Semantic Error ลอจิกของคุณมีปัญหานะครับ - บทที่ 45 Magenta #4
ซังอูจ้องมองแจยองนิ่งๆ แล้วหันหลังให้ พอเอื้อมมือไปจับแขนก็ถูกสะบัดออกอย่างแรงทันที ทำเอาชายหนุ่มเซถอยหลัง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง แจยองจึงพุ่งตัวไปข้างหน้าและสอดแขนผ่านประตู ทำให้ซังอูปิดประตูไม่สำเร็จ พอไม่รู้จะทำอย่างไร จึงหนีไปอยู่ตรงมุมแคบๆ ในห้องน้ำ เอามือปิดหน้า แล้วแนบหน้าผากกับผนัง มันไม่ใช่น้ำตาที่แค่เอ่อขึ้นมาเล็กน้อย แต่มันไหลอาบแก้ม
‘อา… ขี้โกงนี่หว่า’
แจยองถึงกับสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปชั่วขณะ หนามแหลมที่ห่อหุ้มหัวใจอย่างแน่นหนาเพื่อปกป้องตัวเองถูกทำลายลง คำพูดที่ลับคมไว้เป็นอาวุธในการโจมตีซังอูกลับทื่อและแตกหักในที่สุด ในทางมนุษยธรรมแล้ว การร้องไห้ระหว่างต่อสู้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ
แจยองปล่อยซังอูไว้อย่างนั้นพักใหญ่ด้วยความกลัวปนสงสาร ในพื้นที่ที่เงียบสนิทมีเพียงเสียงลมหายใจที่ไม่สม่ำเสมอดังลอดออกมา ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร อีกฝ่ายถึงเปิดน้ำล้างหน้า
“ดีขึ้นบ้างหรือยัง”
โชคดีที่ความก้าวร้าวของซังอูเหมือนจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด เจ้าตัวเดินผ่านแจยองตรงไปที่เตียง พันผ้าห่มอย่างแน่นหนาตั้งแต่คอจรดเท้า แล้วนั่งห่อตัวพิงอยู่มุมเตียงราวกับดักแด้ เป็นท่าทางป้องกันตัวที่เปิดให้เห็นแค่ดวงตาท่ามกลางกองผ้าห่ม
แจยองแอบเดาะลิ้นพลางดึงทิชชู่สองสามแผ่นจากบนโต๊ะไปวางไว้ที่ปลายเท้าของซังอู แล้วไปนั่งหมิ่นๆ อยู่ที่ปลายเตียงให้ไกลจากอีกฝ่ายมากที่สุด และปล่อยให้เวลาผ่านไป
“รุ่นพี่ไม่รู้หรอกครับ”
จู่ๆ ซังอูก็เอ่ยขึ้น
“ไม่ว่าจะช่วยตัวเองยังไงก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้… มันเอาแต่ตั้งโด่ขึ้นมาตลอด แถมยังขาดความยั้งคิดอีก”
แจยองตัดสินใจที่จะฟังซังอูพูด แทนที่จะขัดจังหวะด้วยการบอกว่า ‘เหมือนฉันเลยนี่’
“ในหัวเอาแต่คิดเรื่องผสมพันธุ์ด้วยครับ ชีวิตช่วงนี้ไม่ดีเลย รุ่นพี่อาจจะคิดง่ายๆ แต่สำหรับผม…”
ซังอูอธิบายอย่างละเอียดว่าตัวเองลำบากแค่ไหน เสียหายเพราะแจยองเท่าไร แม้คำพูดที่ว่าอยากจะฉีดยาให้ไข่ฝ่อไปเสียจะฟังดูน่ากลัวไปหน่อย แต่แจยองก็ฟังเงียบๆ ไม่พูดแทรก แต่ยิ่งฟัง แทนที่จะเห็นใจสถานการณ์ของอีกฝ่าย เขากลับยิ่งวิตกจริต
เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรดี อีกฝ่ายจะเชื่อไหมว่านั่นเป็นเรื่องปกติ เป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ เป็นความทุกข์ใจที่คนโดยทั่วไปก็ประสบในยามใช้ชีวิต แจยองพยายามเรียบเรียงคำพูดอย่างละเอียดรอบคอบอยู่ในหัว ชูซังอูเป็นพวกเลือกรับฟังคำพูดของคนอื่น แต่ในขณะเดียวกันก็รับฟังแค่ผิวเผิน เขาจึงต้องระวังการใช้คำพูดเป็นพิเศษ
“นาย… หรือว่ายังบริสุทธิ์?
“เปล่าครับ”
“งั้นจะทำตัวโอเวอร์ไปทำไมอะ อย่างกับเด็กประถมที่เพิ่งเคยแข็งเป็นครั้งแรกอย่างนั้นแหละ”
ล้มเหลว แจยองในตอนนี้ใช้เวลากับการไตร่ตรองคำพูดไม่มากพอ
ซังอูสูดน้ำมูก ยื่นมือออกจากใต้ผ้าห่มมาหยิบทิชชู่ไป จากนั้นมือก็โผล่ขึ้นมาอีกครั้งแถวๆ คอแล้วสั่งน้ำมูก
“ที่ผ่านมาผมควบคุมความต้องการได้ดีมาตลอดนะครับ ถึงจะมีอารมณ์ขึ้นมาแต่ก็ไม่เคยรู้สึกอึดอัดขนาดนั้นมาก่อน ทั้งหมดเป็นเพราะรุ่นพี่แปลกประหลาดนั่นแหละครับ”
“ฉันแปลกประหลาด?”
“ก็รูปลักษณ์ของรุ่นพี่ยั่วอารมณ์… ถ้าทำทุกอย่างตามที่ผมคิดเวลามองรุ่นพี่จริงๆ ล่ะก็ ผมต้องติดคุกตลอดชีวิตแน่เลยครับ”
“…”
“ไม่มีอะไรครับ รุ่นพี่จะผิดอะไรล่ะครับ การหน้าตาดีก็ไม่ใช่ความผิดซะหน่อย ผมมันก็แค่ไอ้ขยะบ้ากามเองแหละครับ ทำไมถึงทำให้ผมเป็นแบบนี้ล่ะครับ ทำไม? ทุกอย่างพังหมดแล้วครับ เพราะรุ่นพี่คนเดียวเลย”
‘สรุปคือจะโทษกู หรือจะยั่วกูกันแน่วะ’
พูดอย่างนั้นอย่างนี้ ไปๆ มาๆ หลังจากฟังซังอูอธิบาย แจยองถึงได้เพิ่งเข้าใจสิ่งที่ซังอูจะสื่ออย่างทะลุปรุโปร่ง สรุปก็คือ ‘ความต้องการทางเพศ’ ที่เคยเหี่ยวเฉากับคนอื่นกลับมีปฏิกิริยารุนแรงกับตัวเขา ถือเป็นพล็อตอันเร้าใจที่นำไปสร้างหนังได้เรื่องหนึ่งเลยทีเดียว น่าเสียดายที่มันดันถูกใช้เป็นคำสารภาพที่ไร้รสนิยม พวกผู้กำกับหนังอีโรติกมัวทำอะไรกันอยู่ ยังไม่รีบมาคว้าตัวชูซังอูไปอีก
“งั้นก็ลองทำกับฉันดูสักครั้งสิ ยังไม่รู้เลยนี่ว่าจะเป็นยังไง”
นั่นคือการดิ้นรนสุดชีวิตของชายหนุ่มที่ไม่อาจละทิ้งสัญชาตญาณของสัตว์ป่าไปได้ เด็กนี่นั่งสูดน้ำมูกร้องไห้ฮือๆ อยู่ตรงหน้าแท้ๆ ไม่ว่าอย่างไรก็ควรได้แตะต้องสักครั้ง ก่ออาชญากรรมประมาณนี้ เขาน่าจะกลายเป็นขยะสักสิบลิตรไหมนะ ทว่าซังอูกลับส่ายศีรษะด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า
“ผมจะทำแบบนั้นกับรุ่นพี่ได้ยังไงครับ ถึงจะมีอารมณ์ยังไง ผมเองก็ทำให้รุ่นพี่เจ็บ…ไม่ไหวหรอกครับ ยิ่งไปกว่านั้น… ผมไม่มั่นใจที่จะสอดใส่เข้าไปในอวัยวะสำหรับขับถ่ายด้วยครับ รุ่นพี่คงคาดหวังไว้มาก ขอโทษนะครับที่ทำให้ผิดหวัง”
“…”
อย่างไรก็ยังเป็นคนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง เอาแต่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชายโดยไม่ได้คำนึงถึงว่าตัวเขาก็เป็นผู้ชายเช่นกัน แล้วก็เข้าใจไปเองว่าตัวเองต้องเป็นฝ่ายสอดใส่ 100% แจยองถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งโดยอัตโนมัติ
ชูซังอู ขาดทักษะการเข้าสังคม ขาดความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์แบบสุดโต่งจนไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ เหมือนทั้งโลกมีแค่ตัวเอง ยี่สิบห้าปีมานี้เขาคบค้าสมาคมกับคนอื่นอย่างขอไปทีมาตลอด ไม่เคยสานสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนรอบข้างเลยหรือไงนะ
‘เพลียว่ะ กูเพลีย’
แจยองเสียอารมณ์ เสียความรู้สึกมากเกินไปเพียงเพื่อจะลองนอนกับอีกฝ่ายสักครั้งหนึ่ง ไม่รู้ว่าเขาต้องหัวหมุนเหมือนนั่งโรลเลอร์โคสเตอร์เพราะเจ้าหมอนี่ไปแล้วกี่ครั้ง
‘แม่งเอ๊ย ทำธุรกิจขาดทุนชัดๆ’
แจยองยกฝ่ามือขึ้นปิดตา และนั่งอยู่อย่างนั้นครู่ใหญ่
“เอาเป็นว่าฉันเข้าใจแล้วว่านายจะสื่ออะไร นอนก่อนแล้วค่อยคุยกันพรุ่งนี้เถอะ เพราะตอนนี้ก็ไม่มีสติด้วยกันทั้งคู่ ต้องรอให้นายสร่างเมาก่อนด้วย”
“…”
“ทำไมไม่ตอบ”
แจยองหันกลับไปมองด้วยความคิดที่ว่า ‘ไอ้เด็กเวรนี่ทำกูหัวร้อนอีกแล้ว’ ก่อนจะต้องปิดปากลง เพราะในชั่วขณะนั้นซังอูเอาหัวพิงผนังหลับไปแล้ว
“ไอ้นี่เดี๋ยวปั๊ด”
ใบหน้ายามหลับที่ดูใสซื่อยิ่งทำให้ความโมโหของเขาพลุ่งพล่าน แจยองกำหมัดแน่นแต่ไม่รู้จะเอาไปลงที่ไหน สุดท้ายจึงหันหน้าหนี
เขานั่งค้อมตัวไปข้างหน้าและจมอยู่กับความคิด นี่เป็นช่วงเวลาที่ต้องค่อยๆ ตัดสินใจว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป ถ้าจะมาสีกันแล้วจบแบบนี้ เขาถอนตัวจากโปรเจกต์เกมตอนนี้ด้วยเลยดีกว่า แม้เขาจะทำงานอย่างทาสสร้างโครงขนาดใหญ่ไว้แล้ว แต่เดี๋ยวถ้าเกมตัวต้นแบบเสร็จ ปริมาณงานก็จะเพิ่มมากขึ้นอีก
“เชี่ยเอ๊ย… มันจะซับซ้อนอะไรขนาดนี้วะ”
หลักการง่ายๆ อย่างสนใจก็ Proceed ไม่สนใจก็ Stop พังทลายลงแล้ว สามเหลี่ยมปลายแหลมอันประกอบไปด้วยงาน ความต้องการ และความสัมพันธ์กำลังทรมานเขาอยู่ บางทีการหยุดเสียตั้งแต่ตอนนี้อาจเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุดอย่างที่ซังอูว่า
แจยองถอนหายใจแล้วลุกขึ้นไปล้างมือและล้างหน้าในห้องน้ำ จากนั้นเมื่อออกมา คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่อวดโฉมอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดในพื้นที่นี้ก็เข้ามาในครรลองสายตา
‘อย่านะครับ! ห้ามดูคอมพิวเตอร์’
แน่นอนว่ายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ก่อนจะออกจากบ้านของซังอู แจยองเดินเข้าไปใกล้ซีพียูเคสใสสะอาดสะอ้านแล้วกดปุ่มเปิดเครื่อง ทั้งที่เจ้าตัวสวมแต่เสื้อผ้าสีดำทะมึนแต่ซีพียูกลับส่องแสงไฟ LED สีรุ้ง
เครื่องคอมพิวเตอร์สเปคสูงใช้เวลาบูตเครื่องเพียงชั่วพริบตา เนื่องจากเป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่คนเดียว เจ้าของจึงไม่ได้ตั้งรหัสผ่าน ระบบรันเข้าสู่หน้าเดสก์ท็อปที่มีภาพพื้นหลังลายตารางสีขาวดำทันที มันดูเหมือนกระดานหมากรุกที่กางอยู่บนจอคู่ขนาดใหญ่ และมีไอคอนเพียง 3 ไอคอน
This PC ถังขยะ และ…
‘เอ๊ะ?’
แจยองคิดว่าตัวเองตาฝาดจึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้จอ แต่โฟลเดอร์นั้นถูกตั้งชื่อไว้ว่า ‘จางแจยอง’ ไม่ผิดแน่
โฟลเดอร์นั่นมันอะไรกัน เขาเดาไม่ออกเลย โฟลเดอร์รวมจุดอ่อนอย่างนั้นเหรอ หรือกำลังรวบรวมเอกสารสำหรับส่งฟ้อง? แจยองดับเบิ้ลคลิกที่โฟลเดอร์นั้นอย่างวุ่นวายใจ
‘นี่มันอะไรวะเนี่ย’
ในโฟลเดอร์เต็มไปด้วยรูปของแจยอง ในนั้นบันทึกรูปหลายสิบรูปรวมถึงคลิปวิดีโอมากกว่าสิบคลิป มีตั้งแต่รูปสมัยมัธยมปลายที่จำไม่ได้ว่าถ่ายไว้ตอนไหน ไปจนถึงรูปล่าสุดที่เขาโพสต์ลงใน SNS โดยจัดเรียงตามวันเดือนปี สถานที่ และแหล่งที่มา
“ไม่คิดเลยว่าจะใช้รูปกูช่วยตัวเอง ไอ้เด็กโรคจิตนี่”
โฟลเดอร์อื่นยิ่งแล้วใหญ่ ความชอบของแจยอง ทั้งสิ่งของ สไตล์ นักกีฬา และงานอดิเรกถูกเรียบเรียงอย่างละเอียดเก็บไว้เป็นไฟล์เอกสาร ดูจากวันอัปเดตเพลย์ลิสต์ยูทูบซึ่งเป็นวันนี้ ดูเหมือนเจ้าตัวคงเข้ามาเช็กเมื่อเช้า
สถานการณ์นี้ช่างน่าเหลือเชื่อราวกับเป็นฉากหนึ่งในละครซิทคอม แต่ไออุ่นที่อยู่ระหว่างความร้อนรุ่มกับความอบอุ่นกลับค่อยๆ แผ่กระจายออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ แจยองรู้สึกเนื้อเต้นและหัวใจเต้นแรง ริมฝีปากคลี่ยิ้มออกมา
‘ชูซังอู นี่นาย…แน่ใจนะว่ามันเป็นแค่ความใคร่ทั่วไป?’
เขาปิดโฟลเดอร์จางแจยองลงแล้วสำรวจคอมพิวเตอร์ของซังอูต่อ ซังอูติดตั้งเกมที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ไว้ทั้งหมดสมเป็นคนที่บอกว่าจะเป็นผู้ผลิตเกม ไม่ใช่แค่เกมออนไลน์ แต่ยังรวมไปถึงเกมออฟไลน์ที่เป็นที่พูดถึงด้วย ระหว่างที่เปิดดูนั่นดูนี่ ลูกศรของเมาส์ก็ลอบเข้าไปที่โฟลเดอร์ดาวน์โหลด
เขาจำได้ลางๆ ว่าตอนอยู่ในรถซังอูบอกว่าจ่ายเงินซื้อวิดีโอมาศึกษา และในโฟลเดอร์ก็มีไฟล์วิดีโออยู่ห้าไฟล์ที่เพิ่งดาวน์โหลดมาเมื่อสองวันก่อนอย่างที่บอกจริงๆ พอเห็นชื่อไฟล์ แจยองก็ขมวดคิ้ว
ของใหญ่ ใช้อุปกรณ์ หรือใช้ดิลโด้ยังไม่เท่าไร… แต่มีเซ็กซ์ในเครือญาติ? รุมโทรม? BDSM? จับมัด?
เขาดับเบิ้ลคลิกเล่นวิดีโอไปตามลำดับ
วิดีโอแรกมีผู้ชายสวมเสื้อกาวน์สองคนปิดตาผู้ชายร่างเปลือยไว้ บรรยากาศดูคล้ายการศึกษาวิจัย เริ่มด้วยการหยดน้ำตาเทียนหรือปลุกเร้าด้วยไวเบรเตอร์ แล้วสุดท้ายก็จบลงที่ร่างกายสะบักสะบอม
วิดีโอที่สอง เปิดมาก็เริ่มด้วยไอ้นั่นอันมหึมาแทงผู้ชายร่างเล็กผอมแห้งไม่ยั้ง ถ้าจบแค่นั้นยังไม่เท่าไร นี่เล่นทรมานจนอีกฝ่ายลืมตาไม่ขึ้น และเลือดตกยางออกในท้ายที่สุด
วิดีโอที่สามเซ็กซ์หมู่ วิดีโอที่สี่รุมโทรม ส่วนวิดีโอที่ห้านั้นรุนแรงเกินจะบรรยาย
เหล่าตัวละครที่อยู่ในวิดีโอล้วนกรีดร้องครวญครางเสียงดังด้วยความเจ็บปวด (แม้จะดูออกว่าเป็นแค่การแสดงก็เถอะ)
‘เป็นวิดีโอแบบนี้นี่เอง’
เห็นได้ชัดว่าคนที่ศรัทธาในคู่มืออย่างซังอูดูวิดีโอทั้งห้าไฟล์นี้แล้วคิดอะไร ดูจากนิสัยของเจ้าตัวแล้วน่าจะเลือกดาวน์โหลดไฟล์ที่ได้รับความนิยมห้าอันดับแรกมา แต่ดูเหมือนว่าเว็บที่เข้าไปดาวน์โหลดจะเป็นเว็บไซต์ที่มีแต่วิดีโอฮาร์ดคอร์
แจยองนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนอยู่ห้านาที ซังอูมองเขาด้วยความต้องการ แต่ถึงอย่างนั้นก็เอาแต่ดันออกและบอกว่ามีเรื่องจะพูด แล้วก็บอกว่าต้องเตรียมตัว จากนั้นก็บอกว่าทำไม่ได้ เมื่อเข้าใจถึงคำปฏิเสธทั้งหมดนั้น ความคิดของเขาก็กระจ่างขึ้น
ต่างคนต่างมีความเร็วที่เหมาะสมกับตัวเอง ถ้ารีบแล่นเรือเร็วเกินไป เรืออาจพลิกคว่ำหงายท้องได้ ตอนนี้เขาพอจะรู้แล้วว่าต้องทำอย่างไรต่อไป คงยังไม่สายเกินไปนัก
แจยองลบไฟล์วิดีโอทั้งหมดแล้วลุกขึ้นจากที่นั่ง เขาเดินไปที่เตียงและหยุดอยู่ตรงหน้าซังอูที่หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เห็นเหมือนจะนอนไม่สบายตัว เขาจึงแกะผ้าห่มที่พันรอบตัวอีกฝ่ายอย่างแน่นหนาออกแล้วจับให้นอนลงบนเตียงดีๆ หลังจากห่มผ้าให้เรียบร้อยแล้ว เขาก็นั่งยองๆ มองใบหน้าที่อยู่ตรงหน้า
ในยามตื่นถ้าไม่ทำตัวหยาบกระด้างก็ดื้อเถียงคำไม่ตกฟากแท้ๆ ใบหน้ายามหลับไม่ควรจะสงบเรียบร้อยขนาดนี้เลย
“นี่ ไอ้เด็กบ้า”
ไม่มีการตอบรับกลับมา
“วันนี้ฉันเห็นที่นายไปขุดมาหมดแล้วนะ ประทับใจมาก”
แจยองพูดต่ออย่างไม่สนใจ
“ฉันพับความคิดที่จะล้มเลิกความตั้งใจไปแล้ว รู้ไว้ด้วย”
ถึงจะบ้าระห่ำขนาดนั้น แต่น่าแปลกที่อีกฝ่ายยังดูน่าเอ็นดู
“สิ่งที่ทำไปในวันนี้…”
แจยองใช้หลังมือลูบแก้มของซังอู แล้วเลื่อนนิ้วหัวแม่มือไปที่โหนกแก้ม
“คราวหน้าฉันจะมาทำต่อ เพราะงั้นจำความรู้สึกนี้ไว้ให้ดีล่ะ”
จากนั้นแจยองคิดว่าจะออกไปแบบเท่ๆ แต่เขาก็ทนไม่ได้ และประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของอีกฝ่าย เสร็จแล้วยังอาลัยอาวรณ์ จนแล้วจนรอดก่อนจะลุกขึ้นก็ยังกระซิบที่ข้างหูของซังอู
“วันนี้ไม่ว่ายังไงนายก็ต้องฝันถึงฉัน”