Semantic Error ลอจิกของคุณมีปัญหานะครับ - บทที่ 65 Yellow #7
“เราควรพอได้แล้วจริงๆ นะครับ ผมรู้สึกเหมือนสูญเสียแม้แต่ความเป็นมนุษย์ที่มีอยู่น้อยนิดไปแล้ว”
ซังอูว่าพลางใช้ผ้าขนหนูขยี้เส้นผมที่เปียกชื้น จัดเต็มที่เตียงสองรอบ จากนั้นตามเข้าไปอาบน้ำแล้วผลักอีกฝ่ายติดกำแพงต่ออีกหนึ่งรอบ แจยองคิดว่าตนได้ปลดปล่อยทุกหยาดหยดจนตอนนี้ไม่เหลืออะไรให้ปล่อยออกมาแล้ว
“ก็นั่นน่ะสิ เลิกกระโจนใส่ฉันได้แล้ว”
“ตลกละ ทำมาด้วยกันแท้ๆ ทำไมมาว่าผมคนเดียวล่ะครับ”
ซังอูว่าพลางเปิดลิ้นชัก จากที่สวมเพียงกางเกงในก็สวมทับด้วยชุดนอนลายทางบางๆ พร้อมนอน แจยองมองอีกคนนิ่งก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ แล้วใช้นิ้วโป้งลูบร่องรอยสีแดงที่ตนทำไว้บนคอของซังอู ซังอูทำสีหน้าไม่ชอบใจแล้วโยนผ้าเช็ดตัวใส่หน้าเขา
“ไปไกลๆ เลยครับ”
“แค่จะดูเท่านั้นเอง”
“ไม่เชื่อหรอกครับ เมื่อกี้ก็บอกว่าแค่จะถูสบู่เฉยๆ”
“อ๋อ ครับ… เกิดพุทธิปัญญาขึ้นมาแล้วเหรอครับ ทำไมคนที่ดวงตาเห็นธรรมเช่นนี้ตอนอยู่ในห้องน้ำถึงเป็นแบบนั้นน้า พี่ อะ อ๊า! เร็วกว่านี้ เร็วอีกครับ”
“ไสหัวออกไปจากบ้านผมเดี๋ยวนี้เลยครับ”
แจยองหัวเราะให้กับคำพูดนั้น ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ซังอูก้าวฉับๆ เข้าไปในห้องน้ำ บีบยาสีฟันใส่แปรงแล้วคาบไว้ในปาก
“ฉันขอแปรงสีฟันบ้างสิ”
“กลับไปแปรงที่บ้านสิครับ”
“ถ้าไม่แปรงตอนนี้คงสกปรกแย่เลย”
ซังอูเพียงแค่มองค้อนใส่แจยองแล้วแปรงฟันต่อไปเท่านั้น แจยองจึงบิดขี้เกียจพลางว่า
“ถ้าไม่ให้ก็ใช้ของนายแล้วกันเนอะ คนกันเองคงไม่เป็นไร”
ซังอูกลอกตาด้วยสีหน้ารำคาญ ก่อนจะหยิบแปรงสีฟันที่ยังไม่ได้แกะอันหนึ่งจากชั้นวางโยนให้แจยอง
“แต๊งกิ้ว”
แจยองแกะแปรงสีฟันออกมา บีบยาสีฟันลงไป แล้วยืนแปรงฟันอยู่ข้างๆ ซังอู อีกฝ่ายยืนตัวตรงแน่วเหมือนพลทหารที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งหลังเสร็จสิ้นการฝึก ผิดกับแจยองที่ยืนทิ้งน้ำหนักไปด้านหนึ่ง มือข้างหนึ่งค้ำอ้างล่างหน้า ยามสบตากันผ่านกระจก แจยองก็แกล้งขยิบตาให้อย่างขี้เล่น แต่ซังอูกลับทำเมินราวกับมองไม่เห็น เจ้าตัวกลับเข้าสู่โหมด ‘คนปกติ’ เสียแล้ว
หลังจากที่ซังอูออกไปก่อนก็เหลือแค่แจยองอยู่ในห้องน้ำที่ว่างเปล่าคนเดียว เขาเพิ่งเคยเห็นห้องน้ำที่เรียบง่ายขนาดนี้เป็นครั้งแรก ในนี้มีเพียงแปรงสีฟัน ยาสีฟัน ม้วนทิชชู สบู่ แล้วก็แชมพูเท่านั้น
มาลองคิดๆ ดูแล้ว ทุกอย่างในห้องนี้ล้วนเป็นเช่นนั้น เก้าอี้หนึ่งตัว ถ้วยข้าวหนึ่งใบ แก้วน้ำหนึ่งใบ และช้อนกับตะเกียบอีกหนึ่งชุด คล้ายจะแสดงให้เห็นถึงสไตล์ของเจ้าของห้องที่ไม่ยอมเปิดรับใครง่ายๆ
เมื่อแปรงฟันเสร็จ แจยองก็หย่อนแปรงสีฟันของตัวเองไว้ในแก้วใบเดียวกับของซังอู จากนั้นเขาก็รู้สึกว่าห้องน้ำดูว่างเปล่าน้อยลงกว่าก่อนหน้านี้
ออกจากห้องน้ำมาก็พบว่าซังอูกำลังเก็บกวาดห้อง อีกฝ่ายหยิบซากถุงยางและซองถุงยางที่กระจัดกระจายเกลื่อนห้องไปทิ้ง ก่อนจะหยิบเสื้อยืดที่แจยองใส่มาขึ้นมาพิจารณา เสื้อยืดผ้านีโอพรีน[1]สีแดงพิมพ์ลายรูปทรงเรขาคณิตมีช่วงคอยืดย้วยอย่างสาหัส ยังไม่รวมถึงรอยชื้นเหงื่อและรอยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีขาวขุ่น
“คงจะต้องทิ้งแล้วล่ะ”
“ผมก็มีส่วนต้องรับผิดชอบ ไว้จะซื้อให้ใหม่นะครับ”
“ไม่ต้องหรอก”
“ไม่เป็นไรครับ ผมจะจ่ายค่าเสียหายให้ ประมาณสองหมื่นวอนใช่ไหมครับ”[2]
นั่นเป็นเสื้อสุดรักสุดหวงของแจยองซึ่งมีราคาแพงกว่านั้นสิบเท่า อีกทั้งยังเป็นรุ่นลิมิเต็ดที่หาซื้อไม่ได้อีกแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร เมื่อทำความสะอาดห้องเสร็จ ซังอูก็ดื่มน้ำแก้วหนึ่ง ก่อนจะมองมาที่แจยอง
“ยืมเสื้อผ้าผมก่อนไหมครับ”
ตอนนี้แจยองมีเพียงผ้าเช็ดตัวพันรอบเอว เขาค้นในลิ้นชักแล้วหยิบกางเกงในของซังอูออกมาสวมเงียบๆ แม้จะมีเสียงบ่นให้เอาตัวที่ใส่ไปคราวที่แล้วมาคืนด้วยลอยมา แต่เขาก็ปล่อยให้มันลอยผ่านหูไป
“จะกลับในสภาพนั้นไม่ได้หรือเปล่าครับ”
“จะค้างแล้วค่อยกลับต่างหาก”
“ใครให้ค้าง?”
ซังอูบ่นพึมพำแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง ตอนนี้ใกล้จะตีสามแล้ว คนนอนดึกเป็นประจำอย่างแจยองอาจจะไม่เป็นไร แต่สำหรับซังอูนี่เป็นเวลาที่ควรจะง่วงนอนแล้ว แจยองปิดไฟก่อนจะสอดตัวเข้าไปในผ้าห่ม
“พูดจริงเหรอครับ”
“อือ”
“แต่นี่มันเตียงสำหรับคนเดียว มันรับน้ำหนักได้ไม่เกิน…”
“ถ้ามันจะหักก็คงหักไปตั้งแต่เมื่อกี้แล้วไหม เราเล่นสนุกกันบนนี้ตั้งเท่าไร ชู่ว เงียบแล้วนอนเถอะ”
แจยองรั้งลำคอของซังอูให้ลงมานอนหนุนแขนของตน ซังอูกะพริบตาปริบๆ ราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ แต่สุดท้ายก็พลิกตัวนอนตะแคงราวกับล้มเลิกความคิด อีกฝ่ายนอนตาแป๋วมองใบหน้าของแจยองราวกับจะมองให้ทะลุ พอได้สบตากันตรงๆ เขาก็ใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง ในยามเช้ามืดแบบนี้ไม่รู้ทำไมอีกฝ่ายถึงเอาแต่มองแบบนั้น ไม่ยอมหลับยอมนอน แจยองลูบผมหน้าม้าที่ยังชื้นอยู่เล็กน้อยตามอำเภอใจพลางเอ่ย
“ซังอูยา”
“ครับ”
“คิดอะไรอยู่”
“...”
“ขนาดนี้แล้วยังมีอะไรให้อายอีก พูดมาเถอะ” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ซังอูปิดปากเงียบสนิทอยู่ครู่หนึ่งด้วยสีหน้าละล้าละลัง แจยองรอคอยอย่างใจเย็น จากนั้นอีกฝ่ายก็เข้ามากอดเอวแล้วเบียดตัวเข้ามาในอ้อมกอด การกระทำนั้นทำให้เขาใจเต้นแรง แจยองยกมือขึ้นแล้วโอบหลังศีรษะของซังอูเบาๆ
“ผมไม่ยักรู้ว่าตัวเองมีรสนิยมแบบนี้น่ะครับ”
อีกฝ่ายว่าพลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น
“รสนิยม...แบบนี้?”
“เพราะไม่เคยรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อน ผมก็เลยกลัวน่ะครับ จนบางทีก็คิดว่าไม่ทำความรู้จักกับผู้ชายอาจจะดีกว่า”
สีหน้าของแจยองพลันเปลี่ยนเป็นแสยะยิ้มเย็นชา ไม่ใช่ ‘จางแจยอง’ แต่เป็น ‘ผู้ชาย’ ในเวลาที่กำลังอารมณ์ดีแบบนี้จำเป็นต้องพูดจาทำลายบรรยากาศแบบนั้นด้วยหรือไงกันนะ
แต่เสียใจไปก็เท่านั้น ชูซังอูคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปัญหาคืออะไร และตัวเองทำอะไรผิด
วูบหนึ่งแจยองนึกอยากจะจับซังอูมาอธิบายให้ฟังอย่างละเอียดว่าทำไมตนถึงหงุดหงิด แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกไป เพราะถ้าหวังสิ่งที่มากกว่านี้จากอีกฝ่ายก็มีแต่ต้องทำสัญญาผูกขาดที่เรียกว่าการคบหา แจยองไม่มั่นใจว่าตัวเองจะสามารถโน้มน้าวคนที่เชื่อว่าการคบหาคือขั้นตอนที่นำไปสู่การแต่งงานให้เห็นด้วยว่าการคบหากันของผู้ชายเป็นสิ่งที่ถูกต้องได้ ยิ่งไปกว่านั้น…
‘สุดท้ายแล้วมึงก็ต้องไปไง’
คำพูดของยูนาแวบขึ้นมาในหัว ความเหนื่อยล้าเมื่อต้องมองไปยังอนาคตอันน่าปวดหัวทำให้แจยองไม่สบายใจ ถ้าพวกเขา ‘คบหากันอย่างเป็นทางการ’ ปัญหาทุกอย่างคงจะซับซ้อนยิ่งกว่าตอนนี้จนเทียบไม่ติด
“คิดอะไรอยู่เหรอครับ”
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ซังอูถึงได้ถามแบบนั้น แม้นี่จะเป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายถามอะไรแบบนี้ แต่แจยองในตอนนี้กลับเย็นชาเกินกว่าจะรู้สึกซาบซึ้งจึงยกเรื่องอื่นขึ้นมาพูดแทน
“ฉันกำลังสงสัยว่านายเกิดเดือนไหนน่ะ”
“ตุลาคมครับ”
“วันที่ล่ะ?”
“วันที่ 1”
แจยองหัวเราะน้อยๆ เป็นวันที่ 1001[3] จากบรรดาวันที่ที่มีมากมายอย่างนั้นเหรอ แจยองคิดว่าตนคงไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
“เป็นวันเกิดที่เหมาะกับนายดีนะ”
“ทำไมล่ะครับ”
“รูปร่างก็สมมาตร แถมยังเป็นระบบเลขฐานสองด้วยไง”
จากนั้นเสียงหัวเราะคิกคักก็ดังขึ้นทันที ตั้งแต่เล่นมุกกับอีกฝ่ายมา นี่เป็นปฏิกิริยาตอบรับที่ดีที่สุด
“วิธีคิดของรุ่นพี่นี่แปลกจริงๆ ด้วยครับ”
แจยองไม่สนใจคำพูดที่ทำให้รู้สึกเสียชื่อเมื่อต้องฟังจากซังอู แล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น
“มีอะไรที่อยากได้เป็นของขวัญวันเกิดไหม”
“ไม่มีครับ”
ขณะที่กำลังคิดว่ากะแล้วว่าอีกฝ่ายต้องตอบแบบนั้น ซังอูก็พูดเสริมราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่
“ถามไปทำไมเหรอครับ ถึงยังไงตอนนั้นรุ่นพี่ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วนี่ครับ”
ลูกธนูที่อยากจะหลบหลีกทุกวิถีทางยังคงเล็งมาที่ศีรษะของแจยอง แจยองนิ่วหน้า ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาต้องมาคุยเรื่องพวกนี้หลังจากที่เพิ่งใช้เวลาที่ยอดเยี่ยมร่วมกันด้วย ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่ แน่นอนว่าซังอูคงไม่คิดอะไรเป็นพิเศษอยู่แล้ว ดังนั้นมันจึงน่าอึดอัดสำหรับแจยองเพียงคนเดียว และแจยองก็ตัดสินใจว่าจะฝ่ามันไปตรงๆ
“เสียใจเหรอ”
“ไม่มีเหตุผลให้ต้องเสียใจนี่ครับ ถึงตอนนั้นผมก็น่าจะจัดการกับความต้องการได้แล้วนะ”
คำตอบนั้นทำให้รู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม
“อ้อ คิดว่างั้นเหรอ”
“ก็ต้องแบบนั้นสิครับ ลองคิดถึงเหตุผลในตอนแรกที่ผมกับรุ่นพี่มาทำอะไรแบบนี้กันดูสิครับ นายพลราชวงศ์ชิงไง จำไม่ได้เหรอครับ”
“...”
“แต่ผมก็ไม่แน่ใจหรอกครับว่าตอนนี้มันสำเร็จแล้วหรือยัง กังวลอยู่เหมือนกันเพราะดูไม่มีทีท่าว่าความต้องการจะลดลงเลย”
แจยองไม่รู้เลยว่าควรจะตอบอะไร ไม่ว่าจะได้ยินเรื่องไร้สาระแบบไหน เขาก็รับมือได้ดีประมาณหนึ่งมาตลอด มีเพียงคราวนี้เท่านั้นที่เขาไม่อาจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ เมื่อเห็นแจยองนิ่งเงียบ ซังอูก็พูดต่อ
“มันคงเป็นไปไม่ได้ แต่สมมติว่าถึงตอนนั้นแล้วผมยังจัดการไม่ได้… ก็แค่หาคนอื่นมาแทนนั่นแหละครับ”
‘ชักจะเกินไปแล้วนะ ไอ้เด็กเวรนี่’
แจยองผุดลุกขึ้นและเขม้นมองซังอู แม้จะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายยังอยู่ที่บันไดชั้นล่างนั่น รู้กระทั่งว่าอุณหภูมิของพวกเขาไม่เท่ากัน แต่พอได้ยินกับหู เขาก็รู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ
[1] ผ้านีโอพรีน หรือ นีโอเพรน (nеорrеnе) เป็นผ้าผสมยางสังเคราะห์ที่มีความยืดหยุ่นตัวสูง
[2] 20,000 วอน = ประมาณ 600 บาท
[3] 1001 มาจาก เดือนที่ 10 วันที่ 1 เพราะเกาหลีเรียงวันที่แบบปี-เดือน-วัน