Semantic Error ลอจิกของคุณมีปัญหานะครับ - บทที่ 56 <1000> #3
ซังอูไม่รู้ว่าจะหยุดกราฟที่พุ่งขึ้นสูงชันนี้อย่างไร ระหว่างที่ตีอกชกหัวอยู่ในใจ พวกเขาก็เดินมาถึงรถ ระยะทางที่เคยวิ่งไปถึงโรงภาพยนตร์ได้ในสิบนาทีกลับใช้เวลาถึงสามสิบสามนาทีกว่าจะกลับมาถึง แจยองพูดด้วยสีหน้าไม่สะทกสะท้าน
“ถึงซะแล้วแฮะ”
ตอนนี้ในหัวของซังอูมัวแต่คิดเรื่องอื่นจึงไม่ได้เอะใจว่าคำพูดนั้นมีปัญหา
“รุ่นพี่”
“อือ ว่ามาสิ”
แต่มันไม่ง่ายเลย นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน ซังอูปลุกใจตัวเองแล้วพูดสิ่งที่ค้างคาอยู่ในปากออกมาราวกับถอนรากวัชพืช
“นอนกับผู้ชายแล้วเป็นยังไงบ้างเหรอครับ”
“คิดว่าคล้ายๆ ผู้ชายกับผู้หญิงมีอะไรกันนะ”
“…”
“มันก็แค่เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างคนสองคนที่ดึงดูดเข้าหากัน จะไปมีอะไรต่างกันล่ะ”
“รุ่นพี่”
“ทำไมอีก”
“ไม่มีอะไรครับ”
แจยองไม่ได้ซักไซ้เหมือนเคย เขาหยิบกุญแจรถออกมาปลดล็อกประตูเงียบๆ
บรรยากาศภายในรถระหว่างทางกลับบ้านเต็มไปด้วยความอึดอัด แจยองเอาแต่มองไปข้างหน้าและขับรถไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้พูดหยอกล้อหรือพูดอะไรไร้สาระอีก ซังอูไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย จึงไม่รู้ว่าเจ้าตัวกำลังทำสีหน้าแบบไหน
รถวิ่งฉิวอยู่บนถนนโล่งๆ แต่ในใจของซังอูกลับรู้สึกอึดอัดเหมือนหายใจไม่ออก ไม่เข้าใจตัวเองด้วยซ้ำว่าอยากให้ถึงบ้านเร็วๆ หรืออยากให้เวลาเดินช้าๆ จะได้ไม่ต้องถึงบ้านกันแน่
แต่ไม่ว่าซังอูจะต้องการแบบไหน รถก็วิ่งด้วยความเร็วคงที่จนมาถึงหน้าอะพาร์ตเมนต์ของซังอูในที่สุด แจยองจอดรถให้เรียบร้อยก่อนจะดับเครื่องยนต์ จากนั้นความเงียบก็ดำเนินไปอย่างยาวนานในความรู้สึก
“จะนอนในนี้เหรอ”
แจยองพูดติดตลกแต่กลับไร้เสียงหัวเราะ บรรยากาศตอนนี้ไม่เหมาะที่จะหัวเราะ สีหน้าของซังอูเองก็เคร่งเครียด
“ตอนนี้ยังลงไม่ได้ครับ”
“ทำไมล่ะ”
“มีเรื่องที่ต้องทำครับ”
ซังอูรู้ดีว่าถ้าไม่ทำ ใจเขาคงไม่อาจสงบลงได้ เมื่อหันไปมองทางซ้ายก็สบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่คล้ายจะมองมาอยู่ก่อนแล้ว แจยองเอี้ยวตัวมาหาและวางข้อศอกไว้บนพนักพิง
“ทำสิ”
ขณะที่สบตาอีกฝ่าย ซังอูวางท่าเหมือนไม่รู้สึกอะไรแต่หัวใจกลับเต้นแรงเหมือนรัวกลอง ซังอูทำเหมือนกับที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ เขาใช้เข่ายันคอนโซลรถแล้วเหวี่ยงขาอีกข้างข้ามไปยังที่นั่งคนขับ ก่อนจะทิ้งตัวลงบนตักของแจยองและใช้สองมือเกาะไหล่ของอีกฝ่ายไว้ แจยองเบิกตากว้างเอนหัวชนกับหมอนรองศีรษะในทันใด
“บอกให้ทำแล้วทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วยครับ”
ซังอูยกมือข้างขวาขึ้นลูบแก้มคนตรงหน้า ก่อนจะปิดเปลือกตาแล้วขยับเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น
‘ใจเย็นๆ’
เขาประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากของแจยองอย่างนุ่มนวล ผิดกับหัวใจที่กำลังว้าวุ่นและส่งเสียงโครมคราม
‘ช้าๆ’
เขาบดคลึงริมฝีปากบนของคนตรงหน้าตามที่ศึกษามา สัมผัสกับผิวนุ่มด้านในริมฝีปาก พลางใช้มือลูบลำคอไปด้วย
‘นุ่มนวล’
แจยองนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มตอบโต้ ซังอูดูดดึงริมฝีปากของอีกฝ่ายแล้วปล่อย จากนั้นก็รับเอาลิ้นของแจยองมา
‘หายใจทางจมูก’
ซังอูเอียงคอเพื่อให้จูบได้ถนัดขึ้นและปลุกเร้าโคนลิ้นของแจยองจนอีกฝ่ายครางในลำคอและส่งเรียวลิ้นมาเกี่ยวกระหวัดเข้าด้วยกัน คนด้านล่างส่งฝ่ามือเข้ามาในเสื้อยืด ผิวเนื้อร้อนที่สัมผัสกันโดยตรงยิ่งทำให้กราฟความรู้สึกพุ่งสูงขึ้น
แจยองลูบไล้ช่วงเอวและแผ่นหลังของซังอูอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถอดหมวกโยนทิ้งไป แล้วกำเส้นผมของเขาไว้ ซังอูใช้ปลายนิ้วสำรวจจุดที่เขาเคยได้แต่มองของอีกฝ่ายอย่างใบหู เปลือกตา และจมูกอย่างเต็มที่ หน้าม้าที่เขาคิดว่าดูแปลกตานั้นแข็งเหมือนทาอะไรไว้ ซังอูพลันใช้ฝ่ามือขยี้ทรงผมที่แจยองจัดทรงไว้อย่างดี โอกาสที่จะได้สัมผัสกันอย่างเต็มที่แบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ
ความกระสันมีแต่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ซังอูทั้งสุขใจและทรมานไปพร้อมกัน ไม่รู้ว่าเปลี่ยนมุมจูบกันไปกี่ครั้งก่อนจะที่เขาดันใบหน้าของแจยองออก ซังอูคิดว่าถ้าเป็นเรื่องนี้ให้ทำตลอดไปก็ยังได้ เขาจึงนึกเสียดายอยู่บ้าง แต่ก็ยังมองลึกลงไปในตาของอีกฝ่าย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นแจยองหน้าแดงขนาดนี้
“นาย…ฝึกมาเหรอ”
“ครับ”
เขาเหลือบมองนาฬิกาแล้วพบว่าพวกเขาจูบกันนานกว่าเก้านาที ที่ฝึกมาได้ผล แจยองหอบหายใจพลางขมวดคิ้วมุ่น
“ยังไง? กับ…ใคร?”
“ไม่บอกครับ”
“ไม่ได้ฝึกกับคนอื่นใช่ไหม”
“ครับ”
“งั้นก็แล้วไป”
แจยองในสภาพผมเผ้ากระเซอะกระเซิงมองมาที่ซังอู ซังอูสัมผัสได้ถึงแรงขับเคลื่อนบางอย่างที่เหมือนกับของตนในดวงตาคู่นั้น จางแจยองไม่เคยคิดจะปิดบังความต้องการมาตั้งแต่แรกแล้ว
“ผม…ไปก่อนนะครับ”
ซังอูเอื้อมมือไปยังที่จับประตูรถ หวังจะหนีออกจากสถานการณ์อึดอัดที่ตัวเองกำลังนั่งอยู่บนตักของคนอื่น ตอนนั้นเองแจยองก็คว้าไหล่ของซังอูเข้าไปกอดไว้แน่น ตามด้วยประทับจูบลงบนหน้าผาก
“ขออยู่แบบนี้อีกเดี๋ยว ฉันตื่นเต้นจนสงบใจไม่ได้เลย”
แจยองออกแรงกอดรัดซังอูไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก ซังอูหลับตาลงแล้วเผชิญหน้ากับความต้องการที่อัดแน่นอยู่ภายใน มันเป็นเช่นนี้มาตลอด เขามักจะถูกครอบงำด้วยแรงปรารถนาที่คลุ้มคลั่ง และเคยจัดการกับมันได้อย่างถูกต้องเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
“พี่”
ซังอูไม่ได้ตั้งใจจะพูดอะไร และมันก็ไม่ใช่คำพูดที่ผ่านการไตร่ตรอง สิ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนคือความต้องการที่ดับมอดโดยไม่เคยไปถึงจุดหมาย
แจยองไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่หายใจสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วหายใจออกเท่านั้น ซังอูเปิดปากพูดอีกครั้ง
“ผมอยากทำครับ ทำกับพี่”
ความเงียบโรยตัว ในเวลานี้ซังอูสงบนิ่งอย่างประหลาด แม้หัวใจจะเต้นแรง แต่มันก็เป็นแบบนั้นมาตั้งแต่ตอนที่เห็นแจยองยืนพิงรถแล้ว เขามีเป้าหมายที่ชัดเจนและรู้ว่าวิธีแก้ที่ได้ผลชะงัดที่สุดคืออะไร
“จะยินยอมไหมครับ”
เสียงที่เปร่งออกมาไม่มีความสั่นไหว อีกทั้งหัวสมองก็ปลอดโปร่ง มือที่วางอยู่บนไหล่ของซังอูออกแรงมากขึ้น รออยู่ครู่หนึ่ง แจยองก็เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกระสับกระส่าย
“เข้าไปข้างในกันไหม”
“ผมต้องการเวลาเตรียมตัวก่อนครับ”
“นานแค่ไหน”
“หนึ่งชั่วโมง”
แจยองยกแขนซ้ายขึ้นดูนาฬิกา
“จะขึ้นไปหาตอนตีสามสามสิบสองแล้วกัน”
“ครับ เดี๋ยวเจอกันนะครับ”
ซังอูบอกดังนั้นก่อนจะลงจากรถไป
return 0;
ก๊อกๆๆๆๆ!
จางแจยองมาเคาะประตูตอนที่เข็มนาทีกำลังจะเคลื่อนจาก 32 ไปยัง 33 พอดี ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่วินาทีเดียวจนแม้แต่ซังอูยังประหลาดใจ
ซังอูจ้องไปที่ประตูครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินเข้าไปใกล้ เขาหยุดอยู่ห่างจากประตูประมาณหนึ่งแล้วเอื้อมมือออกไปปลดล็อก สิ้นเสียงกลไกล็อกก็คลาย ทันทีที่ประตูเปิดก็พบกับแจยองยืนอยู่ที่ระเบียงทางเดิน ท่าทีของอีกฝ่ายดูดุดันเสียจนซังอูเผลอถอยหลังหนีโดยไม่ตั้งใจ
ประตูยังไม่ทันปิดสนิท รองเท้าของแจยองก็ไม่รู้ว่าปลิวไปไหนแล้ว อุปกรณ์คุมกำเนิดที่อีกฝ่ายถือมาเต็มกำมือหล่นเกลื่อนพื้นราวกับดาวกระจาย ร่างสูงวางขวดไวน์ในมือขวาไว้บนชั้นวางรองเท้าอย่างแรง (โชคดีที่มันไม่แตก) หลังจากนั้นก็พุ่งเข้ามาหาซังอูทันที
ตลอดหนึ่งชั่วโมงนั้นซังอูพยายามควบคุมจิตใจและช่วยตัวเองเพื่อข่มความปรารถนา แทนที่จะตื่นเต้นเขากลับประหม่าสุดขีด ถึงจะเตรียมใจมาอย่างหนักแน่นแล้ว แต่พอแจยองเข้ามาแนบชิดและวาดวงแขนโอบกอดรอบเอวก็ทำให้เขาหวั่นใจขึ้นมา ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้สนใจ พอมาตอนนี้เพิ่งจะรู้ตัวว่าแจยองมีร่างกายสูงใหญ่กว่าตนอยู่ไม่น้อย
แจยองดันซังอูชิดผนังแล้วพรมจูบทั่วใบหน้า ทั้งริมฝีปาก แก้ม สันจมูก หน้าผาก และคาง สภาพของแจยองดูไม่มั่นคงเสียจนซังอูพลอยกังวลไปด้วย ทว่ากลิ่นหอมสดชื่นของยาสีฟันก็ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง
ริมฝีปากของแจยองขบเม้มกลีบปากล่างของซังอูแล้วค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านสันกรามลงไปที่ลำคอ ก่อนจะแลบลิ้นเลียจนเกิดเสียงเฉอะแฉะทำให้ซังอูย่นคอโดยอัตโนมัติ มือที่ไม่รู้สอดเข้าในเสื้อตั้งแต่เมื่อไหร่ลูบไล้อยู่ที่แผ่นหลังก่อนจะรั้งเอวของเขาเข้าหาจนร่างกายส่วนล่างบดเบียดกัน ทันทีที่รับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่แข็งขืนอยู่กลางลำตัวของอีกฝ่าย ร่างกายของซังอูก็แข็งทื่อ เขาทั้งฝึกฝนการเล้าโลมโดยทั่วไปจนช่ำชอง ทั้งจำลองสถานการณ์ก็หลายครั้ง อีกทั้งยังศึกษาทฤษฎีมามากมาย แต่เอาเข้าจริงเขากลับตื่นเต้นและหวาดกลัวจนขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว
“คือว่า”
“…”
“เคย…ทำกับผู้ชายมาก่อน...จริงๆ ใช่ไหมครับ”
แจยองเลียลำคอของซังอูโดยไม่ตอบ ทันทีที่อีกฝ่ายผละริมฝีปากออกไปครู่หนึ่ง เสื้อที่ไม่รู้ว่าขึ้นมากองอยู่เหนืออกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ถูกถอดออกอย่างง่ายดาย ระหว่างที่ซังอูกำลังตกใจ คราวนี้แจยองเป็นฝ่ายปิดปากของเขา แม้เมื่อครู่จะจูบกันไปถึงเก้านาทีแล้วแต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่พอ ทั้งที่ควรจะชินกับจูบของอีกฝ่ายได้แล้ว แต่พอตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้กลับไม่รู้จะเอามือไม้ไปวางไว้ตรงไหน
ระหว่างที่จูบกัน ซังอูรู้สึกว่าแจยองค่อยๆ ดันตนให้ก้าวถอยหลังไปทีละนิด หนึ่งก้าว สองก้าว รู้ตัวอีกทีข้างหลังก็เป็นเตียงนอนแล้ว ทั้งที่หลับตาอยู่แต่แจยองกลับทำให้ซังอูล้มลงไปบนเตียงได้อย่างเป็นธรรมชาติราวกับใช้เทคนิคยูโด ร่างกายที่แข็งทื่อเอนไปด้านหลัง ศีรษะหนุนลงบนหมอน จากนั้นเพดานสีขาวก็ปรากฏต่อสายตา
‘อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดสินะ’
ความกระสับกระส่ายที่พลุ่งพล่านทำให้ร่างกายแข็งเกร็ง ซังอูนึกอยากจะยุติอารมณ์ความใคร่อะไรก็ตามให้หมด พอต้องมานอนเปลือยท่อนบนอยู่ใต้หลอดไฟสีขาวสว่างจ้า เขาก็เกิดความกระดากอายขึ้นมา แต่ก็รู้สึกไม่สบายใจเกินกว่าจะถอนตัว
‘ทนไปอีกสักสิบนาทีก็คงจบ’
ซังอูหลับตาแน่นพึมพำอยู่ในใจ จู่ๆ ฝ่ามือที่สัมผัสไปทั่วร่างกายก็หายไป พอลืมตาขึ้นเล็กน้อยและเหลือบขึ้นมองก็สบเข้ากับสายตาของแจยอง ดวงตาคู่นั้นดูมึนเมาเหมือนวันที่ไปดื่มเหล้าด้วยกัน
“ทำไมนิ่งแบบนี้ล่ะ ไม่เห็นเหมือนเมื่อกี้เลย”
“…เพราะตื่นเต้นน่ะครับ”
“เตรียมตัวพร้อมแล้วเหรอ”
“ไม่ถามพรุ่งนี้เลยล่ะครับ”
“ไม่มีสติน่ะ”
“พร้อมหมดแล้วครับ อาบน้ำขัดตัวจนสะอาดแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เล็บก็ตัดแล้ว แล้วก็สวนล้าง…”
แจยองปิดปากของซังอูด้วยฝ่ามือ
“ชู่ว ไม่ได้ให้อธิบายขนาดนั้น”
“อื้ออ อืออ อืมมม”
“เข้าใจแล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว”
อีกฝ่ายเอามือออกแล้วแทนที่ด้วยริมฝีปาก ซังอูคิดอะไรไม่ออกนอกจากกลัว เสียงจูบเฉอะแฉะดังทำลายความเงียบสงัด สีหน้าของแจยองที่หลับตาพลางขมวดคิ้วมุ่น สัมผัสจากฝ่ามือที่ลูบไล้อยู่ตรงช่วงคอและบั้นเอว น้ำหนักที่กดลงมาที่ต้นขา ทุกอย่างล้วนทำให้ซังอูเกร็งไปหมด
“นี่คิดอะไรอยู่”
แจยองถอนริมฝีปากออกครู่หนึ่งแล้วเอ่ยถาม ซังอูกลืนน้ำลายเสียงดัง ไม่รู้ควรตอบว่าอะไร ในหัวของเขาตอนนี้มีขั้นตอนการมีเพศสัมพันธ์ กลไกความสุขทางกามารมณ์ เคล็ดลับที่อ่านมาจากอินเทอร์เน็ต หลักเกณฑ์ความปลอดภัยและการป้องกันโรค ทุกอย่างผสมปนเปกันไปหมด
“ก็หลายอย่าง…ครับ”
“ลืมทฤษฎีไปซะ นี่มันภาคปฏิบัติแล้วนะ”
พูดจบแจยองก็กดจูบลงมาอีกครั้ง นิ้วมือที่เคยลูบคลึงอยู่ที่ใบหูเลื่อนลงไปตามลำคอ ผ่านกระดูกไหปลาร้า ลงไปจนถึงช่วงอก นิ้วหัวแม่มือของคนด้านบนกดลงบนตุ่มไตไร้ประโยชน์ที่ไม่รู้ว่ามีไว้บนร่างกายของผู้ชายไปทำไม ก่อนจะเริ่มสัมผัสอย่างเบามือ หมุนวนราวกับจะบิด แล้วบดขยี้อย่างอ่อนโยนอีกครั้ง อีกฝ่ายผละจากริมฝีปากของซังอูแล้วกลืนกินหน้าอกอีกข้าง ใช้ปากดูดอย่างแรงแล้วใช้ฟันขบส่วนปลายเบาๆ
“อะ…”
เสียงร้องประหลาดหลุดออกมาจากลำคอ ซังอูรีบใช้ฝ่ามือปิดปากไว้ ทว่าแจยองกลับจับแขนของเขาแล้วดึงลงมาอีกครั้ง อีกฝ่ายใช้ปลายลิ้นดุนดันรังแกหน้าอกของเขาอยู่นานสองนานจนเขาต้องยกสะโพกขึ้นลง ปลายเท้าจิกเกร็ง ซังอูกดท้ายทอยของแจยองเข้ากับร่างกายของตัวเอง อีกฝ่ายจึงขบกัดยอดอกราวกับได้รับอนุญาตแล้ว ซังอูกัดฟันกลั้นเสียงร้องเอาไว้
‘อึดอัด’
ขณะที่สติรางเลือนนั้นเขารู้สึกได้ถึงความกระหาย ยิ่งอารมณ์ทางเพศพุ่งสูงขึ้นและความรู้สึกเสียวซ่านแผ่ขยายออกไปมากเท่าไร ความอึดอัดก็มีแต่จะขยายใหญ่มากยิ่งขึ้นเท่านั้น
‘รีบๆ… ทำอะไรสักอย่างทีเถอะ’
การจูบและสัมผัสร่างกายของกันและกันนี้ก่อนหน้านี้ก็เคยทำมาแล้ว เหตุผลที่เรียกแจยองมาในวันนี้ก็เพื่อจะทำให้ความรู้สึกวาบหวามนี้ไปถึงปลายทางเสียที
“พอแล้วครับ”