novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1120.2 ชื่อบนกระดานทองคา

  1. Home
  2. กระบี่จงมา! Sword of Coming
  3. บทที่ 1120.2 ชื่อบนกระดานทองคา
Prev
Next

เซี่ยโก่วยิ้มกว้าง “คนมีฝี มือสูงย่อมใจกว้าง แค่ตกใจไปเอง เท่านั้น”

เจ้าอารามผู้เฒ่าเบ้ปาก “หากไม่เป็ นเพราะคนรุ่นก่อนปลูกต้นไม้ คนรุ่นหลังได้อาศัยร่มเงา ด้วยนิสัยของสหายชิงจู่ผู้นั้น ใครที่กล้ามา ขวางทางเขา ฆ่าใครก็คือฆ่าเหมือนกันไม่ใช่หรือ”

ยกตัวอย่างเช่นอวี๋เยว่ผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตหยกดิบที่กล้าสังหารชิ วจื๋อซึ่งถูกสานักกุยหยกฝากความหวังไว้มาก

แต่เสี่ยวโม่ผู้ฝึ กกระบี่ขอบเขตบินทะยานกลับไม่อาจทาเรื่อง ประเภทนี้ได้ ขนาดเสี่ยวโม่ยังเป็ นเช่นนี้ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเฉินผิงอัน แล้ว

ผู้ฝึกบาเพ็ญตนมีสถานะมากมาย เป็ นทั้งยันต์ป้ องกันตัวแล้วก็ เป็ นภาระอย่างหนึ่ง

ก็เหมือนอย่างในตลาด ระดับชั้นของยุทธภพ คนที่ต่อสู้ได้กลัว พวกคนที่อามหิต คนที่อามหิตกลัวเจอกับพวกคนที่งี่เง่าที่สุด

ส่วนใหญ่แล้วคนที่มีสถานะมักจะตายด้วยน้ามือของพวกมุทะลุที่ ไม่มีสถานะ เดินอยู่บนถนน อยู่ดีไม่ว่าดีก็ถูกมีดแทงตายไปแล้ว

 

เซี่ยโก่วกล่าว “เหตุผลจะพูดกันแบบนี้ไม่ได้ หากไม่เป็ นเช่นนี้ ด้วยนิสัยการกระทาที่ระมัดระวังรอบคอบของเจ้าขุนเขาก็ไม่แน่เสมอ ไปว่าจะไปลุยน้าขุ่นส่งเดช”

เจ้าอารามผู้เฒ่ายิ้มบางๆ เอ่ยว่า “นี่คือจะทาให้ข้าสับสนหรือไร?”

ปากเซี่ยโก่วหัวเราะฮ่าๆ แต่ในใจกลับนินทาไม่หยุด

น่าประหลาดนัก เจ้าแห่งถ้าปี้เซียวไปเอาไฟโทสะโหมแรงขุมนี้ มากจากไหน สิ่งที่เจ้าขุนเขาบ้านตนประสบพบเจอในพื้นที่มงคล ดอกบัว หนึ่งคนแก่หนึ่งเด็ก หนึ่งเจ้าบ้านหนึ่งแขก ไหนว่ากันว่าพวก เขาอยู่ร่วมกันได้อย่างดีไม่ใช่หรือ

เห็นแม่นางน้อยชุดดาที่สองขาสับไวเหมือนล้อหมุน แม้ว่าบน ใบหน้าของเจ้าอารามผู้เฒ่าจะไม่มีรอยยิ้ม แต่น้าเสียงกลับอ่อนลง หลายส่วน “หมี่ลี่น้อยมาแล้วหรือ”

ส่วนเด็กชายผมขาวที่ใช ้นามแฝงว่าคงโหวผู้นั้น แน่นอนว่านาง ไม่กล้ามาที่นี่

หมี่ลี่น้อยมาพร ้อมกับภารกิจ นางวิ่งมาที่ข้างโต๊ะ ปลดห่อผ้าฝ้ าย สะพายไหล่ลง หยิบเอาเมล็ดแตงและปลาตากแห้งออกมาหมดทีเดียว “ท่านเซียนผู้เฒ่า ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

เจ้าอารามผู้เฒ่าเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้อย่างมาก ยิ้มถามว่า “นานมากนี่คือกี่วัน?”

 

หมี่ลี่น้อยไม่ต้องคานวณในใจด้วยซ้าก็บอกตัวเลขจานวนวันที่ แม่นย าออกมาได้ เห็นได้ชัดว่านางคิดถึงท่านเซียนผู้เฒ่าที่มีเมตตา น่าใกล้ชิดผู้นี้อยู่เสมอ

บนใบหน้าของเจ้าอารามผู้เฒ่ามีรอยยิ้มผุดขึ้นมา พยักหน้า เบาๆ “มีใจแล้ว”

เซี่ยโก่วต้องหันมามองหมี่ลี่น้อยใหม่อีกครั้ง

ผู้พิทักษ์ขวาของภูเขาลั่วพั่วร ้ายกาจจริงๆ สามารถรับรองแขก แบบนี้ได้ด้วยหรือ?

ต้องรู ้ว่าในยุคบรรพกาล ขอแค่เจ้าแห่งถ้าปี้เซียวออกมาจาก หาดถั่วเป่า เดินอยู่บนพื้นแผ่นดินของโลกมนุษย์เพียงลาพัง นั่นก็ขึ้น ชื่อว่าไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น พูดไม่เข้าหูคาเดียวก็ปล่อยกระบวนท่า สังหารอย่างไม่ไว้ไมตรี อย่างมากสุดก่อนจะลงมือก็แค่ทิ้งประโยคหนึ่ง ไว้ว่า “ให้หน้าเจ้าแล้ว?”

หมี่ลิ่น้อยเกาแก้ม กลอกตาเร็วรี่ ลังเลว่าควรจะเปิ ดปากพูด อย่างไรดี

เจ้าอารามผู้เฒ่าเดาความคิดของนางออก ใช ้เสียงในใจพูดกลั้ว หัวเราะว่า “บอกกับเทียนหรานแห่งต าหนักสู้ยฉูผู้นั้นว่า สวีเจวี่ยนที่ เป็ นหุ่นเชิดของใครบางคนผู้นั้น เขาเลื่อนเป็ นขอบเขตสิบสี่แล้ว แน่ นอนว่าต้องได้รับการประทานพรส่วนหนึ่งจากมหามรรคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเฝ่ ยหรานกับกุ่ยเค่อแห่งเปลี่ยวร ้างเป็ นสองใจที่

 

เชื่อมโยงถึงกัน ผูกสมัครเป็ นคู่บ าเพ็ญเพียรกันอย่างเป็ นทางการแล้ว ทาให้มหามรรคาฟ้ าดินของใต้หล้าแห่งหนึ่งสอดผสานกันได้ถึงเพียง นี้คือเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อนหมื่นปี มีแรงหนุนเยอะมาก ผลประโยชน์ บนมหามรรคาจะอุดมสมบูรณ์มากแค่ไหน แค่คิดก็พอจะรู ้ได้ ถ้า อย่างนั้นการสละร่างของคนบางคนจึงเป็ นความจริง แต่กลับไม่ได้ถึง ขั้นตายจริง”

“สานักการทหารทาอะไรมักจะร ้อยเรียงต่อเนื่องกัน วางแผนไป ทุกก้าวย่าง ล้วนอยู่ในการคาดการณ์ของคนบางคนอยู่แล้ว รอให้ วันที่ห้าเดือนห้าของปี นี้หลิวเสี้ยนหยางกับเซอเยว่แต่งงานกัน หลังจากนั้นเจ้าขุนเขาของพวกเจ้าผูกสมัครเป็ นคู่บาเพ็ญเพียรกับห นิงเหยาบุคคลอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้าห้าสี เรื่องราวมากมายที่เป็ น ทานองเดียวกันนี้ สะสมไว้มากเข้า เชื่อว่าคนบางคนใช ้เวลาไม่นาน เท่าไรก็จะสามารถกลับมานอนอย่างผ่อนคลายบนยอดเขาได้อีกครั้ง อย่างไม่ต้องเปลืองแรงสักกะผีกแล้ว”

หมี่ลี่น้อยน้อยจดจาไว้เงียบๆ ไม่ให้ตกหล่นแม้แต่คาเดียว หลังจากนี้นางจะต้องกลับไปรายงานข่าวให้ขุนนางผู้เรียบเรียงต ารา ทราบแล้ว

เซี่ยโก่วถอนหายใจด้วยความทึ่ง “ที่แท้คนรักของคงโหวก็มี สมองดีขนาดนี้เลยหรือ? มิเน่าเล่าเวลาปกติขุนนางผู้เรียบเรียงต ารา ของพวกเราคนนี้ถึงได้ไม่ค่อยชอบใช ้สมองนัก”

 

เจ้าอารามผู้เฒ่ากล่าว “ยุคสมัยไม่เหมือนกันแล้ว หมื่นปีที่ผ่าน มา ตบะของผู้หลอมลมปราณไม่ได้เพิ่มมากขึ้น แต่พลังใจกลับสูงขึ้น เยอะมาก คนรักของนางคนนี้มีวิธีการลับๆ อยู่ตั้งมากมาย”

เซี่ยโก่วโพล่งถามขึ้นมาว่า “ผู้ไร ้เทียมทานที่แท้จริงคนนั้นคง ไม่ได้ชี้แหงแก้ไปแล้วหรอกนะ?”

อวี๋โต้วเจ้าลัทธิที่บัญชาการณ์ป๋ ายอวี้จิง กับอวี๋โต้วที่ออกจากป๋ า ยอวี้จิงมารับกระบี่จะเหมือนกันได้หรือ?

เซี่ยโก่วร ้องอ้อ ถ้าอย่างนั้นก็คือยังไม่ตาย น่าเสียดายนัก

เจ้าอารามผู้เฒ่าเอ่ย “การบรรยายสุดท้ายในต าหนักหัวหยาง ภูเขาตี้เฟี ย เนื้อหาที่เกากูพูดมองดูคล้ายการถ่ายทอดมรรคกถา ให้กับนักพรตห้าขอบเขตล่าง แต่แท้จริงแล้วกลับมีความหมายลึกซึ้ง ยิ่งคุณสมบัติการฝึกตนดีเท่าไรก็ยิ่งต้องลองฟังดู”

ที่แท้เกากูที่มีฉายาว่า “จวี้เยว่” บุคคลที่ได้รับการยอมรับจากใต้ หล้ามืดสลัวว่าเป็ นอันดับหนึ่งด้านการหลอมโอสถผู้นั้น ในการ บรรยายได้อธิบายสามเรื่อง หนึ่งคือบรรยายเรื่องความเหมือนและ แตกต่างระหว่างจิตวิญญาณของเซียนและมนุษย์ธรรมดา สอง อธิบายว่าร่างกายมนุษย์นั้นล้าค่าแค่ไหน ช่องโพรงลมปราณสาม ร ้อยหกสิบห้าแห่งกลายมาเป็ นสะพานแห่งความเป็ นอมตะได้อย่างไร อธิบายอย่างละเอียดถึงตาแหน่งที่แน่ชัดของภูเขาทายาทในฟ้ าดิน เล็กร่างกายมนุษย์ การบุกเบิกและการจัดวางวัตถุแห่งชะตาชีวิตที่

 

แตกต่างกันอย่างประณีติ ควรจะท าอย่างไรถึงจะแก้ไขปัญหาได้ดี ที่สุด สามอธิบายถึงบทชัวเจี้ยนและบทฉีอู้ของลู่เฉินว่าความสูงส่ง ของมันอยู่ที่ไหน จะนามาปฏิบัติจริงได้อย่างไร

ตอนนั้นคนที่มาฟังการบรรยายในภูเขามีเยอะมาก นักพรตสิบสี่ มณฑลของใต้หล้ามืดสลัวยังสามารถฟังผ่านบุปผาในคันฉ่องจันทรา

ในสายน้าได้ด้วย

เพียงแต่ตอนนั้นพวกเขาต่างก็ไม่รู ้ว่าการปรากฏตัวของเกากูใน ครั้งนี้ เป็ นทั้งการถ่ายทอดมรรคา แล้วก็เป็ นทั้งคาสั่งเสีย วิสัยทัศน์ และขอบเขตของเจ้าอารามผู้เฒ่าล้วนวางอยู่ตรงนั้น แม้จะซ่อนตัวฟัง ค าบรรยาย เขาก็ยังได้รับผลประโยชน์อยู่มาก

เซี่ยโก่วดวงตาเป็ นประกาย สีหน้าสดใสมีชีวิตชีวา อะไรที่ เรียกว่าคุณสมบัติดี พูดให้คลุมเครือเกินไปแล้ว สหายปี้เซียวก็บอก ชื่อของข้าออกไปตรงๆ เลยสิ

อยากนอนก็มีคนส่งหมอนมาให้หนุนจริงๆ เซี่ยโก่วก าลังกลุ้มอยู่ ที่เดียวว่าควรจะสอนไฉอู๋อย่างไร

เจ้าอารามผู้เฒ่าหยิบแผ่นหยกชิ้นหนึ่งออกมาจากชายแขนเสื้อ ยื่นส่งให้กับเด็กสาวสวมหมวกขนเตียวที่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็รู ้สึก ขัดตา เอ่ยเตือนว่า “รับไว้ให้ดี”

“รับคาสั่ง!” เชี่ยโก๋วโน้มตัวมาข้างหน้า ก้มหน้าลง ใช ้สองมือรับ แผ่นหยกแผ่นนั้นมาอย่างนอบน้อม

 

เจ้าอารามผู้เฒ่าหนังตากระตุกน้อยๆ เพิ่งจะมาอยู่ที่ภูเขาลั่วพั่ว แค่กี่วันเองก็มีสภาพเช่นนี้แล้วหรือ?

หลังจากได้มาอยู่ในมือแล้ว เซี่ยโก่วก็โยนแผ่นหยกใส่ไปในชาย แขนเสื้อ

เจ้าอารามผู้เฒ่าใช ้เสียงในใจเอ่ย “บอกเจ้าขุนเขาเฉินของเจ้า ด้วยว่าอย่าเรียนเรื่องการทานายเลย ทั้งสถานะและสภาพการณ์ของ เขาล้วนพิเศษ บวกกับที่คุณสมบัติในด้านนี้ของเขาย่าแย่เกินไป ค านวณได้ไม่แม่นย า ไม่มีความหมายใดๆ”

เซี่ยโก่วพูดจามักไม่ผ่านสมองเสมอ “ค านวณได้ไม่แม่นย า? ค านวณออกมาได้ว่าดีหรือร ้าย แล้วค่อยสลับสับเปลี่ยนดูผลลัพธ ์ ก็ ไม่ใช่ความแม่นยาอีกอย่างหนึ่งหรอกหรือ? ถอยไปพูดหมื่นก้าว ต่อ ให้แย่แค่ไหนก็ยังมีให้อ้างอิง วิธีไล่ตรวจสอบทุกความเป็ นไปได้แบบ แปรผันนี่นะ พิสูจน์ความจริงโดยไล่ไปทีละ “หนึ่ง” ตัดอันนี้ออกไป ก่อน ก็ไม่ถือว่าเปลืองแรงเปล่า จะไม่มีความหมายเลยได้อย่างไร ประโยคนี้ของสหายปี้เซียวพูดโดยไม่…”

นางอยากจะเอ่ยว่าพูดโดยไม่ผ่านสมอง เพียงแต่เห็นแก่ที่ นักพรตเฒ่าเป็ นสหายรักกับเสี่ยวโม่ ช่างเถิด หลีกเลี่ยงไม่ให้สหายปี้ เชียวอาฆาตแค้น กลับไปพูดจาถึงตนไม่ดีให้เสี่ยวโม่ฟัง

เจ้าอารามผู้เฒ่าเงียบไม่เอ่ยอะไร สมองของป๋ ายจิ่งดีจริงๆ ผูก สมัครเป็ นคู่บ าเพ็ญเพียรกับเสี่ยวโม่ก็ไม่มีใครที่ผิดต่อใครจริงๆ ไม่มี

 

การอาจเอื้อมและการแต่งให้คนที่ต่ากว่า คือคู่สร ้างคู่สมที่หาได้ยาก

ยิ่งบนโลกใบนี้ เพียงแต่ว่าสารรูปของนางในตอนนี้กับร่างจริงของป๋ ายจิ่งก็ช่าง

แตกต่างกันราวฟ้ ากับเหวเกินไป เซี่ยโก่วขุ่นเคือง เอาแต่สนใจจะพูดทวงความเป็ นธรรมแทนเจ้า

ขุนเขาบ้านตนเท่านั้น

เจ้าอารามผู้เฒ่าเหลือบมองไปยังมุมหนึ่ง “สหายใหญ่เฉิน นี่ก็คือ ใส่ใจไม่วอกแวกของเจ้าหรือ? เจ้าปิดด่านแบบนี้หรือไร?”

ทางฝั่งของเนินฝูเหยา ในพื้นที่ประกอบพิธีกรรมเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมีประโยคที่ทั้งหนักแน่นมั่นคงทั้งจริงใจดังออกมาได้ไม่ใช่เรื่อง ง่าย “ผู้อาวุโส นี่เรียกว่าปิดประตูแล้วปล่อยใจให้ว่างได้ก็สามารถ รักษาและปลดปล่อยพลังจิตได้ตามใจต้องการ”

เจ้าอารามผู้เฒ่าหลุดหัวเราะพรืด ลุกขึ้นยืน หมี่ลี่น้อยก็ลุกตาม

เซี่ยโก่วส่งเสียงเรอเพราะฤทธิ์สุรา ยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนม้านั่ง ยาว สองมือของนางกุมเป็ นหมัดเขย่า ถือเป็ นการอาลาสหายปี้เซียว แล้ว

เจ้าอารามผู้เฒ่าหยิบแกนม้วนภาพชิ้นหนึ่งออกมา โยนให้เชี่ย โก๋ว “มีโอกาสก็เอาไปมอบต่อให้หลวงจีนน้าแกงไก่ ถือว่าเป็ นการ อวยพรล่วงหน้าที่ลูกศิษย์ของเขาจะผสานมรรคาได้ส าเร็จ”

 

เซี่ยโก่วไม่เสียแรงที่เป็ นเซี่ยโกว ไม่ทาตัวห่างเหินกับสหายปี้ เซียวเลยสักนิด นางคลี่กางม้วนภาพออกตรงๆ บนม้วนภาพนั้นวาด ต้นไม้ที่มีลาสีหมึกไว้แค่หกตัน เหลือพื้นที่ว่างอีกเยอะมาก

ด้านบนมีประทับตราประทับสองชิ้น ตัวอักษรที่ไม่ได้ลงสีคือคาว่า “หกประสาทสัมผัสบริสุทธิ์” ตราประทับสีแดงตัวอักษรเล็กบางเป็ นคา

ว่า “พิจารณาเช่นนี้

เซี่ยโก่วม้วนแกนภาพอีกครั้ง ยกแขนขึ้นโยนใส่ไว้ในชายแขน เสื้อ เงยหน้าถาม “สหายสามารถเปลี่ยนของขวัญได้หรือไม่?”

เจ้าอารามผู้เฒ่าถาม “ไม่ได้นอนกับเสี่ยวโม่ เจ้าก็เลยจะบวชเป็ น ชีหรือ?”

เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวรีบหันหน้าไปอีกทางแล้วร้องเพ้ยๆๆ ถลึงตาดุดันใส่เจ้าอารามผู้เฒ่าจมูกโคหน้าเหม็น “พูดอะไรน่ะ สาปแช่งข้าหรือ เชื่อหรือไม่ว่าวันหน้าข้าจะไม่อนุญาตให้เสี่ยวไม่ไป ดื่มเหล้ากับเจ้าอีกแล้ว!?”

เจ้าอารามผู้เฒ่าหัวเราะร่วน

เรือนกายสูงใหญ่เปล่งวาบหายไป

ในพื้นที่ประกอบพิธีกรรม เฉินผิงอันผู้สวมกวานเต๋านั่งอยู่บน กระบี่เย่โหยว สองนิ้วของมือหนึ่งคีบจับไปที่ชุดคลุมอาคมสีแดงสด อีกมือหนึ่งกุมท้องหัวเราะก๊าก “ฮ่าๆ สหายใหญ่เฉิน”

 

เฉินผิงอันยังคงหลับตาท าสมาธิ แสร ้งท าเป็ นไม่ได้ยิน

ผู้สวมกวานเต๋ายื่นมือมาเช็ดมุมตา กลั้นเสียงหัวเราะ ถามว่า “วันหน้าหากขอบเขตสูงขึ้นสองขั้นแล้วก็จะยังให้ความเคารพผู้ อาวุโสอยู่แบบนี้หรือ?”

เฉินผิงอันกล่าวอย่างเฉยเมย “ต่อให้เป็ นขอบเขตสิบสี่ก็ยิ่งต้อง

เคารพผู้อาวุโส”

ผู้สวมกวานเต๋ากลับไปท าธุระส าคัญแล้ว ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม จริงดังคาด มาแล้ว

นักพรตเฒ่าที่เรือนกายใหญ่โตโอฬารมาปรากฏตัวอยู่ใน

ดินแดนไท่ซวีอย่างเงียบเชียบ เฉินผิงอันลุกขึ้นยืน คารวะตามขนบลัทธิเต๋า รอกระทั่งเฉินผิงอันยืดเอวขึ้นตรง เจ้าอารามผู้เฒ่าก็โบกมือ “ไม่

ต้อง ผินเต้ามาที่ภูเขาลั่วพั่วไม่ได้มาเพื่อรับการคารวะ” เฉินผิงอันสะอึกอึ้ง

เจ้าอารามผู้เฒ่าเองก็ไม่เสียเวลาพูดจาไร้สาระกับสหายใหญ่เฉิน แม้แต่ครึ่งคา พูดเข้าประเด็นทันทีว่า “ผินเต้าลองสารวจดูที่แห่งนี้อยู่ พักหนึ่ง ปัญหาไม่ใหญ่ แค่ใส่ใจให้มากหน่อย ตรวจตราหาช่องโหว่ แล้วชดเชยช่องโหว่ด้วยตัวเองก็ได้แล้ว”

 

ระหว่างที่พูดเจ้าอารามผู้เฒ่าก็โยนตราประทับสุยสิงขนาดเท่า กาปั้นของชายฉกรรจ์ชิ้นหนึ่งให้กับเฉินผิงอัน “ของสิ่งนี้หาได้ยาก บนโลกแทบไม่เหลืออยู่แล้ว เจ้าแกะสลักเป็ นตราประทับเปล่าคู่หนึ่ง ก่อน เศษวัสดุริมขอบที่เหลือก็ถือว่าเป็ นเงินค่าจ้างให้เจ้าก็แล้วกัน”

“ปิงโจวที่อยู่ในอาณาเขตการปกครองของนครชิงชุ่ยป๋ ายอวี้จิง ทางฝั่งของราชวงศ์ชิงเสินมีผู้ฝึกกระบี่คนหนึ่งชื่อว่าฟูเสวียนเจี้ย อายุ ไม่มาก คุณสมบัติดีมาก เป็ นผู้ที่เลื่อมใสเจ้ามานานมากแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้เห็นมาดยามถ่ายทอดมรรคาของเจ้าตอนอยู่ที่ อารามต้ามู่ก็ยิ่งเคารพเลื่อมใสอย่างสุดซึ้ง หลังจากแกะสลักตรา ประทับเปล่าคู่นี้แล้ว ตราประทับชิ้นหนึ่งให้แกะสลักสามพันอักษรของ มรรคาจารย์เต๋าลงไป ตัวอักษรด้านล่างแกะสลักเป็ นคาว่า “เมื่อพลัง ใจมาถึงจะมีเรื่องใดที่ทาไม่สาเร็จ”

“อีกชิ้นหนึ่ง เนื้อหาแกะสลักได้ตามใจชอบ จะแต่งเป็ นกลอนต่า โหยวที่เจ้าถนัดที่สุดอย่างส่งเดชก็ยังได้”

เฉินผิงอันกวักมือเอากระบี่ที่หักท่อนหนึ่งมาแล้ว สองนิ้วคีบ ปลายกระบี่ ใช ้สิ่งนี้ต่างมีดแกะสลัก

นั่งอยู่บนเบาะรองนั่ง เบื้องหน้าวางโต๊ะตัวเล็กไว้ตัวหนึ่ง กระถาง ธูปหนึ่งใบ ควันธูปลอยกรุ่น

บนโต๊ะวางวัตถุจื่อชื่อและวัตถุฟางชุ่นเอาไว้ส่วนหนึ่ง และยังมี ตาราเต๋หนึ่งกองและกระดาษยันต์อีกสิบกว่าแผ่น

 

การเคลื่อนไหวยาม “ลงมีด” ของเฉินผิงอันติดขัดอย่างมาก นี่ แสดงให้เห็นถึงระดับความแข็งทนทานของวัสดุของตราประทับ เหนือกว่ามีดลับกระบี่เสียอีก

เฉินผิงอันเงยหน้าขึ้นถาม “ต้องใช ้เวลาไม่น้อย ผู้อาวุโสรอได้ หรือ? หรือว่าจะให้เซี่ยโก่วเอาไปให้ที่ใต้หล้ามืดสลัว?”

เจ้าอารามผู้เฒ่าเอ่ยอย่างเฉยเมย “ศาลบุ๋นและป๋ ายอวี้จิงเร่งรัด ผินเต้าไม่ได้ ฝ่ ายแรกต้องจับตามองวิถีโคจรของเรือข้ามฟากสองล า ฝ่ายหลังตอนนี้ยังไม่มีเวลามาสนใจว่าผินเต้าจะอยู่หรือไป”

เฉินผิงอันเงียบไม่ตอบ สีหน้ายังคงเป็ นปกติ เขาก้มหน้าลง ‘แกะสลักก้อนหิน อย่างระมัดระวังต่ออีกครั้ง

นี่แสดงให้เห็นว่าในสายตาของเจ้าอารามผู้เฒ่า ศาลบุ๋นก็มีแค่ห ลี่เซิ่ง ป๋ ายอวี้จิงมีแค่อวี๋โต้วเท่านั้น

เฉินผิงอันจดจ่อ ทุกมีดที่ลงไปล้วนต้องทาการประเมินซ้าไปซ้า มาหลายครั้ง ขยับเคลื่อนไหวไปตามรูปร่างของวัสดุ ตัดแยกหินหยก ออกมาก่อน อยู่ใต้เปลือกตาของเจ้าอารามผู้เฒ่าเช่นนี้ มีแต่คนที่ โดนน้ามันหมูบดบังใจเท่านั้นที่ถึงจะทางานลวกๆ ลดขั้นตอนและวัสดุ

อยู่ว่างไม่มีอะไรทา เจ้าอารามผู้เฒ่าจึงยื่นมือออกไปคว้า “มหัศจรรย์ที่แท้จริงตาราสีชาด’ มาเปิดอ่าน เขาเปิดไปที่สองหน้า สุดท้ายโดยตรง คิดไม่ถึงว่าจะมีแต่ความว่างเปล่า

 

เจ้าอารามผู้เฒ่าเป่ าลมลงบนหน้าหนังสือเบาๆ หนึ่งที จากนั้น ค่อยประกบสองนิ้วสลายตราผนึกทั้งหมดทิ้งไป ก็มียันต์สองแผ่นและ ค าอธิบายเป็ นตัวอักษรหลายร ้อยตัวลอยขึ้นมา

บังเอิญยิ่งนัก ยันต์แผ่นหนึ่งในนั้นมีชื่อว่า “สะพานอมตะ” ก็คือ หนึ่งในสามหัวข้อที่เกากูบรรยาย

สะพานอมตะของผู้ฝึ กบาเพ็ญตน อันที่จริงก็คือสิ่งที่เชื่อมโยง ช่องโพรงลมปราณห้าร ้อยหกสิบห้าแห่งในร่างกายมนุษย์เข้าด้วยกัน

ร่างกายมนุษย์ได้มายามที่ถือกาเนิด นี่ก็คือรากฐานมหามรรคา ของผู้หลอมลมปราณ

การวาดยันต์ใหญ่ทุกแผ่นบนโลก ยากลาบากอย่างสุดแสน ยิ่ง ประสิทธิภาพของยันต์ใหญ่มหาศาลมากเท่าไรก็ยิ่งต้องการผลลัพธ ์ที่ ต้องทุ่มเทใน ‘ราคาที่เท่ากัน” มากเท่านั้น

ไม่เพียงแต่ต้องเผาผลาญปราณวิญญาณฟ้ าดินจ านวน มหาศาล ยังต้องเสียตบะของตัวเองไปอีกหลายปี และที่ร ้ายแรง ยิ่งกว่านั้นคือยังต้องเผาผลาญคุณูปการและโชควาสนาของคนวาด ยันต์ด้วย