Open The Door เปิดประตูสู่มหันตภัย - Open The Door ประตูบานแรก (12)
“คุณเอสเปอร์แทฮาจิน ว่าไงครับ เอาไหม? เดี๋ยวผมไกด์ดิงให้”
ชั้น 20 ของอาคารส่วนกลางภายในศูนย์เป็นชั้นสำหรับเอสเปอร์ระดับ S โดยฉพาะ ซึ่งเอสเปอร์ระดับ S ที่พำนักอยู่ในเมืองหลวงตอนนี้มีเพียงสามคนเท่านั้น พวกเขาจึงใช้สอยตึกนี้ได้โดยมีพื้นที่เหลือเฟือ มุมหนึ่งในห้องทำงานของแทฮาจินมีเตียงนอนถูกจัดวางไว้ สภาพแวดล้อมถูกเตรียมไว้ให้สามารถพักผ่อน ชำระล้างร่างกายและออกปฏิบัติการได้ทุกเมื่อ
ชายหนุ่มเจ้าของห้องอยู่ในท่าทางกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงขณะไล่สายตาอ่านรายงานเรื่องดอร์(door)โดยมีชายอีกคนกำลังนั่งคร่อมร่างกายท่อนล่างของเขา เจ้าของร่างผอมเพรียวถูไถแกนกายของตัวเองกับอวัยวะเดียวกันของแทฮาจินไปมาอย่างยั่วเย้า
เขาคนนั้นคือจูมีฮุน ไกด์ระดับ A คนหนึ่งในสังกัดไกด์ของแทฮาจิน
“คุณฮาจิน ทำกันเถอะน้า นะครับ?”
ฝ่ายนั้นดันรายงานที่แทฮาจินกำลังอ่านไปไว้ด้านข้างแล้วใช้นิ้วลากไล้ลงมาตามร่างกายท่อนบนของเอสเปอร์หนุ่มพลางช้อนตามองอย่างยั่วยวน ในขณะที่เอวก็ยังขยับส่ายอยู่เช่นเดิม
แทฮาจินทำเพียงจ้องมองอีกฝ่ายและยกมือขึ้นมาวางบนบั้นเอวของจูมีฮุน เพียงแค่เศษเสี้ยวของสัมผัสอันเบาบางก็ทำให้จังหวะหายใจของจูมีฮุนถี่กระชั้นขึ้นได้แล้ว
“ช่วงนี้ทำไมไม่มาหาผมเลยล่ะครับ? ผมอุตส่าห์รอคุณแท้ ๆ”
ฮาจินขมวดคิ้ว
ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้กันหมด ไกด์ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายมักจะชอบมาเกาะแกะเขา แม้ฮาจินไม่คิดชายตามอง แต่คนพวกนั้นก็จะเปลื้องผ้าแล้วเข้ามาเสนอตัวเอง หรือไม่ก็ส่งสายตาเชิญชวน บอกว่าจะทำการไกด์ดิงให้กับเขา
บ่อยครั้งที่เขาดูออกชัดเจนว่า คนพวกนั้นหวังเข้ามาสานสัมพันธ์กับเขา เผื่อจะฟลุกดวงดีได้ตกถังข้าวสารกับเขาบ้าง
โดยเฉพาะไกด์ในสังกัดแบบไกด์จูมีฮุน ซึ่งจัดว่ามีระดับสูงท่ามกลางไกด์ระดับ A ด้วยกัน อีกทั้งรูปลักษณ์ภายนอกยังโดดเด่นและความสามารถก็ไม่เลว เพราะอย่างนั้น แม้อีกฝ่ายจะทำตัวเสียมารยาทโดยการผลุนผลันเข้ามาในห้องปฏิบัติการเขาตามอำเภอใจ เขาก็ไม่เคยบ่นอะไรเลยสักคำ
เพราะยังไงไกด์ดิงก็เป็นสิ่งจำเป็นตลอดเวลาอยู่แล้ว
แต่ว่า…
‘ปกติหน้าตาเขาเป็นแบบนี้เหรอ’
แทฮาจินได้ยินเรื่องซุบซิบหนาหูทีเดียวเกี่ยวกับกิติศัพท์ความหน้าตาดีของจูมีฮุน ปกติเขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเป็นพิเศษกับหน้าตาของอีกฝ่าย แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าจูมีฮุนขี้เหร่จนทนดูไม่ได้ ทันทีที่ใบหน้าของอียอนอีปรากฏเข้ามาในสมองแวบหนึ่ง แทฮาจินก็ขมวดคิ้วมุ่น
แทฮาจินยกเอวของจูมีฮุนที่กำลังจับอยู่แล้วดันให้อีกฝ่ายออกไปจากเตียง จูมีฮุนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตารอให้เอสเปอร์หนุ่มสานต่อการกระทำของตนได้แต่กระพริบตาอย่างงุนงง
“คุณฮาจิน...?”
“จากนี้ไป อย่าเข้ามาในพื้นที่ของผมโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกนะครับ”
พูดจบก็หยิบเอกสารที่ถูกผลักไปไว้ข้าง ๆ เมื่อครู่นี้ขึ้นมาอ่านต่อเป็นเชิงไล่ไกด์หนุ่มร่างเพรียวบางให้ออกไปจากห้อง
แน่นอนว่าน้ำเสียงและลักษณะการพูดของเขาไม่ได้ต่างไปจากตอนปกติ แต่ถึงกระนั้นก็ยังรู้สึกได้ถึงความเยือกเย็นอย่างประหลาด จูมีฮุนไม่อาจข่มกลั้นความสับสนของตัวเองไว้ได้ ฮาจินเป็นเอสเปอร์ที่ถ้าไม่ได้กำลังยุ่งมาก ๆ ก็จะตอบสนองอย่างพองามและปฏิเสธอย่างเหมาะสมเช่นกัน นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับเขา
ชื่อเสียงของแทฮาจินเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เพียงแค่ได้เป็นไกด์ในสังกัดของเอสเปอร์คนนี้ เขาก็ใช้ชีวิตอย่างอู้ฟู่หรูหรามาได้กว่า 1 ปีแล้ว แม้จะเป็นเพียงไกด์ระดับ A แต่ก็มีข้อเสนอถ่ายโฆษณาหรือสปอนเซอร์เข้ามาตลอดไม่มีขาด เงินที่ได้มาโดยเอ่ยปากขอแทฮาจินก็ไม่ใช่น้อย ๆ เช่นกัน
จูมีฮุนชอบประกบติดเอสเปอร์หนุ่มคนนี้เพราะผลประโยชน์ทางการเงิน แต่ยิ่งเวลาผ่านไปขอบเขตของความเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้น
อีกฝ่ายทำตัวเย็นชาใส่เขาอยู่บ่อยครั้ง แต่ตราบใดที่ไม่ทำตัวข้ามเส้นก็จะไม่ใจร้ายใส่กัน บางครั้งยังคอยหนุนหลังเสียด้วยซ้ำไป แทฮาจินเป็นผู้ชายที่ดึงดูดทั้งสายตาและความรู้สึกอย่างยากจะห้ามใจ แม้แต่จูมีฮุนเองก็ยังไม่รู้ว่า ตัวเองมีใจให้กับเอสเปอร์หนุ่มคนนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่
ความรู้สึกที่จูมีฮุนพยายามข่มกลั้นไว้เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ชอบใจถ้าเขาแสดงออกว่าชอบพอหรือแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเริ่มขยายใหญ่ในใจขึ้นทุกที เขาอยากอยู่ในสายตาของฮาจิน ในส่วนของผลประโยชน์ด้านการเงิน เขาเพลิดเพลินไปกับมันเท่าที่จะทำได้แล้ว จึงไม่ปรารถนาอะไรไปมากกว่านี้ เหตุผลที่ยังอยู่ในสังกัดเป็นเพราะต้องการความสนใจและสัมผัสจากแทฮาจินเท่านั้น
เพราะแบบนี้จูมีฮุนจึงพยายามอย่างสุดความสามารถ
ทั้งเรื่องไกด์ดิง รวมไปถึงการพยายามให้ตัวเองดูดีที่สุดในสายตาแทฮาจินด้วย
โชคดีที่แทฮาจินไม่ปฏิเสธความพยายามของเขาและค่อนข้างใจดีกับเขาเสียด้วยซ้ำ อย่างน้อยเวลาแตะต้องร่างกายโดยไม่ได้รับอนุญาตก็ไม่ได้ไล่โดนตะเพิดออกไป
แต่ในระหว่างที่มีสัมพันธ์ทางกายกัน ฮาจินจะไม่ยอมจูบเด็ดขาด แน่นอนว่ากฎเรื่องนี้ใคร ๆ ก็ต้องทำตามไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น จึงไม่ค่อยรู้สึกอะไรเท่าไหร่
แต่ว่ากรณีแบบนี้มัน…
“คุณเอสเปอร์ ผม…ทำอะไรผิดหรือเปล่าครับ?” มีฮุนรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาจึงพยายามทำใจกล้าถามออกไป
“เปล่าครับ”
“แล้วทำไม…คุณถึงไม่รับการไกด์ดิงล่ะครับ?”
“ไกด์จูมีฮุน”
“ครับ?”
“คุณไกด์ดิงด้วยการจับข้อมืออย่างเดียวได้ไหมครับ?”
หมายความว่าให้ทำแบบนั้นงั้นเหรอ? หรือแค่ถามเฉย ๆ?
จูมีฮุนส่ายหน้าและตอบคำถาม
“คุณฮาจินเป็นเอสเปอร์ระดับ S ขั้นสูงสุดนี่ครับ แล้วผมก็เป็นแค่ไกด์ระดับ A…ถ้าให้แค่จับข้อมือ ถึงไกด์ดิงเป็น 10 นาที อย่างเก่งสุดคงทำได้แค่ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นแหละครับ มันไม่มีประสิทธิภาพหรอก”
หลังจากที่จูมีฮุนลงมาจากเตียง แทฮาจินก็ล็อกสายตาให้อยู่กับเอกสารตลอดเวลา เอสเปอร์หนุ่มไม่แม้แต่จะปรายตามองมาทางเขาเลยสักครั้ง และมีฮุนก็รับรู้ ว่าอีกฝ่ายเจตนาแบบนั้นเพราะแทฮาจินเป็นผู้ชายที่รอบคอบอยู่เสมอ
ในการกระทำและคำพูดของเขามักมีความหมายแฝงให้ต้องขบคิด
หลังจากแต่งตั้งเขาให้เป็นไกด์ในสังกัด แทฮาจินก็ยังคงให้เขาอยู่ในหอสำหรับสองคนเหมือนเดิม ซึ่งมีฮุนก็เข้าใจว่า นั่นเป็นคำเตือนไม่ให้เขาข้ามเส้นที่ขีดไว้
“…ถ้าไม่ใช่ไกด์ระดับ S แบบเจ้าหญิงก็คงไม่มีใครทำแบบนั้นได้หรอกครับ วันนี้ดูท่าผมจะมาหาคุณได้ไม่ถูกจังหวะเท่าไหร่ ขอโทษด้วยนะครับ คุณเอสเปอร์”
รออยู่หลายวินาทีแต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบจากคนถาม จูมีฮุนรู้สึกเศร้าจนลำคอตีบตัน ลมหายใจติดขัดอย่างห้ามไม่ได้
ทันทีที่ออกมาจากห้องปฏิบัติงาน ขอบตาของเขาก็ร้อนผ่าวราวกับน้ำตากำลังจะทะลักออกมา จูมีฮุนรู้ดีอยู่แล้วว่าผู้ชายคนนั้นไม่ได้มองเขาเป็นอะไรไปมากกว่า [ไกด์] เลยสักนิด รู้ดีอยู่แล้วว่าเส้นที่อีกฝ่ายขีดไว้มันชัดเจนมากขนาดไหน
แม้ว่าหัวใจจะข้ามเส้นไปนานมากแล้วก็ตาม แต่เขาก็รู้สึกเสียใจอยู่ดีที่ไม่ได้เปิดเผยความรู้สึกที่มีต่ออีกฝ่ายออกไป ถ้าไม่ได้เป็นไกด์ เขาก็ไม่พบวิธีการที่จะมีตัวตนอยู่ในชีวิตของแทฮาจินอีกแล้ว
‘…ทั้งที่คุณก็รู้อยู่แล้วแท้ ๆ’
แทฮาจินเป็นคนไหวพริบดี บางทีฝ่ายนั้นก็น่าจะรับรู้ถึงขอบเขตของความเห็นแก่ตัวที่ข้ามเส้นไกด์ในสังกัดไปแล้วด้วยซ้ำ แต่เจ้าตัวกลับพยายามทำเพียงบทบาทที่กำหนดไว้เท่านั้น
เพราะแบบนั้นจูมีฮุนจึงรู้ว่าอีกฝ่ายจงใจทำตัวเย็นชา ทำให้ความรักข้างเดียวที่ไม่มีจุดหมายปลายทางของเขาต้องชนเข้ากับกำแพง และเขาก็โหยหามันอย่างแรงกล้า
‘ฉันอยากอยู่ในฐานะคนที่มีความหมายสำหรับเขา’
แทฮาจินเปิดหน้าต่างข้างเตียงทันทีที่จูมีฮุนผละออกจากห้องไป กลิ่นน้ำหอมที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศค่อย ๆ ถูกระบายออกไปด้านนอก ประสาทสัมผัสของเขาค่อนข้างอ่อนไหวจึงไม่ชอบกลิ่นสังเคราะห์ฉุน ๆ เท่าไหร่นัก
เอสเปอร์หนุ่มหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้โต๊ะข้างเตียงขึ้นมากดโทร
– ครับ คุณเอสเปอร์ โดเบอร์แมนครับ
“เอาไกด์จูมีฮุนออกจากสังกัดซะ”
– เอ่อ ถ้างั้นตำแหน่งที่ว่างอยู่จะให้ทำยังไง…ถึงไม่มีเรื่องนี้ก็ปวดหัวเพราะเรื่องไกด์ดิงจะแย่อยู่แล้วนะครับ
“ทำตำแหน่งให้ว่างไว้ซะ ฉันมีตัวสำรองอยู่”
– เฮ้อ คุณเอสเปอร์ ช่วงที่ผมมาทำงานนอกสถานที่ คุณไม่ได้ก่อปัญหาอะไรอีกใช่ไหมครับ? ขอร้องละ อย่าก่อเรื่องสิครับ
ฮาจินหัวเราะในลำคอ
‘ก็มีคนที่เรียกได้ว่าเป็นตัวปัญหาอยู่คนหนึ่งแหละนะ’
อียอนอีจัดอยู่ในกลุ่มคนที่ชวนให้เขาอารมณ์เสีย เป็นแค่ไกด์ระดับ B แท้ ๆ แต่ทำไมตัวเขาที่มีสถานะเป็นอันดับหนึ่งกลับไม่สามารถดูข้อมูลส่วนตัวของหมอนั่นได้ ตอนที่ข้อความ [ข้อมูลลับสุดยอดของประเทศชาติ] ปรากฏขึ้นต่อหน้า เขาถึงกับสั่นไปทั่วทั้งตัว
ไม่ใช่สิ
ตอนที่เขารู้สึกสั่นไปทั้งตัวครั้งแรกคือก่อนหน้านั้นไม่นาน วันที่อียอนอีไกด์ดิงให้เขา ฮาจินบอกให้อีกฝ่ายถอดหน้ากากออกพร้อมกับยื่นแขนออกไปหา เพื่อสื่อว่าให้ใช้ปากปรนเปรอเขาเหมือนที่ไกด์คนก่อนทำ
แต่สิ่งที่อียอนอีทำคือการถอดหน้ากากและหมวกออกก่อนจะพุ่งเข้ามาประกบปากเขา เนื่องจากไม่คิดว่าคนที่ทำท่าเหมือนจะหนีไปจะกระทำการอุกอาจ แถมยังเป็นครั้งแรกที่เขาเจอคนบ้าระห่ำขนาดนี้ แทฮาจินจึงได้แต่นั่งแข็งทื่อเหมือนท่อนไม้ให้อีกฝ่ายรุกรานตามใจชอบ
แต่แล้วจู่ ๆ ตัวต้นเรื่องก็กัดริมฝีปากของเขาอย่างแรง