Semantic Error ลอจิกของคุณมีปัญหานะครับ - บทที่ 37 <110> #1
ซังอูอยู่ระหว่างทางกลับบ้านหลังเลิกจากงานพาร์ตไทม์ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานทำให้เขารู้สึกไม่ดีทั้งวัน ทุกย่างก้าวที่เหนื่อยล้าและน่าหงุดหงิดทำให้เขาหมดแรง ขณะเดินเข้าซอยบ้าน ซังอูรู้สึกอย่างจริงจังว่าอยากล้มตัวลงนอนบนเตียง
หน้าตึกมีคนคนหนึ่งนั่งหมิ่นๆ รออยู่ เขาอยู่ในชุดกางเกงกีฬาสีเทา เสื้อคลุมสีเหลืองสด มีฮู้ดคลุมหัว และกำลังเคี้ยวหมากฝรั่ง ดูเหมือนตู้เกมอาเคดอย่างไรอย่างนั้น ลูกโป่งพองออกมาจากปากของเจ้าตัวก่อนจะแตกดังโพละ
ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเอาปากไปแนบกับปากของไอ้จิ๊กโก๋นั่นถึงสองครั้งแล้ว ซังอูไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะสนทนากับอีกฝ่ายจึงรีบเดินไปยังทางเข้าอะพาร์ตเมนต์ แต่ก่อนจะได้เข้าไป แจยองที่เคยนั่งนิ่งไม่กระดิกก็เดินเครื่องขยับตัวยกขาขึ้นขวางประตู พอซังอูคิดจะข้ามเข้าไป กระเป๋าหลังของกางเกงยีนส์ก็ถูกคว้าไว้ และถูกดึงไปข้างหลังจนตัวเซ
‘นี่มันคุกคามทางเพศนะครับ’
เพราะมือของอีกฝ่ายแตะโดนสะโพก เขาจึงอยากจะพูดออกไปแบบนั้น แต่น่าเสียดายที่ซังอูไม่มีสิทธิ์พูด
“ผ่านไปเฉยๆ นี่จะไปไหน เป็นบ้าเหรอ”
แจยองผุดลุกขึ้นยืนขวางประตู ดูจากบรรยากาศและท่าทางของอีกฝ่าย ถ้าเขาจะถูกไถเงินก็ไม่แปลกเลยสักนิด ซังอูมองหาช่องโหว่อย่างใจเย็น เอาจริงๆ เขาจะฝ่าไปเลยก็ได้ แต่อาจถูกจับได้ระหว่างที่กดรหัสเปิดประตู
“ทำไมคนเราถึงไม่มีหลักการได้ขนาดนี้วะ มาจูบปากคนอื่นตั้งสองครั้งก็ควรจะต้องอธิบายอะไรหน่อยหรือเปล่าวะ ที่นายทำมันต่างจากการคุกคามทางเพศตรงไหนเนี่ย”
“…”
เขาเช็กตั้งหลายครั้งว่าอีกฝ่ายหลับอยู่จริงๆ แล้วเจ้าตัวรู้ได้อย่างไร ซังอูอ้ำๆ อึ้งๆ ก่อนจะเปิดปากอย่างยากลำบาก
“ครั้งแรกนั้น…ผมไม่มีอะไรจะพูดครับ ผมผิดเอง ขอโทษครับ ส่วนครั้งที่สองถือว่าผิดทั้งสองฝ่าย เพราะงั้นช่วยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเถอะครับ”
“ผิดทั้งสองฝ่าย?”
“ก็รุ่นพี่มาแตะหน้าผมก่อน... แล้วก็พูดจาแปลกๆ ด้วย เอาเป็นว่ามันเป็นความผิดพลาดที่เกิดจากการดื่มเหล้าไงครับ ปกติแล้วผมไม่ใช่คนทำอะไรไม่คิด แต่มันเป็นเพราะเมามากน่ะครับ”
แจยองเพียงแต่จ้องซังอูเขม็ง ตอนที่เจ้าตัวยิ้ม สีหน้าช่างดูสดใส แต่ตอนที่ทำหน้านิ่งก็ช่างดูไร้ความรู้สึกเสียจริง ซังอูรู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นแววตาเย็นชาของคนตรงหน้า
“นี่ฉันต้องขอโทษด้วยไหม”
“ครับ เราขอโทษกันและระวังไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกดีกว่าครับ”
ริมฝีปากของแจยองบิดเบี้ยวก่อนจะเผยรอยยิ้มหยัน แต่ดวงตายังคงมีแต่ความเย็นชา
“ทำไงดีล่ะ ฉันไม่รู้สึกผิดสักนิดเลยแฮะ แล้วก็รับประกันไม่ได้ด้วยว่าต่อไปจะไม่ทำแบบนั้นอีก”
สิ่งที่ได้กลับมากลับเป็นคำตอบที่เหนือความคาดหมาย ทั้งที่ซังอูมั่นใจว่าอีกฝ่ายเองย่อมต้องคิดว่าเรื่องนี้เป็นความผิดพลาดและอยากมองข้ามมันไปแท้ๆ เขาลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดออกไป
“ทำไมล่ะครับ คิดว่าสิ่งที่ทำมันดีแล้วหรือไงถึงได้พูดอย่างไม่อาย…”
“ก็มันไม่ใช่ความผิดพลาด แล้วทำไมต้องพยายามมองข้ามมันไปด้วยล่ะ นายเองก็รู้สึกเหมือนฉันไม่ใช่หรือไง”
“รู้สึกอะไรล่ะครับ ก็แค่ความต้องการทางเพศที่ผิดปกติเท่านั้น”
แจยองกลอกตาราวกับได้ยินเรื่องที่คาดไม่ถึง
“ความต้องการทางเพศ…ที่ผิดปกติ?”
“กลไกทางชีววิทยาที่ซับซ้อนของมนุษย์ได้พัฒนาไปสู่รูปแบบของการเกิดความรู้สึกรักระหว่างเพศเพื่อผลิตทายาทรุ่นที่สองครับ ถึงผมจะคิดว่ามันเป็นวิธีที่ไร้ประสิทธิภาพ แต่มันก็เป็นความจริงที่มนุษยชาติขยายพันธุ์และดำรงอยู่โดยการจับคู่ผสมพันธุ์และผ่านกระบวนการตั้งครรภ์ที่ซับซ้อน ความต้องการทางเพศที่รู้สึกกับเพศเดียวกันเป็นแค่ภาพลวงตาที่ไร้ความหมาย ไม่ได้มีส่วนช่วยในกลไกการอยู่รอดหรือวิวัฒนาการเลยสักนิดครับ”
แจยองเป่าหมากฝรั่งจนกลายเป็นลูกโป่งลูกใหญ่และทำให้แตก เขาทำแบบนั้นซ้ำๆ สีหน้ายากที่จะบอกได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“แล้วยังไง ฉันมาที่นี่เพื่อเรียนวิชาชีววิทยาเหรอ”
แจยองเอียงศีรษะแคะหู ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้ฟังคำอธิบายเลยสักนิด
“ไม่ต้องพูดมาก ตอบมาก่อน เมื่อวานนายขึ้นรึเปล่า?”
“ขึ้นเหรอครับ หมายถึงอะไรครับ”
“จะอะไรล่ะ ก็อวัยวะสืบพันธุ์ของคุณที่อยู่ข้างล่างนั่นน่ะสิครับลุง”
ซังอูไม่คิดว่าจะถูกถามเรื่องลับเฉพาะแบบนั้น แต่เขาก็คิดว่าไม่มีอะไรที่ตอบไม่ได้ ความต้องการทางเพศเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ แม้ว่าจะเกิดการจับคู่ที่ผิดพลาด แต่ความต้องการทางเพศไม่ใช่เรื่องน่าอาย
“ผมไม่คิดจะปฏิเสธความต้องการของตัวเองอยู่แล้วครับ ถ้าอยู่กับรุ่นพี่มันก็แข็งบ่อยๆ”
“…ดูใช้คำเข้า”
“แล้วมันเปลี่ยนอะไรได้ล่ะครับ ยังไงโอกาสที่โครโมโซม Y ของรุ่นพี่จะเปลี่ยนเป็น X ก็เป็น 0% อยู่แล้ว”
สลักเกลียวกับสลักเกลียว ขั้วบวกกับขั้วบวก ขั้วเหนือกับขั้วเหนือ ล้วนเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ซังอูถอนหายใจและพูดต่อ
“ถ้าจะพูดตามตรงก็เป็นแบบนี้มาสักพักแล้วครับ มันเป็นแค่สภาพชั่วคราวเท่านั้น เดี๋ยวก็คงดีขึ้นเอง แต่ตอนนี้มีบางอย่างผิดพลาดทำให้ผมควบคุมความต้องการของตัวเองไม่ได้ บางทีมันอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะก็ได้ครับ เพราะที่ผ่านมาผมตัวติดกับรุ่นพี่ตลอด แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่อยากทิ้งเวจจี้เวนเจอเรอร์ครับ”
แจยองแค่นหัวเราะเสียงดัง
“คือไม่อยากเห็นหน้าฉัน แต่ก็อยากใช้การออกแบบของฉันต่อ?”
“ถึงต้องทำงานทางไกลก็ไม่เป็นไร แต่ผมอยากทำให้เสร็จครับ เพราะงั้นอย่าถอนตัวเลยนะครับ ขอร้องล่ะครับ”
แจยองวางมือลงบนฮู้ดแล้วเสยไปด้านหลัง เขาหมุนคอรอบหนึ่งด้วยสีหน้าหมดคำจะพูดและขยับเข้ามาหนึ่งก้าว ทำให้ซังอูต้องก้าวถอยหลัง
“ดูๆ ไปแล้วสมองมึงนี่น่าจะผิดปกติ ไม่คิดบ้างเหรอว่ากูจะอึดอัด”
“รุ่นพี่อึดอัดเหรอครับ”
แจยองเข้ามาใกล้อีกก้าว ซังอูจึงถอยหลัง
“ในสถานการณ์แบบนี้ยังจะให้สร้างเกมอีกเหรอ ทำไมคิดอะไรอยู่ฝ่ายเดียววะ ไอ้เด็กไร้มารยาท มึงควรจะถามกูหน่อยไหมว่าคิดยังไง”
“รุ่นพี่คิดอะไรล่ะครับ”
สีหน้าของแจยองยับยู่อย่างไม่พอใจ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาเร็วยิ่งขึ้น เขาจึงถอยหลังเร็วยิ่งขึ้นเช่นกัน
“มึงน่ะ ทำแบบนี้เพราะจงใจจะยั่วโมโหกูใช่ไหม”
“ผมถามเพราะไม่รู้จริงๆ ครับ”
ในที่สุดแจยองก็หยุดฝีเท้า เขาแหงนหน้าไปข้างหลังจนสุดพลางลูบคอแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
“มาถึงขั้นนี้แล้วจะหยุดได้ยังไงวะ มึงจะบอกให้กูปล่อยมึงไว้อย่างนี้แล้วทำเกมต่อไปงั้นเหรอ มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วปะวะ”
“ควบคุมอารมณ์ทางเพศ แล้ว…”
“ไอ้เหี้ย กูทำแบบนั้นไม่ได้หรอก”
“ใจเย็นสิครับ ผมเป็นผู้ชายนะครับ”
ซังอูพูดออกแบบนั้นในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโง่ แจยองกระตุกยิ้ม แม้แต่ในเวลานี้ซังอูก็ยังคิดว่าอีกฝ่ายดูดี และรู้สึกว่าตัวเองเหลวไหลในเวลาเดียวกัน
“ฉันไม่สนใจเรื่องวิวัฒนาการและโครโมโซม ฉันไม่เหมือนนาย ฉันไม่กำหนดว่าตัวเองต้องเป็นใคร พรุ่งนี้จะทำอะไร ตอนนี้สิ่งที่อยู่ในนี้ต่างหากที่สำคัญที่สุด”
แจยองชี้ที่อกของตัวเองแล้วสาวเท้าเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว ไหล่ของเจ้าตัวดูกว้างเป็นพิเศษเมื่อสะท้อนกับแสงไฟส่องถนน ซังอูรู้สึกกลัวขึ้นมา
“จะความใคร่ที่ผิดปกติหรืออะไรก็ช่าง ฉันหวังว่ามันจะดึงดูดฉันไว้ แต่ถึงอย่างนั้นเพราะนายเป็นผู้ชาย เป็นคนประเภททำผิดกฎนิดหน่อยก็ประสาทแดก ฉันถึงได้ใส่ใจตรงจุดนั้นมาตลอด ฉันไม่ใช่สุภาพบุรุษที่สุภาพเรียบร้อย แต่นายคืออะไรวะ นายไม่รู้เหรอว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของนายคนเดียว แต่เป็นเรื่องของคนสองคน?”
ในที่สุดหลังของซังอูก็สัมผัสกับผนังโดยไม่รู้ตัว สมองของเขาขาวโพลนเมื่อคิดอย่างน่ากลัวว่าตนหมดทางหนีแล้ว เทคนิคการต่อสู้ที่พอจะใช้ได้กับคนที่ตัวใหญ่กว่าแวบผ่านเข้ามาในหัว
‘เข้ามาใกล้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ’
ขณะที่ซังอูตกอยู่ในอาการแพนิก แจยองก็เข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงสองคืบเท่านั้น ซังอูนึกกลัวขึ้นมาว่าถ้าเป็นแบบนี้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานอาจจะเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง
“นายเป็นคนเปิดสวิตช์เองแท้ๆ อย่ามาบอกให้ฉันล้มเลิกกลางคันหน่อยเลย นายเป็นใครถึงได้….”
‘ตอนนี้ล่ะ!’
ซังอูใช้ศอกดันเอวของแจยองสุดแรงแล้วหนีออกมา
“เฮ้ย ไอ้บ้านี่ คนเขาพูดอยู่นะเว้ย! มานี่เดี๋ยวนี้”
เขาได้ยินเสียงตะโกนจากด้านหลังแต่ก็ยังคงวิ่งสุดฝีเท้าไปที่ตึก ทว่า ระยะทางนั้นสั้นเกินกว่าจะเพิ่มความเร็ว ซังอูจึงถูกแจยองคว้าหลังคอไว้ได้หน้าประตูกระจกที่สกปรก
แจยองล็อกคอซังอูและพยายามจับแขนข้างหนึ่งไพล่หลัง ซังอูจึงออกแรงขัดขืนและฮึดสู้เพื่อสะบัดคอให้หลุดจากการเกาะกุม อีกด้านหนึ่งก็ถองศอกใส่หน้าท้องของแจยอง อีกฝ่ายใช้แขนข้างที่ล็อกคอกันศอกของซังอู พวกเขาจับกุมปลุกปล้ำกันอยู่พักใหญ่
“ปล่อย!”
ซังอูไขว้ขาไปด้านหลังหวังจะเกี่ยวขาอีกฝ่ายให้ล้มลง แต่แจยองกลับอาศัยขนาดตัวที่ต่างกันกอดซังอูไว้ จากนั้นทั้งคู่ก็ล้มลงไปด้วยกัน แจยองล้มตัวเอาแผ่นหลังลงและร้องครางออกมาอย่างเจ็บปวด ซังอูคิดจะอาศัยจังหวะนั้นลุกขึ้นจึงต่อยคางอีกฝ่าย แต่แจยองก็ใช้ขาล็อกเอวของซังอูไว้แล้วพลิกตัว
‘แม่งเอ๊ย ถ้ามีไม้สักท่อนนะ’
ขนาดตัวไม่ได้ต่างกันขนาดนั้นแท้ๆ แต่น่าแปลกที่เขากลับตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถออกแรงได้ เมื่อได้สติซังอูก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นอย่างมะตอย ส่วนอีกฝ่ายกำลังคร่อมเขาอยู่ แจยองใช้ท่อนล่างกดต้นขาของซังอูไว้แน่น มือสองข้างจับข้อมือของซังอูด้านละข้าง ซังอูหลับตาแน่น ลืมกระทั่งการเล่นมวยปล้ำมือครู่
“จะทำอะไรครับ”
“นั่นน่ะสิ ใครล่ะที่หนี พูดเรื่องสำคัญอยู่แท้ๆ”
แจยองออกแรงที่มือ คนที่อยู่ด้านบนย่อมได้เปรียบ นอนหงายแบบนี้ ต่อให้ออกแรงอย่างไรก็ไม่สามารถสลัดอีกฝ่ายออกได้
“ทีนี้เริ่มอยากจะคุยขึ้นมาบ้างหรือยัง”
“คุยอะไรครับ ผมไม่มีอะไรจะพูด”
“เฮ้ย ลืมตา”
“…”
“บอกให้ลืมตาไง พูดไม่ฟังจูบนะ”
ซังอูลืมตาขึ้นทันที หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะส่วนที่ร่างกายสัมผัสกันนั้นมากเกินไป หรือเพราะใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่ใกล้เกินไป แม้ซังอูไม่อยากแสดงออก แต่อกของเขากระเพื่อมขึ้นลงเร็วเหลือเกิน ซังอูนึกถึงเนื้อเพลงชาติเกาหลีในใจ ขณะที่แจยองเริ่มพูดอย่างจริงจังโดยไม่รู้ว่าซังอูคิดอะไรอยู่
“ฟังให้ดี ฉันบอกแล้วว่าต่อให้นายเป็นผู้ชาย ฉันก็ไม่สน เลือกมาว่าจะเริ่มต้นกับฉัน หรือจะล้มเลิกทุกอย่างไม่ว่าจะเกมหรืออะไรก็ตาม แล้วไม่ต้องเจอกันอีก ไม่มีตรงกลาง”
“เริ่มต้นอะไรครับ”
“คิดว่าอะไรล่ะ”
แก้มของแจยองสะท้อนแสงไฟส่องถนน ดวงตาที่สะท้อนแสงไฟสีส้มดูเปล่งประกายเป็นพิเศษ คำพูดของอีกฝ่ายมีส่วนที่ตีความได้ยากมากเกินไป ซังอูพอจะเดาได้ว่าทำไมคนตรงหน้าถึงโกรธ และกำลังจะทำอะไร แต่เขาจำเป็นต้องยืนยันให้แน่ใจ
“ก็คือรุ่นพี่จะ…ทำแบบนั้นกับผมต่อไปไงครับ”
สุดท้ายคำพูดที่ออกมาจากปากกลับคลุมเครือมากกว่าที่คิด อีกทั้งเสียงก็ขาดๆ หายๆ
“ทำแบบนั้นคือ?”
“ต่อให้ผมเป็นผู้ชาย รุ่นพี่ก็จะจับมือ จูบ มีเพศสัมพันธ์ แสร้งทำเหมือนเวลาชายหญิงคบกันเพื่อคลายความต้องการทางเพศไงครับ”
“แสร้งทำเหมือนคบ? นั่นมัน…”
แจยองขมวดคิ้วพลางออกแรงกำรอบข้อมือของซังอูแน่นขึ้น เจ้าตัวก้มหน้าลงมาใกล้จนเกิดเงาบนดวงตาของซังอู
“ขอถามอย่างหนึ่ง นายคิดว่าการคบกันคืออะไร”
“การสานสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงคู่หนึ่งเพื่อพัฒนาไปสู่การแต่งงานครับ เหมือนโปรแกรมเวอร์ชั่นทดลองไงครับ”
“อ๋อ งั้นผู้ชายด้วยกันก็ทำไม่ได้สินะ”
“นั่นเป็นคำถามเหรอครับ”
ทันใดนั้นมือทั้งสองข้างก็ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ แจยองผละออกจากซังอู แล้วนั่งลงกับพื้นด้วยสีหน้าหมดคำจะพูด ผิวที่ถูกไฟส่องถนนสาดอย่างเต็มที่ขึ้นเงามันวาวสีส้ม แจยองพูดพึมพำ
“รอก่อน ขอฉันคิดอะไรหน่อย ถ้าหนีล่ะก็ นายตายแน่”
แจยองคายหมากฝรั่งแล้วโยนลงถังขยะ ก่อนจะหยิบบุหรี่จากกระเป๋าขึ้นมาคาบ ทันใดนั้นแสงจากปลายบุหรี่ก็เปล่งประกายในความมืด ควันถูกปล่อยออกจากปากและลอยขึ้นฟ้า แก้มของแจยองพองแล้วยุบๆ ซ้ำไปซ้ำมา ซังอูยันกายลุกขึ้น และนั่งชันเข่าอยู่ห่างจากอีกฝ่ายเล็กน้อย