมาเอง ข้าไม่ได้เกลียดเจ้า หากแต่จวนมู่หยางโหว ทอดทิ้งพวกเราแม่ลูกจนไม่อาจยืนอยู่ที่ใดในใต้หล้าได้ ส่วนซีเป่ยซึ่งเป็นเพียงที่แห่งเดียวที่ข้าสามารถไปได้… กลับเป็นปฏิปักษ์กับจวนมู่หยางโหว ติ้งอ๋องต้องการ ท าลายล้างจวนมู่หยางโหว และต้องการให้ผู้อาวุโสโหว เจ็บปวดราวกับตายทั้งเป็น ส่วนข้า ปรารถนาจะให้ลูก ของข้าได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยภายใต้การคุ้มครองของ ต าหนักติ้งอ๋อง ก็เท่านี้เอง”
书呆子
“ติ้งอ๋อง…” มู่หยางหลับตาลงด้วยความเจ็บปวด เดิมทีจวนมู่หยางโหวมิได้มีความเกลียดชังต าหนักติ้งอ๋อง แต่ในปีที่บิดาของเขาได้รับพระบัญชาจากฮ่องเต้ให้ลงมือ กับพระชายาติ้งอ๋อง ได้น าพาหายนะครั้งใหญ่มาสู่จวนมู่ หยางโหว หลายปีมานี้ คนที่เคยลงมือกับพระชายาติ้งอ๋อ งอย่างม่อจิ่งฉี และขุนนางซีหลิงล้วนตายและบาดเจ็บไป เกินกว่าครึ่ง ต าหนักเจิ้นหนานอ๋องก็เกือบจะไร้ผู้สืบทอด ตระกูล ส่วนเหรินฉีหนิง อ๋องแห่งเป่ยจิ้งก็ต้องประสบกับ เหตุบ้านเมืองล่มสลาย แล้วจวนมู่หยางโหวจะโชคดี มี อภิสิทธิ์อะไรที่จะรอดพ้นไปได้เล่า ที่แท้…ติ้งอ๋องได้เริ่ม จัดการกับจวนมู่หยางโหวมาตั้งนานแล้ว เพียงพวกแต่ พวกเขาไม่รู้ทันตัวเท่านั้น
ตลอดทั้งชีวิตของบิดาคือการให้ความส าคัญต่อ ความรุ่งโรจน์ของจวนมู่หยางโหว หลังจากที่พวกเขาตาย จะต้องแบกรับค าด่าทอต่อว่า “ขุนนางไม่รักดี” ตั้งแต่นั้น
书呆子
เป็นต้นมา จวนมู่หยางโหวจึงไร้ซึ่งลูกหลานสืบทอดอีก ส่วนลูกชายของเขานั้น…เร่ร่อนอยู่ภายนอก พวกเขาไม่ เคยแม้แต่จะได้เจอะเจอกันเลย กลับได้ไส้ศึกที่มาจาก ไหนไม่รู้คนหนึ่งมาเป็นผู้สืบทอดเพียงคนเดียว ทั้งยัง ประคบประหงมมาหลายปี การแก้แค้นของติ้งอ๋อง…ช่าง เหี้ยมโหดนัก!
“ท่านพ่อ…ท่านพ่อยังไม่ตายใช่ไหม!” มู่หยางได้สติ กลับมาจากความคิดที่สับสนวุ่นวาย เขาคว้าตัวเหยาจี แล้วถามขึ้น หากติ๋งอ๋องจัดการทั้งหมดทั้งมวลนี้เพื่อแก้ แค้นจวนมู่หยางโหวล่ะก็ เช่นนั้นจะไม่มีวันปล่อยให้บิดา ของเขาตายเร็วเพียงนี้เป็นแน่
เหยาจีถอนหายใจเล็กน้อย มองดูสายตาที่กังวล ของมู่หยาง และพยักหน้าเบาๆ ตอนนี้ ผู้อาวุโสมู่หยาง โหวยังไม่ตายก็จริง แต่เหยาจีรู้ดีว่าไม่มีใครสามารถช่วยมู่
书呆子
หยางโหวได้ จุดจบของเขาได้ถูกก าหนดเอาไว้นานแล้ว และไม่ได้สบายไปกว่ามู่หยาง ณ ตอนนี้แน่นอน
ในเมื่อเหยาจีเข้าใจ ไฉนมู่หยางจะไม่เข้าใจเล่า มู่ หยางเดิมทีก็เป็นคนที่มีสติปัญญาเป็นเลิศ และรับรู้ เรื่องราวต่างๆ มากมายเช่นกัน เพียงไม่นานจึงสามารถ น าทุกเรื่องราวมาเชื่อมโยงกันได้แล้ว เริ่มตั้งแต่วินาทีที่ เหยาจีและมู่เลี่ยถูกลักพาตัวไปนั้น มันก็คือกับดักที่วางไว้ แก่มู่หยางโหวโดยสมบูรณ์ และบางทีอาจจะรวมถึงม่อจิง หลีด้วย
“ติ้งอ๋อง…เก่งกาจนัก…” ในที่สุด มู่หยางก็ท าได้แค่ เพียงยิ้มกล่าวอย่างขมขื่น
“เหยาจี” ฉินเฟิงกล่าวเสียงขรึม การเคลื่อนไหว ของพวกเขาที่นี่ไม่ได้เล็กเลย หากล่าช้านานเกินไปจะท า ให้กองทัพของจ้าวเหลียนรู้ตัวและรีบเร่งมาที่นี่ได้ ถึงตอน นั้นจะล าบากเสีย เหยาจีพยักหน้า ลุกขึ้นยืนและเดินไป
书呆子
ข้างหลังฉินเฟิงอย่างเงียบๆ สายตาที่สับสนของมู่หยาง เปลี่ยนจากเหยาจีไปยังมู่เลี่ยซึ่งยืนอยู่ข้างฉินเฟิง และ สุดท้ายก็ส่ายหัว “ความผิดของจวนมู่หยางโหวมู่หยางขอ แบกรับไว้ทั้งหมด วอนติ้งอ๋องและพระชายาติ้งอ๋องโปรด ไว้ชีวิตท่านพ่อด้วย”
คนที่ได้ยินนั้นหามีใครตอบสนองไม่ เรื่องที่ติ้งอ๋อง ตัดสินใจแล้วจะเปลี่ยนแปลงได้ง่ายเพียงนั้นเมื่อไรกัน ติ้ง อ๋องสามารถอดทนมาได้ตั้งหลายปีขนาดนี้ก็เพื่อที่จะได้ ท าลายจวนมู่หยางโหว ทว่า ที่เขาไม่ได้จบชีวิตผู้อาวุโสมู่ หยางโหวตอนนั้นด้วยดาบเดียว ก็สามารถอธิบายถึง ปัญหาได้อย่างกระจ่างชัดแล้ว เพียงแต่เกรงว่าแม้แต่พระ ชายาติ้งขอร้องด้วยตัวเองก็ไม่ได้ผลเสมอไป ฉินเฟิงกล่าว อย่างเคร่งขรึมว่า “ข้าจะน าค าของเจ้ารายงานต่อท่าน อ๋อง แต่เมื่อท่านอ๋องตัดสินใจแล้ว หามีใครสามารถท าให้ สั่นคลอนได้ไม่ แต่…มู่หยางโหวเพียงแค่ไม่ตายในเร็วๆ
书呆子
นี้” ท่านอ๋องยังต้องการพบผู้อาวุโสมู่หยางโหว จึงย่อมไม่ ปล่อยให้เขาตาย แน่นอนว่าหากเขาปลิดชีพตนเอง เสียก่อน ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ในที่สุด มู่หยางก็ถอนหายใจอย่างเงียบงัน และ กล่าวว่า “เพราะข้าคิดมากเกินไป เหยาจี…ดูแลตัวเอง ด้วย…” ยังไม่ทันสิ้นเสียง ก็เห็นว่ามู่หยางที่แต่เดิมเสีย เลือดมากจนสายตาเริ่มพร่ามัว พลันเบิกตาโพลงขึ้น ทันใด แล้วชักดาบยาวในมือขององค์รักษ์ข้างกายขึ้น สายเลือดพลันสาดกระเซ็นเป็นล าแสง มู่หยางทอดมอง ออกไปไกลๆ อย่างแน่นิ่ง และความโรจน์รุ่งสง่างามของ เขาก็ค่อยๆ ดับสูญ
เหยาจีหลับตาและไม่มองชายผู้นอนจมกองเลือด อยู่ข้างหลังนางอีก เมื่อหันหลังเดินกลับไป มู่เลี่ยเหลือบ มองฉินเฟิงแว่บหนึ่ง แล้วหันหลังเดินตามไป ฉินเฟิง กวาดสายตามองสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า และกล่าวสั่ง
书呆子
ด้วยเสียงขรึมว่า “ไปน าตัวมู่หยางโหวออกมา…ส่งศพ ของมู่หยางให้เขา”
แม้แต่หน่วยเฮยอวิ๋นฉีที่เห็นเหตุการณ์นี้ ยังอดเผย ให้เห็นว่าข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้ไม่ได้ ได้แต่ทอดถอนใจอยู่ ภายใน ผู้อาวุโสมู่หยางโหวช่างโชคร้ายนัก ดันไปหาเรื่อง กับคนที่ไม่ควรหาเรื่องเสียได้
บนเนินเขาเล็กๆ อันเงียบสงบ เหยาจีนั่งอยู่คน เดียวบนนั้น ทอดมองทิวทัศน์ที่ยังคงน่าหดหู่อย่างเหม่อ ลอย มู่เลี่ยเดินเข้ามาและนั่งข้างนางโดยไม่กล่าวอันใด
หลังจากผ่านไปนาน เหยาจียิ้มบางๆ พูดว่า “เหตุ ใดเจ้าถึงไม่ไปกับพวกเขาเล่า” ตอนนี้สถานการณ์ สงครามก าลังดุเดือด ฉินเฟิงและคนอื่นๆ ไม่อาจอยู่ที่นี่ ต่อได้นาน มู่เลี่ยส่ายหัวและพูดว่า “ท่านพ่อบุญธรรม บอกว่า เรื่องหลังจากนี้ไม่เกี่ยวกับข้าแล้ว ข้าจึงอยู่ที่นี่ เพื่อปกป้องท่านแม่ขอรับ”
书呆子
เมื่อเหยาจีไม่อยากจะไปกับกองทัพใหญ่ ฉินเฟิงจึง ไม่ได้บังคับ เพียงทิ้งคนไว้คอยปกป้องนางอย่างลับๆ และมู่เลี่ยก็อยู่ที่นี่ด้วย เรื่องต่อไปหลังจากนี้คือการ ประชันศึกสงครามบนสนามรบ ต่อให้กองทัพตระกูลม่อ จะขาดแคลนคนมากแค่ไหน ก็ไม่ปล่อยให้เด็กเข้าร่วม สนามรบโดยเด็ดขาด เมื่อเห็นเหยาจียังสติล่องลอย มู่ เลี่ยจึงถอนหายใจและกล่าวว่า “ถ้าท่านแม่อยากจะ ร้องไห้ก็ร้องไห้เสียเถิด ข้าจะไม่บอกผู้ใดแน่นอน”
อันที่จริง ตัวเขาเองก็อยากจะร้องไห้อยู่บ้าง เหมือนกัน เขาเป็นเด็กก าพร้าที่ไร้พ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก แม้ว่าจะได้รับการดูแลจากต าหนักติ้งอ๋องอย่างไม่ขาดตก บกพร่อง แต่ก็คงมีความสุขเทียบกับเด็กที่ได้รับความรัก ความเอ็นดูจากพ่อแม่แท้ๆ ไม่ได้ มู่หยางได้ชื่อว่าเป็นพ่อ ของเขามาหลายปี และปฏิบัติต่อเขาไม่เลวเลย ดังนั้น ตอนแรกที่อาจารย์ฝึกสอนของเขาบอกว่า “สิ่งส าคัญ
书呆子
ที่สุดส าหรับการเป็นไส้ศึก มิใช่ความสามารถหรือพลัง การต่อสู้ แต่เป็นหัวใจที่แข็งกระด้างดั่งเหล็กกล้า” แต่ กระนั้นตัวเขาก็ยังรู้สึกเพียงนี้ ดังนั้นเหยาจีจะเศร้าสลด เพียงใดก็น่าจะรู้ดี
เหยาจียิ้มบางๆ และพูด “หลายปีก่อนก็คาดเดาจุด จบเช่นวันนี้ไว้ได้แล้ว มีอะไรให้ต้องร่ าไห้อีกเล่า”
มู่เลี่ยมองนาง และถามด้วยเสียงนุ่มนวลว่า “เมื่อ ครู่ ท่านแม่หวังว่ามู่หยางจะฆ่าท่านแม่หรือ” เหยาจีเงียบ แต่มู่เลี่ยรู้ว่าเขาเดาถูก จึงรีบจับเหยาจีและพูดว่า “ท่าน แม่ต้องเข้าใจนะ อย่าลืมสิ…ท่านแม่ยังมีลูกชายอีกคน และท่านแม่ยังมีข้า ข้าไม่ได้เรียกท่านแม่ว่าแม่อยู่หรือ ท่านแม่…ท่านแม่ไม่ได้โทษที่ข้าแทงมู่หยางใช่หรือไม่”
书呆子
ตอนที่ 394-3 ควำมตำยของมู่หยำง
เหยาจีส่ายหน้า จับศีรษะเล็กๆ ของเขาและพูดว่า “เด็กโง่ ไม่ว่าเจ้าจะท าอย่างไร…ทุกอย่างล้วนเหมือนเดิม อยู่ดี เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้า ข้ายังต้องกลับไปที่เมืองหลี และมองดูเจ้าและน้องของเจ้าเติบโตอย่างปลอดภัยอีก” ครั้งนี้มู่เลี่ยจึงสบายใจขึ้น และถามว่า “ท่านแม่จะรับน้อง กลับมาไหม”
เหยาจีส่ายหัว “ขอเพียงแค่เขาเติบโตขึ้นอย่าง ปลอดภัยดีก็พอแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น..พ่อและแม่บุญธรรม ดูแลเขามาตั้งหลายปี เหตุใดข้าจึงต้องไปรบกวนเขาด้วย เล่า ท าไม…เจ้าไม่อยากดูแลข้าในอนาคตหรืออย่างไร” มู่ เลี่ยรีบส่ายหัวพูด “จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไรเล่า ท่าน แม่วางใจเถิด ต่อไปข้าจะต้องดูแลท่านแม่และพ่อบุญ ธรรมของข้าไปจนแก่เฒ่า! เอ่อ…ถ้าท่านแม่อยากเจอน้อง ข้าก็จะเป็นคนช่วยท่านแม่พากลับมาให้เอง”
书呆子
เหยาจีเห็นลูกตรงหน้าของนางมองมาที่ตนด้วย ความระมัดระวัง หัวใจทั้งดวงที่เย็นชาของเหยาจีพลัน อบอุ่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว นางพิงมู่เลี่ยด้วยรอยยิ้มน้อยๆ พร้อมฮัมเพลง เสียงเพลงที่อ่อนนุ่มน่าประทับใจท าให้ รู้สึกอ้างว้างขึ้นไม่น้อยในท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิอันเหน็บ หนาว เหยาจีมองดูดวงอาทิตย์ตกดินที่อยู่ไกลๆ และ หยาดน้ าตาก็ไหลลงบนใบหน้าอย่างเงียบๆ…
ในค่ายกองทัพตระกูลม่อของหลี่ว์จิ้นเสียน หลี่ว์จิ้น เสียนก าลังมองดูผู้หญิงชุดขาวที่นั่งอยู่ด้านล่างด้วยที่ท่าที ที่เปี่ยมด้วยความยินดี เขาเปล่งเสียงหัวเราะเสียงดัง “ผู้คนทั้งใต้หล้าล้วนบอกว่าหน่วยกิเลนเคลื่อนไหว รวดเร็ว ตัวข้าวันนี้ได้เห็นความสามารถของทหารตระกูล ม่อแล้ว ข้านับถือยิ่งนัก”
ครั้งนี้ ที่หลี่ว์จิ้นเสียนสามารถทลายการปิดล้อม ของทหารและม้ากว่าหนึ่งแสนนายโดยสูญเสียทหารและ
书呆子
ม้าของตัวเองจ านวนเพียงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเป็น เพราะผลงานของหน่วยกิเลนจริงๆ แม้ว่าหลี่ว์จิ้นเสียนจะ มั่นใจว่าเขาจะผ่านไปได้ ทว่าหากไม่ใช่เพราะองค์รักษ์ลับ ของต าหนักติ้งอ๋องส่งข่าวไปยังกองทัพต้าฉู่ได้อย่าง ทันท่วงที ตัวเองเขาคงต้องสูญเสียทหารและม้าจ านวน มากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีข่าวที่ได้รับจาก พระชายาติ้งอ๋องอย่างกะทันหัน บอกให้ตนรีบรุดไปบุกตี ค่ายใหญ่ของกองทัพซีลู่ของต้าฉู่ทันทีนั่นอีก เดิมทีเขายัง รู้สึกกังวลอยู่เล็กน้อย เพราะไม่ว่าอย่างไรก าลังพลของทั้ง สองกองทัพนั้นแตกต่างกันมากเกินไป การโจมตีตัวต่อตัว มิใช่เป็นกลยุทธ์ที่ดีเลย แต่กลับคิดไม่ถึงว่า สู้ไปไม่ถึงครึ่ง ทาง พระชายาติ้งอ๋องไม่เพียงแต่จะน าทหารมาหนุนเพิ่ม แต่ทหารต้าฉู่เองก็เผ่นหนีไปอย่างพิลึกพิลั่นเช่นกัน
หลังจากถอยทัพกลับมาที่ค่ายและได้รับฟัง ค าอธิบายจากพระชายาติ้งอ๋อง เขาถึงได้เข้าใจว่า ที่แท้
书呆子
ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน พระชายาติ้งอ๋องได้วางแผนที่ น่าสนใจเช่นนี้เพื่อท าให้ภายในกองทัพต้าฉู่เกิดความ โกลาหลเอาไว้ก่อนแล้ว
หลังจากฟังค าพูดของหลี่ว์จิ้นเสียน เยี่ยหลีก็ยิ้มขื่น อย่างช่วยไม่ได้ “นี่เป็นวิธีที่ข้าคิดเองเสียที่ไหนกันเล่า” ถึงจะบอกว่า แผนการณ์ของม่อซิวเหยานี้เป็นการยั่วยุให้ เกิดความขัดแย้งภายในกองทัพต้าฉู่ก็จริง แต่อันที่จริง แล้วมันคือการจัดการกับจวนมู่หยางโหวหนักขึ้นเสีย มากกว่า ดังนั้น แผนนี้จึงถูกเตรียมไว้ส าหรับมู่หยางโหว ตั้งแต่แรกแล้ว จึงบอกได้แค่ว่าม่อจิ่งหลีซวยเพราะติด ร่างแหร่วมด้วยเท่านั้น เพียงแต่ เรื่องแบบนี้ย่อมไม่อาจ บอกกับผู้ใต้บังคับบัญชาได้ เรื่องการล้างแค้นโดยส่วนตัว ของติ๋งอ๋องนี้ ยิ่งมีคนรู้น้อยเท่าไรจักยิ่งเป็นการดีเท่านั้น
หลี่ว์จิ้นเสียนกล่าวว่า “ตอนนี้อวิ๋นถิงก าลังสกัด กองทัพใหญ่ของม่อจิ่งหลีที่ด่านหานกู่อยู่ เกรงว่าพวกเรา
书呆子
ต้องเร่งให้เร็วที่สุดแล้วพ่ะย่ะค่ะ” อวิ๋นถิงมีกองก าลังอยู่ ในมือเพียงไม่กี่แสนนาย และภูมิประเทศนอกด่านหานกู่ ก็ไม่ได้เป็นผลดีต่อกองทัพตระกูลม่อเท่าใดนัก หากม่อจิ่ง หลีใจแข็งเอาชีวิตของทหารและม้ากว่าแสนนายเข้าสู้ อวิ๋ นถิงก็คงตกอยู่ในอันตรายขึ้นมาจริงๆ
เยี่ยหลีพยักหน้าพูดว่า “ที่ท่านแม่ทัพใหญ่กล่าวนั่น ถูกต้องยิ่งนัก พวกเราจ าเป็นต้องอาศัยโอกาสที่กองทัพซี ลู่เพิ่งจะเกิดปัญหา ขวัญก าลังใจของทหารตกต่ า และ ผู้คนรู้สึกไม่มั่นคงนี้ ส่งกองก าลังไปแก้ไขสถานการณ์ ทางด้านนั้นโดยเร็วที่สุดให้ได้”
“แต่ว่า เหลยเถิงเฟิงก็อยู่ที่นั่นด้วย เกรงว่าจะแก้ไข ได้ไม่ง่ายเพียงนั้น” หลี่ว์จิ้นเสียนขมวดคิ้วพูด ถ้ามีเพียง กองทัพจ านวนสองแสนกว่านายของจ้าวเหลียน กองทัพ ตระกูลม่อย่อมรักษาชัยชนะไว้ได้แน่นอน แต่กองทัพของ ซีหลิงนับแสนที่อยู่ในมือของเหลยเถิงเฟิงก็อยู่ที่นั่นด้วย
书呆子
เช่นกัน หากค่อยๆ สู้คงไม่มีปัญหา เพียงแต่พวกเขาไม่มี เวลาแล้ว
เยี่ยหลีส่ายหัวและกล่าวว่า “เหลยเถิงเฟิงจะไม่สู้ กับพวกเราที่นี่หรอก” การที่เหลยเจิ้นถิงส่งเหลยเถิงเฟิง มาที่นี่ไม่ใช่เพื่อช่วยม่อจิ่งหลีสู้กับกองทัพตระกูลม่อ
“รายงานท่านแม่ทัพใหญ่และพระชายา ผู้ บัญชาการฉินกลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ทหารรักษาการณ์ รายงานจากด้านนอกกระโจมใหญ่
หลี่ว์จิ้นเสียนพยักหน้าและกล่าวว่า “เชิญผู้ บัญชาการฉินเข้ามา”
ฉินเฟิงแหวกกระโจม เดินเข้ามาและพูดด้วย น้ าเสียงเคร่งขรึมว่า “ข้าน้อยคารวะพระชายาติ้งอ๋อง คารวะท่านแม่ทัพใหญ่”
书呆子
เยี่ยหลีเหลือบมองฉินเฟิง และถามว่า “มู่หยาง…” ฉินเฟิงจึงตอบอย่างนอบน้อมว่า “มู่หยางเสียชีวิตจาก การปลิดชีพตัวเองแล้วพ่ะย่ะค่ะ เกาหมิง แม่ทัพแห่ง กองทัพต้าฉู่ยอมจ านน และข้าน้อยได้พาเขากลับมาแล้ว พ่ะย่ะค่ะ”
“เกาหมิง?” เยี่ยหลีขมวดคิ้วเล็กน้อย นางไม่ได้มี ภาพจ าของบุคคลนี้เลย
ที่ข้างหลังนาง จั๋วจิ้งกล่าวรายงานขึ้นว่า “เป็นขุน นางเก่าของม่อจิ่งหลีพ่ะย่ะค่ะ เขาติดตามม่อจิ่งหลีตั้งแต่ ม่อจิ่งหลียังเป็นเพียงหลีอ๋อง แต่หลังจากม่อจิ่งหลีขึ้น ครองราชย์ ก็ถูกมู่หยางกดดันอยู่ตลอด จึงไม่ถูกกับจวนมู่ หยางโหว เรื่องเกี่ยวกับจวนมู่หยางโหวในครั้งนี้ เกรงว่า เขาก็ไม่พลาดที่จะได้ทีขี่แพะไล่พ่ะย่ะค่ะ”
เยี่ยหลีขมวดคิ้วเล็กน้อยและกล่าวว่า “ขังเอาไว้ ก่อน แล้วค่อยน ากลับไปให้ท่านอ๋องจัดการเถิด”
书呆子
หลี่ว์จิ้นเสียนใจสั่นสะท้านขึ้นมาโดยพลัน และพูด ว่า “พระชายา ในเมื่อคนๆ นี้เป็นคนสนิทของม่อจิ่งหลี เช่นนั้นเขาน่าจะไม่พูดความลับของกองทัพต้าฉู่”
ฉินเฟิงพูดว่า “เกาหมิงได้แสดงออกว่า ขอเพียง พระชายาไว้ชีวิตเขา เขายินดีที่จะบอกเราทั้งหมดในเรื่อง ที่เขารู้”
“การไว้ชีวิตเขาไม่ใช่เรื่องยากหรอก” หลี่ว์จิ้นเสีย นพยักหน้าและกล่าวว่า “แต่พระชายา บุคคลผู้นี้ใช้การ ไม่ได้” ผู้ที่ทรยศนั้นมักไม่ใช่คนที่ได้รับการชื่นชอบเสมอ ไป โดยเฉพาะเกาหมิงที่เป็นผู้ทรยศที่ทั้งได้ทีขี่แพะไล่ ผู้อื่นซ้ ายังใช้วิธีการที่หยาบคายเช่นนี้
เยี่ยหลีพยักหน้าพูดว่า “สิ่งที่ท่านแม่ทัพใหญ่พูด นั้นถูกต้องยิ่ง จั๋วจิ้ง เจ้าไปจัดการเถิด”
“พ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยขอตัวก่อน” จั๋วจิ้งกล่าวด้วย ความเคารพ
书呆子
“เหยาจี ยังไม่กลับมาอีกเหรอ” เมื่อเห็นข้างหลัง ของฉินเฟิงว่างเปล่า เยี่ยหลีจึงถามขึ้นเบาๆ ฉินเฟิงพยัก หน้าและกล่าวว่า “นางอยากผ่อนคลายจิตใจให้สบาย ก่อน ข้าน้อยจึงให้คนสามสี่นายอยู่ต่อเพื่อปกป้องนาง มู่ เลี่ยก็อยู่กับนางด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
เยี่ยหลีพยักหน้าพูดว่า “ตามใจนางเถิด แต่เดิม เรื่องนี้ก็ท าให้นางล าบากใจอยู่แล้ว” จากมุมมองในฐานะ ผู้หญิง นางจะไม่มีวันยอมปล่อยให้เหยาจีเผชิญกับเรื่อง แบบนี้ แต่จากมุมมองในฐานะภรรยา เยี่ยหลีไม่สามารถ หยุดแผนการณ์ที่ม่อซิวเหยาวางไว้ได้ เพราะแม้ว่าในใจ ของนางจะเห็นอกเห็นใจเหยาจี แต่จะไม่เกินไปกว่า ความรู้สึกที่นางมีต่อม่อซิวเหยา ยิ่งไม่ต้องรวมไปถึงว่า สาเหตุของความเกลียดชังของม่อซิวเหยาต่อจวนมู่หยาง โหวนั้นมาจากตัวนาง ต่อให้เยี่ยหลีให้อภัยได้ แต่นางจะ ไม่ไปลบล้างความเกลียดชังของม่อซิวเหยาที่มีต่อพวกเขา
书呆子
อย่างแน่นอน นางไม่ใช่ทหารในชาติก่อนอีกต่อไปที่มอง ปัญหาโดยใช้ความยุติธรรมและความเท่าเทียมเป็นตัว ตัดสิน นางคือภรรยาของม่อซิวเหยา และเป็นพระชายา ของต าหนักติ้งอ๋อง
“ขอบพระคุณพ่ะย่ะค่ะ พระชายา” ฉินเฟิงกล่าว เสียงขรึม