Semantic Error ลอจิกของคุณมีปัญหานะครับ - บทที่ 35 Cyan #8
แววตาของซังอูคล้ายจะดูดุดันเล็กน้อย แต่ทำไมใจเขาถึงเต้นแรงขนาดนี้นะ แจยองดึงเก้าอี้มานั่งชิดโต๊ะเพื่อให้ตรงกับคนตรงหน้าและประสานสองมือเขาด้วยกัน
“ครับ พี่ เรียกผมเหรอครับ”
ซังอูชะงักไปก่อนจะกระแอมไอสองสามครั้ง อีกฝ่ายมองมาที่แจยองอีกครั้งแล้วพูด
“นายน่ะ…ถ้าเห็นคำชี้แนะของฉันเป็นเรื่องตลกล่ะก็ นายลำบากแน่”
“เรื่องตลกอะไรกันครับ ผมตั้งใจฟังอย่างดีทุกคำเลยนะครับ”
“แล้วทำไมถึงชอบทำผิดซ้ำซากล่ะ”
“ผมจะระวังครับพี่”
“ปุ่มอันเดอร์สกอร์บนคีย์บอร์ดนายพังไปแล้วหรือไง เก่งภาษาอังกฤษแท้ๆ ทำไมเอาแต่พิมพ์ผิดอยู่ได้ ไม่ใช่เรื่องยากซะหน่อย ใส่ใจหน่อยเถอะ หืม?”
‘ในวงเหล้าก็ยังยกเรื่องงานขึ้นมาพูดได้ เหลือเกินจริงๆ ไอ้เด็กนี่’
แจยองหยิบออมุกขึ้นมาไม้หนึ่งแล้วยื่นไปที่ปากของซังอู
“กินนี่สิครับพี่”
ซังอูเคี้ยวออมุกอย่างตั้งใจก่อนจะกลืนแล้วพูดต่อ
“แล้วก็…นายคิดแต่จะแอบข้ามขั้นอยู่ได้ เพราะนายไม่ทำตามตารางงาน กำหนดการถึงได้ถูกเลื่อนเนี่ย”
“ทำๆ ไปมันก็มีกันบ้างครับ ยกโทษให้ผมหน่อยเถอะ ผมจะรับผิดชอบทำทั้งหมดทีหลังเองครับ”
“แค่ปากพูด?”
“ไม่ใช่ครับ วันนี้ก็ทำงานก่อนมาที่นี่ครับ”
โกหก วันนี้แจยองมัวแต่คิดเรื่องซังอูจนไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น แต่ที่เขามั่นใจว่าจะทำในสักวันหนึ่งซึ่งไม่รู้วันไหนนั้นเป็นเรื่องจริง
“ชวนเล่นยาจาไทม์เพื่อจะด่าผมนี่เอง พี่ซังอูของผม”
ซังอูนิ่วหน้า แจยองรีบคีบโอะโคะโนะมิยากิไปป้อนถึงปากของเจ้าตัว มองผ่านๆ อีกฝ่ายดูเหมือนปกติดี แต่พอดูแบบนี้แล้วซังอูเองก็เหมือนจะเมาอยู่เหมือนกัน ดวงตาคู่นั้นดูผ่อนคลายเล็กน้อย ตอนอ้าปากรับกับแกล้มอย่างสงบเสงี่ยมก็ไม่สามารถรักษาความสมบูรณ์แบบไว้ได้ ห่างไกลจากภาพลักษณ์ในยามปกติที่เหมือนหุ่นยนต์
“ฉันอยากได้ยินนายพูดจาสุภาพต่างหาก ไอ้คนหยาบคายเอ๊ย”
“อ้อ งั้นเหรอครับพี่ ดื่มสักแก้วสิครับ”
แจยองยกแก้วโซจูของซังอูขึ้นแตะริมฝีปากของเจ้าตัว ซังอูดื่มเข้าไปแต่โดยดี หลังจากกลืนสิ่งที่อยู่ในปากแล้วก็ชี้นิ้วมาที่แจยอง
“นี่ จางแจยอง”
“ครับ เชิญพูดมาได้เลยครับ”
“นายแม่งบ้า…รู้ใช่ปะ?”
“แน่นอนครับ ผมรู้ดีเลย”
ซังอูหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกอดอกแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้
“ไอ้-บ้า-เอ๊ย มาเขียนหน้าคนอื่น”
“นั่นสิครับ ผมมันเลวจริงๆ ทำไมถึงบังอาจทำแบบนั้นกับใบหน้าของพี่ได้”
“ไม่ได้กักตุนเครื่องดื่มงั้นเหรอ... นั่นมันกักตุนไว้เก็งกำไรชัดๆ ฮอแซงจอน[1]น่ะ รู้จักไหม”
“นั่นสิครับ มันน่าแจ้งสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจริงๆ ผมกำลังสำนึกผิดอยู่ครับ”
“ไอ้ขยะ….”
“ผมมันขยะมนุษย์ที่รีไซเคิลไม่ได้จริงๆ ครับ ให้ผมคุกเข่าไหมครับ”
จากที่นั่งพิงเก้าอี้ ซังอูยืดตัวขึ้นในทันใด จากนั้นวางแขนซ้อนกันบนโต๊ะ แล้ววางคางทับลงบนนั้น ศอกของเขาดันจานโอะโคะโนะมิยากิไปข้างๆ ถ้าแจยองไม่จับไว้คงร่วงลงพื้นไปแล้ว
เพราะแจยองเองก็นั่งชิดกับโต๊ะ ใบหน้าของทั้งคู่จึงใกล้กันมาก ปีกหมวกของอีกฝ่ายเฉียดไปเฉียดมาอยู่ที่หน้าผากของเขา แจยองโน้มตัวลงวางคางไว้บนแขนเหมือนซังอู เมื่อดวงตาที่ถูกหมวกบังเผยออกมา ใจเขาก็เต้นเร็วขึ้น ทุกครั้งที่ซังอูกะพริบตา ขนตาที่ขึ้นเบียดกันเป็นแพก็พลอยกระพือขึ้นลงไปด้วย ริมฝีปากของคนตรงหน้าค่อยๆ ขยับ
“นายน่ะ…ถ้าไม่หล่อก็ไม่มีอะไรดีแล้ว
“ถ้าแม้แต่หน้าตาก็ยังไม่ดี มนุษย์ขยะอย่างผมคงต้องไปตายแล้วล่ะครับ”
“ก็รู้นี่”
ดวงตาที่ดูเลื่อนลอยเล็กน้อยเพราะอาการเมามองสำรวจใบหน้าของแจยองอย่างละเอียด ไม่ว่าสายตาคู่นั้นจะมองไปตรงไหน ตรงจุดนั้นก็จะรู้สึกร้อนขึ้นมา สายตาของซังอูหยุดอยู่ที่หน้าผากก่อนจะเลื่อนมาที่จมูก หู คอ คาง แล้วมาหยุดที่ริมฝีปาก ซังอูหรี่ตาลง และแจยองทันเห็นว่าริมฝีปากของอีกฝ่ายเผยอ
“หน้าผมจะทะลุแล้วครับ พี่ซังอู”
ซังอูหรี่ตาเล็กลงกว่าเดิม คราวนี้ดวงตาแทบจะปิดเลยทีเดียว ซังอูหลบตาพลางหยิบขวดโซจูมารินใส่แก้วของแจยอง แจยองรับแก้วมาดื่มไปครึ่งหนึ่งแล้วพูดว่า
“ผมหล่อไหมครับ”
ซังอูแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินแล้วเติมโซจูลงในแก้วของแจยอง แจยองยกแก้วที่ได้กลับมาแทนคำตอบขึ้นดื่มรวดเดียวหมด
“ผม…หล่อไหมครับ พี่”
แจยองพูดอย่างเนิบช้าพลางจ้องเข้าไปในดวงตาสีดำของซังอู ดวงตาที่ลืมขึ้นเพียงเล็กน้อยไม่มีแววของความดุดันเหมือนปกติ
‘นายกำลังคิดอะไรอยู่ ถ้าเป็นอย่างที่ฉันเดา นายน่าจะกำลังต้องการฉันนะ’
จากนั้นซังอูก็ตอบออกมาเบาๆ ในที่สุด
“ครับ”
แจยองกะพริบตาช้าๆ ความรู้สึกจั๊กจี้ที่แผ่ออกมาจากหัวใจครอบงำทั้งร่างกายโดยไม่รู้ตัว เป้าหมายที่คิดจะตรวจสอบความอันตรายของความสัมพันธ์นี้ให้แน่ใจเลือนหายไป แจยองดื่มโซจูเข้าไปมาก อาจเป็นเพราะแบบนั้นเขาจึงคิดอยู่อย่างเดียวเท่านั้น
เขาวางมือบนโต๊ะแล้วยืดตัวลุกขึ้น ร่างกายซวนเซเล็กน้อยแต่ยังยืนตรงได้ จากนั้นก็ผลักโต๊ะที่กั้นกลางระหว่างพวกเขาไปด้านข้าง และก้าวเข้าไปใกล้ซังอูหนึ่งก้าว ซังอูเงยหน้าขึ้นมามอง เขาจึงเห็นหน้าอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
“ซังอูยา”
“ทำไมครับ”
“ถอดได้ไหม”
“…”
ใบหน้าแดงซ่านนั้นเป็นเพราะฤทธิ์โซจูอย่างนั้นหรือ ความรู้สึกขัดแย้งในใจเชื่อว่า ‘ไม่ใช่’
“คิดอะไรอยู่ ฉันหมายถึงหมวก”
เขาดึงหมวกออกโดยไม่ได้รับอนุญาต พอเห็นซังอูมีสีหน้าตกใจทำอะไรไม่ถูก ความรู้สึกยินดีก็ผุดขึ้นในใจ อีกฝ่ายไม่ใช่พระเอกในการ์ตูนที่เปลี่ยนไปจนจำไม่ได้เพียงเพราะถอดแว่นออกเสียหน่อย นี่อะไร ก็แค่เด็กผู้ชายหัวลีบคนหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ถึงจิตใต้สำนึกจะร้องตะโกนอย่างนั้น แจยองก็ไม่ฟัง
ดวงตาสีดำสนิทตัดกับผิวขาวอย่างเห็นได้ชัด เป็นภาพลักษณ์ที่ทั้งเรียบร้อยและไม่เรียบร้อย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีแววตาที่ไม่เฉยเมย ชูซังอูที่ครอบด้วยฟิลเตอร์ซึ่งถูกบิดเบือนด้วยเหล้าและอารมณไม่ต่างอะไรกับอินคิวบัส[2]ที่ปลุกความแฟนตาซีที่ลามก
“วันนี้ไม่โกรธเหรอ”
เสียงของแจยองแหบพร่ากว่าปกติ หมู่นี้แค่ยืนอยู่ตรงหน้าชูซังอู เขาก็ควบคุมอะไรไม่ได้ดั่งใจแล้ว ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียง สีหน้า อวัยวะเพศ หรืออะไรก็ตาม
“เอาคืนมาครับ”
ดวงตาคู่นั้นช้อนขึ้นมามอง มือลูบคลำผมหน้าม้าราวกับเขินอาย นายทำสีหน้าแบบนั้น ฉันไม่มีทางคืนหมวกให้ดีๆ อยู่แล้ว
“บอกให้เอามาไงครับ”
“ถ้าบอกว่าไม่ นายจะทำไง”
“บอกให้เอาคืนมาไง”
“โอ๊ะ โกรธอีกแล้ว
“ไอ้นี่ เล่นอะไรให้มันรู้ขอบเขตซะบ้าง!”
ซังอูลุกพรวด ร่างกายของอีกฝ่ายไม่เตี้ยไม่สูง เป็นส่วนสูงตามค่าเฉลี่ยที่กำลังพอดี แจยองชอบที่ซังอูต้องเงยหน้าเพื่อสบตาเขา และชอบที่ตัวเองต้องก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อมองลงไปจากด้านบน อกของแจยองขยับขึ้นลงด้วยลมหายใจที่ร้อนรุ่ม
เขารอซังอูยื่นมือขึ้นมาถึงหมวก และในชั่วขณะนั้นเขากำข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่น และมองนัยน์ตาสีนิลที่ดูสับสนวุ่นวายจากระยะห่างราวหนึ่งคืบ ซังอูหลุบตามองพื้น
“เชี่ยเอ๊ย”
แจยองเพิ่งเคยได้ยินซังอูสบถหยาบคายครั้งแรก เสียงของอีกฝ่ายแหบต่ำเหมือนกับเสียงของเขา
“นายว่าไงนะ”
“ผมไม่ได้หมายถึงพี่ครับ”
ซังอูจ้องแจยองด้วยดวงตาแข็งกร้าวราวกับไม่ยอมแพ้ แจยองยืนนิ่งถอนหายใจยาว เขาอยากแตะเนื้อต้องตัว อยากสัมผัสอีกฝ่ายจนทนไม่ไหว
“ซังอูยา”
“ครับ”
แจยองค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น ปลายทางอยู่ที่แก้มของซังอู จากนั้นใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้โหนกแก้มของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน แจยองรู้สึกได้ผ่านผิวหนังว่าร่างกายของซังอูกำลังสั่น
“ขอเตือนนะ…อย่าเรียกฉันว่าพี่”
“ครับ”
“ถ้าขืนยังเรียกแบบนั้นอีกครั้ง…”
“พี่ครับ”
มือของแจยองเกร็งขึ้นมา คราวนี้ซังอูไม่ได้หลบตา
“พี่แม่งโคตรหล่อเลย”
แจยองกัดริมฝีปาก รู้สึกเหมือนใจร่วงลงไปข้างล่าง มือของเขาขยับเหมือนงูเลื้อยลงมาที่ลำคอที่เขาเฝ้ามองเป็นประจำ จากนั้นโอบรอบต้นคอที่ร้อนผ่าว ดึงรั้งเข้าหาตัวเองเล็กน้อย และหยุดก่อนที่หน้าผากจะแตะกัน
ใบหน้าที่ดูเร่าร้อนอยู่ตรงหน้านี้แล้ว แววตาสีดำสนิททอดมองมาที่เขาโดยไม่มีวี่แววของความเขินอาย สติสัมปชัญญะที่คอยกีดกันแจยองอ่อนกำลังลงมาก แต่ยังโชคดีที่ไม่ได้ลืมว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

“แจ้งให้ทราบล่วงหน้า อีกหนึ่งนาทีฉันจะจูบนาย”
กฎข้อสุดท้ายที่เขาไม่ลืม มารยาทพอเป็นพิธีที่ไม่เกี่ยวกับความรู้สึกลึกๆ ในใจ
“ถ้าจะหนีก็ไปซะตอนนี้”
ลมหายใจหนักหน่วง ทุกครั้งที่หายใจออกจะมีเสียงที่คล้ายกับเสียงครางดังออกมาจากปาก ผิวหนังที่แตะกันสัมผัสได้เพียงความร้อน รอบข้างคล้ายกับมีเปลวเพลิงโหมกระพือ ดวงตาที่จ้องมองมากะพริบทีหนึ่ง แจยองมองภาพนั้นอย่างไร้สติ ซังอูกำเสื้อบริเวณอกของแจยองไว้ด้วยมือที่อ่อนแรงแล้วดึงรั้งไปทางตัวเอง
‘ยังเหลืออีกสี่สิบแปดวินาที’
ซังอูค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง และแนบริมฝีปากของตัวเองกับริมฝีปากของแจยองเหมือนเมื่อวาน
เป๊าะ ฟิวส์ขาดลงแล้ว แจยองโอบท้ายทอยของซังอูแล้วดึงรั้งเข้ามาหา เอียงหน้าเล็กน้อยแล้วกลืนกินริมฝีปากของคนตรงหน้า เขาส่งลิ้นเข้าไปในโพรงปากนั้น อีกฝ่ายตกใจแต่ก็ตอบสนองด้วยวิธีเดียวกัน
ตั้งแต่วินาทีนั้นเขาก็ไม่เห็นหรือได้ยินอะไรอีกเลย สัมผัสได้เพียงความรู้สึกที่ชัดเจนของริมฝีปากที่ทับซ้อนกัน เรียวลิ้นที่พันกันยุ่งเหยิง และลมหายใจที่ผสานกันเป็นหนึ่ง ความรู้สึกดีที่เร่าร้อนนั้นไร้ซึ่งความบริสุทธิ์ มันทั้งป่าเถื่อน หยาบกระด้าง และทรมานด้วยความกระหายอย่างรุนแรงที่ไม่อาจได้รับการเติมเต็มอย่างทันท่วงที ฝ่ามือคล้ายจะสัมผัสได้เพียงความร้อน
จูบที่ห่างไกลจากความโรแมนติกนั้นไม่มีทั้งการเกริ่นนำหรือบทสรุป เพราะตั้งแต่ต้นจนจบมีเพียงจุดสูงสุดเท่านั้น นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ทั้งคู่กับรีบร้อนผละออกจากกันแม้กระทั่งในตอนจบ ซังอูเช็ดปากกับแขนเสื้อและหอบหายใจ ในขณะที่แจยองยืนพิงผนังพลางปรับลมหายใจ
‘เชี่ยเอ๊ย เกือบถูกจับกินแล้วไหมล่ะ’
เขานึกว่าหัวใจจะหยุดเต้นไปจริงๆ เสียแล้ว
[1] ฮอแซงจอน (허생전) หรือเรื่องราวของฮอแซง เป็นนิยายสมัยโชซอนที่เขียนขึ้นโดยพัคจีวอนแห่งยอนอัม บอกเล่าเรื่องราวของตัวละครเอก ‘ฮอแซง’ ที่กว้านซื้อสินค้าที่จำเป็นทั้งหมดในตลาดเพื่อควบคุมราคาสินค้า
[2] อินคิวบัส (Incubus) ชื่อของปีศาจเพศผู้ซึ่งเชื่อกันว่าจะเข้ามาร่วมหลับนอนกับสตรีในยามหลับใหลเพื่อร่วมประเวณีด้วย หากเป็นปีศาจเพศเมียจะเรียกว่า ซักคิวบัส (Succubus)