Semantic Error ลอจิกของคุณมีปัญหานะครับ - บทที่ 17 <11> #4
เสียงปิดประตูดังปังเรียกให้นักศึกษาชายสองคนที่กำลังเล่นเกมอยู่หันไปมองด้วยความตกใจ ซังอูใจเต้นแรง และรู้สึกได้ถึงความร้อนบนใบหน้า
‘ทำไมชอบเอาของของคนอื่นไปอยู่เรื่อยเลยวะ’
ซังอูวิ่งกระหืดกระหอบออกจากห้องชมรมการละคร เห็นเคยบอกว่าตัวเองเป็นพวกชอบเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาสินะ ใช่แล้ว เจ้าตัวพูดถูก เดี๋ยวเป็นแบบนั้น เดี๋ยวเป็นแบบนี้ เป็นคนที่แปรปรวนเหมือนอากาศที่คาดเดาไม่ได้
ฝีเท้ารีบเร่งของซังอูค่อยๆ ช้าลง ยิ่งเวลาผ่านไปเขาก็ยิ่งกระดากอาย ถึงแม้ว่าจางแจยองจะเอาหมวกไปไม่ยอมคืน แต่ที่จู่ๆ เขาก็ขึ้นเสียงใส่อีกฝ่ายนั้นก็ดูอ่อนไหวเกินไป เดิมทีซังอูไม่ใช่คนโมโหง่าย แต่พอมีคนเข้ามาใกล้ ทำท่าจะจับใบหน้า เขาจึงตกใจจนไม่ได้ตัดสินอย่างเป็นเหตุเป็นผล
‘จะว่าไปก็ไม่ใช่เพศตรงข้ามซะหน่อย’
เวลาแย่งบอลในสนามฟุตบอลต้องตัวติดกันยิ่งกว่านี้เสียอีก ตอนเล่นมวยปล้ำหรือมวยปล้ำเกาหลีก็เหมือนกัน แม้ว่าร่างกายจะแนบสนิทกันไปทุกส่วนก็ไม่ได้ดูแปลกอะไร ตอนเข้ากรมต้องแก้ผ้าอาบน้ำเบียดๆ กันก็ยังไม่เห็นเป็นอะไร เพราะเป็นผู้ชายเหมือนกันทั้งนั้น
ซังอูได้ข้อสรุปว่าเป็นเขาเองที่ทำอะไรขาดสติ ด้วยเหตุนั้น เมื่อแจยองวิ่งตามมา เขาจึงไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย แจยองยื่นชุดแสดงละครสีน้ำเงินและวิกผมมาให้พร้อมกับโทรศัพท์
“ฉันแค่ถอดหมวกเพื่อจะสวมวิกให้ก็เลยแกล้งนิดหน่อย ไม่คิดว่านายจะโกรธ”
“ผมไม่ได้โกรธหรอกครับ”
เขาโกหก เพราะจนถึงตอนนี้ใจของซังอูก็ยังเต้นแรงด้วยความโกรธ แจยองแค่จะเตรียมของเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นเขาที่เข้าใจผิดในทางแปลกๆ ไปเอง ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะทำให้เขาเครียดได้หลายวิธีไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม
“เราต้องซ้อมแล้วก็แสดงให้ดีๆ เพราะงั้นมาดีต่อกันไว้เถอะ ซังอู”
ซังอูเมินคำพูดของอีกฝ่ายขณะเก็บเสื้อผ้าและวิกลงในกระเป๋าแล้วออกจากตึก เขาได้ยินเสียงแจยองดังไล่หลังมา ซังอูจึงหันขวับกลับไปพูด
“ดูเหมือนจะเปลี่ยนแผนแล้วสินะครับ แต่มันไม่ได้ผลหรอก เพราะงั้นอย่ามาทำเป็นสนิทกันครับ”
ริมฝีปากที่เคยเรียบนิ่งคลี่ยิ้ม
“ฉันไม่ได้วางแผนอะไรทั้งนั้น ก็แค่ทำอย่างที่อยากทำ”
“แล้วก็ตั้งแต่ตรงนี้ไปไม่ต้องตามมาแล้วครับ เพราะรุ่นพี่ ผมเลยจะไม่ไปห้องสมุดแล้ว ผมจะกลับไปอ่านหนังสือที่บ้าน”
“ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุนะ”
“งั้นก็เชิญตามมาเลยครับ”
“เอาสิ พูดถึงขนาดนั้นก็ต้องไปอยู่แล้ว”
“…”
ซังอูรีบเดินไปทางห้องสมุดเพื่อไปเอาจักรยานเช่นเคย เขาคิดว่าถ้าจงใจปั่นจักรยานผ่านแจยองแล้ววิ่งฉิวลงเนินไปเลยน่าจะช่วยให้หายโมโหได้บ้าง แต่แจยองกลับตามลงมา
“จะทำอะไรครับ”
“ก็เห็นบอกให้ตามมา”
ซังอูมองสเก็ตบอร์ดสีเรืองแสงที่แจยองไถอยู่ด้วยสีหน้าตกใจ คนคนนี้จะบ้าได้ถึงขั้นไหนกัน เวลาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนไม่ใช่หรือ ทำไมถึงเอาเวลาที่สามารถทำประโยชน์ได้มากมายมาทำเรื่องที่ไม่ได้ช่วยให้ตรัสรู้อะไรแบบนี้?
เขาส่ายหน้าและคิดว่าจะจดอยู่กับการปั่นจักรยานเท่านั้น แต่สายตาก็เอาแต่เหลือบไปทางฝ่ายนั้นอยู่เรื่อย จางแจยองเล่นสเก็ตบอร์ดเก่งมาก และเขารู้วิธีดึงดูดสายตาของผู้คน ไม่ใช่แค่ซังอู แต่คนที่พบเห็นแจยองในซอยนั้นต่างมองมาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นและชื่นชม แจยองดูเหมือนจะสนุกกับการได้รับความสนใจจึงโชว์เทคนิคกระโดดบนสเก็ตบอร์ดต่อหน้าคนมากมาย โปรยยิ้มให้คนพวกนั้นราวกับเป็นดาราและแปะมือกับเด็กๆ ขณะที่สเก็ตบอร์ดยังแล่นอยู่
อีกฝ่ายดูมีอิสระเหมือนตัวละครในวิดีโอเกม ณ ตอนนั้นแม้ซังอูจะรู้ดีอยู่แล้วว่าแจยองแตกต่างจากตน แต่เมื่อเห็นริมฝีปากที่ประดับด้วยรอยยิ้ม เส้นผมที่ปลิวไสว และการเล่นสเก็ตบอร์ด ซังอูก็รู้สึกว่าจางแจยองเป็นสิ่งมีชีวิตคนละเผ่าพันธุ์กับตนอย่างสิ้นเชิง
พวกเขาต่างกันทุกอย่าง ซังอูทำในสิ่งที่ต้องทำ ในขณะที่แจยองทำในสิ่งที่อยากทำไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม ซังอูไม่มีเพื่อนแม้แต่คนเดียว ในขณะที่แจยองเป็นคนดังของมหาวิทยาลัยที่ไม่ว่าไปที่ไหนก็มีคนรู้จัก ซังอูใส่แต่เสื้อผ้าสีดำ ในขณะที่ตู้เสื้อผ้าของแจยองต้องเป็นสีรุ้งแน่ๆ ซังอูมักจะทำหน้าตายอยู่เสมอ ในขณะที่แจยองมักจะยิ้มเหมือนเด็กขี้เล่น ซังอูยึดติดกับชีวิตประจำวันที่วนลูป ในขณะที่แจยองทำตัวเหมือนคนเร่ร่อนไร้บ้าน พวกเขาอยู่กันคนละโลก ถ้าไม่มีเรื่องแย่ๆ พวกนั้น พวกเขาก็ไม่มีวันโคจรมาเจอกัน
พวกเขาผ่านทางเท้าและเลี้ยวเข้าไปในซอย จากนั้นทั้งคู่ก็แล่นขนานกันไป แม้จะไม่มีใครอยู่บริเวณนั้น แต่แจยองก็ยังกระโดดหมุนครึ่งรอบแล้วลงสู่พื้น สเก็ตบอร์ดนั้นราวกับติดอยู่กับเท้าของเจ้าตัว
“สรุปแล้วตามมาทำไมครับ”
ถ้าอยากเล่นสเก็ตบอร์ดก็น่าจะมีที่ดีๆ อยู่มากมาย ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาเล่นในซอยที่ถนนหนทางเป็นหลุมเป็นบ่อ แจยองตอบอย่างไม่ใส่ใจว่าไม่มีอะไรทำ และนั่นไม่ใช่คำตอบที่ตรงกับคำถาม แต่ถึงอย่างไรซังอูก็ไม่จำเป็นต้องเข้าใจอีกฝ่าย เพราะตอนนี้เขาผ่านมาครึ่งทางแล้ว
“ตอนนี้ก็เหลือแค่อาทิตย์เดียวแล้วสินะครับ”
“อะไร?”
“ช่วงถอนวิชาเรียน”
แจยองเพียงแต่หัวเราะ ไม่ตอบอะไร
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงอะพาร์ตเมนต์ที่ซังอูอาศัยอยู่ มันเป็นตึกสี่ชั้นที่มีราขึ้นบนผนังที่ฉาบด้วยปูน ซังอูล็อกจักรยานไว้ในที่จอดจักรยานที่มีกันสาด ตรงจุดที่เขียนไว้ว่า ‘ห้อง 402’
“อยู่ที่นี่นี่เอง”
“บุกรุกที่อยู่อาศัยมีโทษสูงสุดสามปีนะครับ”
“ก็ว่าอยู่ว่าทำไมนายยังไม่พูดเรื่องนั้น”
“ถ้าเอาจักรยานไป ผมจะแจ้งตำรวจทันทีครับ รวมถึงอานจักรยานหรือส่วนประกอบอื่นๆ ด้วย”
ได้ยินซังอูพูดแบบนั้น แทนที่จะถากถาง แจยองกลับหัวเราะ เขาเหยียบปลายด้านหนึ่งของสเก็ตบอร์ด จากนั้นปลายอีกด้านก็ดีดขึ้น แจยองจับสเก็ตบอร์ดตั้งขึ้นด้วยมือซ้าย แล้วโบกมือขวา
“ขอให้สนุกกับวันหยุดนะ ซังอูยา”
“…ครับ”
เมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่มีเจตนาร้าย เขาก็ทำได้เพียงตอบรับอย่างสุภาพ ซังอูถอนสายตาจากอีกฝ่ายแล้วเดินเข้าไปในตึก เขานึกสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกติดค้างในใจขนาดนี้จึงลองครุ่นคิดระหว่างขึ้นบันได จะว่าไปแล้วนี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาแยกกันด้วยดี ไม่ได้สาดคำด่าใส่กัน
แม้ภายในใจจะกังวลว่าอีกฝ่ายจะตามมา แต่ด้านหลังก็ไม่มีเสียงอะไร ซังอูขึ้นมาถึงชั้นสี่ กดรหัสที่ประตู และเข้าไปในห้อง
เขาถอนหายใจออกมาอย่างไร้เหตุผล จากนั้นวางกระเป๋าไว้หน้าประตู ถอดหมวกกับเสื้อคลุมแล้วแขวนไว้ที่ไม้แขวนเสื้อ หลังจากถอดกางเกงยีนแล้วเปลี่ยนมาสวมชุดกีฬา เขาก็เข้าไปล้างมือในห้องน้ำด้วยสบู่ ภาพที่สะท้อนบนกระจกคือวัยรุ่นชายธรรมดาๆ ที่มีผมหน้ามาแบนลีบติดหน้าผาก
ซังอูหยิบหนังสือที่จะอ่านจากตู้หนังสือแล้ววางไว้ที่โต๊ะ หยิบกล่องดินสอและสมุดโน้ตออกจากกระเป๋าแล้ววางไว้ข้างกัน แต่ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ เท้าของเขากลับก้าวไปที่หน้าต่าง
เขาแง้มผ้าม่านเล็กน้อยแล้วมองผ่านหน้าต่างลงไปด้านล่าง แจยองยังคงอยู่ที่เดิม อีกฝ่ายทิ้งสเก็ตบอร์ดไว้แล้วเล่นกับแมว แมวสีดำนอนหงายท้อง ส่วนแจยองนั่งยองๆ ใช้มือเกาตรงนั้นทีตรงนี้ทีให้มัน ซังอูเองก็เคยเจอแมวตัวนั้นอยู่หลายครั้ง แต่ถ้าไม่เห็นมันขู่ฟ่อ ก็เห็นมันวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ซังอูมองแจยองหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปเจ้าแมวก่อนจะปิดม่าน
อยู่ในโหมดนรกฮาร์ดคอร์สองวัน พักหนึ่งวัน แล้วก็น่ารำคาญนิดหน่อยอีกสองวัน การกระทำของจางแจยองเหมือนกับอนุกรมที่ไม่สม่ำเสมอ เช่นเดียวนิสัยที่ไม่สามารถนิยามได้ด้วยคำคำเดียวของเจ้าตัว ซังอูไม่ชอบอะไรที่ไร้รูปแบบ เพราะมันคาดเดาไม่ได้
เขานั่งลงที่โต๊ะแล้วเริ่มอ่านหนังสือ
return 0;
ความไม่แน่นอนมาพร้อมกับความไร้ประสิทธิภาพ
การกระทำของแจยองไม่มีแบบแผนจึงคาดเดาไม่ได้เลยว่าฝ่ายนั้นจะก่อเรื่องอะไรในวันหยุดสุดสัปดาห์ ดังนั้นเมื่อเห็นเงาคนสะท้อนบนประตูโปร่งแสงของร้านอินเทอร์เน็ตที่มีโปสเตอร์แปะอยู่ ซังอูจึงรู้สึกกระสับกระส่าย จากนั้นสักพักเขาก็รู้สึกวางใจ วนไปอยู่แบบนั้น
เวลาของการทำงานพิเศษในวันเสาร์ผ่านไปอย่างเชื่องช้า เนื่องจากมีคนมาใช้บริการน้อยกว่าปกติ เขาจึงมีงานทำไม่มาก ทว่าเพราะมัวแต่เหลือบมองประตู เขาจึงไม่ได้ใช้เวลาว่างอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าศัตรูโผล่พรวดเข้ามา เขาต้องพร้อมรับมือ การเฝ้าระวังจึงเป็นการป้องกันที่ดี แต่ดูจากสถานการณ์แล้วมันดูเหมือนเขากำลังรอแจยองอยู่ซึ่งซังอูคิดว่ามันตลกดี
‘จนถึงตอนนี้ไม่มีวันไหนที่ไม่เจอกันเลยสินะ’
นั่นเป็นรูปแบบเดียวจากพฤติกรรมต่างๆ ของแจยองที่เขาค้นพบ เพราะแม้แต่ในวันพุธที่เรียนกันคนละวิชา อีกฝ่ายก็ยังมาวิ่งไล่ซังอูราวกับจะจับกิน
แต่จนกระทั่งสี่ทุ่มแจยองก็ไม่ได้โผล่มา ซังอูรู้สึกแคลงใจและมีความไม่สบายใจเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็คิดว่าอีกฝ่ายอาจจะรออยู่หน้าบ้านก็เป็นได้ ในเมื่อเคยขี่สเก็ตบอร์ดมาถึงบ้านแล้วครั้งหนึ่ง ดูจากนิสัยมุมานะนั่นแล้ว ไม่แปลกถ้าอีกฝ่ายจะมาอีก
เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้าน ซังอูก็เห็นเงาดำๆ อยู่หน้าตึก
‘ว่าแล้วว่าต้องอยู่ตรงนั้น!’
แต่เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นแค่ถังขยะใบใหญ่เท่านั้น สุดท้ายในวันนั้นซังอูก็ไม่ได้เจอแจยองเลยสักครั้ง ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้เขาคงใช้เวลาระหว่างทำงานพิเศษให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้ เขารู้สึกเสียดายเวลาที่มัวแต่เหลือบมองประตูจนไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ซังอูเข้าไปในบ้านด้วยอารมณ์ขุ่นมัว แล้วชีวิตในวันเสาร์ก็จบลง
[1) ในวันธรรมดามีความเป็นไปได้ [100]% ที่แจยองจะปรากฏตัว
2) ในวันหยุดมีความเป็นไปได้ [x]% ที่แจยองจะปรากฏตัว (0≤x≤50)]
จากกรณีของวันเสาร์ แม้จะไม่สมบูรณ์แต่ก็อนุมานได้ตามข้อสรุปข้างต้น วันนี้ซังอูเลือกที่จะเชื่อตัวเลือกที่ว่าแจยองจะไม่ปรากฏตัวเพื่อไม่ให้ตัวเองพะวักพะวนเหมือนเมื่อวาน ราวกับเป็นลัทธิความเชื่อ
กรุ๊งกริ๊ง
แต่แล้วแจยองก็ทำลาย ‘ความเชื่อ’ ของซังอูด้วยการปรากฏตัวตอน 19:33 น. เมื่อเสียงกระดิ่งที่ห้อยอยู่ที่ประตูดังขึ้น การสบตากับลูกค้านับเป็นหน้าที่อย่างหนึ่ง และสมมติฐานของซังอูที่เดิมพันข้าง [ไม่มา] ก็ถูกฉีกครึ่งห้อยร่องแร่ง
แจยองหยิบบัตรเข้าใช้บริการแล้วเดินผ่านเคาน์เตอร์ไป ซังอูรู้สึกวุ่นวายใจเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร โชคดีที่บนเพดานมีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้ ถ้าแจยองทำอะไรไร้สาระ ซังอูจะแจ้งผู้จัดการร้าน แล้วผู้จัดการร้านก็สามารถทำให้อีกฝ่ายเข้ามาที่นี่ไม่ได้อีกเลย ผู้จัดการเป็นคนใจดี เมื่อก่อนซังอูเคยทะเลาะกับชายคนหนึ่งที่มาขอให้ลงบัญชีค่าใช้บริการไว้ก่อน ตอนนั้นผู้จัดการเข้าข้างซังอู
[คำสั่งจากลูกค้าหมายเลข 22: รามยอน[1]ไก่เผ็ด]
ซังอูจ้องข้อความแจ้งเตือน แจยองเพิ่งเดินผ่านเคาน์เตอร์ไปได้หนึ่งนาทีเท่านั้น เขาต้องกดสั่งทันทีที่เปิดคอมพิวเตอร์แน่ๆ
ซังอูลุกขึ้นจากที่นั่งไปต้มน้ำแล้วทำรามยอนตามขั้นตอน จากนั้นวางถ้วยรามยอนไว้บนถาดแล้วยกไปที่โซนสูบบุหรี่ แจยองนั่งพิงพนักเก้าอี้อ่านเว็บตูนพลางสั่นขา ซังอูวางถาดลงบนโต๊ะแล้วหันหลังทันที เขาได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังมาจากด้านหลัง
หลังกลับมาที่เคาน์เตอร์ได้สามนาที แจ้งเตือนก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง
[คำสั่งจากลูกค้าหมายเลข 22: น้ำเลม่อน]
‘กลยุทธ์วันนี้คือฝึกหมาพันทาง[2]งั้นเหรอ’
ถ้าอย่างนั้นนี่น่าจะเป็นสิ่งที่เขาอดทนได้มากที่สุดในบรรดาตัวอย่างที่เขาเจอมา ถึงอย่างไรที่นั่งของแจยองก็อยู่ไม่ไกลจากเคาน์เตอร์ และซังอูก็ไม่มีอะไรให้ไม่พอใจเพราะนี่เป็นงานที่เขาทำแล้วได้เงิน
เขาเติมน้ำจากเครื่องกรองน้ำลงไป 80% ของแก้วแล้วคนผงเลม่อนด้วยช้อนชา เมื่อใส่น้ำแข็งลงไปสี่ก้อน ระดับน้ำก็ขึ้นมาอยู่ที่ปากแก้วพอดี ซังอูวางแก้วลงบนถาดที่เหมือนกับถาดเมื่อสักครู่แล้วไปหาแจยอง อีกฝ่ายกำลังดูวิดีโอคนพ่นสเปรย์ขีดเขียนบนผนัง รามยอนในถ้วยพร่องลงไปกว่าครึ่งแล้ว
“เฮ้อออ…”
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนแผ่นดินจะยุบหลุดออกมาจากปากของคนที่นั่งอยู่ ซังอูวางเครื่องดื่มไว้ข้างถ้วยรามยอน แล้วออกมาจากโซนสูบบุหรี่
หลังกลับมายังที่นั่งได้ห้านาที แจ้งเตือนก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[คำสั่งจากลูกค้าหมายเลข 22: มันฝรั่งทอดรสหอยเป๋าฮื้อ]
ซังอูจ้องหน้าจอด้วยสีหน้าไม่พอใจ ลูกค้าสามารถสั่งอาหารทุกอย่างบนระบบของร้านได้ แต่แทบไม่มีลูกค้าคนไหนสั่งขนมแค่ถุงเดียว ปกติแล้วพวกเขาจะเดินมาซื้อเองที่เคาน์เตอร์
‘จะหาเรื่องให้ได้ออกกำลังกายงั้นเหรอ ขอบใจนะ’
ซังอูหยิบขนมบนชั้นแล้วเดินไปที่โซนสูบบุหรี่ คราวนี้แจยองกำลังดูบาสเกตบอลของต่างประเทศ
“เฮ้ออออ…”
เสียงถอนหายใจชักจะดังขึ้นทุกที ซังอูวางถุงขนมไว้ข้างน้ำเลม่อนและถ้วยรามยอน ก่อนจะออกจากโซนสูบบุหรี่
ซังอูรู้ดีว่ามันยังไม่จบแค่นี้ เขานั่งลงที่เคาน์เตอร์พลางกอดอกมองหน้าจอ ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่นาที เสียงแจ้งเตือนถึงดังขึ้น
[คำสั่งจากลูกค้าหมายเลข 22: เยลลี่ผลไม้]
ซังอูฉวยเยลลี่ลงมาจากชั้นราวกับรออยู่แล้วและมุ่งหน้าไปยังโซนสูบบุหรี่
[1] รามยอน (라면 อ่านว่า รา-มยอน) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของเกาหลี
[2] ฝึกหมาพันทาง (똥개 훈련 : ตง-เก ฮุน-รยอน) เป็นสำนวนเปรียบเปรยถึงการสั่งให้ทำสิ่งที่ทั้งยากและง่ายหรือไม่มีความหมายซ้ำไปซ้ำมา