กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1101.2 หากไม่มีธุระอื่น
วัตถุอย่างเงินเหรียญทองแดงแก่นทอง เฉินผิงอันมีการ เตรียมการมานานแล้ว เขาปรึกษากับสกุลซ่งต้าหลีและท าการค้ากับ สกุลหลิ่วลาคลองหลัวหม่าและศาลชานหลางของอุตรกุรุทวีป สะสม จากน้อยเป็ นมาก ย่อมต้องมีเส้นทางให้เดิน แต่อิงจากการประมาณ การณ์ของเจิ้งจวีจงตอนที่อยู่นอกฟ้ า “ขอแค่” เฉินผิงอันกินเงิน เหรียญทองแดงแก่นทองอีกหนึ่งพันห้าร ้อยเหรียญ จันทร ์กลางบ่อก็ จะสามารถเลื่อนระดับขั้นมาเป็ นจันทร ์ปากบ่อจานวนกระบี่บินที่ จาแลงออกมาก็มีหวังจะเพิ่มมากขึ้นเป็ นแปดแสนเล่ม หากมองในแง่ ดีอีกสักหน่อย เฉินผิงอันยังถึงขั้นสามารถคิดไปถึงจานวน “หนึ่ง ล้าน” เล่มได้เลย
ดังนั้นจุดที่ยากอย่างแท้จริงจึงยังคงเป็ นหินสังหารมังกร เงิน เหรียญทองแดงแก่นทองนั้นยังถือว่า “มีราคาแต่ไร ้ตลาด” ทว่าหิน สังหารมังกรกลับไร ้ราคาและยิ่งไร ้ตลาดตามแบบฉบับที่แท้จริง ไม่ว่า ใครที่ได้ไปอยู่ในมือก็มักจะกุมเอาไว้แน่น ซ่อนได้เป็ นต้องซ่อน จะไม่ ขายให้คนอื่นเด็ดขาด เป็ นเหตุให้ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่บนยอดเขาจี๋ห ลิง แม้กระทั่งอวี๋เสวียนช่วยสานสะพานให้ด้วยตัวเองก็ยังไม่กล้า รับประกันว่าจะหาคนขายได้ เฉินผิงอันคิดจะอาศัยสิ่งนี้มาหลอม กระปิ่นกในกรง ขัดเกลาคมกระบี่ เลื่อนระดับขั้นให้สูงขึ้น ระดับความ ยากจะมากแค่ไหน แค่คิดก็พอจะรู ้ได้
่
กู้ช่านจ้องเป๋ งมาที่เขา
แน่ใจหรือว่าตัดรากถอนโคนสกุลหม่าได้แล้ว?
เฉินผิงอันเบี่ยงประเด็นไปพูดเรื่องอื่น “เพิ่งได้ไปเยือนกาแพง เมืองปราณกระบี่มา ได้เจอกับอาจารย์ของเจ้า พูดคุยกันไปสองสาม ประโยค อีกเดี๋ยวนครจักรพรรดิขาวจะปิดเมืองแล้ว เขาเชื้อเชิญให้ เซียนกระบี่หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่าเจิ้งตั้นไปรับหน้าที่เป็ นหุนเจ่อ แม้จะ เป็ นผีเซียน แต่เวทกระบี่ก็สูงมาก มีประวัติความเป็ นมายิ่งใหญ่ การ สืบทอดเวทกระบี่ของนางในช่วงยุคใกล้โบราณก็สามารถทัดเทียม กับสายชวีเฉิงของโจวเสินจือได้เลย”
กู้ช่านพยักหน้ารับ
ผู้ฝึกกระบี่ที่สามารถทาให้เจิ้งจวีจงมาเชื้อเชิญให้ไปเป็ นหุนเจ่อ ด้วยตัวเองได้ ตบะต้องไม่มีทางอ่อนด้อยเป็ นแน่
กู้ช่านใช ้เสียงในใจเอ่ยว่า “บาดเจ็บไม่เบา กลับไปถึงภูเขาลั่วพั่ว แล้วก็ต้องปิดด่านระยะหนึ่งหรือ?”
เฉินผิงอันกล่าว “ไม่ขัดต่อการเป็ นเพื่อนเจ้าบ่าวให้หลิวเสี้ยนห ยางหรอก”
กู้ช่านกล่าว “หากไม่ไหวจริงๆ ก็ให้หลิวเสี้ยนหยางเลื่อนงานแต่ง ออกไปก่อน”
เฉินผิงอันจ้องเขม็งไปที่กู้ช่าน
่
กู้ช่านเอ่ยสัพยอกว่า “หยอกเล่น สัพยอก ล้อเล่น จะคิดเป็ นจริง เป็ นจังไปไย”
ก็ข้ากังวลว่าตบะของเจ้าได้รับความเสียหาย หากมีจุดใดขัดต่อ จิตแห่งมรรคาก็เลยหาค าพูดผ่อนคลายสบายอารมณ์มาช่วยคลาย ความทุกข์ใจให้เจ้าเท่านั้นเอง
เฉินผิงอันลุกขึ้นยืนช ้าๆ ก่อนจะแนะนาคนข้างๆ ทีละคน “ไม่ ปล่อยให้เจ้าต้องเหนื่อยเปล่าหรอก จะแนะน าให้รู ้จัก นามแฝงคือผู้ หลิ่ว ชื่อเดิมสวีฟู่ ขอบเขตก่อก าเนิด โอกาสในการฝ่าทะลุขอบเขตมี ไม่มาก ก่วนคุย ผู้ฝึกตนผี ขอบเขตโอสถทอง ฝ่ าทะลุขอบเขตได้ไม่ ยาก เสิ่นเค่อ ผู้ฝึกยุทธคอขวดขอบเขตเจ็ด อีกเดี๋ยวก็จะเลื่อนเป็ น ขอบเขตเดินทางไกลได้แล้ว ข้าพูดคุยกับพวกเขาเรียบร ้อยแล้ว ขอ แค่เจ้ายินดีรับตัวพวกเขาไว้ พวกเขาก็ไปอยู่กับเจ้าได้ แค่ดูแลเรื่อง อาหารการกินก็พอ จะให้เงินเดือนหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของ เจ้า”
“คนเหนือคน” ในอดีตที่ถูกเฉินผิงอันพาออกมาจากจวนหม่า พวกนี้ ไม่ใช่เทพเซียนผู้เฒ่าก็เป็ นปรมาจารย์ใหญ่ ก่อนหน้านี้ต่าง คนต่างก็โดนเล่นงานกันไปชุดใหญ่ หญิงชราเจอกับทัณฑ์อัคคี ผีก่ วนคุยเจอกับบ่อสายฟ้ าหนักๆ เน้นๆ ปรมาจารย์ผู้เฒ่าเสิ่นก็ยิ่ง อเนจอนาถ สรุปก็คือล้วนผจญกับความล าบากยากเข็ญจนพูดไม่ ออก ถึงขั้นที่ว่าไม่อยากหวนกลับไปมองอีก ทุกวันนี้แค่คิดถึงพวก เขาก็อกสั่นขวัญผวากันแล้ว หากไม่เป็ นเพราะเซียนกระบี่เฉิน
่
เรียกร ้องให้พวกเขาติดตามมา บอกว่ามีโชควาสนาจะมอบให้ อย่าง หญิงชราก็คงเผ่นหนีไปเพื่อความปลอดภัยนานแล้ว อย่าว่าแต่ แคว้นอวี้เซวียนเลย นางถึงขั้นมีความคิดจะเดินทางไกลไปอยู่แคว้น อื่นแล้วด้วยซ้า ส่วนก่วนคุยก็มีความคิดที่จะหวนกลับมาตุภูมิเดิมแล้ว เช่นกัน เลิ่นเค่อก็ยิ่งอยากหาสถานที่เงียบสงบในป่าเขาสักแห่ง อย่าง น้อยที่สุดภายในหนึ่งปี ครึ่ง ปี นี้ผู้ฝึ กยุทธเฒ่าก็ไม่อยากเจอคนตัว เป็ นๆ อีกแม้แต่คนเดียวแล้ว
กู้ช่านเงียบไม่ตอบ
ข้ามาให้ความช่วยเหลือเพราะต้องการคนพวกนี้หรือ? ก็แค่นั่ง มองอยู่เฉยๆ ถึงตอนสุดท้ายเจ้ากลับมาพูดเรื่องค่าตอบแทนกับข้า?
หากเปลี่ยนไปเป็ นคนอื่น เกรงว่ากู้ช่านคงทิ้งประโยคว่า “ข้าไม่ ต้องการเศษสวะ” ออกไปนานแล้ว
เฉินผิงอันยกมือขึ้นตบไหล่ของกู้ช่านเบาๆ
เจ้าคือเจ้าสานักคนใหม่ที่มาจากทาเนียบของนครจักรพรรดิขาว หรือจะให้ข้าแนะน าลูกศิษย์จากพรรคใหญ่ที่ขึ้นชื่อว่ามีการอบรมสั่ง สอนอย่างเข้มงวด หรือไม่ก็วิญญูชนผู้เที่ยงตรงที่เรียบร ้อยสารวมให้ เจ้ารู ้จัก? ให้ทาเรื่องผึ่งผายเปิดเผยกับเจ้าทุกวันอย่างนั้นหรือ?
แล้วนับประสาอะไรกับที่คนกลุ่มนี้ก็เพิ่งจะผ่านความยากลาบาก มาก่อน ว่าง่ายเป็ นที่สุด เจ้าเอาไปใช ้งานที่สานักใหม่ได้ทันที
่
ขอบเขตของพวกเขาไม่สูง ทว่าแต่ละคนกลับมีกลอุบายกันไม่น้อย ทั้งเข้าใจว่าควรวางตัวอย่างไร ทั้งลงมือทางานได้ดี
กู้ช่านมองเฉินผิงอันแล้วก็ไม่ได้พูดอะไร หันไปมองคนเหล่านั้น ทุกวันนี้เขาต้อนรับขับสู้ผู้คนได้อย่างสุภาพมีมารยาท แม้แต่น้าสัก หยดก็ไม่เล็ดรอดออกมา กุมหมัดยิ้มเอ่ยว่า “ยินดีที่ได้พบ ทุกวันนี้ กิจการของผู้เยาว์ไม่ใหญ่ หากได้ผู้อาวุโสทั้งสามให้ความช่วยเหลือ ก็ถือเป็ นความโชคดีของผู้เยาว์แล้ว”
แม้จะไม่รู ้สถานะของคนหนุ่มสวมชุดลัทธิขงจื๊อที่อยู่ตรงหน้า แต่ ขอแค่เป็ นสหายของเซียนกระบี่เฉิน สถานะจะแย่ไปอย่างไรได้? เป็ น เหตุให้คนทั้งสามต่างก็มีท่าทีตกใจที่ได้รับความเมตตาโดยไม่คาด ฝัน พากันคารวะกลับคืน
อันที่จริงหนึ่งก่อกาเนิดหนึ่งโอสถทอง บวกกับผู้ฝึกยุทธขอบเขต เจ็ดที่กาลังจะเลื่อนขั้นเป็ นขอบเขตปลายทางก็ถือว่าไม่เลวแล้ว บุคคลสามคนนี้ไม่ว่าจะเอาไปเปิดภูเขาก่อตั้งพรรคอยู่ในทวีปใด ขอ แค่ไม่เอาไปเปรียบเทียบกับส านักเก่าแก่ ภาพบรรยากาศก็ถือว่าไม่ เล็กแล้ว พูดถึงแค่เมื่อหลายสิบปีก่อน ที่ทะเลสาบซูเจี่ยน เกาะชิงเสีย ของหลิวจื้อเม่าก็มีพื้นฐานก าลังทรัพย์พอๆ กันไม่ใช่หรือ?
กู้หลิงเยี่ยนเบ้ปาก
สามคนนี้ช่างโชคดีเสียจริง
่
เข้ามาอยู่ในส านักของคุณชายตน ออกไปข้างนอกก็เท่ากับว่ามี ยันต์คุ้มกันภายเพิ่มมาแผ่นหนึ่ง เพราะถึงอย่างไร “ศาลบรรพชน สานักดั้งเดิม” ของสานักก็คือนครจักรพรรดิขาวคือเจิ้งจวีจง
ตีหมายังต้องดูหน้าเจ้าของ ต่อให้พวกเขาสามคนไปเจอตะปูแข็ง หน้าตาของเจ้าสานักกู้ไม่ใหญ่มากพอ ถ้าอย่างนั้นหน้าตาของเจิ้งจวี
จงล่ะใหญ่มากพอหรือไม่?
และในฐานะที่พวกเขาเป็ นบุคคลที่เฉินผิงอัน “แนะนา” มาด้วย ตัวเอง อยู่กับเจ้าส านักกู้ช่านก็เท่ากับว่ามียันต์ช่วยชีวิตที่มองไม่เห็น เพิ่มมาอีกแผ่นหนึ่ง
กู้ช่านแนะนาหวงเลี่ยที่อยู่ข้างกายซึ่งเขาดึงตัวมาเป็ นพวก “หวง เลี่ย เพิ่งออกจากต าแหน่งราชครู”
เฉินผิงอันกุมหมัดยิ้มเอ่ย “คารวะผู้อาวุโสหวง”
หวงเลี่ยมีสีหน้าเคร่งขรึม คารวะกลับคืนอย่างจริงจัง “โอสถทอง เล็กๆ ไม่คู่ควรกับค าเรียกขานว่าผู้อาวุโส ในกลุ่มของผู้บ าเพ็ญตน เป็ นอมตะ ผู้มีความสามารถย่อมถือเป็ นผู้น าคารวะอาจารย์เฉิน”
เฉินผิงอันหลุดหัวเราะพรืด
กู้หลิงเยี่ยนก็หัวเราะคิกไม่หยุด โอ้โห ถือว่าช่วยให้ความเห็นที่ เป็ นเอกลักษณ์ต่อค าเรียกขานว่า “อาจารย์” แล้ว ตาเฒ่าหวงประจบ สอพลอเก่งขนาดนี้ มิน่าเล่าถึงเป็ นราชครูได้
่
เฉินผิงอันถาม “คนอื่นๆ ล่ะ?”
ในเมื่อกู้ช่านมาแล้ว แสดงว่าหลิวเสี้ยนหยางก็ต้องมาด้วย
กู้ช่านยิ้มเอ่ย “ไอ้หมอนั่นวิ่งไปดักอยู่หน้าประตูของภูเขาเจินอู่ แล้ว”
เฉินผิงอันนวดคลึงหว่างคิ้ว
กู้ช่านกล่าว “บอกไว้ก่อนนะว่าครั้งนี้พวกเรามารวมตัวกันที่ แคว้นอวี้เซวียน เป็ นความคิดของเขา อย่างมากข้าก็แค่คอย ช่วยเหลือเท่านั้น”
เฉินผิงอันเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้ามีคุณธรรมจริงๆ เลยนะ”
กู้ช่านหัวเราะร่วน “ขายเขาจนชินแล้ว”
เฉินผิงอันเคยชินเสียแล้ว
กู้ช่านกล่าว “เผยเฉียนก็มาด้วยเหมือนกัน ตอนนี้อยู่ที่ศาลเทพ อภิบาลเมืองประจ าเมืองหลวง”
ไม่รอให้เฉินผิงอันพูดอะไร กู้ช่านก็ชิงแย่งพูดขึ้นมาก่อน “ยังคง เป็ นความคิดของหลิวเสี้ยนหยาง”
เห็นว่าเฉินผิงอันยังอยากจะพูดต่อ กู้ช่านรู ้นิสัยเขาดีที่สุดจึงรีบ ใช ้เสียงในใจถามคาถามที่เป็ นกุญแจสาคัญทันที “พวกเขาที่อยู่ใน จวนหม่าไปเจอเรื่องอะไรมากันแน่ ถึงได้กลายเป็ นเพียงศพเดินได้ที่ ถูกชักนาจิตวิญญาณ เละเทะขนาดนี้ หากว่าข้าไม่มอบยาวิเศษให้
่
พวกเขาสองสามขวด รีบทาจิตวิญญาณให้สงบมั่นคง โรคที่ทิ้งไว้ เบื้องหลังจะรุนแรงมาก”
กู้ช่านเป็ นคนนอกที่มองเห็นสถานการณ์อย่างชัดเจน บวกกับที่ ขอบเขตและการสืบทอดจากสานักลัวนวางอยู่ตรงนั้น ย้อนกลับมา มองคนในสถานการณ์อย่างพวกผูหลิ่วกลับไม่รู ้ว่าตอนนี้ตัวเองตก
อยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายขนาดไหน
เฉินผิงอันอธิบายให้ฟังคร่าวๆ “นอกจากผีก่วนคุยที่ค่อนข้างดี หน่อยแล้ว อีกสองคนที่เหลือล้วนไม่ใช่ตะเกียงประหยัดน้ามัน ข้าจึง สร ้างวิธีการเล็กๆ น้อยๆ เพื่อพวกเขาขึ้นมาโดยเฉพาะ สร ้างฉาก สายฟ้ า มอบทัณฑ์อัคคี ผู้ฝึกยุทธผ่านด่านทางใจ ลงโทษเล็กน้อย เพื่อเป็ นการตักเตือน”
“สมกับคากล่าวที่ว่าเดินผ่านอย่าปล่อยให้คลาดผ่านไป ในเมื่อ เจอแล้วก็ควรลงโทษเล็กน้อยเพื่อเป็ นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่จริงๆ”
กู้ช่านกลั้นขาไม่อยู่ พูดอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น ว่า “เสิ่นเค่ออดทนผ่านมาได้ก็ช่างเถอะ เพราะถึงอย่างไรก็เป็ นผู้ฝึก ยุทธ ผูหลิ่วกับก่วนคุยล่ะจะทาอย่างไร? ต่อให้เดิมทีหญิงชราจะไม่มี โอกาสเลื่อนเป็ นหยกดิบ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าต่อให้ตอนนี้นางมีโชค วาสนาใหญ่เทียมฟ้ า นางกล้าปิดด่าน กล้าฝ่ าทะลุขอบเขต แต่จะ กล้าเผชิญหน้ากับจิตมารหรือ?”
่
เฉินผิงอันกล่าว “ในอนาคตขอแค่พวกเขามีหวังจะปิดด่านฝ่ า ทะลุขอบเขต เจ้าก็ส่งจดหมายมาสักฉบับ ข้าย่อมจะช่วย…ก าจัด ความทรงจาทั้งหมดของพวกเขา ทาเหมือนว่าพวกเขาไม่เคยพบเจอ ข้ามาก่อน อีกทั้งจะยังไม่ทาร ้ายไปถึงรากฐานมหามรรคาของพวก เขาก็แค่ลบความทรงจาทิ้งไปเท่านั้น”
กู้ช่านเงียบไม่ตอบ สีหน้าซับซ ้อน
เฉินผิงอันหัวเราะหยันตัวเอง “เอาข้าไปเปรียบเทียบกับอาจารย์ เจิ้งหรือ? เทียบได้หรือ? เจ้ามองผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนเหรินคนหนึ่ง สูงขนาดนี้เลยหรือ ถึงกับหมิ่นเกียรติอาจารย์ผู้มีพระคุณขอบเขตสิบ สี่ที่คิดจะก่อตั้งลัทธิเรียกตัวเองเป็ นบรรพจารย์?”
สาหรับคาว่า “ก่อตั้งลัทธิเรียกตัวเองเป็ นบรรพจารย์” กู้ช่าน ไม่ได้มีความรู ้สึกร่วมด้วยสักเท่าไร คล้ายกับคาดเดาได้นานแล้ว พอ ได้ยินประโยคนี้จิตแห่งมรรคาก็ยังคงไร ้ริ้วคลื่นกระเพื่อม กลับ กลายเป็ นคาว่า “ขอบเขตเซียนเหริน” ที่ทาให้เขาสนใจได้มากกว่า?
เฉินผิงอันยื่นมือมากดศีรษะของกู้ช่าน “ในเมื่อข้าเป็ นเซียนเห รินทั้งยังเป็ นเจ้าสานัก จะดีจะชั่วหลิวเสี้ยนหยางก็เป็ นเจ้าสานักแล้ว แต่เจ้ากลับไม่ใช่ผายลมอะไรเลย มีแค่ขอบเขตหยกดิบติดตัว จะ กร่างท าไม”
กู้ช่านไร ้ค าพูดตอบโต้ เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “อย่างข้านี้เรียกว่าหยอกล้อ สัพยอก”
่
เข้ามาในเรือน หญิงชรากวาดตามองไปรอบด้าน พื้นที่ใหญ่เท่า ฝ่ ามือ อันที่จริงไม่มีอะไรให้น่ าดู พวกเขาประหลาดใจกัน ค่อนข้างมาก นี่ก็คือที่พักในเมืองหลวงของเซียนกระบี่เฉินอย่างนั้น หรือ? มอซอเกินไปหน่อยหรือไม่? เพียงแต่พอพวกเขาคิดอีกทีก็ เข้าใจได้ เซียนกระบี่ใหญ่ทาอะไร จะเอาหลักการเหตุผลทั่วไปมาวัด
ได้อย่างไร?
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “มานะหมั่นเพียรคือต้นไม้เขย่าเงิน ประหยัดอด ออมคืออ่างรวมสมบัติ”
ห้องโถงเรียบง่าย หลักๆ แล้วมีแค่โต๊ะแปดเซียนตัว
เฉินผิงอันเรียกทุกคนให้มานั่งลง เอ่ยว่า “คือสถานที่ที่เช่ามา รับรองได้ไม่ดีพอ ขอใช ้น้าชาต่างสุราแล้วกัน”
สัมผัสได้ถึงสายตาบอกเป็ นนัยจากกู้ช่าน กู้หลิงเยี่ยนก็รีบไปต้ม น้าทันที
ในห้องไม่มีคนนอก เฉินผิงอันจึงถามว่า “เลือกสถานที่ได้แล้ว หรือ?”
กู้ช่านกล่าว “เลือกที่ฝูเหยาทวีป มีสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อก่อนเคย ไปตรวจสอบด้วยตัวเอง นับว่าพอใช ้ได้ แต่ข้าคิดว่าจะไปสู่เหยาทวีป อีกสักรอบ ลองไปดูก่อน ไม่แน่ว่าอาจมีสถานที่ที่ดีกว่านี้ ส่วนจะเลือก ที่ไหนกันแน่ ตอนนี้ยังบอกได้ยาก”
่
เฉินผิงอันพยักหน้า “แค่เลือกได้ว่าเป็ นฝูเหยาทวีปแล้วก็ไม่ต้อง ร ้อนใจเกินไป ค่อยๆ เป็ นค่อยๆ ไป”
กู้ช่านกล่าว “อาจจะไม่มีงานพิธี”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ต่อให้มีงานพิธี เชิญข้าไปก็อาจจะไปไม่ได้”
กู้ช่านกล่าว “รู ้ว่าเจ้ายุ่ง ไปได้แค่แคว้นชิงซิ่ง แต่ไปสู่เหยาทวีป ไม่ได้”
นอกจากกู้หลิงเยี่ยนจะรู ้เส้นสนกลในดีแล้ว คนอื่นๆ ต่างก็เป็ น คนฉลาดเฉลียว ขบคิดความนัยที่ซ่อนอยู่ออกทันที นี่ก็คือคิดจะ เอาชนะคะคานกันหรือ?
พวกเขาสองคนมีความสัมพันธ ์กันอย่างไร
นี่ทาให้พวกเขายิ่งสงสัยใคร่รู ้ในสถานะของชายหนุ่มสวมชุด ลัทธิขงจื๊อมากยิ่งขึ้นไปอีก
ใครกันนะ ถึงได้พูดจากับเซียนกระบี่เฉินได้สบายๆ ตามแต่ใจ เช่นนี้
เฉินผิงอันพูด “ทาความดีชดใช ้ความผิด” ว่า “ในเมื่อเลือกฝู เหยาทวีปแล้ว วันหน้าจะแนะนาคนคนหนึ่งให้เจ้าได้รู ้จัก”
กู้ช่านกล่าว “หากเป็ นใครบางคนที่มาจากคฤหาสน์หลบร ้อนก็ อย่าเลย ถูกก าหนดมาแล้วว่ามิอาจฉี่ลงโถเดียวกันได้”
่
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “คนผู้นี้ถูกเรียกขานว่าเป็ นฮ่องเต้ที่ฉลาดที่สุด ในประวัติศาสตร ์ของฝูเหยาทวีป กระต่ายเจ้าเล่ห์มีโพรงสามโพรง ข้า รู ้สึกว่าไอ้หมอนี่ต้องซ่อนทรัพย์สินไว้ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่งของ มาตุภูมิเขาเป็ นแน่”
เนื่องจากกู้ช่านเคยไปอยู่ที่ฝูเหยาทวีปมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง จึง เดาตัวตนของอีกฝ่ ายออกได้ทันใด ถามหยั่งเชิงว่า “คือคนที่ป้ องกัน ลูกชายยิ่งกว่าป้ องกันโจรผู้นั้นน่ะหรือ?”
เฉินผิงอันพยักหน้า “เขานั่นแหละ ทุกวันนี้อดทนใช ้ชีวิตอยู่ข้าง กายจงขุย ไม่ช ้าก็เร็วต้องได้กลับคืนมามีอิสระอีกครั้ง พวกเจ้าสอง คนน่าจะค่อนข้างถูกชะตากัน”
กู้ช่านยิ้มเอ่ย “หากเป็ นเขา คิดอยากจะเป็ นผู้ถวายงานอันดับ หนึ่ง ข้าก็ยกตาแหน่งให้ได้เลย”
เฉินผิงอันกล่าว “รอให้พวกเจ้าได้เจอกันก่อนแล้วค่อยว่ากัน ดูก่อนว่าจะเข้ากันได้ดีหรือไม่”
กู้ช่านหัวเราะร่วน “ให้ตายอย่างไรเขาก็ไม่น่าจะยอมไปอยู่ภูเขา ลัวพั่ว ให้ตายอย่างไรก็น่าจะยอมติดตามข้ามากกว่ากระมัง”
เฉินผิงอันหัวเราะหึหึ “เจ้าดูภาคภูมิใจมากเลยนะ? โอ้อวดกับข้า หรือ”
กู้ช่านหัวเราะชอบใจ
่
เฉินผิงอันพรูลมหายใจยาวเหยียด หากมีเก้าอี้ที่นั่งได้ เขาก็อยากนั่งพิงพนักเก้าอี้แล้วหลับไปเลย กู้ช่านนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้จึงถามว่า “รู ้หรือไม่ว่าที่นี่มีอารามฉง
หยางอยู่ด้วย?”