Semantic Error ลอจิกของคุณมีปัญหานะครับ - บทที่ 32 Cyan #5
วันแรกซังอูอยู่อย่างสงบเสงี่ยม เพียงหนึ่งชั่วโมงก็กลับไป กะทันหันเสียจนไม่ทันได้รั้ง
ทว่าตั้งแต่วันที่สองเป็นต้นมาซังอูก็เปิดโหมดปีศาจราวกับตัดสินใจได้แล้ว หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ ซังอูก็เอาโน้ตบุ๊กมาจัดการรีซอร์ซ[1]ที่แจยองทำไว้ และเริ่มวางลงบนโครงที่เจ้าตัวสร้างไว้ แจยองกำลังทำแผนที่หลังจากทำตัวละคร อาวุธ และเอฟเฟกต์เสร็จแล้ว เขาจึงคิดว่าจะผ่อนคลายสักหน่อย แต่ทุกครั้งที่ทำแบบนั้นก็จะถูกดุ
‘ถ้าอยากทำงานกับผมก็ต้องตามความเร็วให้ทันสิครับ’
‘ทำอย่างมืออาชีพไงครับ ทำงานด้วยมายด์เซ็ตแบบนั้นได้ไหมครับ’
‘อย่าสั่นขาครับ’
‘ลุกขึ้นมานั่งดีๆ ครับ’
‘เห็นปริมาณงานที่ทำได้แล้วยังจะหาวอีกเหรอครับ’
‘ผมให้เวลาคิดแล้วไงครับ ทำไมไม่บอกตั้งแต่ตอนนั้นล่ะครับว่าไม่ทำ’
นอกจากความสามารถด้านกราฟิกดีไซน์แล้ว ดูเหมือนว่าซังอูจะไม่ชอบอะไรในตัวแจยองอีกเลย เพราะถูกค่อนแคะมาตลอดสามวัน ตอนนี้ไม่ว่าจะได้ยินอะไร แจยองก็ถึงขั้นส่งเสียง ชิ อย่างไม่สนใจแล้ว
‘แน่นอนครับ ต้องทำ-ตาม-ใจท่านประธานชูอยู่แล้ว”
‘โอ้ นายท่าน ข้าน้อยหรือจะกล้าขัดคอ’
‘แม่งไม่ต่างอะไรกับพวกนักเลงเลย แค่ไม่ถือมีด’
‘ไหนดูซิ เบอร์โทรกระทรวงแรงงาน...’
‘พรุ่งนี้ถ้าคอมเครื่องนี้พังก็รู้ไว้เลยว่าเป็นเพราะนาย’
‘ที่นี่คือเหมืองถ่านหินอาโอจี[2]หรอกเหรอเนี่ย!’
ความขัดแย้งเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะพวกเขาทำงานตามตารางที่ซังอูวางไว้และมีงานที่ต้องทำเยอะเกินไป แม้จะบอกว่าเขาจะไล่ตามให้ทัน แต่อีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะไม่เชื่อ ถ้าพวกเขาเริ่มโต้เถียงกัน ยูนาก็จะด่าทีหนึ่งแล้วสวมเฮดโฟน แต่แจยองไม่นึกเสียใจที่พาซังอูมาที่ห้องปฏิบัติการ ที่จริงแล้วแม้อีกฝ่ายจะบ่นงึมงำอยู่ข้างๆ เขากลับเพลิดเพลินเสียอีก
“ขอพักสักสิบห้านาที”
แจยองวางเมาส์ราวกับโยนทิ้งแล้วบิดขี้เกียจ หลังจากผ่านวันเสาร์-อาทิตย์ ก็มาถึงวันจันทร์ที่ได้เจอซังอูอีกครั้ง
ช่วงสุดสัปดาห์เขามีนัดเล่นบาสเก็ตบอลและดื่มสังสรรค์ หลังแข่งเสร็จเขาออกมาจากงานเลี้ยงหลังแข่งก่อนคนอื่นๆ จึงถูกล้อว่าเป็นซินเดอเรลล่า ส่วนนัดดื่มเขาก็กุเรื่องว่าไม่ว่างจึงไม่ได้ไปและถูกด่ากลับมา แม้เขาจะแก้ไขส่วนที่ผิดพลาดและส่งแผนที่ที่สมบูรณ์สุดๆ ไปให้ถึงห้าชิ้น แต่แค่ขอพักสิบห้านาที ซังอูก็ยังทำสีหน้าไม่พอใจ
“โอเคครับ”
หลังจากตอบตกลง ซังอูก็จะรอจนครบสิบห้านาทีไม่ขาดไม่เกินแล้วสั่งให้กลับไปทำงานอีกครั้ง แจยองไปที่เตียงพับซึ่งตั้งอยู่ที่ด้านหนึ่งของห้องทำงานทันทีเมื่อได้รับคำอนุญาต เขาย้ายเสื้อผ้าของยูนาที่อยู่บนนั้นไปไว้ที่พื้นแล้วนอนลง
ซังอูนั่งตัวตรงอย่างมีสมาธิ มองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือพลางเคาะแป้นพิมพ์ไปด้วย ตอนนี้เขาค่อนข้างชินกับการเห็นอีกฝ่ายอยู่ที่ห้องทำงานตอนค่ำๆ แล้ว
“นายก็พักด้วย”
“ผมมีงานต้องทำเยอะครับ”
“คิดว่าฉันไม่รู้หรือไง ฉันหมายถึงให้พักไปด้วย ทำไปด้วยต่างหาก”
“งานเยอะแล้วจะพักยังไงครับ”
“ถ้าชวนคุยไปเรื่อยๆ ก็จะไม่มีสมาธิ ถือว่าได้พักไง”
“ประเทศอังกฤษในช่วงปีที่ 1850 ต้นไม้เกิดการติดเชื้อและมีสีคล้ำลง ทำให้ผีเสื้อกลางคืนสีขาวเทามีจำนวนลดลง ในขณะที่ผีเสื้อกลางคืนสีเทาดำขยายพันธุ์มากขึ้น”
“…คือจะบอกว่า?”
“สิ่งมีชีวิตมีสัญชาตญาณในการปรับตัวให้เข้ากับภัยคุกคามภายนอกครับ”
“อ๋อ จะบอกว่าฉันคือมลพิษ ส่วนนายคือผีเสื้อกลางคืนผู้น่าสงสาร? ก็ตั้งใจเปลี่ยนสีปีกแล้วกันน้า ฉันเป็นกำลังใจให้”
“ไม่ต้องให้กำลังใจด้วยคำพูด แต่หุบปากแทนน่าจะช่วยผมได้นะครับ”
ชูซังอูเหมือนเครื่องขายของอัตโนมัติที่ขายแต่คำพูดที่ถูกต้อง แจยองหลีกเลี่ยงการโต้เถียงที่แพ้ตั้งแต่เริ่มต้นแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เขาตอบข้อความจำนวนหนึ่ง ก่อนจะเปิดมิวสิควิดีโอของวงดนตรีที่ชอบ เวลาอยู่กับยูนาหรือซองจิน พวกเขามักจะเปิดเพลงไว้เสียงดังตอนทำงานเสมอ แต่หลังจากที่ซังอูเข้ามา เขาก็ไม่เคยเปิดเพลงอีกเลย ยูนาเองแรกๆ ก็ขัดขืนอยู่สองสามครั้ง แต่หลังจากเถียงแพ้อย่างกล้าหาญไปเสียทุกครั้ง เธอก็จะถอนหายใจและหยิบเฮดโฟนขึ้นมาสวมเมื่อซังอูเข้ามา แต่วันนี้เธอกลับเร็วจึงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น
เสียงของซินธิไซเซอร์[3]ที่เหมือนฝัน จังหวะกลองที่ดังตึกๆ เบสที่ให้เสียงทุ้มต่ำ กีตาร์ไฟฟ้าที่สั่นคลอนหัวใจ และเสียงร้องที่ชวนฝัน แจยองหลับตาลงและจมอยู่กับเสียงเพลง อีกใจหนึ่งก็เฝ้ารอคำพูด ‘ปิดเพลงด้วยครับ’ เมื่อแอบลืมตาขึ้นดูก็พบว่าซังอูยังคงนั่งหลังตรงทำงานอยู่
“ดูเหมือนจะถูกใจวงนี้นะ”
“เปล่าครับ ก็ไม่เท่าไร”
“วงดนตรีนี้ชื่อซะ…”
“ไซคิเดล ผมรู้จักครับ”
“ชื่อเพลงคือมะ…”
“แม็กเนติก ฟิลด์ เพลงที่แปด ในอัลบัมที่ห้า อิเล็กทริซิตี้ครับ ผมรู้อยู่แล้วครับ ช่วยอยู่เงียบๆ ทีเถอะครับ”
แจยองตกใจจนทำเฮดโฟนหล่น ศิลปินที่เขาชอบไม่ได้เป็นที่รู้จักในประเทศขนาดนั้น รู้ชื่อเพลงยังไม่เท่าไร แต่นี่รู้กระทั่งชื่ออัลบัมและลำดับของเพลง ปากบอกไม่สนใจ แต่กลับรู้ทุกอย่างขนาดนี้ ดูเหมือนจะเป็นผู้ฟังที่รอบรู้พอสมควร ระหว่างที่แจยองกำลังตะลึงงัน เพลย์ลิสต์ก็เลื่อนไปยังเพลงถัดไป คราวนี้เป็นวงดนตรีอินดี้ในประเทศที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก
“‘นาพัลซู’ อัลบัมที่สอง ‘พูดพล่อยๆ’ เพลงที่สิบสอง ‘ฉันจะไล่ประธานออกแล้วฮุบบริษัท’ ครับ”
แจยองเหม่อมองหมวกแก๊ปสีดำอยู่หนึ่งนาที
‘ชูซังอูมีรสนิยมเดียวกับเราเหรอวะเนี่ย’
ไม่น่าเชื่อ แจยองเลื่อนไปยังเพลงถัดไปด้วยใจเต้นไม่เป็นส่ำ
“‘โจชีวอนแบนด์’ อัลบัมที่หนึ่ง ‘แดงกับดำ’ เพลงที่เจ็ด ‘ดาวยักษ์แดง’”
“เชี่ย… เฮ้ย นายกับฉันรสนิยมโคตรคล้ายกันเลยอะ ขนลุกแล้ว”
“ไม่ใช่สักนิด อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ”
ดูจากที่ไม่พอใจขนาดนั้น อีกฝ่ายคงไม่ได้โกหก ต้องฟังบ่อยขนาดไหนถึงได้รู้กระทั่งเลขลำดับของเพลง แจยองตื่นเต้นดีใจจึงเลื่อนเพลงไปเรื่อยๆ ไม่มีเพลงไหนที่ซังอูไม่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นศิลปินในประเทศหรือต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเพลงแนวไหน ไม่ต้องบอกซังอูก็รู้ แม่นยำยิ่งกว่าแอปค้นหาเพลงด้วยเสียงเสียด้วยซ้ำ
แจยองเลื่อนเพลงมั่วๆ แล้วแตะพลาดไปเปิดเพลงฮิตติดอันดับหนึ่งของชาร์ตสิบสัปดาห์ซ้อนขึ้นมา ที่ผ่านมาอีกฝ่ายพูดชื่อเพลงออกมาภายในสิบวินาทีแรกที่เปิดเพลง แต่มีเพียงคราวนี้ที่เจ้าตัวเงียบกริบ
“เพลงนี้ไม่รู้จักเหรอ”
“ผมจะไปรู้ได้ยังไงครับ”
ช่วงนี้ใครไม่รู้จักเพลงนี้เรียกได้ว่าเป็นพวกหลังเขาแท้ๆ แปลกจริงๆ เป็นอีกครั้งที่แจยองรู้สึกขัดแย้งในใจเล็กน้อยและตกอยู่ในความสับสน
“รุ่นพี่ครับ สลักระเบิดมือไม่มีห่วง ฝากแก้อันนั้นแล้วก็ดูข้าวโพดอีกรอบทีครับ อีกอย่างเมื่อกี้เลยเวลาสิบห้านาทีมาแล้ว กลับมานั่งที่ด้วยครับ”
‘ไอ้นี่เดี๋ยวปั๊ด’
แจยองนั่งนิ่งอย่างดื้อดึงอยู่ห้าวินาทีก่อนจะลุกขึ้น เมื่อเขานั่งลงบนเก้าอี้อย่างไม่เต็มใจ ซังอูก็เหลือบมองแวบหนึ่ง แล้วย้ายสายตากลับไปมองโน้ตบุ๊กของตัวเองอีกครั้ง
‘น่ารักแต่ก็ไม่น่ารักเลยสักนิด’
แจยองยื่นมือออกไป ตั้งใจจะหยิกแก้มของอีกฝ่ายแรงๆ ก่อนจะนึกถึงข้อห้ามขึ้นได้เมื่อสายไป ซังอูนิ่วหน้าพลางเขม้นมองมือของแจยอง แจยองไขว้มือวุ่นวายแล้วตบมือในอากาศ
“โอ๊ะ? ตรงนี้มียุง….”
“นี่มันเดือนเมษา จะไปมียุงได้ยังไงครับ”
“ตรงนี้มี”
“ไหนแบมือมาครับ จับได้หรือเปล่า”
“เอ๊ะ? พลาดไปแฮะ”
ซังอูกลับไปเคาะแป้นพิมพ์อีกครั้งด้วยสีหน้าไม่ยอมรับ ขณะจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่อัดแน่นไปด้วยตัวหนังสือที่อ่านไม่ออก อีกฝ่ายดูรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง แจยองเท้าคางเหม่อมองซังอูโดยไม่ทำอะไรอยู่ครู่ใหญ่
“ทำไมนายถึงมาทำเกม”
หลังจากโพล่งถามออกไปแบบนั้นเขาก็คิดได้ว่ามันสายไป มันเป็นคำถามที่ควรจะถามตั้งแต่แรก
ทำไมชูซังอูถึงพยายามสร้างเกม ทั้งที่เป็นคนที่ไม่เข้าใจอะไรเกี่ยวกับคอนเทนต์เลยแท้ๆ อีกฝ่ายเก่งแค่ด้านการเขียนโปรแกรมเท่านั้น แต่ดูเหมือนจะไม่มีเซนส์ด้านภาพกราฟิกหรือเสียงประกอบเลยสักนิด ยิ่งไปกว่านั้น ไอ้คนที่ไม่เหมาะกับการทำงานเป็นทีมและไม่สนุกกับการทำงานเป็นทีมดันมาทำเกมที่จำเป็นต้องมีดีไซเนอร์หรือนักวางแผนเสียนี่
“เพราะชอบน่ะสิครับ”
คำตอบที่ออกมาห้วนๆ ทำให้แจยองสะเทือนใจเล็กน้อย ดูจากที่อีกฝ่ายมีลักษณะพิเศษที่แข็งแกร่งมาก แจยองจึงคิดว่าเจ้าตัวคงไม่มีงานอดิเรกหรือสิ่งที่ชอบ
“ผมมีบริษัทเกมที่อยากเข้าทำงานอยู่ครับ ตอนอายุสิบห้าได้ลองเล่นเกมที่บริษัทนั้นปล่อยออกมาเป็นครั้งแรก มันสนุกมากจนผมโต้รุ่งเป็นครั้งแรกเลย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ความฝันของผมก็เปลี่ยนไปครับ ผมอยากทำเกมที่เหมือนกับเกมนั้นด้วยมือของตัวเองก็เลยศึกษาภาษาอังกฤษและศึกษาเกมเพิ่มเติมครับ
เมื่อซังอูเห็นสีหน้าของแจยองก็พูดว่า “อ้อ ไม่ได้ถามสินะครับ” และหันกลับไปมองจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง แจยองหัวเราะพลางส่ายหน้า
“เปล่า แค่เมื่อกี้จู่ๆ นายก็ดูเท่ขึ้นมาน่ะ แล้วเกมที่ว่าคือเกมอะไรล่ะ”
“StarCraft 1 ครับ”[4]
ถ้าไปร้านอินเทอร์เน็ตกับชูซังอูห้ามเล่น ‘StarCraft’ เด็ดขาด แจยองจดบันทึกไว้ในสมอง
“ก่อนจะเป็นนักพัฒนาเกมนายอยากเป็นอะไร”
“คนขับรถแบ็คโฮครับ”
“…”
วันนี้เขาได้เรียนรู้หลายอย่าง ชูซังอูไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ที่หมกมุ่นกับงาน แต่เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ชอบดนตรีและมีความฝัน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นแววตาของซังอูเต็มไปด้วยความต้องการ
“ผมวางแผนจะใช้ความสำเร็จของ Veggie Venturer ปูทางเพื่อเข้าทำงานในบริษัทช่วงครึ่งปีหลังของปีหน้าครับ”
“บอกว่าเป็นพอร์ตโฟลิโอสำหรับฉันอย่างนั้นอย่างนี้ สุดท้ายก็เป็นพอร์ตโฟลิโอของนายเองนี่หว่า”
“ก็ดีทั้งขึ้นทั้งล่องไม่ใช่เหรอครับ”
แจยองรู้สึกราวกับว่าเกมที่พวกเขาเริ่มทำกันสองคนด้วยตารางงานที่แน่นเหมือนจะไม่มีวันพรุ่งนี้ได้ประสบความสำเร็จแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงคิดว่านั่นเป็นความมั่นใจมากกว่าความประมาท ความฝันของชูซังอู แม้มันจะไม่ง่ายแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เมื่อเกิดความรู้สึกเอ็นดู แจยองก็อยากทำสิ่งหนึ่งขึ้นมา
“นี่”
“ครับ”
“อีกหนึ่งนาทีขอลูบหัวได้ปะ”
“…”
ซังอูเงียบไปครู่ใหญ่ การที่เจ้าตัวไม่ปฏิเสธในทันทีทำให้เขารู้สึกแปลกใจ แจยองรอมาพอสมควรแล้วแต่ก็ยังไม่มีคำตอบ
“ถ้าไม่ชอบก็ช่างเถอะ”
เมื่อเขาพูดดังนั้น ซังอูก็เกาคอพลางเอ่ย
“ไม่ได้ไม่ชอบอะไรขนาดนั้นหรอกครับ ขอแค่บอกล่วงหน้า”
ถ้าเทียบกับตอนแรก อีกฝ่ายดูนุ่มนวลขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ แจยองถึงกับต้องข่มความรู้สึกอยากยื่นมือไปที่หมวกสีดำใบนั้นเดี๋ยวนี้ไว้
“ต้องเตรียมใจก่อนไหม”
“ผมต้องเตรียมใจก่อนครับ ผมไม่ชอบอะไรที่ไม่ได้เตรียมตัว”
“ถ้าเรียนอยู่แล้วจู่ๆ คุณยายโทรมาบอกว่าคิดถึงนายมากก็เลยมารออยู่หน้าบ้านแล้ว นายจะทำยังไง”
“ผมไม่เล่นมือถือระหว่างเรียน และคุณย่าคุณยายของผมก็เสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่ครับ”
“‘โทษที ถ้าอย่างนั้นขอยกตัวอย่างใหม่… ถ้านายต้มรามยอนอยู่ แต่ไม่มีผงปรุงรส?”
“ก่อนต้มผมจะเช็กก่อนว่ามีส่วนประกอบครบตามที่เขียนไว้ในวิธีต้มหรือไม่ เพราะงั้นไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนั้นหรอกครับ”
“จะว่าไปแล้วนายต้มรามยอนเก่งนะ”
“ผมจะต้มรามยอนไม่เป็นได้ยังไงครับ ใครๆ ก็ทำได้ทั้งนั้นขอแค่มีสองมือและสติปัญญามากพอที่จะอ่านวิธีต้ม”
“ไม่ใช่ ถึงอย่างนั้นก็มีตั้งหลายคนที่ต้มไม่อร่อย… อ๊ะ ได้เวลาแล้ว”
แจยองยื่นมือออกไปอย่างไม่ลังเลแล้วลูบบนหมวกของซังอู หลังจากผ่านขั้นตอนเพิ่มเติมอย่างการแจ้งล่วงหน้า เขาก็ได้ลูบหัวอีกฝ่ายสมใจ และรู้สึกพึงพอใจประมาณหนึ่ง ใจเขาอยากจะลูบไปถึงไหล่ แต่วันนี้พอเท่านี้ก่อน
“ฉันจะช่วยซัพพอร์ตนายเอง ให้นายไปถึงฝั่งฝัน”
คำพูดที่พูดราวกับกระซิบไม่ได้ออกมาอย่างราบรื่นมากนัก อาจเป็นเพราะเขาใส่ความจริงใจมากเกินไป เสียงจึงขาดๆ หายๆ เล็กน้อย
“ฉันมีความรู้สึกว่าอยากจะทำให้ดีแล้ว”
ซังอูนั่งกะพริบตานิ่งๆ ราวกับไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น สองวินาทีหลังจากนั้นอีกฝ่ายก็ส่ายศีรษะสลัดมือของแจยองออก
“เท่านั้นพอครับ”
จู่ๆ ซังอูก็พับโน้ตบุ๊กลงและเก็บของอย่างวุ่นวาย เขาเห็นแต่ใบหน้าด้านข้างของอีกฝ่ายมาสามนาทีแล้ว และคิดว่าฝ่ายนั้นคงจะไม่หันด้านหน้ามาให้เห็น เมื่อดูเวลาก็พบว่าเพิ่งจะสามทุ่มครึ่งเท่านั้น
‘เมื่อวานกลับตอนสี่ทุ่มนี่นา…’
ซังอูเก็บของทุกอย่างใส่กระเป๋า ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วแล้วเดินจากไป ทำท่าทางราวกับในห้องไม่มีใครอยู่ ซังอูหยุดยืนที่ประตูและพูดโดยไม่หันกลับมา
“ผมไปนะครับ เจอกันตอนประชุมคราวหน้าครับ”
‘ประชุมคราวหน้าของหมอนั่น… ก็บอกแล้วไงว่าให้พูดว่าพรุ่งนี้ก็พอ’
“อือ…กลับดีๆ นะ”
แจยองพึมพำกับศีรษะด้านหลังของซังอู ครู่หนึ่งหลังจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงประตูเหล็กปิดดัง ปัง
แจยองเอามือลูบหน้าก่อนจะทอดสายตามองเพดาน นี่เขาทำอะไรเปล่าประโยชน์อีกแล้วเหรอ สำหรับเด็กที่ไม่ชอบการสกินชิป เขาต้องทำแบบนั้นเท่านั้นเหรอ แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าจะอธิบายว่าปฏิกิริยาของซังอูคือความอึดอัดก็มีจุดที่แปลกๆ อยู่
“อยากบุหรี่เลยแฮะ”
ความรู้สึกขัดแย้งรุนแรงที่อธิบายไม่ได้ครอบงำสมองของแจยอง แจยองคิดว่าตัวเองต้องใช้ไหวพริบคอยสังเกตซังอูให้มากขึ้น
⌘W
[1] รีซอร์ซ (Resource) ทรัพยากร อันได้แก่ โปรแกรม ข้อมูล หรืออุปกรณ์ที่ใช้ได้ ในที่นี้หมายถึงไฟล์ภาพที่แจยองทำไว้นั่นเอง
[2] เหมืองถ่านหินอาโอจี อยู่ในถิ่นทุรกันดานที่ชื่อว่า อาโอจี ของประเทศเกาหลีเหนือ
[3] ซินธิไซเซอร์ (Synthesizer) เครื่องสังเคราะห์เสียง
[4] Starcraft (สตาร์คราฟต์) คือเกมสงครามอวกาศที่มีระบบการเล่นเป็นแบบ Real Time Strategy หรือวางแผนการรบแบบเรียลไทม์