Open The Door เปิดประตูสู่มหันตภัย - Open The Door ประตูบานแรก (24)
“นายคิดจะทำอะไรกับฉันกันแน่ อียอนอี”
ชายหนุ่มคำรามเสียงทุ้มต่ำเหมือนกำลังตั้งถามกับตนเอง เดิมทีแทฮาจินก็เป็นคนชอบดูถูกเหยียดหยามคนอื่นอยู่แล้ว การพูดจาหยาบคายของเขาจึงไม่ได้ทำให้ความประทับใจที่ติดลบอยู่ตกต่ำลงไปมากกว่าเดิมสักเท่าไหร่ ยอนอีเบนสายตาไปทางอ่างล้างหน้าพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ล้างมือก่อนแล้วค่อยคุยกันดีไหมครับ? ถูสบู่ อึ้ก!”
แค่พริบตาเดียว แทฮาจินก้มลงไปขบกัดที่ริมฝีปากของอียอนอีอย่างแรง ความรู้สึกเจ็บแปลบมาพร้อมกับรสคาวกระจายคลุ้งไปทั่วโพรงปาก ก่อนที่อีกฝ่ายจะผละออกไปในทันที
“ลองพูดเรื่องสบู่ขึ้นมาอีกทีสิ ฉันจะขังไว้ในห้องน้ำไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลย”
ก็แล้วทำไมถึงต้องทำแบบนั้นด้วยเล่า? ยอนอีเลิกคิ้วโก่งสวยขึ้นเป็นเชิงถาม
ถ้าระดับมลพิษยังลดลงไม่พอ แค่ขอล้างมือแป๊บเดียวแล้วเดี๋ยวรักษาต่อให้ก็ไม่เห็นจะผิดอะไรเลย เขาเป็นอะไรของเขากันแน่… ไหนจะมือที่ยึดคางเขาไว้ราวกับคีมเหล็กนี่ก็เหมือนกัน แทฮาจินกักขังร่างของเขาไว้กับผนังอย่างแน่นหนาจนแทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่คาใจเขาที่สุดก็คือ
‘ทำไมถึงยังแข็งอยู่อีกล่ะ’
ยอนอีพยายามไม่สนใจสิ่งนั้นให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้แล้ว แต่ไอ้ส่วนใหญ่โตนั่นกลับชูชันตั้งตระหง่านท้าทายสายตาเสียเหลือเกิน นับว่าแทฮาจินยังเมตตากันอยู่บ้าง ถึงได้ไม่เอาเจ้านี่มาถูกส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเขา
ไม่สิ ถ้าจะมาระบายความโกรธใส่กันก็ช่วยใส่เสื้อคลุมเข้ามาตามมารยาททีเถอะ…
‘แต่แข็งตัวไปเรื่อย ๆ แบบนี้คงจะเจ็บปวดน่าดู’
ถ้ามันแข็งตัวตลอดเวลาที่รับการปรนเปรอจากปากไกด์คนอื่นก็แสดงว่าอยู่ในสภาพนี้มาหลายสิบนาทีแล้ว ยอนอีลองจินตนาการดู หากเขาจับมือหรือข้อมือของแทฮาจินแล้วไกด์ดิงโดยที่มือยังเปรอะเปื้อนสบู่อยู่ ดูจากนิสัยของอีกฝ่ายแล้ว มีหวังคงจะโดนกัดปากเข้าอีกครั้งแน่ ๆ
แล้วถ้าสัมผัสข้างล่างให้โดยใช้สบู่ช่วยล่ะ?
โอ้… เป็นความคิดที่ดีใช้ได้
ยอนอีไม่ชอบไกด์ดิงแบบนี้เท่าไหร่ แต่ตอนนี้เขารู้ว่าตนเองเป็นฝ่ายผิดฐานที่ละเลยหน้าที่ แถมอีกฝ่ายยังตื่นตัวจนน่าจะทรมานอยู่ไม่น้อย ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำการไกด์ดิงอยู่แล้ว และอย่างไรเสียแทฮาจินก็ต้องอาบน้ำชำระร่างกาย การใช้สบู่ช่วยเขาก็เป็นอะไรที่น่าจะสะดวกสบายดี
ไม่ทันไรเหตุผลที่จะต้องทำแบบนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวได้ตั้งสี่อย่าง ยอนอีเป็นชายหนุ่มผู้มีความสามารถด้านการปฏิบัติอันโดดเด่น หลังจากตัดสินใจแล้ว เขาก็ไม่ลังเลที่จะลงมือ
ยอนอีสบมองดวงตาสีแดงก่ำของชายหนุ่มพร้อมกับลดมือลงด้านล่าง และกอบกุมแท่งเนื้ออวบหนาไว้ในกำมือ
“อึก...!”
แทฮาจินเองก็คงคาดไม่ถึงกับการกระทำของเขาจึงแสดงปฏิกิริยาตอบสนองออกมาตามธรรมชาติอย่างน่าประทับใจ อีกฝ่ายโน้มตัวลงมาเกยหน้าผากกับไหล่ของยอนอีแล้วครางออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ยอนอีชักรูดแกนกายของแทฮาจินรัวเร็วเหมือนเวลาช่วยตัวเอง สบู่หอมกรุ่นให้ความรู้สึกอันยอดเยี่ยมลื่นไหลราวกับใช้เจลหล่อลื่นช่วย
มืออ่อนนุ่มสาวไปตามความยาวของลำท่อนแล้ววกกลับขึ้นมาขยี้บริเวณส่วนหัวอีกครั้ง
แฮ่ก ลมหายใจหอบกระเส่าของเอสเปอร์หนุ่มรินรดข้างใบหูขาวตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง มือของยอนอีคลึงย้ำ ๆ บริเวณรอยหยักใต้ส่วนหัวก่อนจะเลื่อนลงมารูดรั้งจากโคนถึงปลาย การสัมผัสตรง ๆ เช่นนี้ยิ่งทำให้รู้สึกได้ถึงตัวตนของอีกฝ่ายมากกว่าที่มองเห็นด้วยตาเปล่า ยอนอีถึงกับรู้สึกหวั่นเกรงกับขนาดอันใหญ่โตของมันขึ้นมานิด ๆ
เขาไม่ใช่คนมือเล็ก แต่เจ้าท่อนเนื้อนี่กลับใหญ่เสียจนกอบกุมด้วยมือเดียวยังไม่รอบเลยด้วยซ้ำ พอไม่ได้ดั่งใจคิด ยอนอีจึงตัดสินใจใช้สองมือชักรูดแกนกายของแทฮาจินแทน ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองมือก็ยิ่งโอบรัดท่อนเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นอีกหน่อย
“คุณ กำลัง…”
เสียงพูดของแทฮาจินดังขาดห้วงปะปนกับเสียงครางแหบพร่า ยอนอีนึกถึงเวลาช่วยตัวเองขณะกระชับมือห่อหุ้มความอุ่นร้อนไว้ด้วยแรงพอเหมาะที่จะไม่ทำให้อีกฝ่ายเจ็บ แน่นอนว่าไม่ลืมที่จะทำการไกด์ดิงไปด้วยเช่นกัน
ฟึ่บ ฟึ่บ เสียงหยาบโลนจากฝ่ามือและท่อนเนื้อดังสะท้อนก้องภายในห้องน้ำ
ยอนอีสูง 183 ส่วนแทฮาจินหากประเมินด้วยสายตาก็น่าจะสูงเกิน 190 หากช่วยเขาสำเร็จความใคร่ในท่ายืนด้วยกันทั้งคู่คงทุลักทุเลน่าดูเพราะตัวเขาเองก็ต้องทำการไกด์ดิงควบคู่ไปด้วย
เมื่อรู้สึกได้ว่าประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ไกด์ดีเด่นจึงตัดสินใจเปลี่ยนท่าทางทันที
ยอนอีดันแทฮาจินที่ซุกหน้าอยู่กับคอของตัวเองออกเบา ๆ น่าขำที่คนวางฟอร์มอย่างหมอนั่นถูกดันออกไปอย่างว่าง่าย ชั่วขณะหนึ่งที่สายตาสอดประสานกัน นัยน์ตาของแทฮาจินเต็มไปด้วยความหิวกระหายราวกับสัตว์ประหลาดที่พร้อมจะฉีกกระชากมนุษย์และเขมือบเข้าไปทั้งตัว
ยอนอีชะงักเล็กน้อยก่อนจะหลบสายตาแล้วคุกเข่าลงกับพื้นห้องน้ำ
ใบหน้าเคร่งเครียดของแทฮาจินที่กำลังจ้องมองการกระทำของคนตรงหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึง เจ้าของร่างโปร่งบางนั่งคุกเข่าแล้วใช้สองมือเคล้นคลึงแท่งเนื้อร้อนรุ่มอย่างตั้งอกตั้งใจ สัมผัสจากผิวเนื้ออ่อนนุ่มฟอนเฟ้นสาวรูดจากโคนจนถึงส่วนหัว ความเสียวซ่านถาโถมกระหน่ำเข้ามาไม่หยุดหย่อนจนแทฮาจินสบถออกมาโดยไม่รู้ตัว
“แม่ง… อียอนอี”
เสียงเฉอะแฉะหยาบโลนดังสะท้อนก้องห้องน้ำ
ทั้งเสียง สัมผัส ภาพที่เห็น ไม่มีอะไรที่ดูเหมือนเป็นเรื่องจริงเลยแม้แต่อย่างเดียว ชายหนุ่มที่ปกติดูไร้ความรู้สึกและแสดงท่าทีทะนงตัวอยู่เป็นนิจกำลังเกร็งสั่นสะท้านในกำมือเขา เสียงคำรามต่ำ ๆ ในลำคอดังครางเครือด้วยแรงอารมณ์ ท่วงท่าที่อีกฝ่ายยืนเท้ากำแพงขณะก้มลงมองเขาไม่ละสายตา ทุกอย่างช่างเป็นองค์ประกอบที่ปลุกเร้าอารมณ์อย่างร้ายกาจ
แม้ไม่เงยหน้าขึ้นไปมอง ยอนอีก็สัมผัสได้ว่าสายตาของแทฮาจินกำลังลามเลียไปทั่วทั้งร่างกายของตัวเอง
…ยังทำสายตาแบบนั้นอยู่ไหมนะ?
ความอยากรู้อยากเห็นผุดขึ้นในหัวราวกับเด็กชายวัยละอ่อนเพิ่งเคยดูหนังโป๊ครั้งแรก
ยอนอีขยับข้อมือสาวรูดแกนกายของอีกฝ่ายรัวเร็วโดยเหลือบตาขึ้นมองคนด้านบนเล็กน้อย ทันทีที่สายตาของพวกเขาประสานกัน แทฮาจินกำลังทำสายตาแบบที่ยอนอีคาดหวังอยู่ดังเดิม ทว่าประกายในดวงตาสีแดงของเขากลับวาวโรจน์เหมือนดวงไฟที่กำลังปะทุราวกับรอคอยวินาทีนี้มาตลอด
พริบตาเดียว แท่งเนื้อร้อนก็เกร็งกระตุกแล้วฉีดน้ำขาวขุ่นออกมาราวกับก๊อกแตก ยอนอีกะพริบตาปริบ ๆ ตัวแข็งทื่อด้วยความงุนงง
อืม
‘จะอะไรก็ช่างเถอะ แต่มาแตกใส่หน้าคนอื่นเนี่ยนะ…’
กลิ่นของน้ำเชื้อคาวคลุ้งเตะจมูก ของตัวเองก็กลิ่นแบบนี้จึงไม่ได้สะอิดสะเอียนขนาดนั้นแต่ก็อดรู้สึกประหลาดไม่ได้ ดูท่าน้ำนั่นจะพุ่งกระเด็นมาถึงขอบตาจึงได้รู้สึกแสบเคืองเล็กน้อยเช่นนี้
ในตอนนั้นเอง แทฮาจินที่กำลังหายใจหอบสั่นอยู่ด้านบนก็ยกมือขึ้นมาเช็ดขอบตาของยอนอี สัมผัสเบาบางนุ่มนวลราวกับขนนกปัดไล้ผ่านผิวทำให้คิ้วเรียวสวยกระตุกขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง
“เมื่อกี้คุณล้ำเส้น”
น้ำเสียงที่แหบพร่าเล็กน้อยดังก้องไปทั่วห้องน้ำ
ยอนอีได้แต่หัวเราะเบา ๆ ให้กับคำพูดของคนที่เพิ่งจะปลดปล่อยออกมา
“คุณเอสเปอร์ขีดเส้นไว้ด้วยเหรอครับ? แหม ไม่เห็นรู้เลยนะครับเนี่ย”
ตัวเองเป็นถึงผู้ชายที่รับการปรนเปรอด้วยปากจากไกด์ที่เพิ่งเคยเจอครั้งแรกแท้ ๆ ทำตัวเป็นหนุ่มน้อยโดนพรากความบริสุทธิ์ไปได้
ยอนอีปัดมือของแทฮาจินออกแล้วลุกขึ้นจากพื้นห้องน้ำ เขาตรงไปที่อ่างล้างหน้าเพื่อชำระล้างใบหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำกาม แต่ยังรู้สึกเหนอะหนะอยู่นิดหน่อยจึงล้างหน้าด้วยสบู่อีกรอบ ดวงหน้าขาวนวลเปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำ ยอนอีล้างหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายจนขอบตาและปลายจมูกแดงก่ำไปหมด
เสร็จแล้วก็หยิบผ้าเช็ดตัวที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบออกมาเช็ดหน้าลวก ๆ เขาเสยผมหน้าม้าที่เปียกลู่กรอบหน้าไปด้านหลังอย่างไม่ใส่ใจ
ยอนอีเดินเข้าไปหาฮาจินที่ยังยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ เมื่อเคาะนาฬิกาของอีกฝ่ายดูก็เห็นว่าระดับมลพิษลดลงกว่าเดิมพอสมควรจึงพยักหน้าน้อย ๆ ด้วยความพอใจ
ขณะกำลังจะเดินออกจากห้องน้ำ คนตัวขาวกลับต้องชะงักกึก เมื่อหันหลังไปมองเล็กน้อยก็เห็นว่าแทฮาจินกำลังยืนกอดอกพิงผนังห้องน้ำแล้วจ้องเขม็งมาทางนี้ ที่น่าตกใจคือส่วนกลางลำตัวของเอสเปอร์หนุ่มยังคงแข็งตัวชูชันอวดความยิ่งใหญ่โดยไม่มีทีท่าจะอ่อนตัวลงเลย
‘สมรรถภาพดีซะเหลือเกินนะ ให้ตายสิ…’
ยอนอีซุกซ่อนความตกใจไว้ภายใต้สีหน้าเรียบเฉย ดวงหน้าอ่อนใสแค่นยิ้มให้คนตรงหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“คิดจะประท้วงกันหรือไงครับ? จะขอให้ทำอีกรอบเหรอ?”
มันเป็นคำพูดล้อเล่นอย่างบริสุทธิ์ใจ 100 เปอร์เซ็นต์
แต่ยอนอีเพิ่งตระหนักได้วินาทีนั้นว่า เขาไม่ควรลองกระตุกหนวดเสือเลย
แทฮาจินยกหลังขึ้นจากกำแพง ท่อนขายาวก้าวฉับ ๆ เข้ามาประชิดตัว มือใหญ่คว้าหลังคอเรียวระหงแล้วประทับริมฝีปากลงมา ส่วนมืออีกข้างก็ปิดประตูห้องน้ำดังปัง
แสงสว่างเลือนหายไปจากห้องน้ำแล้ว
ความมืดเข้าปกคลุมทัศนวิสัยกระทั่งมองอะไรไม่เห็น ยิ่งทำให้สัมผัสเปียกลื่นจากเรียวลิ้นของแทฮาจินที่ฉกเข้ามาในโพรงปากของเขาเหมือนอสรพิษจู่โจมเหยื่อกระจ่างชัดยิ่งขึ้นทุกอณูสัมผัส ยอนอีถูกอีกฝ่ายรุกไล่จนแผ่นหลังถูกอัดติดกับกำแพงอีกครั้ง
ถ้ายังกระแทกเขาอัดกับผนังอีกสองสามครั้ง เขาอาจเกิดภาวะสมองกระทบกระเทือนขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้
ยอนอีสับสนทำอะไรไม่ถูกจึงได้แต่ฟาดแขนอีกฝ่ายเพียะ ๆ พร้อมส่งเสียงประท้วงดังอื้ออึงในลำคอ พยายามจะพูดว่า เมื่อกี้แค่ล้อเล่น ปล่อยนะ! แต่มือที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กยึดจับแก้มกับใบหูของเขาไว้แน่นจนแทบกระดิกไม่ได้
จ๊วบ จุ๊บ
เสียงที่ไม่ควรเกิดขึ้นจากเขาและแทฮาจินดังสะท้อนก้องในห้องน้ำ ยอนอีที่ตอนแรกดิ้นรนขัดขืนเต็มที่ ตอนนี้กลับตัวอ่อนปวกเปียกเหมือนโดนสูบพลังไปจนหมด
‘บ้าเอ๊ย… ไม่ได้จูบกับแทฮาจินครั้งแรกสักหน่อย’
จะหนีตอนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว สู้ลองคิดดูดีกว่าว่าจุดประสงค์ของจูบนี้คืออะไรกันแน่…
ยอนอีนึกถึงจุดประสงค์ที่เลือนหายไปจากสมองขึ้นมาได้โดยกะทันหัน จริงสิ การจูบก็เป็นหนึ่งในขั้นตอนการไกด์ดิงนี่นา
แต่เมื่อกี้เขาก็ช่วยชักให้จนเสร็จไปรอบหนึ่ง แถมยังไกด์ดิงให้แล้วด้วย
‘แค่นั้นยังไม่พออีกหรือไงกัน?’
ยอนอีคิดครู่หนึ่งก่อนจะหลับตาปี๋แล้วตัดสินใจลงมืออย่างรวดเร็ว เรียวลิ้นนุ่มไล้ครูดเพดานปากของคนตัวใหญ่กว่า ทำให้อารมณ์ของแทฮาจินทวีความเดือดพล่านมากขึ้น เอสเปอร์หนุ่มปรับองศาใบหน้าให้แนบชิดกว่าเดิมแล้วส่งลิ้นเข้ามาลึกขึ้นอีกนิด การเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายทำให้ยอนอีรู้สึกราวกับถูกสอดใส่แกนกายเข้ามา ร่างสูงโปร่งแข็งเกร็งไปชั่วขณะ
การไกด์ดิงเป็นไปอย่างราบรื่น
พวกเขาทั้งเกี่ยวกระหวัด แลกเปลี่ยนของเหลวในปากของกันและกันอย่างเพลิดเพลิน การจูบที่ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการจูบยังคงดำเนินต่อไปเนิ่นนานไม่รู้จบ บางครั้งก็รู้สึกได้ถึงแกนกายของแทฮาจินปัดผ่านช่วงล่างของเขาไปมาเป็นครั้งคราว ในระหว่างการจูบที่ดูดดื่มจนแทบลืมหายใจ ยอนอีก็ตระหนักได้ว่าช่วงล่างของเขาแข็งตัวขึ้นมาได้ครึ่งทางแล้วเช่นกัน
‘…ขนาดนี้แล้ว จะแข็งก็ไม่แปลก’
ก็เล่นแลกลิ้นกันแนบแน่นเสียขนาดนี้ ไหนจะสายตาร้อนแรงของอีกฝ่ายที่จ้องมองกันเมื่อสักครู่นี้อีก ถ้าจะเกิดความรู้สึกทางเพศขึ้นมาเพราะการกระตุ้นพวกนั้น ยอนอีก็ไม่มีอะไรจะปฏิเสธเพราะมันเป็นความจริงทุกประการ
และความจริงที่ยอนอีตระหนักได้อีกประการจากเหตุการณ์นี้ก็คือ แทฮาจินเป็นคนจูบเก่งอย่างร้ายกาจ
ยอนอีมีประสบการณ์ทั้งจูบและมีเซ็กซ์กับคู่เดตเก่ามาก็เยอะ
แต่กับแทฮาจิน จะว่ายังไงดีล่ะ…
เขารู้จักการผ่อนหนักผ่อนเบาในการจูบได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เลือกสัมผัสจุดที่จะทำให้อีกฝ่ายอ่อนระทวยแล้วไล้เลียพร้อมดูดดุนหนัก ๆ แบบที่ใครมาเห็นเข้าคงนึกว่าวัน ๆ เอาแต่กินปากชาวบ้านแทนกินข้าวประทังชีวิต
‘ว่าแต่… ทำไมหมอนี่ถึงทำแบบนี้ล่ะ?’