Open The Door เปิดประตูสู่มหันตภัย - Open The Door ประตูบานแรก (2)
“ชะ…… ช่วยด้วยครับ แฮ่ก”
เขาคงทรมานน่าดู เพราะแค่ค่ามลพิษที่สัมผัสได้คร่าว ๆ ก็น่าจะเกิน 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว ยอนอีแตะนาฬิกาของชายคนนั้นอย่างเบามือ หน้าปัดนาฬิกาปรากฏตัวเลข 51 เปอร์เซ็นต์ ใกล้เคียงกับที่เขาคาดการณ์ไว้
ยอนอีแตะนาฬิกาของตัวเองเข้ากับนาฬิกาของอีกฝ่ายเพื่อตรวจสอบค่าความเข้ากัน
ติ๊ง
[ค่าความเข้ากัน 35%]
“ผ่านมานานเท่าไหร่แล้วครับ”
“แฮ่ก สี่ชั่วโมง…… ไม่สิ ไม่แน่ใจ ครับ”
เขาทนมานานมากแล้ว
ชายคนนั้นไม่สามารถจับจุดโฟกัสได้เพราะสติเริ่มเลือนรางลงทุกขณะ ยอนอีจึงวางนิ้วชี้กับนิ้วกลางลงบนข้อมือของเขา เป็นท่าทางที่คล้ายกับการจับชีพจร แต่อันที่จริงยอนอีกำลังทำการไกด์ดิงอยู่
ว่ากันตามตรง ยอนอีสามารถทำให้ระดับมลพิษของเอสเปอร์ระดับ B เหลือ 10 เปอร์เซ็นต์ได้ในเวลาไม่นาน ถึงแม้ว่าค่าความเข้ากันของอีกฝ่ายกับตนจะมีเพียงแค่ 35 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม เพราะยอนอีมีความสามารถเทียบเท่ากับไกด์ระดับ S มันจึงไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด
แต่ถ้าทำอย่างนั้นก็คงหนีไม่พ้นที่จะถูกสงสัย และเรื่องน่ารำคาญก็จะตามมาอีกเป็นโขยง
ยอนอีขอโทษขอโพยชายหนุ่มคนนั้นในใจพร้อมกับทำการชำระล้างให้เขาอย่างช้า ๆ หลังจากดูดเอาพลังออกจากตัวเขาเสร็จเรียบร้อย เพียงอึดใจเดียวสีหน้าของชายคนนั้นก็ดีขึ้น อาการหอบหายใจทุเลาลงและขนลุกซู่ไปทั่วทั้งตัว
“เป็นยังไงบ้างครับ?”
“เฮ้อ…… โล่งแล้วครับ รู้สึกดีขึ้นเป็นกองเลย”
ยอนอีคลี่ยิ้มน้อย ๆ ขณะวางข้อมือของชายหนุ่มลง
“เรียบร้อยนะครับ ผมขอตัวไปดูท่านอื่นก่อน”
“จะไปแล้วเหรอครับ? ช่วยต่ออีกหน่อยได้ไหมครับ อีกนิดเดียวก็ได้……”
เขาคว้าข้อมือยอนอีไว้ แต่คนถูกรั้งกลับสะบัดมือเขาออกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ลดลงเหลือ 29 เปอร์เซ็นต์แล้วนี่ครับ ที่เหลือไว้ให้ไกด์ประจำตัวดูแลต่อนะครับ”
ชายคนนั้นทำได้เพียงมองตามแผ่นหลังอันแสนเย็นชาของไกด์หนุ่มตาปริบ ๆ
เหลือ 29 เปอร์เซ็นต์แล้วงั้นเหรอ.…..?
แม้แต่ไกด์ประจำตัวที่มีค่าความเข้ากันสูงถึง 75 เปอร์เซ็นต์ยังชำระล้างได้ไม่เร็วเท่านี้เลย
‘หรือว่าค่าความเข้ากันจะสูงกว่าที่เห็น?’
ชายคนนั้นจ้องนาฬิกาบนข้อมือตนเองด้วยความฉงน เพราะค่าความเข้ากันของเขากับไกด์คนนั้นมีเพียงแค่ 35 เปอร์เซ็นต์ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างต่ำ ทว่าระหว่างรับการไกด์ดิง เขากลับรู้สึกสดชื่นจนถึงขั้นขนลุกขนชันเสียด้วยซ้ำ
ไม่เห็นคุ้นหน้าเลย เขาคือใครกันนะ?
ห้อง 104 ซึ่งเคยคลาคล่ำไปด้วยเอสเปอร์ระดับ B ที่ถูกเคลื่อนย้ายมา เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้งหลังจากได้ยอนอีเข้ามาช่วย ไกด์คนอื่น ๆ ที่อยู่ในสภาพตายแหล่มิตายแหล่ก็ได้โอกาสเข้ามาต้อนรับน้องใหม่อย่างยอนอีเสียที
กว่าจะควบคุมสถานการณ์ต่าง ๆ ลงได้ก็ปาเข้าไป 3 ทุ่มแล้ว
‘ที่นี่มีค่าล่วงเวลาให้ใช่ไหมเนี่ย’
เดินออกมาตรงโถงทางเดินได้ไม่ทันไร ยอนอีก็ถูกมือของใครบางคนดึงกลับไปจนตัวปลิว
“ไม่ได้ยินสัญญาณเรียกตัวเหรอคะ?! รีบมาเร็วเข้าค่ะ!”
ยอนอีถูกลากตัวไปด้วยความรีบร้อนโดยที่อีกฝ่ายไม่เปิดช่องให้เขาสะบัดออกเลยสักนิด
“ทำอะไรน่ะครับ ผมเพิ่งไกด์ดิง……”
“เอสเปอร์แทฮาจินคือคนที่คุณต้องทำการไกด์ดิงตอนนี้ค่ะ”
ผู้หญิงคนนี้คงจะเป็นคลีนเนอร์ หรือก็คือคนที่คอยจัดระเบียบสถานการณ์ฉุกเฉินและจัดหาคนที่เหมาะสมกับงานนั้น ๆ แต่จะลากตัวไกด์ที่เพิ่งเสร็จงานไปโดยไม่บอกไม่กล่าวกันอย่างนี้เลยเหรอ?
ถ้าพูดถึงแทฮาจิน แม้แต่คนไม่สนโลกอย่างยอนอีก็ยังรู้จักเขาเช่นกัน
เอสเปอร์ระดับ S ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก
แทฮาจินมักจะปรากฏตัวทางโฆษณา TV อยู่บ่อย ๆ และมีชื่อเสียงดังกระฉ่อนไปทั่ว เป็นที่เลื่องลือกันอยู่แล้วว่าเขาคนนั้นทำงานอยู่ที่ศูนย์เมืองหลวง
แล้วทำไมยอนอีซึ่งถูกลงทะเบียนไว้ว่าเป็นไกด์ระดับ B ถึงถูกเรียกให้ไปพบเขาได้กันล่ะ
“ปล่อยครับ”
“ดูเหมือนว่าคุณจะเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับคำสั่งย้ายมาสินะคะ คุณไม่เห็นสัญญาณเรียกตัวเลยเหรอคะ?”
“แต่ผมไกด์ดิงเสร็จตามสัญญาณเรียกแล้วนะครับ”
หลังจากได้ยินอย่างนั้น คลีนเนอร์ก็ขมวดคิ้วฉับพร้อมกับแตะที่นาฬิกาของยอนอี
“เฮ้อ… เห็นตัวหนังสือเล็ก ๆ ตรงนี้ใช่ไหมคะ สถานที่ที่คุณไกด์ถูกเรียกตัวไปไม่ใช่ห้อง 104 แต่เป็นห้อง 702 ซึ่งก็คือที่ที่พวกเรากำลังจะไปกันตอนนี้ค่ะ นาฬิกาของที่นี่มีหลักการการทำงานต่างกับศูนย์ที่คุณเคยอยู่นะคะ”
เธอพูดประโยคยาวเหยียดด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความฉุนเฉียว
ยอนอีปิดปากเงียบสนิทเพราะพูดไม่ออก ดูเหมือนว่าเมื่อกี้นี้เขาจะเพิ่งไปไกด์ดิงมาผิดที่เสียแล้ว แม้ว่ารูปร่างลักษณะของนาฬิกาสำหรับไกด์ของที่นี่จะเหมือนกับเรือนที่เคยใช้แทบทุกอย่าง แต่ดูเหมือนว่าโครงสร้างการใช้งานจะต่างจากที่คิดไว้
‘แล้วทำไมไม่เปิดสอนการใช้นาฬิกาล่ะเนี่ย’
นั่นคงเป็นเพราะในเมืองหลวงมีผู้มีพลังพิเศษจำนวนมาก จึงไม่ค่อยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นเท่าไหร่นัก
‘แต่ถึงยังไงฉันก็ไม่มีธุระอะไรต้องไปเจอกับเอสเปอร์ระดับ S อยู่ดีนั่นแหละ’
ในโลกของผู้มีพลังพิเศษ ทุกคนจะครอบครองสิ่งที่เรียกว่า ภาชนะ
ทั้งเอสเปอร์และไกด์ต่างก็มี 「ภาชนะ」 เป็นของตัวเอง ซึ่งภาชนะของแต่ละคนจะมีขนาดและระดับความแข็งแรงแตกต่างกันออกไป ส่วน 「น้ำ」 ที่บรรจุอยู่ในภาชนะก็มีความบริสุทธิ์ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ยิ่งภาชนะมีขนาดใหญ่และพลังงานซึ่งเปรียบเสมือนกับน้ำมีความบริสุทธิ์มากเท่าไหร่ ระดับก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง ไกด์ระดับต่ำจึงไม่สามารถรับมือกับเอสเปอร์ระดับสูงได้ เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ภาชนะแตกและประสิทธิภาพในการใช้งานพลังตกต่ำลง
นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมถึงมีธรรมเนียมการไกด์ดิงให้ผู้อยู่ในระดับเดียวกันเท่านั้นเกิดขึ้น
‘หรือที่เมืองหลวงจะมีข้อยกเว้น?’
ยอนอีตัดสินใจเดินตามไปก่อนโดยไม่โต้แย้งอะไรเพิ่มเติม รู้ตัวอีกทีคลีนเนอร์คนนั้นก็พาเขาขึ้นมาถึงชั้น 7 แล้ว
อา……
ไอพลังรุนแรงชวนให้พรั่นพรึงอัดแน่นในบรรยากาศ ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกก็พุ่งเข้ามาจู่โจมประสาทสัมผัสในฉับพลันจนสมองแทบระเบิด คลีนเนอร์ผู้นำทางรีบยกมือขึ้นปิดจมูกแล้วรีบร้อนกลับลงไปชั้นล่าง
มิน่าล่ะ เธอถึงได้กดปุ่มปิดประตูลิฟต์เสียเร็วเชียว
ที่แท้พลังที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่านี่ กำลังอ้าปากแยกเขี้ยวรอผู้มาเยือนอยู่แล้วนี่เอง
“ไม่ใช่เล่น ๆ เลยแฮะ”
ภาพที่เห็นคือไกด์ 6 คนกำลังยืนต่อแถวรออยู่ตรงบริเวณโถงทางเดิน สีหน้าของพวกเขาเผือดสีราวกับคนหายใจไม่ออกเนื่องจากไอพลังหนักอึ้งที่ครอบคลุมโดยรอบ แต่การรอคิวกลับรวดเร็วกว่าที่คิด เนื่องจากไกด์แต่ละคนเข้าไปเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็คลานออกมาในสภาพตายแหล่มิตายแหล่กันทุกคน
ผ่านไปไม่ทันไร ด้านหลังของยอนอีก็มีคนอีก 5 คนมาต่อแถวเพิ่มเสียแล้ว
“เชิญท่านต่อไปเลยค่ะ”
สถานการณ์ตอนนี้เป็นภาพที่ชวนให้ยอนอีพิศวงในใจ แทบไม่อยากเชื่อสายตาเลยว่าไกด์กำลังต่อแถวกันยาวเป็นขบวน เพื่อทำการไกด์ดิงให้กับเอสเปอร์เพียงคนเดียว เป็นภาพที่หาดูไม่ได้จากศูนย์ต่างจังหวัดแน่นอน
ยอนอียังไม่เคยมีประสบการณ์ไกด์ดิงเอสเปอร์ระดับ S มาก่อน เพราะที่ศูนย์ไลบรัมจ์ไม่มีเอสเปอร์ระดับ S และถึงแม้จะมี ก็คงไม่ใช้ไกด์ที่อยู่แค่ระดับ B ราวกับเป็นสินค้าใช้แล้วทิ้งแบบนี้อยู่ดี
ใช่แล้ว ไกด์ทั้งหมดที่กำลังยืนรออยู่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับ 「สินค้าที่ใช้แล้วทิ้ง」 เลยสักนิด
พวกเขามีค่าแค่บรรเทาอาการคลั่งของเอสเปอร์ระดับ S พอหมดประโยชน์แล้วก็เฉดหัวทิ้ง ความคิดพวกนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเขามาตลอด แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมไกด์ต้องได้รับการปฏิบัติแย่ ๆ แบบนี้ด้วย
“อีกเดี๋ยวจะถึงคิวคุณแล้วนะครับ”
ดูจากการที่ไม่สะทกสะท้านอะไรกับไอพลังร้ายกาจพวกนี้แล้ว ยอนอีก็พอจะเดาได้ว่า คลีนเนอร์ตรงหน้ามีระดับสูงพอตัว
อันที่จริงคลีนเนอร์จัดอยู่ในกลุ่มของคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่ได้มีพลังพิเศษ แต่เป็นคนธรรมดาที่สามารถสัมผัสถึงไอพลังงานได้ ดังนั้นคนทั่วไปที่มีประสาทสัมผัสไวเช่นนี้จึงมักจะถูกจ้างให้มาเป็นคลีนเนอร์นั่นเอง
หลังจากที่คนก่อนหน้าเข้าไปได้ประมาณ 5 นาที ยอนอีก็เดินเข้าไปด้านในตามที่พนักงานแจ้งโดยไม่คิดอะไร
ห้องสำหรับ VIP ทั้งกว้างขวางและหรูหราตามคาด เตียงที่ตั้งอยู่ตรงกลางเป็นเตียงขนาดคิงไซซ์ ภายในห้องมีเก้าอี้สำหรับนั่งรอตระเตรียมไว้ให้เรียบร้อย ชั่วขณะที่กวาดสายตาไปรอบห้อง ยอนอีก็ต้องชะงักกึกกับฉากตรงหน้า
‘นี่มันอะไรกัน’
ผู้เข้ามาใหม่นั่งลงบนเก้าอี้สำหรับรอด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออก
หัวใจที่เคยเต้นในจังหวะปกติเริ่มเร่งจังหวะขึ้นอย่างบ้าคลั่งกระทั่งได้ยินเสียงตึกตักอันไม่คุ้นเคยดังก้องอยู่ในหู เขารู้สึกราวกับตัวเองได้ไปเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นเข้า เป็นความรู้สึกที่คล้ายคลึงกับการแอบดูหนังโป๊ในสมัยเด็กอะไรทำนองนั้นไม่มีผิด
“อุ๊บ อ่อก.…..”
ไกด์ระดับ B ที่เคยต่อแถวอยู่ด้านหน้ายอนอีก่อนหน้าเมื่อสักครู่นี้กำลังใช้ปากปรนเปรอให้กับเอสเปอร์ระดับ S นามว่าแทฮาจิน ชายหนุ่มอยู่ในท่าทางกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนหลังพิงกับหัวเตียงอย่างอ่อนแรง ร่างกายอันปราศจากเสื้อผ้าปกปิดของเขาดูราวกับถูกสลักเสลาขึ้นด้วยกล้ามเนื้อที่เรียงตัวเป็นมัด ๆ โดยมีศีรษะของไกด์ผู้น่าสงสารคนนั้นขยับขึ้นลงและหายใจหอบสั่นอยู่ตรงระหว่างต้นขาที่ทั้งเรียวยาวและหนั่นแน่น
แทฮาจินจับศีรษะของไกด์คนนั้นให้เคลื่อนไหวไปตามใจต้องการด้วยฝ่ามือที่มีขนาดใหญ่จนสามารถกุมทั้งหัวได้ด้วยมือเดียวเท่านั้น หลังมือใหญ่ปรากฏเส้นเลือดสีอมน้ำเงินปูดโปนขึ้นอย่างน่าครั่นคร้าม ทุกครั้งที่ชายหนุ่มดึงศีรษะของไกด์ไปด้านหลัง ท่อนเนื้อตั้งตระหง่านของเขาก็จะโผล่มาให้เห็นแวบหนึ่งแล้วหายไปจากคลองสายตา ลำคอของไกด์คนนั้นปูดโปนเป็นรอยนูนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากการรุกรานอันป่าเถื่อนของผู้มีอำนาจสูงกว่า
‘บ้าไปแล้ว……’