กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1120.5 ชื่อบนกระดานทองคา
ทุกวันนี้กงเยี่ยนสะบัดกายเปลี่ยนร่าง ร่ารวยสูงศักดิ์แล้ว ได้เป็ น บุคคลอันดับหนึ่งในกองตรวจสอบของจวนวารีมหาสมุทรบูรพา อยู่ ในวงการขุนนางภูเขาสายน้าของไพศาลก็ถือเป็ นขุนนางผู้สูงสง่า อันดับหนึ่ง สูงส่งและมีเกียรติอย่างมาก
ประเด็นสาคัญคือขณะเดียวกันกงเยี่ยนยังควบหน้าที่ในกอง สารวจด้วย ก่อนที่จะออกจากตาแหน่ง กงเยี่ยนก็เรียกได้ว่าเป็ น บุคคลยิ่งใหญ่ที่มีอานาจจริงแท้และว่างเปล่าอยู่ในมือไปพร ้อมๆ กัน
อวิ๋นเชียนยิ่งมั่นใจว่าการที่ตนให้น่าหลันไฉ่ฮ่วนเป็ นเจ้าส านักก็ คือทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุด
น่าหลันไฉ่ฮ่วนอ่านแค่ต าราของส านักการค้าและสมุดบัญชี อ่านต าราเบ็ดเตล็ดมาไม่มาก สาหรับ “หญิงงามล้าเลิศ” ที่บนภูเขา ของฝูเหยาทวีปให้การยอมรับผู้นั้น นางรู ้สึกว่ามีคาศัพท์คาหนึ่งที่เอา มาบรรยายกงเยี่ยนได้พอดี นั่นคือคาว่าอิ่มเอิบ
ทุกวันนี้พอมองผู้คุมกฏบ้านตน ขนาดสตรีด้วยกันเห็นเข้าก็ยัง คิดว่าคนงามผอมบางแม้แต่ข้าก็ยังสงสาร จึงรู ้สึกว่าอวิ๋นเชียนกับกง เยี่ยนนั้น หึหึหึ
เส้าอวิ๋นเหยียนกับถัวเหยียนฮูหยินคือเค่อชิงที่ได้รับการบันทึก ชื่อของสานักอวี่หลงเป็ นประเภทที่ไม่ต้องรับเงินเดือน
ท าการค้า ดีดลูกคิด น่าหลันไฉ่ฮ่วนคิดว่าหากตัวเองบอกว่าคือ บุคคลอันดับสามของกาแพงเมืองปราณกระบี่ก็ไม่มีใครกล้ามาแย่ง ตาแหน่งที่สองแล้ว
ใครเป็ นอันดับหนึ่ง? ปีนั้นเรือนชุนฟานกับสวนดอกเหมยหายไป ได้อย่างไร? เสื่อเย็นผืนหนึ่งก็ยังถูกเจ้าม้วนหอบหนีไปด้วยแล้ว
น่าหลันอวี้เตี๋ยนักบัญชีน้อยแห่งหอบูชากระบี่ นับตามลาดับ อาวุโสแล้ว แม่นางน้อยต้องเรียกน่าหลันไฉ่ฮ่วนว่าท่านย่าทวด
อายุน้อยๆ ก็เรียนรู ้การท าการค้ากับใต้เท้าอิ่นกวานแล้ว สาย แยกทั้งหลายที่แยกออกมาจากเส้นทางทรัพย์สินหลักของภูเขาลั่วพั่ว แม่นางน้อยล้วนมีการร่วมหุ้นและได้รับส่วนแบ่ง
แม้จะบอกว่าจ านวนมีไม่มาก แต่ก็สามารถเรียนรู ้การท าการค้า กับเจ้าหมอนั่นได้
น่าหลันไฉ่ฮ่วนเลื่อมใสยิ่งนัก นี่คือเสาคานหลักของตระกูลใน อนาคตเชียวนะ
ปีนั้นน่าหลันไฉ่ฮ่วนได้รับคาสั่งจากอิ่นกวานหนุ่ม น่าจะท่ากับว่า “รับโองการฉบับหนึ่งที่ป่าวประกาศมาจากคฤหาสน์หลบร ้อน” กระมัง
น่าหลันไฉ่ฮ่วนออกมาจากภูเขาห้อยหัว เดินอาดๆ ไปที่ฝูเหยา ทวีป รับหน้าที่ดูแลถ้าซานสุ่ยที่เป็ นฝูงมังกรไร ้ผู้นาชั่วคราว ระหว่าง นั้นก็ได้รู ้จักกับสหายทาการค้านิสัยไม่เลวคนหนึ่ง เป็ นผู้ฝึกตนหญิง ชื่อว่ากงเยี่ยน ขอบเขตหยกดิบ
นางเอาทรัพย์สมบัติในถ้าซานสุ่ยออกมาจนหมด อย่าว่าแต่คลัง สมบัติและพื้นที่ลับซึ่งต้องขุดดินลึกลงไปสามชื่อเลย แม้กระทั่งเก้าอี้ ยี่สิบกว่าตัวในศาลบรรพจารย์ก็ยังไม่รอดพ้นหายนะในครั้งนี้
ถึงขั้นที่ว่าถ้วยรองเสมหะที่ทาด้วยกรรมวิธีลับบนภูเขา ถังส้วมที่ พวกผู้ฝึกตนหญิงใช ้กันโดยเฉพาะก็ล้วนถูกน่าหลันไฉ่ฮ่วนเปลี่ยน มือขายออกไป ล้วนแลกมาเป็ นเงินเทพเซียนที่เป็ นเงินเป็ นทองจับ ต้องได้จริง!
หาเงินนี่นะ ไม่สนเรื่องความสวยงามใดๆ
น่าหลันไฉ่ฮ่วนยังได้รู ้จักกับวิญญูชนศาลบุ๋นคนหนึ่งที่ตอนนั้น มารับหน้าที่ดูแลเรื่องทรัพย์สินเงินทองของถ้าซานสุ่ย ก็คือเกาเสวียน ตู้รองเจ้าขุนเขาส านักศึกษาไหลหยวนในทุกวันนี้
ก็ไม่ใช่ว่าขายไปได้เท่าไร ได้ก าไรมามากเท่าไรก็ล้วนยกให้น่าห ลันไฉ่ฮ่วนทั้งหมด นางรับกาไรมาแค่สองส่วนเท่านั้น ทว่าต่อให้เป็ น เช่นนี้ก็ไม่น้อยกว่ามาตรฐานที่กาหนดไว้แล้ว
ดังนั้นนางจึงมีแรงฮึกเหิมอย่างมาก
ภายหลังน่าหลันไฉ่ฮ่วนไปที่เกราะทองทวีปและหลิวเสียทวีป อยู่ ที่ไหนจะทาการค้าไม่ได้ ทุกวันนี้หากไม่พูดถึงเงินเก็บส่วนตัว พูดถึง แค่ในมือนางก็มีวัตถุฟางชุ่นหกชิ้นและวัตถุจื่อชื่ออีกสองชิ้นแล้ว!
อวิ๋นเชียนออกมาจากศาลบรรพจารย์ ตอนนี้นางยังไม่มีอารมณ์ จะฝึกหลอมลมปราณนางจึงไปเดินเล่นอยู่ที่ภูเขาบรรพบุรุษ
ในฐานะภูเขาบรรพบุรุษสานักอวี่หลง บอกว่าเป็ นเกาะสองเกาะที่ หันหน้าเข้าหากันแต่อันที่จริงหากพูดถึงแค่เกาะแห่งเดียวก็มีอาณา บริเวณมากกว่าเมืองหลวงของแคว้นเล็กมากมายเสียอีก
ก่อนหน้านี้น่าหลันไฉ่ฮ่วนตัดสินใจรับลูกศิษย์ผู้สืบทอดสองคน แทนนางโดยพลการ
คนหนึ่งคือเด็กหนุ่มที่ในมือถือป้ ายหยก ของขวัญกราบอาจารย์ ที่น่าหลันไฉ่ฮ่วนมอบให้แทนก็คือแผ่นหยกที่มีลักษณะเหมือนป้ าย สงบสุขปลอดภัยแผ่นหนึ่ง
ด้านหนึ่งแกะสลักเป็ นคาว่า “กาแพงเมืองปราณกระบี่” อีกด้าน หนึ่งแกะสลักด้วยตัวอักษรแบบบรรจงเป็ นค าว่า “ใต้หล้าไพศาล
และด้านของกาแพงเมืองปราณกระบี่นี้ก็ยังแกะสลักตัวอักษร เล็กๆ สองคาว่า “อิ่นกวาน” บวกกับตัวเลขขนาดเล็กเท่าหัวแมลงวัน อีกหนึ่งตัว
ในเมื่อเป็ นของขวัญกราบอาจารย์ ทุกวันนี้ “ป้ ายสงบสุข ปลอดภัย” แผ่นนี้จึงกลายเป็ น ของของอวิ๋นเชียนแล้ว
อวิ๋นเชียนชอบขมวดคิ้วน้อยๆ โดยไม่รู ้ตัว นางมักจะมีสีหน้ากลัด กลุ้มเช่นนี้อยู่เสมอ
ปี นั้นบังเอิญออกจากตาหนักสุ่ยจิ่งมาเข้าร่วมการประชุมที่นี่ ตลอดทางมีหรือจะเงียบสงัดเช่นนี้ เมื่อก่อนต้องการหลบเลี่ยงผู้คน ทุกวันนี้อยากจะเจอใครสักคนกลับไม่ใช่เรื่องง่าย
ศิษย์พี่หญิงของนาง หรือก็คือเจ้าสานักที่ตอนนั้นไล่ให้นางไป ดูแลตาหนักสุ่ยจิงที่ภูเขาห้อยหัวพ่ายแพ้ให้กับอวิ๋นเชียนผู้เป็ นศิษย์ น้องที่นางดูแคลนแค่ในเรื่องเดียวเท่านั้น
นอกจากบรรพจารย์บุกเบิกภูเขาและบรรพบุรุษผู้กอบกู้ความ รุ่งโรจน์ที่ลงนามทาสัญญากันที่ร่องเจียวหลงแล้ว ช่วงหลังจากพวก นาง เวลาผ่านไปนานเป็ นพันปีก็มีเพียงอวิ๋นเชียนที่เรียน “พุดตานอุ่น กระโจม คือดินแดนแห่งเมฆและฝน” คือวิชาลับที่ไม่แพร่งพรายได้ สาเร็จอย่างแท้จริง ทุกรุ่นจะคัดเลือกมาแค่สองสามคนเท่านั้น ถ่ายทอดวิชาให้กันปากต่อปาก หากเรียนไม่สาเร็จภายในหนึ่งปีก็จะ ถูกลบความทรงจาทิ้งไป
อันที่จริงบรรพบุรุษบุกเบิกภูเขาของสานักอวี่หลงผู้นั้นเคยตั้ง กฎระเบียบไว้ข้อหนึ่ง ในอนาคตไม่ว่าใครที่มาเป็ นเจ้าสานัก หากคน ผู้นั้นมิอาจฝึ กวิชานี้ได้สาเร็จ ถ้าอย่างนั้นขอแค่ใครฝึ กส าเร็จก็จะ ได้รับต าแหน่งเป็ นเจ้าส านักในทันที
ทว่าอวิ๋นเชียนกลับมีความลาบากใจที่ยากจะเอื้อนเอ่ย เพราะ ศิษย์พี่หญิงคนนั้นไม่ยินดีจะยกต าแหน่งให้
ศิษย์พี่ศิษย์น้องสองคนรู ้ใจกันโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย คนหนึ่งแสร ้ง ท าเป็ นว่าเรียนไม่ส าเร็จ อีกคนก็คิดว่าเจ้าเรียนไม่เป็ น
อวิ๋นเชียนถอนหายใจเบาๆ ลมทะเลพัดโชยมาปะทะใบหน้า พัด พาให้เส้นผมตรงจอนหูยุ่งเหยิง ชุดคลุมอาคมบนร่างของนางถูกพัด
ปลิวไปแถบหนึ่ง สตรีที่เดิมทีรูปโฉมก็งามล่มบ้านล่มเมืองอยู่แล้วก็ยิ่ง เผยเส้นเว้าเส้นโค้งให้เห็นอย่างแจ่มชัด
แม้ว่าตอนนี้ในสานักจะมีคนอยู่น้อย แต่เนื่องจากเจ้าสานักคือ น่าหลันไฉ่ฮ่วน ผู้ฝึ กตนทาเนียบทุกวันนี้ที่ต่างก็อายุไม่มาก ส่วน ใหญ่ล้วนเป็ นสายลูกศิษย์ผู้สืบทอดที่ปีนั้นอวิ๋นเชียนพาตัวมาจาก ตาหนักสุ่ยจิง เพราะพวกเขาฝึ กตนอยู่ที่ภูเขาห้อยหัวจึงกลับ กลายเป็ นว่ามีความรู ้กว้างขวางกว่าผู้ฝึกตนที่อยู่บนภูเขาบรรพบุรุษ ของสานักอวี่หลง เวลาว่างก็มักจะพูดคุยกันเรื่องของกาแพงเมือง ปราณกระบี่อย่างเพลิดเพลิน เหมือนเป็ นหัวข้อสนทนาหลังมื้ออาหาร ข่าวลือเล็กๆ น้อยๆ บางอย่างที่ไม่มีหลักฐานให้สืบเสาะก็พูดอย่าง น่าเชื่อถือ ชอบจัดอันดับให้กับพวกเซียนกระบี่ของกาแพงเมือง ปราณกระบี่ ส่วนใหญ่ไม่มีใครยอมใคร เถียงกันจนหน้าด าหน้าแดง
บ้างก็พูดคุยถึงอิ่นกวานหนุ่มคนนั้น คนร่วมสานักที่คุณสมบัติดี เยี่ยมหยอกเย้าคนที่คุณสมบัติธรรมดา มักจะชอบพูดว่าออกจาก บ้านไปอยู่ข้างนอก ท่องอยู่ในยุทธภพ เจ้าก็เลยเอาอย่างอิ่นกวาน หนุ่ม กดขอบเขตสิบขั้นหรือ?
คนที่คุณสมบัติไม่ดีมักจะรู ้สึกว่าการฝึ กตนไม่ง่าย การฝึ กฝน วิชาก็ยากลาบากจริงๆ ยามที่ใกล้จะหยัดยืนต่อไปไม่ไหวก็มักจะ คิดถึงใต้เท้าอิ่นกวานที่แต่งกายเป็ นสตรีเดินออกจากคฤหาสน์หลบ ร ้อนไปฆ่าปีศาจที่สนามรบ
สีหน้าอวิ๋นเชียนพลันเลื่อนลอยไป ยื่นนิ้วไปลูบเส้นผมสีนิลตรง จอนหู
นางคืนสติแล้วก็รีบโบกชายแขนเสื้อ สลายเมฆฝนที่ทาท่าจะก่อ ตัวขุมนั้นทิ้งไป
เจ้าส านักคนใหม่ ผู้คุมกฎคนใหม่ ผู้ถวายงานคนใหม่ ผู้ฝึกตน ทาเนียบคนใหม่ สานักอวี่หลงที่ไม่ว่าอะไรก็เป็ นภาพบรรยากาศอย่าง ใหม่ทั้งหมด
ยังมีผู้เฒ่าอยู่สี่ห้าคนที่เป็ นโอรสสวรรค์หนึ่งรัชสมัยขุนนางหนึ่ง รัชสมัย ทุกวันนี้ผู้อาวุโสคนเก่าของสานักอวี่หลงกลุ่มนี้ รวมถึงเซียน ดินอย่างเถียนซู่และจ้าวฉุนอาจารย์และศิษย์สองคนด้วยแล้ว อันที่จริง ล้วนนั่งอยู่บนเก้าอี้เย็น
อาณาเขตทะเลทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสานักอวี่หลง ระยะทางน้าห่างไปประมาณพันกว่าลี้มีเกาะใต้อาณัติที่ขนาดใหญ่ ที่สุดอยู่แห่งหนึ่ง มีชื่อว่าเกาะอวี่เซียน การที่มีชื่อเช่นนี้ได้ก็ดู เหมือนว่าในประวัติศาสตร ์จะมีผู้ฝึกตนบรรลุมรรคาที่ได้จาแลงขนนก บินทะยานกลายเป็ นเซียนอยู่ที่นี่ ในเวลาหลายร ้อยปีที่ผ่านมา ผู้ฝึก ตนของเกาะอวี่ฮว่าต่างก็มั่นใจในเรื่องนี้ พวกผู้อาวุโสในสานักต่างก็ พูดกันเช่นนี้ พวกผู้อาวุโสของผู้อาวุโสในสานักก็พูดแบบนี้ เหมือนกัน อันที่จริงผู้ฝึกตนทาเนียบรุ่นเยาว์ ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าเชื่อ ในคากล่าวนี้คนที่พูดยังไม่เชื่อก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนนอกเลย
เกาะอวี่ฮว่ามีโชคไม่เลว เจ้าลัทธิอวี๋แห่งป๋ ายอวี้จิ่งถอนภูเขาห้อย หัวออกไป หลังจากที่เผ่าปีศาจของเปลี่ยวร ้างบุกโจมตีกาแพงเมือง ปราณกระบี่แตกแล้วรุกรานไพศาล บางทีอาจเป็ นเพราะมีบารมีของ เซียนเหรินที่จาแลงขนนกบินทะยานคนนั้นช่วยคุ้มครอง เกาะนี้จึงถูก ปีศาจใหญ่ยึดครองจวนส่วนตัวไปแค่ตนเดียว รอกระทั่งเผ่าปีศาจเป็ น เหมือนกระแสน้าลง ถอยกลับไปอีกครั้ง พวกผู้ฝึ กตนที่ซ่อนป้ าย วิญญาณบรรพบุรุษเอาออกจากเกาะไปหลบภัยหวนกลับมาที่ เกาะอวี่ฮว่าอีกครั้ง แค่เก็บกวาดเล็กน้อยก็พบว่ายังพอจะเอามาใช ้ งานได้ เมื่อเทียบกับเกาะปี้อวี้ที่อยู่ใกล้เคียงซึ่งถูกทาลายลงในคืน เดียว สุดท้ายกลายเป็ นเพียงซากปรักก็เป็ นความแตกต่างที่ชัดเจน สะดุดตาอย่างมาก
ส่วนการที่เจ้าของเกาะเปลี่ยนมาเป็ นเถียนซู่ อันที่จริงเมื่อเทียบ กันแล้วก็ถือว่ายังเป็ นเรื่องเล็ก ในกลียุคที่ขอบเขตบินทะยานต่างพา กันตายดับ พวกเขาที่ชั่วชีวิตนี้ไม่อาจสัมผัสได้ถึงธรณีประตูของห้า ขอบเขตบนสามารถมีชีวิตรอดมาได้ สามารถหลบพ้นหายนะมาได้ แล้วได้หวนกลับมาที่ภูเขาแห่งเดิมอีกครั้งก็ถือเป็ นความโชคดี มหาศาลในความโชคร ้ายแล้ว
หวนนึกถึงปีนั้น ยามที่สานักเจริญรุ่งเรื่อง นอกจากภูเขาบรรพ บุรุษแล้ว สานักอวี่หลงก็มีเกาะใต้อาณัติอยู่ถึงยี่สิบเจ็ดแห่ง จวนเซียน หรือพรรคทุกแห่งที่ต้องมอบของบรรณาการให้กับสานักอวี่หลงต่างก็ ต้องสร ้างท่าเรือไว้แห่งหนึ่ง เพียงแต่ว่าขนาดพื้นที่ของท่าเรือแต่ละ
แห่งจะเล็กหรือใหญ่ หากอิงตามการคานวณจานวนเรือยันต์ที่รองรับ ได้พร ้อมกันว่ามีกี่มากน้อย ทางฝั่งสานักอวี่หลงก็จะมี “จานวนที่ ก าหนดไว้แน่นอน อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าทุกๆ สิบปี อาจเพิ่มหรือลดก็ได้ ว่ากันว่าผู้ถวายงานทุกคนที่มีเก้าอี้ค่อนไปด้านหน้าในศาลบรรพ จารย์ทุกคนต่างก็ได้กุม “อ านาจใหญ่เป็ นตาย” ของท่าเรือเกาะเซียน แห่งสองแห่ง ไม่นับรวมในเงินเดือน ถูกเรียกขานอย่างไพเราะว่าเป็ น “การแสดงความเคารพด้วยใจบริสุทธิ์ดุจน้าแข็ง
ดังนั้นสานักอวี่หลงจึงไม่จาเป็ นต้องใช ้เรือข้ามฟาก แค่ทาการค้า กับเรือข้ามฟากทั้งหลาย อาศัยเรื่องของการเก็บค่าเช่าก็ได้กาไรมา ก้อนใหญ่แล้ว
สานักแห่งหนึ่งกลับเป็ นเหมือนวงการขุนนาง แม้กระทั่งภูเขา บรรพบุรุษและผู้ฝึกตนท าเนียบใต้อาณัติ บวกกับทายาทตระกูลเซียน บ่าวรับใช ้ทั้งหลาย รวมๆ กันแล้วก็มีคนมากถึงสามหมื่นกว่าคน สานักอวี่หลงจะแบ่งระดับขั้นให้กับพวกเขา มีทั้งหมดยี่สิบสองขั้น แบ่งเป็ นเซียนกับมนุษย์ธรรมดา ทุกคนล้วนถูกแบ่งระดับ
บริเวณใกล้เคียงกับเกาะอวี่ฮว่าก็คือเกาะที่เนื้อแท้ประดุจหยกสี มรกต เป็ นแหล่งกาเนิดของพลอยปีสี่ (หรือทัวร ์มาลีน) ของตระกูล เซียน ขอแค่ซื้อมาได้ก็ได้กาไรแล้ว หากไม่เป็ นเพราะพรรคในพื้นที่มี การควบคุมการผลิตอย่างเข้มงวด ตัดสินใจว่าจะท าตามแผนระยะ ยาว ป่ านนี้ก็คงได้กาไรเป็ นกอบเป็ นกาไปนานแล้ว เกาะซื้อวี้แห่งนี้ เคยเป็ นจวนเซียนใหญ่อันดับหนึ่งในบรรดาพรรคใต้อาณัติของ
สานักอวี่หลง ผลกลับกลายเป็ นว่าพอถูกเผ่าปีศาจของเปลี่ยวร ้างกรู เข้ามาในไพศาลเหมือนน้าขึ้น เหมือนฝูงตั๊กแตนบินผ่านพื้นที่ กลืน กินเกาะปี้อวี้จนเกลี้ยงไม่มีเหลือ รอกระทั่งก่อกาเนิดเฒ่าเถียนชูพา ศิษย์ลูกศิษย์หลานกลุ่มหนึ่งย้อนกลับมาก็ได้แต่ย้ายไปอยู่เกาะอวี่ฮว่า ที่อยู่ติดกันแทน พรรคของอีกฝ่ ายก็รู ้กาลเทศะ ยินดีที่จะเป็ นรองเจ้า ประมุขที่ได้พึ่งพิงต้นไม้ใหญ่อาศัยร่มเงา
ในฐานะลูกศิษย์ที่รักของอาจารย์ จ้าวฉุนโอสถทองที่ในอดีตเป็ น บรรพจารย์ผู้คุมกฏของเกาะปี้อวี้ พอเห็นซากปรักของที่แห่งนี้เขาก็ เจ็บแค้นใจอย่างมาก หากรู ้แต่แรกว่าจะเป็ นเช่นนี้ก็ไม่สู้ขุดเจาะเอา พลอยเอาหยกมาให้เต็มที่
เถียนซู่ที่ปิดด่านรักษาบาดแผลเดินออกมาจากพื้นที่ประกอบ พิธีกรรม ไม่รู ้ว่าเหตุใดก่อก าเนิดเฒ่ารู ้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านก็เลย ออกมาเดินเล่นผ่อนคลายอารมณ์
สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายขุมนั้นของอาจารย์ จ้าวฉุนที่เพิ่งรับ ต าแหน่งเจ้าประมุขก็รีบขยับมาใกล้ ไม่กล้าเพิกเฉยต่ออาจารย์ผู้ อาวุโสแม้แต่น้อย
อาจารย์และศิษย์สองฝ่ ายเดินขึ้นไปบนหออวี่ฮว่าที่อยู่บนยอด เขาด้วยกัน ทอดสายตามองไปไกล เถียนซู่มองไปทางร่องเจียวหลง แห่งนั้น
สานักอวี่หลงกับร่องเจียวหลง นับแต่อดีตมาก็ถือเป็ นเพื่อนบ้าน บนภูเขาที่ไม่ไกลไม่ใกล้ ระยะห่างที่มีต่อกันกาลังดี
ใกล้เกินไปก็ง่ายที่จะแย่งชิงพื้นที่ แย่งชิงปราณวิญญาณฟ้ าดิน กัน ห่างไกลเกินไปก็ไม่มีคาเรียกขานว่าเพื่อนบ้านไม่เพื่อนบ้านอะไร แล้ว
ญาติห่างไกลไม่สู้เพื่อนบ้านใกล้เคียง บวกกับที่มหามรรคาของ ทั้งสองฝ่ายสอดคล้องกัน ความสัมพันธ ์จึงดีมากมาโดยตลอด
เจียวหลงที่ไปเคลื่อนเมฆโปรยฝนที่ทักษินาตยทวีปมักจะหมดสิ้น เรี่ยวแรงระหว่างทางกลับจึงต้องหยุดพัก หรือก็คือคากล่าวที่ว่ามังกร เหนื่อยล้าหล่นร่วงลงสู่มหาสมุทรที่พวกชาวเรือบนทะเลพูดถึงกัน ผู้ ฝึกลมปราณของสานักอวี่หลงก็จะคอยให้การช่วยเหลือ ช่วยโคจร รากน้า ผลักดันคลื่นให้อีกฝ่ ายลอยกลับถึงร่องเจียวหลง ขณะเดียวกันเพื่อเป็ นค่าตอบแทนทุกปีลูกศิษย์ผู้สืบทอดศาลบรรพ จารย์ของสานักอวี่หลงในจานวนที่กาหนดไว้แน่ชัดจะได้ถือเอกสาร ผ่านด่าน ไปฝึกวิชาธาตุน้าในจุดลึกของร่องเจียวหลง
จ้าวฉุนถามเสียงเบา “อาจารย์ มีเรื่องในใจหรือ?”
เพียงแค่เอ่ยปาก จ้าวฉุนก็รู้สึกว่าตัวเองถามไร้สาระแล้ว
อาจารย์เกือบจะถูกสตรีผู้นั้นใช ้กระบี่สับ ก่อนหน้านี้ไม่นานยัง ออกจากต าแหน่งเจ้าประมุขอย่างหมดอาลัยตายอยาก หากอาจารย์
ไม่มีเรื่องในใจ ก็หาใช่เพราะบ่มเพาะใจได้ดีเพียงไร แต่เป็ นเพราะเขา ขาดไหวพริบต่างหาก
ดูท่าตนน่าจะยังฝึกจิตใจได้ไม่ดีพอ เผชิญหน้ากับน่าหลันไฉ่ฮ่ วนที่มีพลังอานาจบีบคั้นผู้นั้นก็เสียกระบวนท่าไปเองก่อนแล้ว
เถียนซู่ใช ้เสียงในใจเอ่ย “ไม่มีเรื่องในใจอะไร อาจารย์แค่คิดถึง คนหนุ่มคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะโชคดีมาก แต่ก็ขาดโชคอีกแค่เล็กน้อย เท่านั้น นั่นคือแมลงน่าสงสารที่ใจสูงเทียมฟ้ า มักจะคิดว่าตัวเองคือผู้ ครองชะตาสวรรค์”
จ้าวฉุนลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “อาจารย์หมายถึงฟู่ เค่อลูก ศิษย์ผู้สืบทอดของส านักอวี่หลงหรือ?”
ฟู่ เค่อเคยเป็ นเซียนดินโอสถทองที่ในประวัติศาสตร ์ของสานัก อวี่หลงยอมรับว่ามีคุณสมบัติและโชคดีที่สุด อายุน้อยที่สุด แน่นอน ว่าโชควาสนาด้านสตรีของเจ้าหมอนี่ก็ยิ่งไม่ตื้นเขิน
เพราะถึงอย่างไรก็คือผู้มีพรสวรรค์ด้านการฝึ กตนที่มีหวังจะ กลายเป็ นเจ้าส านักชายคนแรกของสานักอวี่หลง
หญิงงามอิงแอบรายล้อม เสพสุขเพลิดเพลินกับความรักใคร่ แค่ ผู้ฝึกตนหญิงผู้สืบทอดของสานักอวี่หลงคนเดียวก็ดีจะตายแล้ว หึ นี่ ยังมีตั้งสองคน