Semantic Error ลอจิกของคุณมีปัญหานะครับ - บทที่ 43 Magenta #2
เสียงนั้นอยู่ระหว่างการกรีดร้องกับการครวญคราง ริมฝีปากของแจยองกลืนเสียงของซังอูลงไป ซังอูลังเลอยู่ชั่วขณะก่อนจะส่งลิ้นมาอย่างรวดเร็ว แจยองเคยคิดมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่าอีกฝ่ายเหมือนกับเครื่องดูดฝุ่น ทั้งที่เป็นแค่การดูดดึงอย่างไม่มีชั้นเชิง แต่ไม่รู้ทำไมถึงทำให้เขาวู่วามคล้อยตามได้ขนาดนี้ แจยองเกี่ยวกระหวัดลิ้นของซังอูแล้วดูดดึงริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างรุนแรงและรีบร้อน ไม่มีเวลาแล้ว
นิ้วมือของซังอูสอดเข้ามาที่ท้ายทอยและกำเส้นผมของแจยอง แขนอีกข้างโอบหลังของแจยองแล้วรั้งเข้าหาตัวเอง แจยองในช่วงเวลานี้ยอมให้ฉุดดึงอย่างว่าง่าย เขายกเข่าซ้ายขึ้นเหนือต้นขาของซังอู ย้ายจุดศูนย์ถ่วงไปที่เบาะข้างคนขับ แล้วทิ้งตัวนั่งลงบนเข่าของซังอูก่อนจะโน้มตัวลงไปกดจูบ
“แฮ่กๆ…”
ซังอูดันใบหน้าของแจยองออกแล้วโกยอากาศเข้าปอด แจยองเองก็หายใจหอบถี่ไม่ต่างกัน นี่มันมนุษย์หรือสัตว์ป่ากันแน่ เขารู้สึกละอายชั่วขณะ แต่เมื่อเห็นดวงตาคู่นั้นมองกลับมา เขาก็วางใจ ในดวงตาของซังอูมีความบ้าคลั่งที่ชื่อว่าความใคร่เปล่งประกายอยู่ แจยองจึงไม่รู้สึกว่าตัวเองต้องยับยั้งชั่งใจอีกต่อไป แม้แต่เวลาที่ใช้ไปกับการมองอีกฝ่ายเขาก็เสียดาย ยังปรับลมหายใจได้ไม่เท่าไร ริมฝีปากของทั้งคู่ก็แนบชิดกันอีกครั้ง
ในใจเกิดความรู้สึกอยากจะกัดแล้วกลืนกินเข้าไป อยากจะทิ้งร่องรอยไว้บนผิวของอีกฝ่ายและสลักชื่อของตัวเองเองไว้ ความใคร่? ความรัก? เขาไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องแบ่งแยกความรู้สึกพวกนั้นเลยสักนิด
แจยองปีนขึ้นไปบนต้นขาของซังอู เขาสอดมือซ้ายเข้าไปใต้ที่นั่งแล้วดึงคันโยก จากนั้นพนักพิงก็เอนไปด้านหลัง ร่างกายของซังอูสั่นเทา เจ้าตัวร้องเสียงหลงออกมาเสียงหนึ่ง ผมสั้นๆ แผ่กระจายอยู่บนพนักพิง ซังอูเพียงแต่ทำสีหน้าตกใจเท่านั้น แต่มันกลับดูเหมือนจงใจยั่วยวนเพียงเพราะอีกฝ่ายนอนอยู่ใต้ร่างของตน
ผละออกมาได้ครู่หนึ่ง แจยองก็โน้มตัวเข้าไปชิดอกซังอู ใช้ฝ่ามือลูบไล้ใบหน้าที่บิดเบี้ยวเหยเกราวกับหวาดกลัว จากนั้นใช้นิ้วลากไล้เป็นเส้นโค้งจากไหล่ขึ้นไปยังลำคอ แล้วความปรารถนาของเขาก็เป็นจริงในที่สุด เขาอ้าปากฝังคมเขี้ยวลงไปบนต้นคอที่อยู่หน้าตรงหน้าก่อนจะรู้สึกถึงแรงบีบจากมือของซังอูที่อยู่บนไหล่
“บ้าไปแล้วเหรอครับ”
ชายหนุ่มไม่ตอบและใช้ริมฝีปากบดขยี้ที่ตำแหน่งเดิม ขี้แมลงวันที่ปรากฏให้เห็นเด่นชัดบนผิวขาวซีดดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายของการจู่โจม เขารู้สึกได้ว่าซังอูกำลังถอยหนีจึงค่อยๆ ใช้ลิ้นปลุกเร้า แล้วอ้าปากกัดอีกครั้ง จากนั้นก็เลียซ้ำ ทำอย่างนั้นวนไปเรื่อยๆ เป็นแค่ผิวหนังของมนุษย์แท้ๆ ทำไมถึงหอมหวานได้ขนาดนี้ นายมีอะไรพิเศษถึงขนาดนั้นกัน
แจยองใช้ลิ้นลากไล้จากคอขึ้นไปจนถึงสันกราม เมื่อมาเจอกับแก้ม เขาก็จูบจนเกิดเสียงจุ๊บหลายครั้ง จากนั้นเมื่อมาถึงหู เขาก็ใช้ลิ้นสำรวจเส้นทางแคบๆ นั้น และขบใบหูเบาๆ ทำเอาซังอูหลุดครางเสียงต่ำ แจยองจูบที่ริมฝีปากของซังอูเนิ่นนานและใช้มือขวาโอบรอบเอวที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินราวกับงู
รอบเอวของอีกฝ่ายให้ความรู้สึกอย่างที่คิด ไม่มีไขมันส่วนเกินแต่ไม่บาง ผอมแห้งแต่มีความยืดหยุ่น แจยองไล้สองมือไปตามแผ่นหลังของซังอูด้วยความรู้สึกหลงใหล มือที่รีบร้อนลูบไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบแล้วมุ่งตรงไปที่หน้าอก สะกิดติ่งไตเล็กๆ ที่อยู่ตรงนั้นแล้วลากผ่านไปที่คออีกครั้ง
เมื่อผละริมฝีปากออก ซังอูก็หอบหายใจด้วยสีหน้าทรมาน แจยองเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตโดยไม่มีจังหวะเตือนอีกฝ่ายว่าให้หายใจทางจมูก เขาไม่ใช่พวกไร้ฝีมือ แต่ไม่รู้ทำไมมือถึงพันกันไปหมดแบบนี้ เสื้อเชิ้ตมีกระดุมเยอะเกินไป เขาฝืนปลดมาได้สามเม็ด แต่แล้วก็กะแรงผิดจนดึงกระดุมที่เหลือออกพร้อมกันทั้งหมด กระดุมสีขาวจำนวนหนึ่งกระเด้งกระดอนอยู่บนเบาะที่นั่งก่อนจะหายไปในเงามืด เดิมทีเขาคิดว่าจะต้องถูกดุ แต่ซังอูกลับไม่ได้สนใจเลยสักนิด อีกฝ่ายคว้าข้อมือของแจยองไว้แล้วเอ่ยขึ้น
“รุ่นพี่… ไม่ได้ยิน… ที่ผมพูดเหรอครับ”
“…อือ”
“ผมเมามาก... ยังตัดสินใจอะไรไม่ได้ครับ เพราะงั้น…”
“นั่นไม่ใช่ปัญหา ถอดเสื้อออก”
คนที่ดื่มเหล้าคือซังอู แต่คนที่เมาเหมือนจะตัวเขาเอง แจยองรู้สึกหัวหมุนขณะที่กดริมฝีปากลงบนร่างเปลือยทั้งอย่างนั้น เขาดูดเม้มผิวหนังร้อนแล้วใช้ลิ้นเย้าแหย่กระดูกไหปลาร้าที่เว้าลงไป ซังอูขยับต้นขาขยุกขยิกและออกแรงบีบแขนของเขา แจยองคว้ามือที่ทำท่าจะผลักเขาออกมาจับไว้ และลูบไล้อีกฝ่ายอย่างรักใคร่ต่อไป
“อา… แฮ่ก ทำไมถึง…เมิน…ที่ผมพูดล่ะครับ”
ดูเหมือนซังอูจะสูญเสียทักษะทางด้านภาษาไปแล้ว แจยองไม่เข้าใจสิ่งที่ซังอูพูดเลยสักนิดมาตั้งแต่เมื่อครู่ ซังอูยังคงพยายามจะดันแจยองออก แต่อาจเป็นเพราะเพิ่งดื่มเหล้ามาหรือไม่ก็กำลังมีอารมณ์จึงมีแรงไม่เท่าในยามปกติ
“ทำไมต้องพูดด้วยล่ะ นายเองก็ใช้ร่างกายพูดก็พอ”
ริมฝีปากของแจยองลงไปอยู่ที่อกของซังอูโดยไม่รู้ตัว ด้านหนึ่งหยอกเย้าด้วยปาก อีกด้านเย้าแหย่ด้วยมือ การดึงทึ้งเส้นผมแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกดี ทุกครั้งที่เขาหยอกล้อด้วยลิ้น ร่างกายของซังอูจะบิดเร่า แจยองเข้าใจว่าอีกฝ่ายจะหนีจึงโอบรัดเอวไว้แน่น แนวกระดูกสันหลังที่เว้าเข้าไปชุ่มไปด้วยเหงื่อ
เสื้อผ้าของแจยองก็ถูกซังอูดึงรั้งขึ้นมาที่คอโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน เสื้อสเวตเตอร์และเสื้อยืดที่แจยองสวมรองไว้ด้านในถูกถอดออกพร้อมกันแล้วโยนไปไว้ที่เบาะหลัง ระหว่างนั้นแว่นก็ถูกถอดออกไปด้วย จากทัศนวิสัยที่เบลอเล็กน้อยเขาพบว่าซังอูกำลังนอนมองมาที่เขา แววตาที่มีไฟลุกโชนคู่นั้นราวกับกำลังลูบไล้แจยองไปทั่วทั้งร่าง
“ซังอูยา”
“ครับ”
การตอบรับเหมือนตอนเรียกในยามปกติทำให้เขารู้สึกขำ ทั้งที่อยู่ในสภาพเปลือยอกแบบนั้นอีกทั้งใบหน้าก็เต็มไปด้วยความต้องการแท้ๆ
สายตาของแจยองมองไปที่หว่างขาของซังอูที่นูนออกมาจนแทบจะทะลุกางเกงยีนส์ผ้าหนา แจยองคิดว่าอีกฝ่ายเป็นคนสนุกกับการถอด เสื้อผ้าสีดำธรรมดาๆ คนที่ขาวสะอาดและเรียบง่าย และ…
“ใครจะไปคิดว่านายจะมีหมาป่าสีดำซ่อนอยู่ข้างใน”
“พูดอะไรน่ะ ไอ้…โรคจิต”
แจยองยื่นมือไปปลดเข็มขัดที่รัดแน่นและปลดกระดุมกางเกง
“เดี๋ยวครับ”
ซังอูคว้ามือของแจยองไว้แน่น แจยองจึงตอบกลับไปอย่างรำคาญ
“ทำไมอีก ฉันยุ่งอยู่นะ”
“ผม… มีเรื่องสำคัญจะพูดครับ”
“พูดมา”
“ก็รุ่นพี่เอาแต่ทำให้ผมพูดไม่ออกนี่ครับ”
“งั้นก็ไม่ต้องพูด”
แจยองโน้มตัวลงไปอีกครั้ง ใช้ปากปิดปากที่เอาแต่ส่งเสียงดัง ขณะเดียวกันก็ขยับมืออย่างรีบร้อน เขารูดซิปลงแล้วดึงกางเกงอย่างเร่งรีบ แม้จะหลับตาอยู่แต่ก็รู้สึกได้จากการสัมผัสด้วยมือว่าชั้นในคือกางเกงบ็อกเซอร์ที่ทำจากผ้าฝ้าย ทันทีที่แจยองคลำหาจุดศูนย์กลางที่ไม่เคยมีใครได้แตะต้องมาก่อน ซังอูกัดริมฝีปากของแจยองอย่างแรง
แค่ดูจากใบหน้าที่เร่าร้อน แววตาที่เลื่อนลอย น้ำเสียงที่สั่นเครือ และการจูบที่รุนแรง ความจริงที่เคยคาดเดาไว้ก็ชัดเจนขึ้นมา ว่าเจ้าสิ่งนั้นของซังอูเองก็กำลังเกรี้ยวกราดอยากจะหาที่ระบาย เช่นเดียวกับสิ่งที่อยู่ในกางเกงของแจยอง แจยองไม่คิดที่จะลูบไล้อย่างรักใคร่อ่อนโยน ทันทีที่เขากอบกุมเหนือผ้าที่ชื้นแฉะอยู่ก่อนแล้ว ซังอูก็เกร็งไปทั้งตัวพร้อมกับส่งเสียงคราง
“เจ้านี่ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ ซังอู”
“การกระตุ้นบางจุด… (บลาๆๆ) เนื้อเยื่อในอวัยวะเพศชาย… (บลาๆๆ) การไหลเวียนโลหิตเพิ่มขึ้น…”
อีกฝ่ายพูดสิ่งที่เขาฟังบ้างไม่ฟังบ้าง จนถึงตอนนี้ซังอูไม่ได้ขัดขืนมากนัก แต่พอเขาจะจู่โจมแก่นกาย อีกฝ่ายก็เริ่มต่อต้านอย่างสุดชีวิตเพื่อปกป้องหว่างขาของตัวเอง แจยองต้องทั้งปัด ทั้งดันมือของเจ้าตัวออก
“อื้อ… ไม่ได้…”
“จะมาไม่ได้อะไรอีก”
‘ใจกูอยากจะจับพลิกแล้วเสียบเข้าไปเลยด้วยซ้ำ แต่เห็นใจว่ารถมันแคบ กลัวจะเจ็บตัวหรอก’
แจยองยึดข้อมือของซังอูแล้วมองเข้าไปในตาของอีกฝ่าย ดวงตาที่ปรือเปิดเพียงครึ่งจ้องกลับมาด้วยความทรมาน ตัวเขาที่ซังอูเห็นก็กำลังทรมานเช่นกัน
‘เชี่ยเอ๊ย ทนมานานเกินไปแล้ว’
เจ้าสิ่งนั้นเอาแต่ส่งสัญญาณว่าจะปลดปล่อยแต่เขากลับไม่ได้แตะต้องมันสักที ชายหนุ่มจึงปวดท้องมานานแล้ว แจยองปลดกระดุมกางเกงและดึงกางเกงของตัวเองลง สภาพของบ็อกเซอร์รัดรูปที่สวมอยู่ดูไม่ค่อยดีนัก ไม่รู้ว่ามีน้ำไหลซึมออกมามากแค่ไหนแล้ว ด้านหน้าถึงได้เปียกแฉะขนาดนั้น
แจยองดึงชั้นในของพวกเขาทั้งคู่ลงพร้อมกันในคราวเดียว แล้วแนบกายชิดกับซังอู ท่อนล่างติดกับท่อนล่าง ท่อนบนติดกับท่อนบน จากนั้นกำแก่นกายทั้งสองพร้อมกัน ซังอูสะดุ้งคว้ามือของแจยองไว้
“ถ้าจะทำแบบนั้นผมจะกลับบ้าน... ไปทำเองครับ”
“นี่เป็นโอกาสที่จะได้มองหน้าฉันแล้วเสร็จไปด้วยนะ?”
“ถึงยังไงก็… ทำแบบนั้นตลอดอยู่แล้วครับ”
“หมายความว่าไงน่ะ ที่พูด”
“ผมไม่อยากบอ… อ๊ะ อือ!”
แจยองจับแก่นกายสองแท่งที่กำมือเดียวไม่รอบแล้วเริ่มนวดคลึงขึ้นลง เขาอยากมองหน้าอีกฝ่ายแล้วทำไปด้วย แต่แรงกระตุ้นอันแข็งแกร่งทำให้เขาทรุดกายลง แจยองอิงหน้าผากกับพนักพิงพลางหายใจหอบถี่
“อือ อื้อ เชี่ย…เอ๊ย…”
แจยองฝังหน้าลงกับต้นคอของซังอูแล้วขยับมืออีกครั้ง แม้การมองเห็นจะถูกปิดกั้นเพราะหลับตา แต่ความรู้สึกยังเปี่ยมล้น ลมหายใจหนักหน่วงที่กระทบกับใบหู นิ้วมือเร่งร้อนที่สัมผัสอยู่บนแผ่นหลัง กลิ่นกายและกลิ่นเหงื่อที่กระตุ้นจมูก ผิวหนังร้อนผ่าวที่แนบอยู่กับลำตัว ทั้งหมดนั้นทำให้อารมณ์ของเขาพลุ่งพล่าน
“อา…อา…ซัง…อูยา”
เขาขยับมือแรงและเร็วขึ้น เมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับร่างกายของตัวเอง แจยองย่อมรู้ดี แต่เขายังไม่เคยปลุกเร้าสองคนพร้อมกัน
“ชูซังอู อื้อ… นาย…ทำอะไรอยู่”
นั่นไม่สำคัญ เพราะแม้เขาจะขยับมืออย่างเร็วที่สุดแล้ว แก่นกายของอีกฝ่ายก็ยังตอบสนองได้ไวพอกัน สองแท่งเนื้อแน่นตึงกระแทกกัน หลั่งของเหลวออกมาจนชุ่มฝ่ามือ แจยองเริ่มปวดมือแต่ก็ยังคงเร่งความเร็วขึ้น
“ตอนนี้พวกเรา…ทำอะไรกันอยู่”
ซังอูยกสะโพกขึ้นลงบิดเร่าร่างกายอย่างเงียบๆ อยากได้ยินเสียงว่ะ และด้วยเหตุนั้น แจยองจึงเอาแต่ชวนคุย
“อา…อื้อ”
แจยองไม่สามารถเอาชนะความปีติยินดีที่ครอบงำหัวสมองจึงทิ้งร่างกายท่อนบนลงบนร่างของซังอู เขาขยับมือเร็วขึ้น แขนข้างหนึ่งของซังอูโอบรัดคอของแจยอง ส่วนอีกข้างเลื่อนลงไปวางทับบนมือของแจยองที่อยู่ข้างล่างแล้วเพิ่มแรง แจยองหันหน้าไปบดขยี้ริมฝีปากกับลำคอของซังอู
“ฉัน…เป็นใคร”
แจยองมัวเมาด้วยแรงกระตุ้นที่ปกคลุมหัวสมองจนกลายเป็นสีขาวโพลน เขาฝืนยกร่างกายท่อนบนขึ้นอย่างลำบากแล้ววางคางเกยอกซังอู อีกฝ่ายเอาแต่ปิดปากแน่นจนเกิดรอยย่นที่คาง แจยองจึงใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ง้างปากที่ปิดสนิท
“อา แฮ่ก! ฮา…ฮา…”
ทันใดนั้นเสียงครวญครางยั่วอารมณ์ก็ระเบิดออกมา แจยองพยายามรั้งสติที่เริ่มพร่ามัวสอดนิ้วมือเข้าไปเพื่อไม่ให้ซังอูปิดปากได้
“อ๊ะ อา… อืออึก ฮื่อ…”
เสียงของซังอูดังประสานกับเสียงเฉอะแฉะ ตอนนี้ถ้าเป็นแบบนี้…
“นาย… อึก ถ้าลงสนามจริงล่ะก็… ได้ร้องไห้แน่”
แจยองขยับมือเร็วขึ้น เขากำลังกดชูซังอูไว้ใต้ร่าง แค่เรื่องนี้ก็ทำให้เขาพุ่งไปถึงจุดสุดยอดอย่างรวดเร็ว ความลุ่มหลงทำให้ชายหนุ่มไม่รู้สึกเจ็บแม้จะถูกซังอูกัดนิ้ว
“ซังอู…ยา ฉันเป็นใคร”
“หุบ…ปาก”
“นาย… ทำไมพูดจาแบบนั้น อื้อ… ฉัน…เป็นใคร”
“อา แฮ่ก... พี่–เชี่ย…จางแจยอง”
วินาทีที่แรงกระตุ้นเพิ่มขึ้นจากการได้ยินอย่างแจ่มชัด เขาก็เพิ่มแรงที่มือและหลับตาแน่น จากนั้นช่วงเวลาที่รถไฟเครื่องยนต์เสียวิ่งลงเนินและลอยคว้างอยู่กลางอากาศก็มาถึง แจยองรู้สึกเหมือนตกอยู่ในสภาพไร้แรงโน้มถ่วง ความรู้สึกที่สะสมไว้อย่างบ้าคลั่งระเบิดออกมา ภาพสีดำตรงหน้าถูกปักด้วยลวดลายสีแดง สีแห่งสุนทรียะทางร่างกาย ซังอูที่ทำเหมือนจะกัดนิ้วของแจยองให้ขาดพลันไหล่สะท้านและระเบิดเสียงครางออกมา
สองแท่งเนื้อที่ถูกกำแน่นแนบสนิทอยู่ในฝ่ามือคายผลลัพธ์ออกมา แจยองทรุดลงบนร่างของซังอูและหอบหายใจถี่ ความรู้สึกหวิวๆ เหมือนตอนหลั่งครั้งแรกในชีวิตสดใหม่เหมือนอยู่ในกำมือ เขารู้สึกชาไปทั้งร่าง
“แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก...”
ความสุขล้นที่ทำให้ขนหัวลุกชันค่อยๆ หายไป แทนที่ด้วยความอ่อนล้าที่ทำให้รู้สึกดี มือที่ยกขึ้นเพื่อจะดึงไหล่ที่ยังคงสั่นเบาๆ มากอดเต็มไปด้วยของเหลวขาวขุ่นที่หลั่งออกมา
“ไม่คิดเลยว่านายจะโรคจิต...ขนาดนี้”
“…พูดอย่างกับตัวเองปกติ”
แจยองยัดกายขึ้นอย่างยากลำบาก กุมแก้มของซังอูด้วยมือที่สกปรก ใช้หลังมือเช็ดน้ำตาที่ค้างอยู่ตรงหางตาให้อีกฝ่าย ก่อนจะรั้งหน้าผากเข้ามากดริมฝีปากลงไปอย่างเผลอไผล
และแล้วสภาพสงบนิ่งชั่วครู่ก็ผ่านไป ทั้งคู่ได้แต่หอบหายใจอย่างแรงจนหน้าอกสัมผัสกัน แต่ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ความรู้สึกอึดอัดที่ท้องน้อยบอกให้รู้ว่าซังอูรวมถึงตัวเขาเองยังไม่สามารถคลายความต้องการลงได้
รถที่คับแคบให้ความรู้สึกอึดอัด เมื่อเขายกตัวขึ้นผละออก ผิวที่เคยสัมผัสกันยังหลงเหลือไว้ซึ่งความรู้สึกเหนอะหนะ ซังอูยกแขนปิดหน้าปิดปากราวกับเพิ่งทำเรื่องที่ไม่ควรทำลงไป แจยองดึงชั้นในขึ้นพลางพูด
“สกปรกแบบนี้คงไม่ได้แล้ว”
“…”
“คงต้องไปบ้านนาย… แล้วอาบน้ำด้วยกันแล้วล่ะ”