Semantic Error ลอจิกของคุณมีปัญหานะครับ - บทที่ 8 <10> #1
ซังอูไม่สามารถจดจ่อกับการเรียนภาษาจีนได้เลย เพราะตัวก่อกวนที่อยู่ข้างๆ เอาแต่ควงปากกาและสั่นขาไม่หยุด พอเขาทำท่าจะลืมว่ามีอีกฝ่ายอยู่ข้างๆ ทีหนึ่ง ฝ่ายนั้นก็จะเอาศอกมากระทุ้งทีหนึ่ง ด้วยเหตุนั้นคาบเรียน 50 นาทีจึงให้ความรู้สึกยาวนานเหมือน 5 ชั่วโมง
เมื่อคาบเรียนจบลง เขาถึงกับโล่งใจ ซังอูลุกขึ้นโดยไม่หันไปมองแจยองที่กำลังจดจ่อกับการระบายสีมุมโต๊ะ เขารีบมุ่งหน้าไปยังห้องเรียนของวิชาต่อไปก่อนใคร
‘เห็นนายดูไม่ค่อยปกติ ฉันก็เลยว่าจะปล่อยผ่านไป แต่ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ตั้งตารอดูเทอมหน้าได้เลย’
ที่บอกว่าเปลี่ยนใจแล้ว อย่าบอกนะว่าคือการมาเรียนวิชาเดียวกันและคอยขัดขวางระหว่างฟังบรรยาย? แม้ใจจะรู้สึกถึงลางร้ายอยู่เนืองๆ แต่ซังอูก็พยายามปฏิเสธเรื่องนั้น คงไม่ใช่หรอก แค่บังเอิญเรียนตรงกันเท่านั้นแหละ
พอวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงห้องเรียนวิชาถัดไป ที่นั่งประจำของซังอูก็มีกระเป๋าวางอยู่อีกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อ คราวนี้เป็นกระเป๋าเป้สีน้ำเงินเข้ม คาบนี้ก็มีคนรู้ถึงความสมบูรณ์แบบของที่นั่งตำแหน่งนี้ด้วยเหรอเนี่ย โชคไม่ดีเลย
ซังอูสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อทำใจให้สงบ แล้วนั่งลงตรงที่นั่งข้างๆ ก่อนจะเปิดหนังสือ แต่ก็หงุดหงิดเกินกว่าจะมองเห็นตัวหนังสือเหล่านั้น เขากำหมัดวางบนหนังสือจนหน้านั้นชื้นเหงื่อ นี่เขาต้องเจอหน้าไอ้ปีศาจนั่นทุกเช้าวันจันทร์อย่างนั้นเหรอเนี่ย แถมนั่นยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาตั้งใจเรียนไม่ได้อีก!
ขณะที่ซังอูก่นด่าอยู่ในใจซ้ำไปซ้ำมา เจ้าของกระเป๋าเป้ก็มาถึง ซังอูไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่ศีรษะของเขาก็ยังคงหันไปโดยอัตโนมัติอีกครั้ง
เสื้อขนเป็ดสีแดง เสื้อเจอร์ซีย์สีแดง หมวกสีแดง และกระป๋องโค้ก!
ศัตรูตัวฉกาจของเขาแขวนกระเป๋าสะพายข้างและกระเป๋าเป้ไว้ที่พนักเก้าอี้แล้วนั่งลง ซังอูได้แต่เหม่อมองอีกฝ่ายอยู่ 30 วินาที ขณะที่จางแจยองดื่มโคล่าหนึ่งอึกแล้วแสยะยิ้ม นี่มันไม่ใช่แล้ว ซังอูคิดดังนั้นพลางดันเก้าอี้ถอยหลังอย่างแรงแล้วลุกขึ้น แต่เขาจะขาดเรียนไม่ได้ จึงย้ายไปนั่งที่ที่ไกลจากแจยองมากที่สุดแทน
ไม่นานคาบเรียนก็เริ่มต้นขึ้น ขณะเรียกเช็กชื่อ เมื่อถึงลำดับของแจยอง อาจารย์ก็ยกแว่นขึ้นมาสวม
“นักศึกษาจางแจยองอยู่สาขานิเทศศิลป์นี่ มาเรียนวิชานี้จะไม่เป็นไรเหรอ”
“ผมชอบวิชาเลขมากครับ อาจารย์”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ คณิตศาสตร์วิศวกรรมก็ด้วยเหรอ?”
แม้อาจารย์จะรู้สึกว่าน่าสนใจ แต่ซังอูกลับหมั่นไส้ ขณะที่กุมหัวอย่างสิ้นหวังนั้นเขาพลาดบทเรียนไปแล้วถึงสี่นาที หลังจากนั้นก็ยังทำสมาธิได้ยาก ตรงนี้ไม่ใช่ที่นั่งประจำ มุมที่มองเห็นอาจารย์ก็ต่างกัน มิหนำซ้ำยังรู้สึกเหมือนได้ยินไม่ค่อยชัดด้วย บรรยากาศก็คล้ายจะสับสนวุ่นวายกว่าปกติ เรียกได้ว่าเลวร้ายสุดๆ
พอจบคาบเรียน ซังอูก็พุ่งตัวออกจากห้องราวกับกระสุนปืน เขาไม่เคยรู้สึกโกรธสุดๆ ขนาดนี้มาก่อน โดยส่วนใหญ่เขาจะสามารถรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ แต่ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนถูกกำจุดอ่อน
ซังอูแทบจะวิ่งมาต่อแถวหน้าโรงอาหาร เขายืนค้ำเข่าปรับลมหายใจ ในตอนนั้นหางตาก็เหลือบไปเห็นชายเสื้อขนเป็ดสีแดงที่ไม่อยากเห็น จางแจยองพูดคุยกับพวกนักศึกษาที่ต่อแถวอยู่ราวกับไม่ได้สนใจซังอู แต่ซังอูก็นึกกลัวอีกฝ่ายขึ้นมา ที่ไม่มาชวนคุยก็โล่งใจอยู่หรอก แต่แค่มีอีกฝ่ายอยู่ใกล้ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนลมพิษจะขึ้นแล้ว
เขารู้สึกว่าการต่อแถวในวันนี้นานกว่าปกติ หลังจากรับอาหารที่บูธอาหารเกาหลี เขาก็เดินไปนั่งที่เร็วกว่าปกติสองนาที แต่ถึงอย่างนั้นซังอูก็ยังรู้สึกกระสับกระส่าย
“อ้าว ตรงนั้นมีที่นั่งพอดีเลยแฮะ!”
‘พอดีเลย?’
ลางสังหรณ์ร้ายๆ ไม่เคยผิดพลาด แจยองถือถาดหลุมเดินเตร่ผ่านโต๊ะว่างๆ มากมาย จงใจเดินมานั่งข้างซังอูซึ่งนั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะในซอกหลืบ
[1) ย้ายไปนั่งที่อื่น: อีกฝ่ายก็จะตามมา แล้วเหตุการณ์ก็วนลูป เสียเวลา
2) อยู่เฉยๆ: ไม่เกิดอะไรขึ้น]
ซังอูจำลองสถานการณ์คร่าวๆ แล้วกินข้าวต่อโดยไม่สนใจอีกฝ่าย
“พี่ๆๆ! มาโรงอาหารได้ไงครับเนี่ย”
“นั่นสินะ ไม่เจอกันนานเลยนะไอ้นี่”
“ได้ยินว่าพี่ไปด่าอาจารย์เลยเรียนไม่จบ จริงปะครับ”
“ไม่ใช่โว้ยไอ้เหี้ย ใครบอกมึง”
จากนั้นเขาก็ได้เห็นเหตุการณ์อันน่าตกใจ อุตส่าห์จงใจเลือกที่นั่งสงบๆ แต่แค่มีแจยองนั่งอยู่ข้างๆ ก็ทำให้ที่นั่งเต็มได้ ผู้คนมากมายที่รายล้อมรอบข้างและส่งเสียงดังรบกวนทำให้ซังอูกินข้าวโดยไม่รู้ว่าตัวเองตักข้าวเข้าปากหรือเข้าจมูกกันแน่
เมื่อกินข้าวเสร็จแล้วก้มลงดูเวลาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลา 12:22 น. กินเสร็จเร็วกว่าเวลาปกติหกนาที ซังอูถือถาดหลุมเปล่าลุกขึ้นอย่างรีบร้อน นำถาดไปเก็บอย่างรวดเร็วแล้วรองน้ำมาดื่มถึงห้าแก้ว เขารู้สึกท้องไส้ไม่ค่อยดีนัก เหมือนจะรีบกินข้าวมากเกินไปจนทำให้ท้องอืด
ซังอูออกทางประตูหลังแล้วแวะไปที่ร้านขายของชำ เขาดื่มกาแฟกระป๋องยี่ห้อ ‘แบล็กโฮลิก’ ทุกวันหลังมื้ออาหาร เหตุผลที่เลือกยี่ห้อนี้เพราะมีราคาถูกที่สุดและมีปริมาณที่พอเหมาะ
เมื่อเดินผ่านโซนขนม โซนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และโซนไอศกรีมเข้าไปก็จะพบกับตู้แช่เครื่องดื่มสามตู้ ซังอูเดินไปหยุดอยู่หน้าตู้แช่ตู้ที่สาม แล้วมองไปที่แถวที่ห้า
‘อ้าว? ไปไหนอะ’
ไม่ว่าจะกวาดตามองอย่างไรก็พบว่าที่ที่มีกาแฟที่ดื่มเป็นประจำวางเรียงรายอยู่นั้นว่างเปล่า ซังอูเป็นคนประเภทไม่ชินกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยที่เขาต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ จึงยืนมึนงงอยู่หน้าตู้แช่ครู่ใหญ่ก่อนจะเดินเข้าไปหาหญิงวัยกลางคนที่เป็นคนดูแลร้าน
“ตอนนี้ไม่มีแบล็กโฮลิกแล้วเหรอครับ”
“อ้อ พ่อหนุ่ม! คือว่า…”
เธอหลบตาอย่างลำบากใจ
“เมื่อวานตอนบ่ายมีนักศึกษาคนหนึ่งมาเหมาไปหมดแล้วล่ะ”
ซังอูรู้สึกเหมือนท้องฟ้าถล่มลงมา ไม่จำเป็นต้องถามให้มากความว่านักศึกษาคนนั้นเป็นใคร ต้นเหตุก็เห็นๆ กันอยู่ สิ่งที่สำคัญคือการรับมือต่อจากนี้ต่างหาก
“งั้นของจะเข้ามาอีกทีเมื่อไหร่ครับ”
“มันไม่ใช่สินค้าขายดีอะไร น่าจะอีกสักสองอาทิตย์แหละจ้ะ”
ซังอูหยิบกระป๋องที่มีดีไซน์คล้ายกับ ‘แบล็กโฮลิก’ มาจ่ายเงินอย่างช่วยไม่ได้ และเดินโซเซออกจากร้าน
ชีวิตเขาเคยมีวันที่เละเทะแบบนี้ด้วยหรือ? เคยมีวันที่อะไรๆ ไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจแบบนี้ด้วยหรือ? เขาตอบได้อย่างไม่ลังเลเลยว่าไม่เคยมีแม้แต่วันเดียว
ซังอูเดินไปด้วยความรู้สึกมึนงง มีเส้นทางสำหรับเดินเล่นแห่งหนึ่งที่เขามักจะไปดื่มกาแฟหลังกินข้าวเสร็จ การเดินเล่นบนทางเล็กๆ ในภูเขาหลังมหาวิทยาลัยเป็นเวลาสิบเอ็ดนาทีช่วยเติมพลังให้กับชีวิตประจำวันเสมอ
ซังอูก้าวเดินอย่างเนิบช้าพลางนึกถึงเรื่องที่ทำให้อารมณ์ไม่ดีที่เกิดขึ้นในวันนี้ จุดที่แปลกไม่ได้มีแค่เรื่องสองเรื่อง จางแจยองรู้ตารางเวลาของเขาได้อย่างไร และรู้ได้อย่างไรว่าเขานั่งตรงไหน ดื่มกาแฟอะไร อย่างกับพวกสตอล์กเกอร์
“ห้ามผ่านทางนี้ครับ”
“ทำไมเหรอครับ”
“ชมรมการละครกำลังใช้อยู่ครับ”
ทางเข้าทางเดินที่ซังอูมาเดินเล่นเป็นประจำถูกปิด แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่ดูสมเหตุสมผล แต่เขาก็สงสัยว่าทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในวันนี้ เพราะที่ผ่านมามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ในเมื่อไม่มีทางเลือก ซังอูจึงต้องเดินไปทางอื่น เขาเปิดกระป๋องกาแฟในมือแล้วดื่มเข้าไปหนึ่งอึก แต่รสชาติของกาแฟหวานจนใบหน้าของเขาเหยเกโดยอัตโนมัติ เมื่อเดินผ่านสนามฟุตซอล คนงานคนหนึ่งที่กำลังพักผ่อนอยู่หน้าเขตก่อสร้างก็เอ่ยทัก
“พ่อหนุ่ม ทำไมวันนี้ออกมาจากตรงนั้นล่ะ”
เขาไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายพูดเรื่องอะไรกับคนที่เพิ่งเจอหน้ากันเป็นครั้งแรก วันนี้มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นมากเกินไป ซังอูเทกาแฟที่เหลือลงในท่อระบายน้ำแล้วเดินไปที่หน้าคณะวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ
“…”
ดูไม่น่าใช่เรื่องบังเอิญที่ถังขยะใบที่สองที่เขาใช้เป็นประจำมาเต็มในเวลาแบบนี้ ซังอูทิ้งกระป๋องกาแฟที่ถังขยะใบนั้นมาตลอดโดยไม่เคยต้องกังวลว่ามันจะเต็ม เขารู้สึกแย่ที่ต้องโยนกระป๋องลงในถังขยะใบที่สาม เพราะกระป๋องลอยไปกระแทกกับปากถังแล้วตกลงบนพื้นทำให้เขาต้องหยิบขึ้นมาทิ้งอีกครั้ง ซังอูสั่นไปทั้งตัวด้วยความหงุดหงิด ขณะเดียวกันก็มุ่งหน้าไปยังห้องสมุด
‘ที่นี่มันมาก่อกวนเราไม่ได้แน่’