Semantic Error ลอจิกของคุณมีปัญหานะครับ - บทที่ 36 <101>
‘มาทำเกมด้วยกันเถอะครับ ผมต้องการดีไซเนอร์ที่มีฝีมือ’
‘อะ…อืม เข้าใจแล้ว’
สำเร็จตามแผน
ซังอูยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เขาหาดีไซเนอร์ที่เก่งที่สุดในมหาวิทยาลัยมาได้ พร้อมทั้งได้ดึงจางแจยองกลับเข้ามาในชีวิต นี่เป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุดที่เขาคิดออก ถ้าเป็นไปตามที่คาดไว้ ทีนี้เขาก็จะได้สร้างเกมอีกครั้ง และสามารถควบคุมพฤติกรรมที่ผิดปกติของตัวเองได้อีกด้วย
นั่นเป็นการวิเคราะห์ที่ถูกต้อง เพราะปัญหาเล็กน้อยๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างที่แจยองหายตัวไปค่อยๆ หายไปเมื่อเขาได้กลับมาเจออีกฝ่ายอีกครั้ง วันคืนของการตั้งใจเข้าเรียนและไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดอันแสนปลอดโปร่งวันละไม่กี่ชั่วโมงได้หวนกลับมา ซังอูใช้เวลาเรียนจนถึงสี่โมง และใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดไปกับการพัฒนาเกม
เพราะมีประชุมในตอนบ่าย ในช่วงเช้าเขาจึงยังรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอยู่ ซังอูมักจะอยู่ในสภาพตื่นตัวด้วยอารมณ์ที่ค่อนข้างดี จากนั้นยิ่งเวลาประชุมใกล้เข้ามามากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่ดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่เหลือเวลาประมาณสามสิบนาที เขารู้สึกแย่จนเหงื่อออกที่มือและใจเต้นแรง
เขาทุ่มเทกับการประชุมครั้งแรกอย่างมาก ค้นคว้าข้อมูลล่าสุดและพิมพ์เอกสารที่จำเป็นมาอย่างพร้อมสรรพ ทั้งยังแวะซื้อขนมซื้อนั่นซื้อนี่ที่ร้านสะดวกซื้อมาแกะไว้ แต่แล้วเขาก็ต้องผิดหวังกับท่าทีของแจยอง เรื่องมาสายสิบสองนาทีอาจจะเป็นนิสัยไปแล้ว แต่สีหน้ากับน้ำเสียงนั้นบึ้งตึงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้จะโล่งใจที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำเป็นสนิทสนมหรือเกาะติดเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ดูไม่ให้ความร่วมมือกับโปรเจกต์เท่าไรนัก
ณ เวลาเที่ยงคืนตามที่นัดกันไว้ ไม่ว่าซังอูจะรีเฟรชกล่องอีเมลอย่างไรก็ไม่มีแบบร่างส่งมาตามสัญญา ตอนที่เขาไปยืมโทรศัพท์แบบมีสายของบ้านข้างๆ แล้วโทรไปหาอีกฝ่าย เขาได้ยินเสียงลูกพูลดังอยู่เบื้องหลัง วันต่อมาเขาก็ดูออกว่าฝ่ายนั้นวาดคอนเซปต์อาร์ตขึ้นมาอย่างลวกๆ ไม่ได้ใส่ใจ นั่นยิ่งทำให้ซังอูรู้สึกผิดหวังมากขึ้นไปอีก
‘ฉันจะทำมาใหม่’
อย่างไรก็ตามซังอูไม่สามารถปฏิเสธคำขอของแจยองได้ เขาเสียดายเวลาตลอดทั้งวันนั้นและมันถึงเวลาที่ควรจะรีบดำเนินการแล้ว แต่แค่อีกฝ่ายสบตากับเขาตรงๆ และเอ่ยขอเวลาเพิ่ม เขาก็ให้เวลาวันหยุดสุดสัปดาห์ไปเสียอย่างนั้น
ชื่อชั่วคราว: เวจจี้ เวนเจอเรอร์ Veggie Venturer
แต่แล้วในการประชุมวันอังคาร แจยองก็มาพร้อมกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ นั่นก็คือเกม Side-scrolling Shooting แบบ Jump Action แม้จะไม่ใช่วัตถุดิบที่แปลกใหม่ แต่กลับมีความพิเศษ ภาพคอนเซปต์ดูสมบูรณ์แบบราวกับเกมที่เปิดตัวแล้ว อีกทั้งในเอกสารยังมีคำอธิบายองค์ประกอบทั้งหมดอย่างเหมาะสม ซังอูชอบแผนงานของแจยองมาก
หนึ่งในสองตัวละครในแบบร่างที่สามดึงดูดสายตาของซังอู ตัวละครที่มีสีผมสะดุดตากับใบหน้าที่น่ารัก ถ้าทำให้แจยองกลายเป็นตัวละครในเกม เขาต้องมีรูปร่างหน้าตาแบบนี้แน่ๆ ดูเหมือนว่าแจยองจะชอบตัวละครอื่น แต่ซังอูก็ยืนกรานจะเอาตัวละครนี้เพราะคิดว่าถ้ามีตัวละครสวยและน่ารักแบบนี้โผล่มาในเกมคนน่าจะชอบ
ในเมื่อวางแผนงานไว้แล้ว งานจึงดำเนินไปอย่างราบรื่น เขานึกกังวลว่าแจยองจะลืมนั่นลืมนี่ แต่ในด้านทักษะการทำงานของอีกฝ่ายนั้นไร้ที่ติ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่โปรเจกต์ แต่กลับเป็นที่อื่น
‘นายยังไม่เคยเข้าไปที่ ‘สินกำใช่ปะ ไปดูห้องที่ฉันทำงานแล้วก็ดื่มชาสักถ้วยเถอะ’
ปัญหาก็คือการเข้าไปในดงรกๆ นั่น แค่ประชุมกันห้านาทีอย่างเรียบร้อยไม่มีปัญหาก็เพียงพอแล้วแท้ๆ ทว่าเป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นว่าห้องทำงานของจางแจยองเป็นแบบไหน เขาถึงได้ตามอีกฝ่ายไป ทั้งที่เขาจินตนาการสิ่งที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว แต่หลังจากที่เปิดประตูเข้าไป ซังอูก็ได้พบกับสถานที่ที่น่าสยดสยองที่สุดในโลก
ในห้องทำงานดูเหมือนจะมีของอยู่อย่างเป็นที่เป็นทางมากเสียเหลือเกิน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วกลับเป็นของจิปาถะที่ไม่รู้ว่ามีไว้ทำอะไร ที่มุมหนึ่งของห้องมีผู้หญิงสวมเสื้อผ้าสีสันชวนให้ขมวดคิ้ว ที่คอสวมปลอกคอ และกำลังโยกศีรษะตามเสียงเพลงที่น่าหนวกหู ซังอูรู้สึกอยากพับห้องทั้งห้องแล้วโยนลงถังขยะ นี่อีกฝ่ายทำงานในห้องที่วุ่นวายแบบนี้ได้อย่างไร
นอกจากจะเป็นโรคหลายบุคลิก ชอบเปลี่ยนนิสัยไปๆ มาๆ เป็นโรคจิต ซาดิสต์ มะเร็งมนุษย์ ไม่เคยคิดว่าตัวเองผิด นิสัยขยะ ขี้เกียจ เสเพล อันธพาล ชอบเรียกร้องความสนใจ แล้วนี่ยังสกปรกโสโครกอีกหรือ สิ่งที่ซังอูพอใจในตัวแจยองมีเพียงความสามารถด้านการออกแบบและวาดภาพเท่านั้น ถ้าร่างกายเขาไม่ผิดปกติ เขาคงไม่คบค้าสมาคมกับคนพรรค์นั้น ซังอูบ่นพึมพำอยู่ในใจพลางช่วยอีกฝ่ายทำความสะอาด
เมื่อเก็บกวาดได้ประมาณหนึ่ง ห้องปฏิบัติการก็พอดูได้ขึ้นมาบ้าง ในตอนนั้นเองซังอูถึงได้เห็นโปสเตอร์ที่ติดอยู่บนผนัง อาจเป็นเพราะเขาได้เห็นผลงานของแจยองบ่อยๆ จึงเห็นภาพอื่นเป็นสีขาวดำ มีเพียงผลงานของแจยองเท่านั้นที่มีสีสันโดดเด่นออกมา ตอนนี้ซังอูกำลังศึกษาแจยองอยู่ เขาจึงท่องได้กระทั่งว่าโปสเตอร์พวกนั้นทำขึ้นในปีไหน
คนเสเพลที่สวมแว่นบนปลายจมูก และหาวด้วยแววตาขุ่นมัวกลับเปลี่ยนเป็นคนละคนเมื่อเริ่มทำงาน มือสองข้างที่ควบคุมสองอุปกรณ์ที่แตกต่างกันดูราวกับกำลังเคลื่อนไหวด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด ดวงตาที่คอยส่งเสริมสีหน้าต่างๆ ในยามปกติกลายเป็นผู้กำกับที่คอยตรวจสอบขั้นตอนและผลลัพธ์อย่างแม่นยำ ตอนนั้นเอง ซังอูถึงได้รู้สึกว่าตัวเองได้เข้ามาในห้องทำงานของผู้เชี่ยวชาญจริงๆ
เขาคิดว่าเวลาแค่ห้านาทีสั้นเกินไปจริงๆ สำหรับการประชุม จากนั้นห้านาทีก็เพิ่มเป็นหนึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมงเพิ่มเป็นสามชั่วโมงครึ่ง แม้ว่าจะรับรู้ได้ถึงอันตรายที่ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาประหลาด แม้ว่าทุกครั้งที่ไปจะต้องรำคาญใจกับพื้นที่ที่ถูกตั้งค่าเริ่มต้นให้รกรุงรังต่อให้ทำความสะอาดไปแล้วก็ตาม และแม้ว่ามักจะมีผู้หญิงประหลาดอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง แต่ซังอูก็เริ่มจะไม่อยากไปจากห้องปฏิบัติการ
ตลอดสองสัปดาห์ที่ทำงานร่วมกัน ซังอูได้เก็บรวบรวมข้อมูลใหม่ๆ ลงในฐานข้อมูล เขาได้เรียนรู้ว่าแจยองมีน้องชายฝาแฝด แจยองสนิทกับคุณตา นอกจากภาษาเกาหลี ภาษาจีน ภาษาอังกฤษแล้ว แจยองยังใช้ภาษากวางตุ้งและภาษาฝรั่งเศสได้อย่างคล่องแคล่วอีกด้วย แจยองไม่ชอบเล่นน้ำ แจยองเปลี่ยนรูปดาราหญิงบนเดสก์ท็อปบ่อยๆ แจยองชอบหนังสือการ์ตูนมากกว่าหนังสืออื่นๆ แจยองชอบภาพยนตร์มากกว่าหนังสือการ์ตูน แจยองทนได้ทุกอย่างแต่ทนกินของไม่อร่อยไม่ได้ แจยองชอบแมวมากกว่าหมา แจยองคลั่งไคล้ธีมไซเบอร์พังก์ แจยองเล่นเกมไม่เก่ง และอื่นๆ อีกมากมาย
เมื่อนั่งลงตรงที่นั่งซึ่งเจ้าของที่ไปเกณฑ์ทหาร ซังอูสัมผัสถึงแจยองได้เสมอ เขาซึมซับข้อมูลของอีกฝ่ายอย่างตะกรุมตะกรามและบันทึกเอาไว้ หูก็จดจำเสียงแล้วรีเพลย์ก่อนนอน ทุกวันจะคอยเหลือบมอง มองผ่านๆ จ้องมอง มองตรงๆ และแอบมองใบหน้าของอีกฝ่าย ซังอูรู้สึกเหมือนตัวเองสามารถหลับตาวาดภาพของแจยองได้ แม้ตนจะไม่มีความสามารถด้านนั้นก็ตาม ซังอูรับอิทธิพลจากแจยองทีละน้อย ราวกับถูกพิษโลหะหนัก[1]อย่างช้าๆ
เมื่อถึงขั้นนั้นเขาควรจะหยุดได้แล้ว กระทั่งวันที่สิบหกของการทำงานกับแจยอง วันศุกร์ที่เป็นเหตุแห่งความเสื่อมโดยสมบูรณ์ ซังอูไม่อาจลืมวันนั้นได้เลย
วันนั้น ซังอูวางแผนงานเล็กๆ น้อยๆ เช่น รางวัลในแต่ละด่าน สถานะการอัปเลเวล พลังโจมตีและ HP[2] ของ NPC[3] และระดับความยากง่าย ส่วนแจยองทำ UI ใหญ่ๆ เสร็จไปสองสามชิ้น แจยองนั่งทำงานไม่ได้ลุกจากเก้าอี้อยู่หลายชั่วโมง หลังจากส่งงานแล้วเจ้าตัวก็เดินสะเปะสะปะไปที่เตียงแล้วล้มตัวลงนอน ถ้าเป็นปกติเขาจะนอนเล่นมือถือและพูดหยอกล้อไร้สาระหรือไม่ก็เปิดเพลง แต่ในวันนั้นเขาคงเหนื่อยเป็นพิเศษจึงนอนตะแคงข้างหลับตา
สิบห้านาทีหลังจากนั้น ซังอูหันไปเตรียมจะเรียก แต่แจยองกลับยังคงนอนหลับเป็นตาย อีกฝ่ายบอกว่าจะนอนแค่สิบห้านาที ดังนั้นซังอูก็ควรจะปลุก แต่ไม่รู้ทำไมซังอูถึงหันกลับมาทำงานของตัวเองอีกครั้งราวกับไม่ได้ดูเวลา จากนั้นเวลาก็ล่วงเลยมาถึงตอนสี่ทุ่มซึ่งเป็นเวลากลับบ้าน
‘ถึงเวลาที่ผมต้องกลับแล้วครับ’
ไม่มีการตอบรับ เห็นได้ชัดว่าแจยองหลับสนิท ซังอูสะพายกระเป๋าเป้แล้ว เขาจะออกไปเลยก็ได้ แต่เขากลับเดินไปที่เตียงด้วยเหตุผลอันพิศวง
‘รุ่นพี่ หลับเหรอครับ หลับ…จริงๆ เหรอครับ’
เขาเปลี่ยนคำถามพลางตรวจดูให้แน่ใจว่าแจยองหลับสนิทจริงๆ ในขณะเดียวกันก็ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่ายทีละก้าว
ซังอูเดินไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าของคนที่นอนอยู่และก้มลงมองนิ่งๆ ผมหน้าม้าที่ยุ่งเหยิงทำให้มองเห็นดวงตาไม่ชัด ซังอูค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งยองๆ ยิ่งเข้าไปใกล้ใบหน้าของแจยองมากเท่าไร อาการใจเต้นที่น่าอึดอัดเล็กน้อยก็ยิ่งรุนแรงขึ้น ความรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบนี้คล้ายกับอาการเมารถ ซังอูคลายหมัดที่กำแน่นโดยไม่รู้ตัว และใช้ปลายนิ้วเกลี่ยผมหน้าม้าของอีกฝ่ายออกดูเงียบๆ
จากนั้นเขาก็คิดว่า ‘ดูดีจัง’ นั่นเป็นความคิดที่เรียบง่ายที่สุด เขารู้สึกเหมือนต่อให้ต้องนั่งมองอยู่ตรงนั้นทั้งวันก็ไม่เบื่อ เขาอยากครอบครองอีกฝ่าย อยากสัมผัสเปลือกตา อยากสัมผัสปลายจมูก รวมถึงริมฝีปาก สายตาของซังอูหยุดอยู่ที่ริมฝีปากที่เผยอออกเล็กน้อยของแจยอง
ซังอูเฝ้าดูเงียบๆ ก่อนจะตระหนักได้ว่าเขาเข้าใจผิดไปเอง นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากสัมผัสด้วยมือ แต่เขาอยากทำอย่างอื่น และเรื่องนั้นทำให้เขาร้อนใจ มันเป็นการกระทำที่เขาไม่มีวันทำได้ถ้าแจยองตื่นอยู่ มีเพียงชั่วขณะนั้นเท่านั้นที่เป็นโอกาสเล็กๆ ที่ได้รับมา อาชญากรรมที่จะไม่มีใครรู้ถ้าเขาปิดปากเงียบไว้คนเดียว เขาทำลงไปอย่างเด็ดเดี่ยว ทำสิ่งที่เขาจะไม่ทำเด็ดขาดถ้าอยู่ในสภาวะปกติ
ซังอูยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของแจยองที่กำลังหลับ และกดริมฝีปากของตัวเองลงบนริมฝีปากของคนตรงหน้า จากนั้นก็หนีไป
เดินไปได้ไม่กี่ก้าวเขาก็ทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพงในโถงทางเดินของห้องปฏิบัติการ เขารู้สึกเหมือนสติสัมปชัญญะ จิตสำนึก การควบคุมตัวเอง ความสุขุม การตัดสินใจ และความเป็นมนุษย์ที่เขารักษามาตลอดยี่สิบห้าปีโดยไม่มีปัญหาพังทลายลงพร้อมกัน
‘ไม่เป็นไร ไม่มีใครรู้หรอก’
ซังอูท่องบทพูดของตัวเอกในนิยายอาชญากรรมและมุ่งหน้ากลับบ้าน เขาหลอกตัวเองว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น มองข้ามหัวใจที่เต้นโครมคราม และหลับตาลง
แต่ความลำบากไม่ได้จบแค่ตรงนั้น ขณะที่จิตใจกำลังพังทลาย เหตุการณ์ที่ทำให้ซังอูถึงกับทรุดฮวบลงไปคุกเข่าก็เกิดขึ้นในวันถัดมา
‘โอ๊ะ ออกมาแล้วแฮะ ไปด้วยกันหน่อยสิ’
ตอนที่เขาใจเต้นหลังจากเห็นใบหน้าลอยชายเผยยิ้มทางสายตาหน้าร้านอินเทอร์เน็ต เขาก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง และคิดว่าต้องหนี หมู่นี้ซังอูมักจะใช้ชีวิตอยู่กับการเสียใจภายหลัง ทักษะการตัดสินใจของเขาต้องเกิดปัญหาอย่างรุนแรงไม่ผิดแน่
[printf[4](“ไม่ครับ ผมยุ่งมาก และไม่อยากเห็นหน้ารุ่นพี่ครับ ลาก่อน”);]
เขามั่นใจว่าตนป้อนข้อมูลไปแบบนั้น แต่ผลลัพธ์ที่แสดงออกมากลับเป็น…
‘ครับ ไปไหนเหรอครับ’
ผลลัพธ์นั้นทำให้เขาประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในวงเหล้า
ซังอูหยิบหมวกขึ้นมาสวม เดินอ้อมฉากกั้นไปที่แคชเชียร์อย่างใจเย็น เขาจ่ายเงินครึ่งหนึ่งแล้วออกจากร้าน วิ่งสุดฝีเท้ากลับมาถึงบ้าน หลังจากแปรงฟัน ล้างหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้า เขาก็เข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่ม แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าสิ่งที่ทำลงไปจะหายไป
เขาเตะผ้าห่มอย่างแรง ทำให้ผ้าห่มพุ่งขึ้นบนเพดานและตกลงมาคลุมหน้า ร่างของซังอูสั่นสะท้านอยู่ในความมืด
‘เราตกเป็นทาสของความใคร่เหรอ’
‘เราต้องจบจากมหา’ลัยนี้ให้ได้เท่านั้นเหรอ’
‘เรายังมีค่าให้มีชีวิตอยู่ต่อไปหรือเปล่า’
วันนั้นเขาถูกรบกวนด้วยคำถามใช่หรือไม่มากมายหลายคำถามจนดึกดื่น
ความต้องการทางเพศอันแรงกล้าที่มีต่อคนคนหนึ่งจะปรากฏออกมาในช่วงวัยรุ่น ซังอูจำเสียงหัวใจที่เต้นเบาๆ ซึ่งเคยเกิดขึ้นบนรถบัสตอนมีหญิงสาวเดินผ่านไปพร้อมกับกลิ่นหอมได้ดี ตอนมัธยมปลายก็มีอาจารย์คนหนึ่งที่เขาเคยแอบชื่นชมว่าสวย หลังจากโตเป็นผู้ใหญ่ก็เคยลองคบหากับเพศตรงข้ามอย่างเป็นทางการหนึ่งครั้ง แต่เขาไม่เคยประสบกับความปรารถนาที่รุนแรงขนาดนี้ (ขนาดที่พร้อมจะทำมิดีมิร้ายอีกฝ่ายตอนหลับ ขนาดที่สูญเสียสติสัมปชัญญะในที่ทำงานของคนอื่น)
ยิ่งไปกว่านั้นแจยองไม่ใช่ผู้หญิง ถ้าพูดถึงผู้ชาย เขาก็เจอมานับไม่ถ้วน ทั้งในโรงเรียนมัธยมต้นชายล้วน โรงเรียนมัธยมปลายชายล้วน คณะวิศวกรรมศาสตร์ และกองทัพ แต่ซังอูยังไม่เคยเจอกรณีแบบนี้มาก่อน มันเป็นปรากฏการณ์ที่เขาไม่แม้แต่จะคิดไปถึงด้วยซ้ำ ซังอูคิดว่าสักวันหนึ่งเขาต้องสานสัมพันธ์กับผู้หญิงสักคน จูบกัน มีเซ็กซ์กัน และแต่งงานกัน เช่นเดียวกับที่พ่อแต่งงานกับแม่ ป้าแต่งงานกับลุง
แต่ไอ้คนคนหนึ่งที่ทำตัวเหมือน Error กลับครอบครองขั้นตอนหนึ่งในบรรดาขั้นตอนเหล่านั้นไปเสียแล้ว
[1] ภาวะพิษจากโลหะหนัก (Heavy Metal Poisoning) เกิดจากการสะสมของโลหะบางชนิดในร่างกาย โดยได้รับผ่านอาหาร น้ำ สารเคมีในอุตสาหกรรม หรือแหล่งอื่นๆ
[2] Hit Point (HP) ค่าพลังชีวิตของตัวละครในเกม
[3] NPC (non-player character หรือ non-person character หรือ non-playable character) หมายถึง ตัวละครใด ๆ ที่ไม่ได้ถูกควบคุมโดยผู้เล่น
[4] ฟังก์ชั่น printf() มีชื่อเต็มว่า “print format” เป็นฟังก์ชั่นที่ใช้สำหรับแสดงผลข้อมูลบนจอภาพ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นตัวอักขระ ข้อความ ตัวเลข หรือค่าของตัวแปร