กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1120.4 ชื่อบนกระดานทองคา
อวิ๋นเซียนก็ไม่โมโห เจ้าสานักน่าหลันพูดเรื่องจริง ฝึกตนก็เป็ น แค่การฝึกตนจริงๆ เส้นทางการประลองวิชาหรือต่อสู้เอาชีวิตกับคน อื่น อวิ๋นเซียนฝีมือห่วยแตกไม่เก่งเลยจริงๆ
อีกทั้งตอนนั้นน่าหลันไฉ่ฮ่วนยังเอ่ยค าพูดประหลาด บอก กับอวิ๋นเซียนว่าไม่จ าเป็ นต้องดูแคลนตัวเองเกินไป เรื่องอย่างการเข่น ฆ่ากับผู้อื่น นางไม่ได้อ่อนด้อยอย่างที่ตัวเองคิดเพียงแค่ต้องทาซ้า บ่อยๆ จ านวนมากเข้า ประสบการณ์โชกโชนแล้ว เจ้าอวิ๋นเซียนก็ จะต้องเป็ นยอดฝี มือที่อาพรางตัวตนอย่างลึกล้า จะต้องเป็ น ปรมาจารย์ใหญ่ที่มีน้อยจนนับนิ้วได้ในด้านนี้อย่างแน่นอน ขอบเขต หยกดิบเจอกับขอบเขตเซียนเหรินก็ไม่เป็ นรองให้แม้แต่น้อย
อวิ๋นเซียนได้ยินแล้วก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ ไม่กล้าเห็นเป็ นจริง เป็ นจัง คิดแค่ว่าเป็ นค าพูดปลอบใจของเจ้าสานักน่าหลันเท่านั้น
น่าหลันไฉ่ฮ่วนนั่งอยู่ตรงตาแหน่งเจ้าประมุขที่อยู่ตรงกลาง อ้า ปากหาว ฟังเรื่องการประชุมที่อยู่ด้านล่าง นางไม่กระฉับกระเฉงเลย จริงๆ
ล้วนเป็ นผู้คุมกฏอวิ๋นเฉวียนและคนที่นั่งในเก้าอี้อันดับหนึ่งของ เฉวียนฟูที่พูดคุยกัน
“ผู้มีคุณูปการ” อย่างกลุ่มของเถียนซู่ แต่ละคนหากไม่ได้รับตัว เสมือนฮูหยิน (ค าเรียกขานของอนุภรรยา) คนใหม่ จัดงานเลี้ยงสุรา ก็กลายเป็ นว่าข้างกายมีสาวใช ้หน้าตางดงามเพิ่มมาหลายคน
ต่างก็เป็ นการแสดงความเคารพและกตัญญูของพรรคบางส่วนที่ ต้องการสวามิภักดิ์ต่อสานักอวี่หลง ไม่มอบเงินให้ก็มอบสตรีให้ หรือไม่ก็มอบให้ทั้งสองอย่าง
น่าหลันไฉ่ฮ่วนมองบุคคลอันดับสี่ของสานักอวี่หลงอย่างเถียนซู่ ที่เป็ นผู้ถวายงาน อันดับหนึ่ง ฝ่ ายหลังนั่งตัวตรงอย่างสารวม ทาท่า เหมือนเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ อีกทั้งสายตายังมองตรงไม่ล่อ กแล่ก
ทุกวันนี้ตาแก่บ้ากามผู้นี้ถือว่าเป็ นคนซื่อตรงได้แล้วจริงๆ
เพียงแค่เพราะน่าหลันไฉ่ฮ่วนที่เป็ นเจ้าสานักคนใหม่ ก่อนหน้านี้ ไม่นานได้เป็ นฝ่ ายไปเป็ นแขกที่เกาะอวี่เซียนด้วยตัวเอง พอเจอหน้า กัน นางไม่ได้โอภาปราศรัยอะไรทั้งนั้น ก่อกาเนิดเฒ่าที่เป็ นเจ้าบ้าน ซึ่งรีบร ้อนออกมาต้อนรับก็โดนกระบี่ไปหนึ่งที
น่าหลันไฉ่ฮ่วนถามไปประโยคหนึ่งว่า เข้าใจแล้วหรือยัง?
ก่อกาเนิดเฒ่าหยัดร่างให้มั่นคง นิ่งคิดอยู่พักหนึ่งก็พยักหน้า เงียบๆ
น่าหลันไฉ่ฮ่วนถามอีกประโยคหนึ่งว่า ให้โอกาสเจ้า ต้องการ ถอยออกไปจากท าเนียบของสานักอวี่หลงหรือไม่?
ก่อก าเนิดเฒ่าถามว่าจากไปอย่างมีชีวิตอยู่ สามารถถอนตัว ออกไปได้ทั้งตัว หรือว่าต้องถอนตัวออกไปพร ้อมความตาย ถูกตัด ชื่อออกจากทาเนียบ
น่าหลันไฉ่ฮ่วนไม่ได้เอ่ยอะไร
ก่อกาเนิดเฒ่าจึงบอกว่าตนยินดีอยู่ที่สานักอวี่หลงหนึ่งร ้อยปีโดย ที่ไม่รับเงินเดือน ไม่ได้แสดงความจงรักภักดีอะไรต่อเจ้าส านักคนใหม่ แล้วก็ไม่ได้เอ่ยถ้อยค าห้าวเหิมใดๆ ไม่อาจหลอกน่าหลันไฉ่ฮ่วนได้
หัวการค้าของน่าหลันไฉ่ฮ่วนไม่ใช่แค่ดีธรรมดาเท่านั้น ขอแค่ เป็ นคนที่สามารถได้ก าไรก้อนใหญ่อยู่ตลอดเวลาก็ต้องไม่ได้โง่ไป ยังไงแน่
สุดท้ายน่าหลันไฉ่ฮ่วนยิ้มตาหยีเอ่ยเตือนอีกฝ่ ายว่า วันหน้าหาก ยังกล้าน้าลายไหลต่อผู้คุมกฏอวิ๋นเซียน กล้าเพ่งสายตาเข้าไปในคอ เสื้อของนางระหว่างการประชุมของศาลบรรพจารย์อีก จะตัดขาที่ สามของเจ้าทิ้งซะ กล้าเพ่งสายตาเข้าไปในคอเสื้อของนางระหว่าง การประชุมของศาลบรรพ
ก่อก าเนิดเฒ่าเอ่ยเพียงว่าไม่กล้าอีกแน่นอน
น่าหลันไฉ่ฮ่วนหัวเราะเสียงดังลั่น บอกว่าเจ้าไม่ต้องรับรองอะไร กับข้า ถึงอย่างไรก็เป็ นเรื่องเล็กที่ข้าปล่อยกระบี่ไปทีเดียวเท่านั้น ไม่สู้ เจ้าสาบานกับน้องชายที่อยู่ในกางเกงดีกว่าว่าจะไม่ท าให้มันต้องถูก ตัดเอาไปป้ อนปลา
ตอนนั้นลูกศิษย์ผู้เป็ นที่ภาคภูมิใจของเถียนซู่ซึ่งเป็ นบรรพจารย์ ผู้คุมกฎคนเก่าของเกาะซื้อวี้และได้หนีภัยไปพร ้อมกันก็ได้แต่มองอยู่ ด้านข้างเงียบๆ ไม่เอ่ยอะไรสักค า
เขาเป็ นแค่โอสถทองเล็กๆ ไหนเลยจะกล้าช่วยพูดทวงความเป็ น ธรรมแทนอาจารย์กลัวว่าพูดไปจะทาให้ตัวเองต้องตาย ส่วนที่ไม่ได้ พูดออกไปก็จะท าร ้ายอาจารย์เอาได้
รอกระทั่งน่าหลันไฉ่ฮ่วนขี่กระบี่จากไป ผ่านไปนานถึงหนึ่งเค่อ ผู้ฝึกตนโอสถทองก็ไม่เห็นว่าอาจารย์จะขยับเท้า จึงใช ้เสียงในใจเอ่ย ว่า ‘อาจารย์?”
เถียนซู่ไม่ได้เอ่ยอะไร
สภาพจิตใจของอาจารย์ดียิ่งนัก สีหน้าเป็ นปกติธรรมชาติอยู่ ตลอด เจอกับอันตรายก็ไม่ตระหนกลน ไม่เสียแรงที่เป็ นผู้พิชิตของ พื้นที่หนึ่งซึ่งเป็ นคอขวดขอบเขตก่อกาเนิดแล้ว
โอสถทองจึงถามว่า “ผู้ฝึ กกระบี่ของที่นั่นล้วนเป็ นกันแบบนี้ หรือ?”
เถียนซู่กระแอมเบาๆ สองสามทีก่อนยิ้มเอ่ย “ก็ไม่ใช่ทุกคน
“หากจะพูดถึงความเจ้าเล่ห์และความใจกล้า พวกคนที่มีสิทธิ์ ตัดสินใจของเรือข้ามทวีปทั้งหลาย มีใครบ้างที่ไม่ใช่พวกฉลาดสุด ขีด เคยเห็นคลื่นมรสุมใหญ่กันมาก่อน พวกเขายังเอาชนะคนผู้นั้น ไม่ได้ ยิ่งไม่อามหิตเท่าคนผู้นั้น
ว่ากันว่าปี นั้นอยู่ที่เรือนชุนฟาน คนแรกที่จะต้องตายไม่ใช่ เจ้าของเรือหรือผู้ดูแลเรือที่อาละวาดด้วยความไม่พอใจ แต่กลับเป็ น เซียนกระบี่หญิงบางคนที่ถือว่าเป็ นคนของกาแพงเมืองปราณกระบี่ เอง
และเซียนกระบี่หญิงคนนั้นก็คือน่าหลันไฉ่ฮ่วน เจ้าส านักคนใหม่ ที่เกือบจะฟันก่อกาเนิดเฒ่าให้ตายด้วยกระบี่เดียว
เห็นว่าลูกศิษย์ยืนบี้ออยู่ตลอด เถียนซู่ก็ถอนหายใจอีกครั้ง “จ้าว ฉุน อย่ามัวอึ้งอยู่เลยอาจารย์บาดเจ็บไม่เบา ช่วยประคองหน่อย
โอสถทองรีบก้มหน้าค้อมเอว ยื่นมือไปประคองอาจารย์กลับไปที่ จวนด้วยกัน
ออกมาจากท่าเรือ ขยับเข้าใกล้จวน เถียนซู่พลันแสดงสีหน้าเจ็บ แค้น อดไม่ไหวด่าออกไปเบาๆ “นังแพศยาน่าหลัน ทาลายเรื่องดีๆ ของข้า!”
โอสถทองตกใจสะดุ้งโหยง รีบเอ่ยเตือน “อาจารย์ระวังหน่อย
ก่อก าเนิดเฒ่าถอนหายใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง พึมพ าว่า “จ้าวฉุนอาจารย์ฝึกควบวิชาน้าและไฟคู่กัน เจ้าเองก็รู ้ดี แต่ เจ้ากลับไม่รู ้ว่าสตรีอย่างอวิ๋นเซียนนั้นม โอกาสสูงมากที่จะเรียนวิชา ลับไม่แพร่งพรายบทหนึ่งของสานักอวี่หลงเป็ น หากได้ฝึกบ าเพ็ญตน คู่กับนาง อาจารย์ก็มีโอกาสจะฝ่าคอขวดขอบเขตก่อกาเนิดที่ติดค้าง มาร ้อยกว่าปีฟ้ าผ่าก็ไม่สะเทือนนี้ไปได้ หาไม่แล้วอาจารย์จะวิ่งมาทา
อะไรที่นี่ เกาะปี้อวี้ไม่มีแล้ว ไปที่ใบถงทวีป อย่าว่าแต่เป็ นผู้ถวายงาน อันดับหนึ่งที่อัดอั้นตันใจเลย เปิดภูเขาก่อตั้งพรรคโดยตรงหรือเป็ น ราชครูให้กับสานักแห่งหนึ่งก็ไม่ใช่ว่ายิ่งมีอิสระกว่าหรอกหรือ?”
ก่อนหน้านี้แสงกระบี่เส้นนั้นมองดูเหมือนตรงดิ่งมาที่สานักอวี่ห ลง ไม่อิดออดชักช้าแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็ นชื่อน่าหลันไฉ่ฮ่วนหรือ การส่งกระบี่ในวันนี้ ทั้งบุคคลและเรื่องราวก็ล้วนสอดคล้องกับ ลักษณะนิสัยอย่างมาก
น่าหลันไฉ่ฮ่วนที่ความจริงแล้วซ่อนตัวอยู่ในเมฆเรื่องรองแถบ เล็กหรี่ตาลง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้าเบาๆ พอจะมั่นใจได้แล้ว ว่าเถียนซู่คือพวกคนที่บ้าตัณหาอย่างแท้จริง
คาพูดหยอกเย้าแทะโลมไม่กี่ประโยคก็ทาให้สตรีโง่อย่างอวิ๋น เซียนตกใจกลัวได้แล้ว “ ไม่มีความคิดที่จะถือสาแม้แต่น้อย
แต่น่าหลันไฉ่ฮ่วนกลับไม่เชื่อใจก่อกาเนิดเฒ่าที่จากไปแล้วหวน กลับคืนมาผู้นี้
ไม่ได้บอกว่าเขารักตัวกลัวตาย ผู้ฝึกลมปราณที่กลัวตายในใต้ หล้าไพศาลมีมากมายดาษดื่น ไม่ได้ขาดแค่เขาคนเดียว
ตื่นเช ้ากลับค่า วิ่งวุ่นเหน็ดเหนื่อย แต่ละคนต่างก็มีวิธีการใช ้ชีวิต เป็ นของตัวเอง
แต่ห้ามแอบสมคบคิดกับสัตว์เดรัจฉานของเปลี่ยวร ้างเด็ดขาด นี่ ก็คือเส้นขีดจ ากัดของน่าหลันไฉ่ฮ่วน
การประชุมในศาลบรรพจารย์สิ้นสุดลง ล้วนได้ข้อสรุปที่ได้จาก การตัดสินกันเองเป็ นการภายใน ใครเล่าจะกล้ามีความเห็นต่าง
น่าหลันไฉ่ฮ่วนสลัดรองเท้าหุ้มแข้งออก นั่งขัดสมาธิอยู่บนเก้าอี้ รั้งตัวผู้คุมกฏอวิ๋นเซียนไว้คนเดียว
อวิ๋นเซียนเห็นว่าเจ้าสานักไม่พูดอะไรก็เลยนั่งเหม่อเป็ นเพื่อนอีก ฝ่าย
นั่งเหม่อลอยเงียบอยู่นาน น่าหลันไฉ่ฮ่วนนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ก็ เอ่ยว่า “เคยได้ยินเรื่องของผู้ชาระมลทินกับสายซีซานเจี้ยนอิ่นหรือ ไม่?”
อวิ๋นเซียนส่ายหน้า ไม่เคยได้ยินมาก่อน
น่าหลันไฉ่ฮ่วนขมวดคิ้ว “ปีนั้นอยู่ที่เกราะทองทวีปก็มีผู้ฝึกกระบี่ คนหนึ่งเคยมาหาข้าอยากจะดึงข้าไปเป็ นพวก”
นางอธิบายให้อวิ๋นเซียนฟังคร่าวๆ ว่าผู้ช าระมลทินกับซีซาน เจี้ยนอิ่นท าอะไรบ้าง ไม่ว่าจะอย่างไร สตรีอย่างอวิ๋นเซียนนี้ก็มีโชค วาสนายิ่งใหญ่ดั่งคากล่าวที่ว่าคนโง่ก็มีโชคของคนโง่
หลังจากที่อวิ๋นเซียนได้ยินแล้วก็ถามอย่างสงสัยว่า “ฟังดูแล้วก็ ไม่เลวเลยนะ การค้าที่ได้กาไรเป็ นกอบเป็ นกา แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันโดยการแลกเปลี่ยนสิ่งของหรือทรัพยากร ท าไม ตอนนั้นเจ้าสานักถึงไม่ตอบตกลงกับพวกเขาไปล่ะ?”
ต่อให้นางจะไม่เข้าใจเรื่องการค้าแค่ไหนก็ยังรู ้หลักการเหตุผลที่ ตื้นเขินข้อหนึ่งบนภูเขา ต้นกาเนิดทรัพย์สินเงินทองที่บุกเบิกเป็ น เส้นทางใหม่ ส่วนใหญ่แล้วแรกเริ่มสุดมักจะมาจากข่าวข่าวหนึ่งเสมอ
น่าหลันไฉ่ฮ่วนหัวเราะหยัน “ข้าคือคนทาการค้าที่ทั่วร่างเหม็น คลุ้งไปด้วยกลิ่นสาบทองแดง ไม่ว่าจะทาการค้ากับใครก็ยึดมั่นใน หลักการเพียงข้อเดียว ไม่ว่าจะเป็ นผลประโยชน์ข้อใดก็ล้วนต้องจ่าย ในราคาที่เท่าเทียมกันเสมอ ไม่คิดเล็กคิดน้อยในเรื่องของเงินก็ต้อง คิดบัญชีกันในเรื่องของน้าใจ วันนี้ได้เปรียบมาจากใคร พรุ่งนี้ก็ง่ายที่ จะชดใช ้ในส่วนที่ขาดทุนกลับคืนไป ยิ่งพวกเขาไม่พูดเรื่องเงิน ข้าก็ ยิ่งใจไม่ดี”
“ดังนั้นข้าถึงได้ถามพวกเขาว่าทาไมถึงไม่ไปหาฉีถิงจี้กับลู่จือ”
“อีกฝ่ ายบอกว่าไม่มีความหมาย ปากข้าแน่นอนว่าต้องบอกว่า เข้าใจ แต่ในใจกลับเริ่มด่ามารดา ดีนักนะ รู ้สึกว่าข้าขอบเขตต่า หลอกได้ง่ายใช่ไหม? หรือว่าวันหน้าพอเบี้ยวหนี้แล้วรู ้สึกว่าข้าจะจน ปัญญาท าอะไรไม่ได้?”
“ข้าถามพวกเขาอีกว่าได้ไปหาหมี่อวี้มาหรือไม่ คนผู้นั้นก็ถือว่า จริงใจ บอกว่าตอนนี้ยังไม่ได้ไปหา ในอนาคตหากมีโอกาสจะตรงไป หาอิ่นกวานหนุ่มผู้นั้นเลย”
กล่าวมาถึงตรงนี้ น่าหลันไฉ่ฮ่วนก็หัวเราะคิกคักมองบรรพจารย์ ผู้คุมกฏบ้านตนที่หน้าบางที่สุด คิดไม่ถึงว่าจะเห็นอีกฝ่ ายก็ใช ้สายตา มองประเมินที่มีเลศนัยมองมายังตนเช่นกัน
น่าหลันไฉ่ฮ่วนไม่รู ้ว่าโทสะผุดมาจากไหน ดีนักนะ ผู้คุมกฏอวิ๋น เซียนรู ้จักท้าทายตน ในเรื่องของชายหญิงแล้วหรือ
อวิ๋นเซียนยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “เจ้าสานักน่าหลันยังชอบเขาอยู่ ไหม?”
น่าหลันไฉ่ฮ่วนเช่นเขี้ยวเคี้ยวฟันตอบ “จะชอบหัวหอกชุบเงิน (เปรียบเปรยว่าสวยแต่รูปจูบไม่หอม) ที่ไม่ว่าจะบนเตียงหรือนอกเตียง ก็ล้วนเป็ นหมอนปักลายบุปผาแบบนี้ไปท าไม?”
อวิ๋นเซียนอึ้งตะลึง
น่าหลันไฉ่ฮ่วนโบกมือ “เหล่าเหนียงไม่เคยกลิ้งผ้าห่มกับเขา หรอก แค่ข่าวลือเล็กๆ น้อยๆ ที่เคยได้ยินมาเท่านั้น”
น่าหลันไฉ่ฮ่วนคือผู้ฝึกกระบี่ที่มีลาดับอาวุโสและอายุพอๆ กันกับ หมี่อวี้ นี่จึงเป็ นปัญหาอย่างมากแล้ว
หากอายุน้อยกว่าหมี่อวี้สักหลายสิบปีหรือร ้อยกว่าปี บางทีอาจดี หน่อย เพราะตอนนั้นฉายาของหมี่ปักลายบุปผาได้ฉาวโฉ่ไปทั่วทุก หัวถนนแล้ว
คนที่หวั่นไหวกับหมี่อวี้ อย่างมากสุดก็แค่น้าลายสอต่อใบหน้า ของเขา ละโมบในเรือนร่างของเขา
แต่น่าหลันไฉ่ฮ่วนกลับไม่เหมือนกัน ปีนั้นนางมีขอบเขตต่ากว่า หมื่อหนึ่งถึงสองขอบเขตอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะไล่ตามอย่างไรก็ตาม ไปไม่ทัน
กระทั่งหมี่อวี้เลื่อนสู่ขอบเขตหยกดิบได้อย่างเชื่องช ้าเหมือนเต่า คลาน ก่อนที่น่าหลันไฉ่ฮ่วนจะออกไปจากภูเขาห้อยหัวก็เพิ่งเป็ นแค่ ขอบเขตก่อก าเนิด
รอกระทั่งมาถึงใต้หล้าไพศาล ในที่สุดน่าหลันไฉ่ฮ่วนก็เลื่อนเป็ น ขอบเขตหยกดิบแล้วคาดไม่ถึงว่านางจะได้รับข่าวอย่างรวดเร็วว่าไอ้ หมอนั่นก็ฝ่ าทะลุขอบเขตแล้วเหมือนกัน ถึงกับเป็ นเซียนกระบี่คน หนึ่งแล้ว
ปีนั้นที่เรือนชุนฟาน โต๊ะบัญชีที่ตั้งวางไว้หน้าประตูให้พอเป็ นพิธี หมื่อกี้ที่แท้จริงแล้วทุกวันไม่มีเรื่องอะไรทาเลยต้องมานั่งเป็ นเทพทวาร บาล สาหรับเหวยเหวินหลงที่ตอนนั้นยังเป็ นแค่โอสถทองเล็กๆ เขาก็ ยังไม่เคยมีมาดอะไรใส่อีกฝ่ าย อยู่ที่คฤหาสน์หลบร ้อน เจอกับพวกผู้ ฝึกกระบี่รุ่นเยาว์ที่มีฝีมือในการบั่นทอนผู้อื่นอย่างมากกลุ่มนั้น ก็ยิ่ง วางมาดที่ว่าหากใครว่าเขาสิบประโยคแล้วเขาตอบกลับไปประโยค หนึ่งก็ถือว่าเขาแพ้ มีเพียงกับน่าหลันไฉ่ฮ่วนเท่านั้นที่เซียนกระบี่หมี่ ไม่เคยไว้หน้า เวลาเจอกันชอบตีหน้าเคร่งวางมาดใหญ่ใส่ อยู่ด้วยกัน นานวันก็ยังไม่เคยแม้แต่จะชายตามองนางสักครั้ง
หากจะพูดถึงตอนที่ต้องคุยธุระสาคัญ ตรวจสอบบัญชี หากหมื่อ นี้ทาหน้าบูดบึง จงใจไม่สนใจนาง ในใจน่าหลันไฉ่ฮ่วนอาจจะรู ้สึกดี หน่อย ปัญหานั้นอยู่ที่ว่าพอเป็ นเรื่องพวกนี้เขากลับจริงจังมาก ถึงขั้น ที่ว่ายังเป็ นฝ่ ายมาขอวิชาความรู ้จากนาง….น่าหลันไฉ่ฮ่วนจะไม่เช่น เขี้ยวเคี้ยวฟันได้อย่างไร เจ้าคนใจดาอามหิต ไม่เห็นเหล่าเหนียงอยู่ ในสายตาเลยจริงๆ สินะ
ปี นั้นอยู่ที่กาแพงเมืองปราณกระบี่ คนที่ด่าหมี่อวี้มากที่สุด รุนแรงที่สุด ไม่มีความกริ่งเกรงมากที่สุด บุรุษต้องเทียบกับสตรีไม่ได้ แน่นอน น่าหลันไฉ่ฮ่วนตอนอยู่ในสนามรบออกกระบี่อย่างดุดัน ด่า หมี่อวี้กลับยิ่งไม่ออมแรงมากยิ่งกว่า
ว่ากันว่าฉายาหมี่ปักลายบุปผา แรกเริ่มสุดก็เป็ นน่าหลันไฉ่ฮ่วน ที่ตั้งให้ ไม่ใช่ว่าชอบนอนเมามายอยู่บนเมฆเรืองรองหลากสีนักหรอก หรือ? เจ้าก็คือหมอนปักลายบุปผานั่นแหละ
คาดว่านี่ก็เป็ นดั่งคากล่าวที่ว่าแสวงหาแต่ไม่อาจได้มาครอง ใน เมื่อรักแล้วไม่ได้ครอบครองก็เปลี่ยนจากความรักเป็ นความแค้น
ต่อให้น่าหลันไฉ่ฮ่วนหยิ่งทระนงมากแค่ไหน นางก็จาต้องยอมรับ ว่าปีนั้นการออกกระบี่ของตนก็เรียนรู ้มาจากหมื่อวี้
แล้วก็ไม่ใช่แค่นางคนเดียวที่เลียนแบบ แต่พวกผู้ฝึ กกระบี่รุ่น เยาว์ของรุ่นนั้น ไม่ว่าชายหญิงต่างก็ชอบเรียนรู ้วิธีการออกกระบี่มา จากหมี่อวี้แทบทั้งสิ้น
“หมี่ผ่าเอวตอนที่เป็ นเซียนดินสองขอบเขต ต่างก็มีมาดของ เซียนกระบี่ที่เป็ นเอกลักษณ์
ประโยคนี้เป็ นเซียนกระบี่ผู้อาวุโสเฉินซีที่พูดเองกับปาก
ตอนนั้นในบรรดาคนฟังก็มีน่าหลันเชาเหว่ยเป็ นหนึ่งในนั้น
แน่นอนว่าน่าหลันเซาเหว่ยฟังเข้าหู แล้วนับประสาอะไรกับที่การ ออกกระบี่สังหารปีศาจของหมี่อวี้ คุณความชอบทางการสู้รบที่สะสม มาไว้ก็เป็ นที่ประจักษ์ อีกทั้งหมื่อนี้ยังมีพี่ชายอยู่คนหนึ่ง ตอนนั้นหมี่สู้ ก็เป็ นเซียนกระบี่แล้ว
การแต่งงานครั้งนี้ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เป็ นคู่ที่มีฐานะเหมาะสม กัน ชายมีความสามารถหญิงงดงาม? หมี่อวี้กับน่าหลันไฉ่ฮ่วน ทั้ง ชายและหญิงต่างก็มีครบครันทั้งรูปโฉมและความสามารถ
น่าหลันไฉ่ฮ่วนโคลงศีรษะ ไม่คิดเรื่องวุ่นวายใจพวกนี้แล้ว
อวิ๋นเซียนลุกขึ้นบอกลา
น่าหลันไฉ่ฮ่วนหัวเราะคิกเอ่ยว่า “อวิ๋นเซียนอ่า เจ้าอยากจะเลื่อน เป็ นเซียนเหริน ข้ากลับมีคาแนะนาอย่างหนึ่ง”
อวิ๋นเซียนพุ่งตัวออกไปจากศาลบรรพจารย์แล้ว เรือนกายอรชร อ้อนแอ้น ผ้าคาดเอวพลิ้วไหวไปตามสายลม ดุจเมฆคล้อยน้าไหล
ที่ตั้งของสานักอวี่หลงถือว่าอยู่ในน่านน้าของทะเลใต้
ไม่ได้มีความสัมพันธ ์เป็ นนายบ่าวอะไรกับจวนวารีมหาสมุทร ทักษิณ สุยจวินหลี่เย่โหวที่มีฉายาเทพว่าเจี้ยวเยว่ แม้ว่าจะไม่เคยมา เยือนสานักอวี่หลงด้วยตัวเอง แต่ก็ได้ส่งเทพหญิงขุนนางหลักของ กองระเบียบพิธีการมาที่นี่
ในจวนวารีทะเลบูรพา น่าหลันไฉ่ฮ่วนกลับพอจะมีเส้นสายอยู่ บ้าง ปีนั้นนางที่เป็ นผู้ฝึกตนท าเนียบของต าหนักสุ่ยจิงภูเขาห้อยหัว กับผู้ฝึ กตนหญิงของฝูเหยาทวีปที่มีชื่อเล่นว่าอาอู่มีชื่อว่ากงเยี่ยน เคยท าการค้าร่วมกันมาก่อน