กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1101.1 หากไม่มีธุระอื่น
ฟ้ าดินสะอาดทั้งยังสว่างไสว ชาระล้างฝุ่นเก่าให้หมดสิ้นไป
เฉินผิงอันเหน็บร่มกระดาษน้ามันไว้ใต้รักแร ้ เดินเนิบช ้าไปยัง เรือนหลังเล็กที่เช่าไว้ แม้จะบาดเจ็บไม่เบา ทว่าเจ็บหนักที่ร่างกาย แต่ กลับเบาใจ
เดินอ้อมผ่านศาลหยาเสินที่คุ้นเคยแห่งนั้น เมื่อก่อนตอนที่เป็ น นักพรตมาตั้งแผงดูดวง เฉินผิงอันก็มักจะปืนก าแพงไปดูการปัดแข้ง ปัดขากลั่นแกล้งกันของเสมียนในที่ว่าการทั้งหลาย ศึกษากลยุทธ ์ใน การพูดของพวกเขา
ร่ายวิชามองลมปราณพบร่องรอยของกู้ซ่าน เฉินผิงอันจึงใช ้ เสียงในใจพูดคุยไปหนึ่งประโยค บอกที่อยู่ให้กู้ช่านรู ้นัดหมายไปพบ กันที่นั่น
แน่นอนว่าเซียนดินกับผู้ฝึ กตนห้าขอบเขตบนมักจะวิธีการใน การอ าพรางร่องรอย กู้ช่านจงใจทาเช่นนี้เพราะกังวลว่าเฉินผิงอันจะ หาเขาไม่พบ
เฉินผิงอันเดินเข้าไปในตรอกเถียนสุ่ยอย่างชินทาง ห่างออกไป ไกลมีคนเรียนวิชาการต่อสู้สามคนเดินมา คนหนึ่งในนั้นคือชาย ฉกรรจ์ร่างแข็งแกร่งกายาที่สองแขนยาวถึงหัวเข่าสะพายห่อผ้า สัมภาระเอียงๆ กาลังพูดคุยเสียงเบา ปลอบใจคนหนุ่มข้างกายที่รูป
่
โฉมงดงามดั่งหยก แต่สีหน้ากลับห่อเหี่ยวว่า “หงถู เจ้าไม่มีร่าง พรหมจรรย์แล้วอย่างไร แม้ว่าจะไม่อาจหลุดพ้นจากความสามัญ บรรลุสู่วิถีอันสูงส่งได้เฉกเช่นเซียนกระบี่ยุคโบราณ ใช ้กระบี่บินตัด หัวคนเอาอย่างบรรพบุรุษบุกเบิกขุนเขา ก็ต้องทาให้ได้ถึงขั้นที่ว่า เหนือโลกีย์ไร ้ศัตรูเทียมทาน สร ้างชื่อเสียงไว้ในยุทธภพจึงจะดี ไม่ ควรดูถูกตัวเอง เอาแต่หมดอาลัยตายอยาก สิ้นเปลืองเวลาและ พละก าลังไปเสียเปล่า”
คนหนุ่มพยักหน้าด้วยสีหน้าที่มชื่อ ไม่รู ้ว่าฟังเข้าหูหรือว่าเข้าหู ซ ้ายทะลุออกหูขวาไปแล้ว
เห็นว่าตรงหัวเลี้ยวของตรอกมีเงาร่างของคนชุดเขียว ชาย ฉกรรจ์ก็กวาดตามองผ่านเร็วๆ แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพียงแค่กด เสียงให้เบาลงกว่าเดิม กาชับเด็กหนุ่มที่ชื่อว่าหงถูนั่นก่อน จากนั้น ค่อยหันไปมองหญิงสาวที่ประกบสองขากระโดดข้ามช่อง โครง กระดูกบริสุทธิ์จิตวิญญาณแจ่มใส รูปโฉมน่าหลงใหล เห็นสายตา มองประเมินของอาจารย์อาก็รีบท าตัวอยู่ในกฏในระเบียบทันที ชาย ฉกรรจ์ถึงได้หันมาพูดกับพวกเขาต่อว่า “ครั้งนี้เจ้าประมุขสั่งให้พวก เจ้าติดตามข้าลงจากภูเขา ออกไปหาประสบการณ์ในรัศมีล้านลี้ของ เจ็ดแคว้น ถึงจะกลับสานักได้ นั่นก็เพราะหวังว่าพวกเจ้าจะเข้าใจ หลักการเหตุผลที่ว่าเหนือภูเขายังมีภูเขา เหนือคนยังมีคน พึงรู ้ไว้ เถิดว่าคนมหัศจรรย์ภายใต้ฝุ่ นธุลีมีมากมายจนนับไม่ถ้วน ส่วนใหญ่ แล้วล้วนเป็ นเพราะวาสนายังไม่มาถึง เจินเหรินจึงยังไม่เผยกาย
่
หรือไม่ก็เดินสวนไหล่คลาดกันไปในตลาดจอแจ บ้างก็อยู่ตรงข้ามกัน แต่ไม่รู ้จักกัน”
บังเอิญยิ่งนัก สตรีผู้นั้นกลับเลิกคิ้วขึ้น หลุดขาอย่างอดไม่ไหว “อาจารย์อา ตรงหน้าก็มีคนสะพายกระบี่เดินผ่านมาพอดี เขาใช่ยอด ฝีมืออย่างที่อาจารย์อาพูดถึงหรือไม่?”
ค าพูดบางอย่างชายฉกรรจ์ไม่สะดวกจะเอ่ยออกมา ออกจาก สานักมาครั้งนี้เพื่อมาฝึกประสบการณ์ในโลกโลกีย์ หนึ่งก็เพื่อให้หง ถูออกมาผ่อนคลายอารมณ์ อย่าได้ห่อเหี่ยวทอดอาลัยเกินไป เอาแต่ รู ้สึกว่าไม่อาจฝึกวิชาคาถาเซียนได้แล้วก็เกิดสิ้นหวัง ต้องกระตุ้นให้ เขาทาเรื่องผดุงคุณธรรมในยุทธภพหลายๆ เรื่อง ช่วยให้เขากลับมา มีกาลังใจใหม่อีกครั้ง อีกอย่างก็คือให้ลูกศิษย์ผู้สืบทอดที่เจ้าประมุข เลือกตัวให้มาเป็ นผู้สืบทอดอย่างลับๆ ด้านหลังเขาคนนี้ได้เปิดหูเปิด ตาในยุทธภพให้มากหน่อย หลักๆ แล้วก็คือให้ช่วยหาโชควาสนา ตระกูลเซียนให้นางในอารามเต๋าบางแห่งของเมืองหลวงแคว้นอวี้เซ วียนแห่งนี้ ที่แท้ตรงหว่างคิ้วบริเวณหน้าผากของนางก็มีเส้นสีแดง สามเส้นติดตัวมาตั้งแต่เกิด ก็คือร่องรอยที่บอกว่าจะมีหายนะสังหาร รุนแรง เป็ นเหตุให้จ าต้องพานางมาขัดเกลาในโลกโลกีย์หลายปี ลบ เลือนกลิ่นอายดุร ้ายที่มีทั่วร่างทิ้งไป ต้องให้นางรู ้จักเก็บงาประกาย เฉียบคมจึงจะศึกษาวิชาตระกูลเซียนได้ สรุปก็คือต้องให้นางรู ้ว่าเมื่อ เทียบกับคนที่สูงกว่าแล้ว นางอยู่ไกลเกินกว่าจะเทียบได้ติด แล้วก็ ต้องให้หงถูรู ้สึกว่าเมื่อเทียบกับคนที่ต่ากว่าแล้ว เขามีฝีมือมากพอ
่
เหลือแหล่ เรียกได้ว่าเจ้าประมุขวางแผนคิดอ่านอย่างรอบคอบเพื่อ พวกเขาจริงๆ
ยังเหลือระยะห่างจากคนชุดเขียวอีกค่อนข้างไกล ชายฉกรรจ์ ยังคงใช ้วิธีรวมเสียงให้กลายเป็ นเส้นที่สืบทอดมาอย่างลับๆ จากทาง สานักชี้แนะผู้เยาว์ทั้งสองว่า “เป่ าซู หงถู พวกเราท่องอยู่ในยุทธภพ พบเจอกับคนแปลกหน้าเป็ นครั้งแรก ต้องดูว่าตบะของอีกฝ่ ายสูงหรือ ต่า ฝีมือด้านวรยุทธตื้นหรือลึก คนที่เป็ นไม่ยาก คนที่ยากไม่เป็ น จา ไว้ว่าต้องคอยสังเกตลมหายใจและฝีเท้าของพวกเขามากเป็ นพิเศษ ยกตัวอย่างเช่นคนตรงหน้าผู้นี้ที่พอจะมีพื้นฐานวรยุทธอยู่หลายส่วน ก็จริง เพียงแต่ว่าหน้าค่อนข้างซีดขาว ลมหายใจติดขัด ลมปราณใส ขุ่นปะปนกัน ทุกเท้าที่เหยียบลงบนพื้นน้าหนักไม่สม่าเสมอ มองออ กว่าเดิมที่ปรากฐานมาได้ไม่เลว แต่เพียงแค่เพราะดื่มเหล้าเคล้านารี มากเกินไปถึงได้ดูอ่อนแอเช่นนี้”
เฉินผิงอันได้แต่แสร ้งทาเป็ นไม่ได้ยินคาวิจารณ์นี้
หญิงสาวที่ชื่อว่าเป่ าซูในกลุ่มของพวกเขาเหมาะสาหรับฝึกตน อย่างแท้จริง คือหยกดิบก้อนหนึ่งที่มีคุณสมบัติของเซียนดินจริงๆ
นี่ก็น่าจะถือเป็ นการถือกาเนิดขึ้นตามโชคชะตาอย่างหนึ่งกระมัง บุคคลประเภทนี้ ทุกวันนี้มีอยู่ทั่วทุกใต้หล้า สานักใหญ่ทั้งหลายมี เรื่องให้ต้องทากันง่วนแล้ว
่
จานกานหลางของกรมอาญาได้ส่งคนไปเพิ่มอย่างลับๆ นานแล้ว เพื่อไปตามหาตัวอ่อนในการฝึกตนด้านต่างๆ ที่แจกันสมบัติทวีปหรือ แม้กระทั่งใบถงทวีป
ราชสานักต้าหลีส่งผู้มีพรสวรรค์สิบหกคนไปที่ภูเขาลั่วพั่ว พวก เขาได้นั่งเรือของกองทัพออกเดินทางกันไปแล้ว อีกไม่นานก็จะไปถึง
ท่าเรือหนิวเจี่ยว
สตรีถาม “อาจารย์อาเกา ฟังอาจารย์ลุงเฮ้อบอกว่าบนโลกนี้มี ท่าเรือตระกูลเซียน โรงเตี้ยมและเรือข้ามฟากที่ขอแค่มีคนหาที่ตั้งที่ ถูกต้องได้เจอก็จะได้เห็นผู้ฝึ กบ าเพ็ญตนเห็นเทพเซียนที่หลอม ลมปราณละลานตาเต็มไปหมดอย่างนั้นหรือ?”
ชายฉกรรจ์ยิ้มเอ่ย “พูดน่ะง่าย ไหนเลยจะได้เจอกันง่ายขนาด นั้น อาจารย์ลุงเฮ้อของเจ้า ปีนั้นก็แค่จับผลัดจับผลถึงได้บังเอิญเจอ กับผู้หลอมลมปราณกลุ่มหนึ่งในอารามที่ถูกทิ้งร้างบนภูเขา”
“ฟังเจ้าประมุขเล่าว่านับแต่อดีตมา พวกเทพเซียนพสุธาที่เป็ น มังกรเทพเห็นหัวไม่เห็นหาง ช่วงเริ่มต้นที่พวกเขาฝึ กบาเพ็ญตน จะต้องทาตามคาสั่งและกฎระเบียบมากมายของทางส านัก จะต้องให้ พวกเขาเอ่ยคาสาบานว่าจะไม่สาแดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ออกมาต่อ หน้ามนุษย์ธรรมดาง่ายๆ ไม่อาจร่ายวิชาเซียนอยู่นอกภูเขาตามแต่ใจ ไม่ควรสร ้างชื่อเสียงจอมปลอมอยู่ในโลกโลกีย์นอกภูเขา ละโมบใน ชื่อเสียงและความร่ารวยทางโลก หลีกเลี่ยงไม่ให้ท าผิดต่อลูกหลาน
่
ของคนอื่น ทาให้พวกเขาเข้าใจผิดคิดว่าการหลอมลมปราณฝึ ก บาเพ็ญตนคือเส้นทางที่กว้างขวาง คือเส้นทางลัด”
“พูดถึงแค่บรรพจารย์เปิดขุนเขาของพรรคพวกเรา แม้ว่าจะมี พรสวรรค์เลิศล้าก็ยังต้องผ่านการฝึกประสบการณ์ที่ยากลาบากนับ พันนับหมื่น ช่วงเวลาที่กาลังจะสร ้างคุณูปการบุญกุศลสมบูรณ์พร้อม ในที่สุดก็หลอมกระบี่บินเล่มหนึ่งได้สาเร็จ ในระยะร ้อยจั้งมีแสงสีเขียว สว่างจ้าพร่างตา ตัดหัวของโจรขโมยได้ตามแต่ใจ ประหนึ่งยื่นมือไป หยิบของในถุง ง่ายดั่งพลิกฝ่ ามือ นี่ก็คือขอบเขตของเซียนกระบี่ยุค โบราณแล้ว”
เป็ นปฏิทินเหลืองเก่าแก่ที่เกิดขึ้นเมื่อสองร ้อยกว่าปี ก่อนแล้ว จวนเซียนบนภูเขาดีๆ แห่งหนึ่งที่ทิ้งเรื่องราวมากมายไว้ใน อักขรานุกรมท้องถิ่นกลับค่อยๆ กลายมาเป็ นพรรคในยุทธภพที่สืบ ทอดแค่วิชาหมัดเท้าอย่างเดียวเท่านั้น
คัมภีร ์เต๋าทั้งหลายที่บรรพจารย์ทิ้งไว้ให้ นอกจากเจ้าประมุขคน ปัจจุบันแล้วก็ไม่มีใครสามารถศึกษาได้อีก
ชนชั้นสูงที่ร่ารวยก็ดี การสืบทอดในภูเขาก็ช่าง กลัวก็แต่ว่าจะ กลายเป็ นเพียงขนบธรรมเนียมเก่าแก่อย่างหนึ่ง
สตรีพูดด้วยสีหน้าเพ้อฝัน “อาจารย์อาเกา ได้ยินมาว่าในเมือง หลวงมีนักพรตแซ่อู๋คนหนึ่งที่เชี่ยวชาญการดูดวง ทานายชะตาได้
่
แม่นยามาก มีชื่อเสียงที่ดีงามว่าปากเหล็กแม่นย าราวเทพพยากรณ์ แผงดูดวงก็อยู่ใกล้ๆ นี่แหละ พวกเราแวะไปดูกันหน่อยดีไหม?”
ชายฉกรรจ์ยิ้มเอ่ย “คนที่เปิดเผยตัวตนในหมู่ชาวบ้านไม่ใช่เจิน เหรินที่แท้จริง คนประเภทนี้กลับกลายเป็ นว่าไม่น่าจะเป็ นเทพเขียน รอให้พวกเราไปถึงที่อารามฉงหยาง หากพวกเจ้ายังรู ้สึกสนใจก็ สามารถไปเสี่ยงดวงที่แผงด้วยตัวเองดูได้ สมมติว่านักพรตผู้นั้นคือ คนมหัศจรรย์ที่ออกมาเที่ยวเล่นในโลกมนุษย์จริงๆ ก็คือโชควาสนาที่ พวกเจ้าควรจะได้รับ”
ในตรอกเส้นหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายเดินขยับเข้าใกล้กันแล้ว
อย่าว่าแต่คนที่ฝึกบาเพ็ญตนกลายเป็ นเซียนได้สาเร็จในตานาน เลย พลังจิตสมบูรณ์ย่อมไม่คิดหลับใหล ต่อให้เป็ นคนที่พอจะฝึกวร ยุทธได้ส าเร็จบ้างเล็กน้อยก็จะเก็บพลังจิตไว้ภายในได้อย่างสงบนิ่ง ไม่ควรจะมีท่าทีง่วงงุนจะหลับมิหลับแหล่ยามกลางวันแสกๆ เช่นนี้
ชายฉกรรจ์มองอีกฝ่ ายแล้วก็ให้รู ้สึกเสียดายนัก แต่กระนั้นก็ยัง ไม่ลืมฉวยจังหวะนี้กาชับผู้เยาว์ทั้งสองในสานักด้วยการรวมเสียงให้ เป็ นเส้นเอ่ยว่า “บรรพจารย์ในพรรคมีค ากล่าวว่า สุรานารีและ ทรัพย์สินเงินทองพันธนาการคนเป็ น บั่นทอนให้คนโรยราทั้งเช ้าค่า ตระกูลเซียนมุ่งสู่ความสงบ นี่คือวิถีอันสูงส่ง กลิ่นคาวกิเลสระหว่าง ชายหญิงเป็ นภัยใหญ่หลวงต่อความเป็ นอมตะ ฝีเท้าของคนผู้นี้เบา และลอย มีความง่วงงุนมากผิดปกติ หากศิษย์พี่เจ้าประมุขอยู่ที่นี่ แค่ ต้องท่องคาถา พ่นน้าละลายยันต์ลงไปบนหน้าของเขาก็จะสามารถ
่
ขจัดฝันร ้ายมารแห่งความง่วงที่ตามพัวพันเขาไปได้ ทาให้พลังจิต ของเขากลับมาเต็มเปี่ยมมีชีวิตชีวาอีกครั้ง หากหลังจากนี้รู ้จักยับยั้ง ชั่งใจตัวเอง คิดดูแล้วเส้นทางการไต่ขึ้นสู่ที่สูงในการเรียนวรยุทธของ คนผู้นี้ก็คงไม่มีทางหยุดอยู่แค่ตรงนี้”
สองฝ่ายเดินสวนไหล่ผ่านกันไป
เดินออกห่างไปได้สิบกว่าก้าว เป่าซูก็พูดกลั้วหัวเราะเสียงเบาว่า “อาจารย์ขึ้นชื่อว่าเป็ นคนใจดีมีเมตตา หากดูตามนิสัยของเขาแล้ว ต้องหยุดเดินแล้วพูดคุยกับคนผู้นี้ดีๆ สองสามประโยคแน่นอน”
คนที่เป็ นคนรุ่นเดียวกับเจ้าประมุข นอกจากอาจารย์อาเกาจู้แล้ว ในทางส่วนตัวต่างก็พูดกันว่าอาจารย์ของนางก็คืออาจารย์ที่ดี พอ เจอกับเรื่องไม่เป็ นธรรมนอกภูเขาก็ต้องเข้าไปยุ่งด้วย เจอกับคนโชค ร ้ายในยุทธภพก็ต้องให้ความช่วยเหลือ ด้วยเหตุนี้ถึงได้เดือดร ้อนให้ การพัฒนาของพรรคและการฝึกตนของตัวเองล่าช ้า แต่เจ้าประมุข กลับชอบพูดว่าเสียเปรียบก็คือความโชคดี นางเพิ่งขึ้นเขามาได้ไม่ นาน หลายปีมานี้ก็บังเอิญได้ยินคาพูดแรงๆบางคาที่บอกว่าก็เพราะ เจ้าประมุขใจอ่อนเกินไป จิตแห่งมรรคาไม่แข็งแกร่ง ไม่เหมือนผู้ฝึก บ าเพ็ญตนถึงได้ท าให้เขามีแต่วิชาความรู ้แต่ไร ้พละก าลัง ส่วนลึกใน ใจของนางรู ้สึกว่าค ากล่าวพวกนี้พูดได้ถูกต้องแล้ว
ผู้ฝึกบ าเพ็ญตนก็ต้องมีท่าทีของคนในกลุ่มเทพเซียน ไม่ควรจะ เอาจิตแห่งมรรคาใสกระจ่างทีเดิมที่ควรส่องประกายหมื่นจั้งไปวางไว้ ในบ่อโคลนเละเทะ ท าให้จิตวิญญาณของตัวเองสกปรกไปเสียเปล่า
่
ไม่รู ้ว่าหงถูถูกผีผลักหรือโชคน าพาปัญญาจึงบังเกิด เขาพลัน หันหน้าไป แล้วก็บังเอิญเห็นว่าบุรุษสวมชุดเขียวสะพายกระบี่หันมา มองทางตนพอดี ท าให้เขาสบตากับอีกฝ่าย
หูได้ยินน้าเสียงที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้น “หากจอมยุทธน้อยมีอารมณ์ สุนทรีก็ไปหาแผงของนักพรตอู่ผู้นั้นดูได้ ลองทานายดูว่าอนาคตของ ตัวเองจะเป็ นเช่นไร ศักดิ์สิทธิ์มากเลยละราคาเป็ นธรรมไม่หลอกลวง เด็กสตรีและคนชรา ต้องไม่เสียเงินเปล่าอย่างแน่นอน”
ในใจของหงถูสั่นสะท้าน เห็นว่าอีกฝ่ ายชี้มาที่หูของตัวเอง บางที อาจเป็ นการบอกเป็ นนัยว่าตัวเองหูดีก็เลยบังเอิญได้ยินบทสนทนา ของพวกเขาที่พูดถึงแผงดูดวงแห่งนั้น
หงกูรีบหันมาถามว่า “ขอผู้อาวุโสโปรดชี้แนะ หากมีคนที่เรียนวร ยุทธค่อนข้างช ้า อีกทั้งยังไม่ได้มีร่างพรหมจรรย์แล้ว จะสามารถ กลายเป็ นปรมาจารย์วิถีวรยุทธได้จริงหรือ?!”
แต่กลับเห็นว่าคนชุดเขียวที่ไม่เปิ ดเผยตัวตนผู้นั้นร่ายวิชาที่ คล้ายกับวิชาตัวเบาปืนเมฆเหยียบฟ้ า สองเท้าไต่กลางอากาศเกิด เสียงลั่นพึ่บพั่บ พริบตาเดียวร่างก็ลอยสูงเหนือหลังคาเรือนของตรอก มองไม่เห็นร่องรอยแล้ว
เป่ าซู่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวด้านหลัง พอหันหน้าไปมองก็ เห็นเพียงชายชุดสีเขียวนั้น นางเองก็ไม่ได้มีท่าทางตกตะลึงสักเท่าไร เพียงถามว่า “อาจารย์อา คือยอดฝีมือหรือ?”
่
ชายฉกรรจ์ไม่คิดว่าตัวเองจะมองพลาดไป เพียงยิ้มเอ่ยว่า “ความเคลื่อนไหวไม่น้อยเป็ นฝีมือที่มีจากัดอยู่บ้าง”
เฉินผิงอันนั่งอยู่บนหลังคาเรือนแห่งหนึ่ง ทาท่าครุ่นคิด มองไปยัง ทิศทางของภูเขาเจ๋อเยา แล้วก็ไม่ไปทาให้ลูกศิษย์ที่ยังไม่เป็ นโล้เป็ น พายทั้งหลายของหม่าขู่เสวียนต้องลาบากใจ
มีบุญคุณตอบแทนบุญคุณ มีความแค้นช าระความแค้น เป็ น เรื่องที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่งแล้ว ไม่เพียงแค่เรื่องในบ้านของตัวเอง เท่านั้น เป็ นเรื่องในใต้หล้าของคนในใต้หล้าด้วยเช่นกัน
ส่วนสตรีที่ฐานกระดูกไม่เลวเหมาะแก่การขึ้นเขาไปฝึกตนผู้นั้น จะกลายเป็ นผู้ฝึกบ าเพ็ญตนอย่างแท้จริงได้หรือไม่กลับบอกได้ยาก
ไม่ใช่ว่าชมตัวเอง หากเฉินยวนจีไม่ได้เจอจูเหลี่ยน เจี่ยงชวี่ไม่ได้ เข้ามาอยู่ในภูเขาลั่วพั่ว เกินครึ่งก็คงต้องกลืนหายไปกับฝูงชนแล้ว
ทาตัวให้กระปรี้กระเปร่าแล้ว เฉินผิงอันก็เลือกตรอกห่างไกลที่ เงียบสงบแห่งหนึ่ง พลิ้วกายลงบนพื้น ไม่ได้อยู่ในสภาวะที่อยากนอน หลับให้สนิทสักตื่นถึงจะพอใจแบบนี้มานานมากแล้ว
กลุ่มของกู้ช่านเดินลอดทะลุตรอกถนนของอ าเภอหย่งเจียมา ราชครูหวงเลียคือคนทีถามอะไรก็ไม่รู ้สักอย่าง ยังคงเป็ นสาวใช ้กู้หลิง เยี่ยนที่ช่วยถามทางให้ พวกเขาถึงได้หาตรอกเล็กห่างไกลที่นกไม่มา ขี้ตรอกนี้เจอ
่
เห็นเพียงว่านอกเรือนหลังเล็ก นอกจากเฉินผิงอันที่นั่งยองเอา มือสอดกันไว้บนขั้นบันไดหน้าประตูแล้ว ยังมีคนแปลกหน้าอีกกลุ่ม หนึ่งยืนอยู่ ดูจากท่าทางน่าจะกาลังคุยเล่นกัน
เฉินผิงอันมีสีหน้าอ่อนระโหยอย่างที่ยากจะปกปิด เห็นได้ชัดว่า บาดเจ็บหนักมาก ภาพฉากที่คุ้นเคยเช่นนี้ทาให้สีหน้าของกู้ช่านมืด
ทะมึนลง
กู้ช่านเดินเนิบช ้ามาด้านหน้า ใช ้สายตาสอบถามถึงผลลัพธ ์
เฉินผิงอันใช ้เสียงในใจตอบ “พอได้ คือการจ่ายราคาที่พอจะรับ ได้ กระบี่เย่โหยวหักและยังมีชุดคลุมอาคมแห่งชะตาชีวิตตัวหนึ่งที่ ต้องหล่อหลอมซ่อมแซมใหม่ ช่องโพรงหลายสิบแห่งที่ไม่ค่อยสาคัญ ถูกท าลายรากฐานต้องซ่อมแซม แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไร ้ประโยชน์เสียเลย มองในระยะยาวแล้วต้องไม่เสียเปรียบแน่ สามารถอาศัยโอกาสนี้มา ขัดเกลาได้พอดี”
หนิงเหยาพูดถูกแล้ว หยกดิบแสวงหาความจริง เมื่อเทียบกันแล้ว มีความเป็ นนามธรรมเป็ นทฤษฎีมากกว่า เซียนเหรินเลื่อนเป็ นบิน ทะยาน นอกจากก้าวสุดท้ายแล้ว ก่อนที่จะถึงคอขวดของขอบเขต เซียนเหริน ผู้ฝึกตนจะต้องลงมือปฏิบัติจริงมากกว่า
แล้วนับประสาอะไรกับที่เส้นทางการฝึกตนของเฉินผิงอันในเวลา นี้ได้ผ่านด่านทางใจที่ใหญ่ที่สุดอย่างก่อกาเนิดหวนกลับคืนสู่หยก ดิบไปได้แล้ว จึงเปลี่ยนมาเป็ นง่ายดายมากแล้ว ก็หนีไม่พ้นการหลอม
่
กระบี่เท่านั้น พูดถึงการหลอมกระบี่ก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ นั่นคือต้อง กินเงินเหรียญทองแดงแก่นทองและหินสังหารมังกร