Semantic Error ลอจิกของคุณมีปัญหานะครับ - บทที่ 59 Yellow #1
นานมากแล้วที่ไม่ได้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกที่ว่ามีใครอีกคนนอนแนบชิดกันอยู่ มิหนำซ้ำใครคนนั้นดันเป็นผู้ชายที่ชื่อชูซังอูจึงยิ่งประหลาดเข้าไปใหญ่
แจยองพิจารณาใบหน้าด้านข้างของผู้ชายที่นอนหนุนแขนของตนอยู่อย่างละเอียด จมูกและขนตาขับให้ใบหน้าดูคมเข้ม ยามลืมตายิ่งดูเฉียบแหลมและฉลาดเฉลียว ในทางกลับกันผิวขาวๆ บริเวณช่วงลำคอที่เชื่อมต่อกับสันกรามกลับให้ความรู้สึกราวกับเด็กผู้ชาย แจยองชอบความรู้สึกที่ขัดแย้งกันบนใบหน้านี้มากเหลือเกิน
แสงแดดส่องสว่างเข้ามาทางหน้าต่าง ไอแดดทอประกายอยู่บนเส้นผมสีดำและคิ้วสีเดียวกันราวกับเต้นรำ และนั่นคือความโรแมนติกในเช้าวันนี้
เมื่อเขาโน้มตัวลงไปกอด ซังอูลืมตาตื่นขึ้น คนถูกกอดกะพริบตาสะลึมสะลืออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเบิกตากว้างแล้วหันขวับมาหา แจยองสบตากับอีกฝ่ายพลางคลี่ยิ้มอย่างมั่นใจที่สุด
“หลับสบายดีไหม”
ซังอูลืมตาเต็มที่พลางกลอกตา ดูจากสีหน้าแล้วคงกำลังทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอยู่ ตอนที่อีกฝ่ายยกมือขึ้นกุมหน้าผากช่างเป็นการเคลื่อนไหวที่ดูยั่วยวน แต่นั่นคงเป็นเพราะร่างกายที่ยังเปลือยเปล่าเสียมากกว่า
“ครับ”
ตอบคำถามเสร็จ ซังอูก็พลิกกายยันตัวลุกขึ้น
“อือ…”
อีกฝ่ายส่งเสียงครางอย่างไม่สบายตัวและเดินกะเผลก
‘หักโหมเกินไปหรือเปล่านะ’
เรื่องผิดแผนคล้ายจะกลายเป็นเรื่องปกติของแจยอง เมื่อวานก็เช่นกัน ในตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะดื่มไวน์เพิ่มบรรยากาศให้ร้อนแรงยิ่งขึ้นเสียก่อน จากนั้นก็รอให้ซังอูเป็นฝ่ายเข้าหา แล้วเขาจะได้หลอมละลายอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าและจัดการคุมเกมได้อย่างสะดวก เขาตั้งใจจะใช้ท่าทีที่นุ่มนวลและเทคนิคอันสมบูรณ์แบบสร้างความประทับใจว่าการมีเซ็กซ์กับเขาช่างหอมหวานและน่าพึงพอใจ
แต่ระหว่างที่ยืนรออยู่หน้าประตูห้องกว่าสิบนาที แจยองจินตนาการอะไรมากมายจนแทบจะควบคุมร่างกายไม่อยู่ และการอดทนรอจนถึงเวลานัดนั้นช่างยากลำบาก จึงพยายามจะใช้ความร้อนรุ่มนั้นหลอมละลายอีกฝ่ายที่เยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง แต่ระหว่างที่เล้าโลมกลับถูกต่อว่า แถมพอใส่เข้าไปเจ้าตัวยังบอกว่าไม่รู้สึกอะไรให้เอาออกอีก
ทั้งที่หาทางสอดใส่เข้าไปได้แล้ว แต่ไม่รู้ทำไมตนถึงยังตั้งสติไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้ชายที่เพิ่งเคยมีเซ็กซ์ด้วยช่องทางหลังครั้งแรกอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะเจ้าตัวมี ‘เส้นผ่านศูนย์กลาง’ แคบเป็นพิเศษ? ในสถานการณ์ที่มีแรงกระตุ้นมากเสียจนยากจะขยับตัว แจยองต้องต่อสู้ดิ้นรนอย่างโดดเดี่ยว จะว่าไปแล้วในตอนท้ายเขาเองก็มีอารมณ์มากเกินไป ทั้งยังเกิดอวดดีขึ้นมาจนเผลอทำรุนแรงโดยไม่ตั้งใจลงไปจริงๆ
ซังอูเดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่ได้พูดอะไร ในห้องจึงเหลือเพียงแจยองคนเดียว เขาเอนหลังพิงหมอนพลางหวนคิดถึงความรู้สึกที่ได้สัมผัสเมื่อคืนแล้วเกิดตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง มนุษย์นี่มีอารมณ์ทางเพศตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยเหรอวะ
แจยองนอนนิ่งอยู่สักพักก่อนจะลุกจากเตียงแล้วเดินไปเปิดหน้าต่างออกกว้าง จากนั้นก็เดินไปทั่วห้องเพื่อเก็บเศษซากอารยธรรมของเมื่อคืนที่กระจายเกลื่อนกลาด หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวม เก็บขยะไปทิ้ง เอาผ้าปูที่นอนที่กองไว้มุมห้องไปใส่ในเครื่องซักผ้า และกวาดห้องให้เรียบร้อย เขาไม่ได้ชอบทำความสะอาดและไม่มีความสามารถทางด้านนี้ แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะถ้าเขาไม่ทำ ซังอูก็ต้องทำ
ซังอูออกจากห้องน้ำตอนที่แจยองกำลังดื่มน้ำหลังจากเก็บกวาดห้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว อีกฝ่ายอยู่ในสภาพเส้นผมเปียกชื้นและสวมเสื้อผ้าทั้งท่อนบนท่อนล่างเรียบร้อยต่างจากตอนที่เข้าไปด้วยกางเกงในตัวเดียว พอเห็นว่าอีกฝ่ายอาบน้ำนานแจยองจึงเอ่ยแซว
“ชักว่าวล่ะสิ”
“…”
เขาก็แค่พูดไปอย่างนั้น แต่ดูท่าแล้วคงจะจริง ซังอูยืนนิ่งด้วยสีหน้ากระสับกระส่าย พอยื่นแก้วน้ำให้ก็ดื่มรวดเดียวจนหมด สายตาระแวดระวังจับจ้องมาที่ใบหน้าของแจยอง
“ไม่ไปเหรอครับ”
“ไปสิ”
พอดูนาฬิกาก็พบว่าเวลาจวนจะเที่ยงแล้ว
“ข้าวเที่ยงล่ะ”
“เดี๋ยวผมหากินเองครับ”
ในตู้กับข้าวมีแค่แกงกะหรี่สำเร็จรูปแท้ๆ เขาก็อยากซื้อข้าวให้กินอยู่หรอก แต่ดูจากสีหน้าแล้วเดี๋ยวคงถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า ‘ผมอยากอยู่คนเดียวครับ’ อีกตามเคย
ซังอูนิ่วหน้าขณะพยายามนั่งลงบนเก้าอี้ และสุดท้ายก็นั่งลงแบบไม่เต็มก้น พอถามว่าเป็นอะไรไหม อีกฝ่ายก็ทำมือเป็นเชิงบอกให้รีบไป แจยองรู้ดีว่าตอนนี้ควรใช้กลยุทธ์ล่าถอยแต่เขากลับก้าวขาไม่ออก
“วันนี้ต้องทำพาร์ตไทม์ไม่ใช่เหรอ”
“พักก่อนเดี๋ยวค่อยไปก็ได้ครับ”
“สภาพนั้นยังจะไปไหนอีก มือถือนายอยู่ไหน”
สีหน้าของอีกฝ่ายคล้ายกำลังสงสัยว่าถามถึงโทรศัพท์ทำไม แจยองกวาดตารอบห้องก่อนจะเดินไปค้นกระเป๋าเป้ของซังอูแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา ซังอูดื่มน้ำแล้วฟุบลงกับโต๊ะหนังสือราวกับไม่ได้อยากรู้ว่าแจยองจะทำอะไร แจยองมองอีกฝ่ายอย่างพิจารณาพลางกดหาเบอร์เจ้าของร้านเกมแล้วกดโทรออก
[ซังอู มีอะไรหรือเปล่า]
“สวัสดีครับ คุณเจ้าของร้าน ผมเป็นพี่ที่สนิทกันกับซังอูนะครับ พอดีวันนี้เขาไม่ค่อยสบาย ผมเลยจะขอไปทำงานแทนน่ะครับ”
[อ้าว ไม่สบายหนักเลยเหรอครับ]
“ครับ คิดว่าไม่น่าออกไปไหนได้ครับ”
[แล้วคุณเคยทำงานร้านเกมมาก่อนหรือเปล่าครับ]
แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานพาร์ตไทม์ที่ไหนนอกจากร้านอาหาร แต่แจยองก็เลือกที่จะตอบไปว่า ‘เคย’ เจ้าของร้านบอกให้เขาไปถึงร้านก่อนเวลาเข้างานสักสามสิบนาทีและฝากความห่วงใยมาถึงซังอู พอวางสายแล้วก็หันมาเจอกับซังอูที่กำลังจ้องมองมา
“…ไม่เห็นต้องทำแบบนั้นเลยครับ”
“นายพักอยู่บ้านนี่แหละ”
“แต่มันต้องทำความสะอาดหลายอย่าง แถมยังต้องจัดห้องเก็บของ เตรียมอาหาร แล้วก็ต้องคิดเงินเป็นด้วยนะครับ”
“เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
ซังอูถอนหายใจด้วยสีหน้าที่ไม่รู้ว่าไม่ไว้ใจเขาหรือกำลังรู้สึกผิดอยู่กันแน่
“ขอบคุณครับ ไว้เดี๋ยวเงินเดือนออกแล้วผมจะโอนค่าแรงของวันนี้ให้นะครับ”
แจยองกะพริบตาปริบๆ ไม่คิดว่าจะได้รับคำขอบคุณง่ายๆ แบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ยอมพลาดโอกาสดีๆ ไป
“เรื่องเงินไม่ต้องหรอก ขอเป็นอย่างอื่นแทนแล้วกัน”
“อะไรเหรอครับ”
“ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปเมมเบอร์ฉันใหม่ด้วย”
เขาว่าพลางยัดโทรศัพท์ใส่มือของซังอู ความจริงแล้วเขาเห็นระหว่างที่ค้นสมุดรายชื่อว่าเบอร์ของตนยังคงถูกบันทึกไว้ว่า ‘มือไม่พาย 3’ อยู่ ซังอูตอบราวกับมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
“ก็ได้ครับ”
“ข้อแม้คือ ต้องมีสัญลักษณ์พิเศษด้วย”
“คืออะไรเหรอครับ”
“มีคำต้องห้ามด้วย ห้ามใส่คำว่ากราฟิก ออกแบบ ดีไซน์ เอก จาง รุ่นพี่ลงไป”
ซังอูทำสีหน้าราวกับจะบอกว่า ‘พูดเรื่องอะไรไม่เห็นเข้าใจเลยครับ’ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนกลับมาเป็นใบหน้าเรียบเฉย
“เข้าใจแล้วครับ”
“งั้นก็พักเถอะ”
แจยองลูบหัวอีกฝ่ายแล้วสาวเท้าไปที่ประตู
‘ทำไมเราต้องเห็นอกเห็นใจหมอนั่นขนาดนี้ด้วยล่ะเนี่ย’
เขานึกสงสัยระหว่างที่เดินลงบันได แม้เขาจะเก่งเรื่องการแสร้งทำเป็นอ่อนโยน แต่โดยพื้นฐานแล้วแจยองเป็นมนุษย์ที่เห็นแก่ตัว ไม่ว่าไปที่ไหน เขาจะรักษามารยาทขั้นพื้นฐานอยู่เสมอก็จริง แต่เขาก็เกลียดอะไรที่น่ารำคาญ ทั้งยังไม่ใช่คนใจอ่อน อย่างไรก็ตามไม่รู้ทำไมแจยองถึงรู้สึกว่าแผ่นหลังของคนที่นั่งฟุบโต๊ะอยู่นั้นถึงได้ดูน่าสงสารขนาดนี้
แจยองสตาร์ทรถและขับออกมา แต่จุดหมายกลับไม่ใช่บ้าน เขามุ่งหน้าไปยังร้านอาหารที่อร่อยที่สุดในละแวกนั้น ซื้อแกงกิมจิ แกงเผ็ดเต้าหู้ และข้าวสองถ้วยใส่ห่อกลับบ้าน และซื้อยาทาสำหรับผิวหนังบอบบางที่ถูกเสียดสีจนบวมจากร้านขายยา เข้าซูเปอร์มาร์เก็ตหยิบเครื่องดื่ม เบาะรองนั่ง ขนมขบเคี้ยว ไข่ไก่ เนื้อสด ผัด และผลไม้ตามใจนึกแล้วไปจ่ายเงิน รู้ตัวอีกทีถุงพลาสติกสองถุงใหญ่ก็มาอยู่ในมือแล้ว สุดท้ายยังแวะร้านขนมปังซื้อนั่นซื้อนี่ก่อนจะขับรถกลับไปที่บ้านของซังอู
หลังจากเคาะประตูแล้วรออยู่ครู่หนึ่งประตูก็เปิด เขาเดินผ่านซังอูที่ยืนหลังค่อมผิดปกติแล้ววางถุงทั้งหกลงบนพื้น
“ตอนนี้กินนี่ซะ ส่วนอันนี้เอาไว้อุ่นกินตอนเย็น”
เขาหยิบแกงออกมาวางไว้บนโต๊ะ วางเบาะรองนั่งไว้บนเก้าอี้ เก็บน้ำผลไม้สองขวด โยเกิร์ต ของกินอื่นๆ และผลไม้สดใส่ตู้เย็น
“ที่เหลือ ถ้าหิวก็เอาออกมากินแล้วกัน”
เขาวางกล่องผลไม้ ถุงขนมขบเคี้ยว และถุงขนมปังไว้ที่พื้นทั้งอย่างนั้น ก่อนจะหยิบยาทาในถุงใบเล็กยัดใส่มือของซังอู
“ส่วนอันนี้เอาไว้ทาตอนปวด”
ซังอูขมวดคิ้วเหมือนไม่เข้าใจ แจยองเดินไปที่ประตู ตั้งใจว่าคราวนี้จะกลับจริงๆ แล้ว แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว หมุนตัวกลับมาอีกครั้ง สะบัดรองเท้าที่ใส่ไปได้ครึ่งเดียวทิ้ง และเดินกลับเข้ามาในห้อง คว้าร่างของผู้ชายที่ยืนเหม่อลอยเข้ามากอดไว้ ซังอูยื่นนิ่งให้เขากอดโดยไม่ได้ขัดขืน
“เมื่อคืนมันดีนะ”
แจยองพูดเบาๆ แม้จะทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยสีหน้าของซังอูตอนที่กำลังสุขสม ผ่านไปครู่หนึ่งซังอูก็ตอบกลับ
“โกหก รุ่นพี่ไม่ได้ปล่อยด้วยซ้ำนี่ครับ”
“ก็เสร็จไปครั้งหนึ่งแล้วไง”
“เพราะผมทำไม่เก่งใช่ไหมครับ”
“ไม่ใช่สักหน่อย”
แม้แจยองจะต้องทั้งเกลี่ยกล่อมทั้งปลอบโยนอีกฝ่าย แถมยังต้องด้นสดจนทุลักทุเลไปบ้าง แต่สุดท้ายก็ลุล่วงไปด้วยดี แม้จะน่าเสียดายที่ผิดจังหวะไปหน่อยก็ตาม
“พักผ่อนซะ แล้วก็ไม่ต้องคิดจะฝึกอะไรแปลกๆ ล่ะ”
“ครับ”
แจยองรีบผละออกด้วยคิดว่าขืนยืนแนบชิดกันอยู่แบบนี้ต่อไปคงไม่ปลอดภัย ซังอูเองก็ไม่ได้รั้งไว้
แจยองเดินย่ำเท้าลงบันไดอย่างอิดโรย ทันทีที่ออกมานอกตึก เขาก็ได้พบกับท้องฟ้าอันสดใส ทว่าเขาไม่ได้ตรงไปที่รถทันที แต่หยุดยืนรับแสงแดดอยู่ข้างที่จอดจักรยานพลางสูบบุหรี่
‘บรรลุเป้าหมายแล้วหรือเปล่านะ’
หลังจากถูกปฏิเสธอย่างจริงจังทั้งที่เรื่องสำคัญอยู่แค่เอื้อม เขาต้องลำบากยากเข็ญ แจยองงัดทุกกลเม็ดในการจีบออกมาใช้ด้วยความมุ่งมั่นจะนอนกับชูซังอูสักครั้ง ทั้งยังต้องใช้ความอดทนเหนือมนุษย์ที่จะไม่แตะต้องตัวอีกฝ่ายแม้แต่ปลายนิ้ว ในเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วเขาก็ควรจะปลอดโปร่งโล่งใจ แต่เบื้องหลังความพอใจนั้นกลับอึมครึมไปด้วยความอึดอัดใจที่ไม่รู้ที่มา แจยองไม่ชอบความรู้สึกที่คลุมเครือแบบนี้เอาเสียเลย
‘หรือจะเป็นเพราะไม่เสร็จอย่างที่เด็กนั่นว่า’
เขายกยิ้มมุมปากก่อนจะดับบุหรี่ที่เพิ่งสูบไปได้เพียงครึ่งมวนแล้วทิ้งลงถังขยะ
⌘W
วันต่อมา ซังอูโผล่มาที่ห้องปฏิบัติการในเวลาเดิมด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น อุตส่าห์นึกหวังว่าจะได้เห็นอีกฝ่ายไม่สวมหมวกเพราะถอดทิ้งไว้ในรถของเขา แต่เจ้าตัวกลับสวมหมวกที่มีดีไซน์คล้ายกันแต่ดูเก่ากว่ามา ไม่คิดเลยว่าจะมีใบสำรอง
“ไม่เจอกันนานเลยนะ”
ยูนาเอ่ยทักพลางลอบสังเกตแจยอง
“ครับ”
ซังอูก้าวฉับๆ เข้ามา วางกระเป๋าเป้ลงบนโต๊ะที่ว่าง รูดซิปเปิด แล้วหยิบโน้ตบุ๊กออกมาวาง หลังจากต่อเมาส์เข้ากับตัวเครื่องเสร็จ เจ้าตัวควรจะนั่งลง แต่ซังอูกลับหยิบอะไรบางอย่างโยนมาให้แจยอง ในถุงพลาสติกสีขาวสกรีนโลโก้ร้านยามีเข็มขัด กางเกงในขาสั้นสีดำ และถุงเท้าของแจยองพับไว้อย่างเรียบร้อย ดูเหมือนจะซักมาให้แล้ว
“เอาของที่ทิ้งไว้มาให้ครับ ผมขอหมวกของผมคืนด้วย แล้วก็…”
อีกฝ่ายพูดอย่างเรียบเฉย ก่อนจะหันไปดูให้แน่ใจว่ายูนานั่งหันหลังไปอีกทางแล้วค่อยขยับเข้ามาใกล้แจยองอย่างรวดเร็ว เจ้าตัวใช้ฝ่ามือป้องปากและเอ่ยกระซิบเบาๆ ข้างหู
“ใส่กางเกงในผมไปใช่ไหมครับ พรุ่งนี้เอามาคืนด้วยนะครับ”
“หา? อ้อ…”
แจยองพูดตะกุกตะกักเหมือนคนซื่อบื้อ
“แล้วผมก็ทำตามที่ขอแล้วด้วยครับ”
ซังอูยื่นโทรศัพท์มาให้ พอรับมาแล้วปลดล็อกดูก็พบกับหน้าสมุดรายชื่อ เขาเลื่อนรายชื่อลงไปด้วยความตื่นเต้น ชื่อที่เคยอยู่แถวๆ ช.ช้างตอนนี้ไปอยู่ที่ไหนแล้วนะ เลื่อนแล้วเลื่อนอีก เลื่อนลงไปเรื่อยๆ ก่อนจะเจอในที่สุด
[แจยอง ㅅㅂ♨][1]
“…”
แม้จะไม่ได้คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะบันทึกชื่อเขาว่า ‘พี่แจยอง♥’ ในทันที แต่เขาคิดว่านี่มันก็เกินไปหน่อย และถึงแม้ว่าเจ้า ㅅㅂ นั่นจะเป็นตัวย่อของคำว่า ‘รุ่นพี่’ ซึ่งถูกจัดเป็นคำต้องห้าม แต่เขากลับเห็นมันเป็นคำอื่นไปแล้ว
“พอใจแล้วใช่ไหมครับ”
ซังอูฉวยโทรศัพท์จากมือของแจยองที่กำลังจ้องหน้าจอจนแทบจะทะลุคืนไปแล้วหย่อนลงในกระเป๋าเป้
“นี่ สัญลักษณ์นั่นมันหมายความว่ายังไง”
“ต้องบอกด้วยเหรอครับ”
“เออสิ”
“ผมลองดูสัญลักษณ์ทั้งหมดแล้ว อันนั้นดูเหมาะกับรุ่นพี่มากที่สุดครับ”
“ไม่ใช่ดาว ☆ ไม่ใช่เครื่องหมายเน้นความสำคัญ ※ ไม่ใช่โน้ตดนตรี ♬ ที่หมายถึงเบิกบาน แต่เป็น ♨ ที่หมายถึงอ่างน้ำร้อนเนี่ยนะ ล้อกันเล่นหรือไง”
“ก็มันร้อนรุ่มตลอดเลยนี่ครับ เวลาอยู่กับรุ่นพี่”
“…”
[1] ㅅㅂ ในที่นี้ย่อมาจาก 선배 (ซอนแบ = รุ่นพี่) แต่เผอิญ(?)ว่า คำว่า 씨발หรือ 시발 (ทั้งคู่ออกเสียงว่าชีบัล แต่เสียง ‘ชี’ ของคำแรกจะออกเสียงหนักกว่า) ซึ่งเป็นคำด่าแปลว่า เหี้x เชี่x ก็ใช้ตัวย่อว่า ㅅㅂ เช่นกัน