กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1121.3 ยี่สิบคนกับเหล่าตัวสารอง (บน)
นั่นเป็ นสิ่งที่มิอาจอดทนได้อีก ในที่สุดโหลวเหมี่ยวก็ขึ้นกระดาน ประกาศให้รางวัลด้วยตัวเอง มอบทองให้ก้อนใหญ่ ส านักฉงหลินมี ศัตรูร่วมกัน ขอสาบานว่าจะต้องสังหารตาเฒ่าเจียงให้จงได้!
เด็กอีกคนหนึ่งถามคาถามที่ไร ้เดียงสาสมกับเป็ นเด็กน้อย “อาจารย์ปู่ เจ้าโจรเจียงผู้นั้นสาดน้าสกปรกใส่ท่านเช่นนี้ วันใดได้ เจอหน้ากันจะตีกันหรือไม่?”
โหลวเหมี่ยวส่ายหน้า “ไม่ตีกันหรอก”
เด็กคนนั้นเอ่ยอย่างอัดอั้น “ทุกวันนี้ชื่อเสียงของเจ้าโจรเจียง ไม่ได้เลวบริสุทธิ์เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว บางครั้งก็มีคนที่พูดจาถึงเขา ดีๆ อยู่หลายประโยคเหมือนกัน”
นี่ต้องยกคุณความชอบให้กับสองเรื่อง เจียงซ่างเจินรับต าแหน่ง เจ้าส านักของส านักกุยหยกมาจากมือของสวินยวน ภายใต้ สถานการณ์ที่ทั้งทวีปเจอกับความพินาศวอดวายเขาบุกเดี่ยวตะลุย ไปทั่วทิศ ถึงกับสามารถสังหารปี ศาจได้ทุกหนทุกแห่ง สร ้างคุณ ความชอบภายใต้เปลือกตาของปี ศาจใหญ่บนบัลลังก์ราชาเก่า ทั้งหลาย
เจ้าโจรเจียงวิ่งได้เก่งขนาดนี้ เป็ นเพราะได้มาจากประสบการณ์ที่ สั่งสมไว้ในอุตรกุรุทวีปของพวกเรา
https://novel-lk.com/
อีกอย่างก็คือตัวตนของ โจวเฝย” ที่เป็ นผู้ถวายงานอันดับหนึ่ง ของภูเขาลั่วพั่วก็เหมือนน้าลดหินผุดแล้ว ที่แท้ก็คือเจ้าโจรเจียงที่ไม่ ว่าจะผ่านหมู่บ้านใดก็ต้องมีแม่ยายเสมอผู้นั้นแรกเริ่มทางฝั่งของอุตร กุรุทวีปไม่กล้าเชื่อกันด้วยซ้า
ชื่อเสียงของเฉินผิงอันอิ่นกวานคนสุดท้ายที่อยู่ในอุตรกุรุทวีป เคยสูงจนสูงไปมากกว่านั้นไม่ได้อีกแล้ว แทบจะสามารถทัดเทียม กับฮว่อหลงเจินเหรินที่มีคุณธรรมมีชื่อเสียงสูงส่งได้แล้ว ทุกวันนี้ แน่นอนว่าก็ยังคงดีอยู่เหมือนเดิม ต่อให้บนภูเขาจะมี โจวอันดับหนึ่ง ที่ถ่ายแล้วไม่ยอมเช็ดกันโผล่มาเพิ่ม เจ้าขุนเขาเฉินกับภูเขาลั่วพั่วก็ ถือว่าเป็ นกาแพงขาวที่มีจุดด่างพร ้อยแค่เล็กน้อยอยู่ดีกระมัง
เทพธิดาและผู้ฝึกตนหญิงมากมายต่างก็สงสารอิ่นกวานหนุ่มผู้ นั้นมาก ดูท่าอยู่ที่บ้านเกิดของเขา แรกเริ่มของการเปิดภูเขาก็น่าจะ ยากจนมากจริงๆ
หาไม่แล้วจะปล่อยให้เจียงซ่างเจินฉวยโอกาสเข้ามาได้อย่างไร
ผู้เฒ่ายิ้มบางๆ “ดีๆ ร ้ายๆ ถูกๆ ผิดๆ ไม่ได้ปลอดโปร่งโล่งสบาย ขนาดนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสองดวงตาที่ผ่านโลกมาแล้ว ตาชั่งใน หัวใจก็จะยิ่งไม่ยุติธรรมแล้ว”
เด็กน้อยอดไม่ไหวถามว่า “พระโพธิสัตว์ยังมีไฟโทสะสามจั๋ง อาจารย์ปู่จะไม่โกรธสักนิดจริงๆ เลยหรือ?”
https://novel-lk.com/
โหลวเหมี่ยวยิ้มบางๆ “จะไม่โกรธเลยได้อย่างไร หากสามารถฆ่า เขาได้ก็ต้องฆ่าไปนานแล้ว วันหน้ารอให้ถึงโอกาสที่เหมาะสม สามารถฆ่าได้ก็ต้องฆ่าแน่นอน”
คงเป็ นเพราะสีหน้าของผู้เฒ่าสุภาพ น้าเสียงก็เรียบนิ่งอย่างมาก ต่อให้พูดคาว่า “ฆ่า” อยู่หลายครั้ง ก็ยังไม่ทาให้เด็กทั้งสองรู ้สึกถึง
| บรรยากาศของปราณสังหารที่เข้มข้นได้ พวกเขาบอกลาจากไป |
โหลวเหมี่ยวพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม เอ่ยประโยคไร ้สาระก าชับ พวกเขาว่าให้ขยันฝึ กตน เจอกับด่านยากก็อย่าได้ท้อถอยอยู่สอง สามประโยค รอกระทั่งเด็กน้อยที่เอาร่มเหน็บใต้รักแร ้ค่อยๆ เดินลง
ภูเขากันไปแล้ว
ผู้เฒ่าก็พลันลุกขึ้นยืน จ้องนิ่งไประหว่างภูเขาสายน้าที่อยู่ริม อาณาเขตของส านักเพียงแต่ว่าความผิดปกติในจิตใจเกิดขึ้นเพียง วูบเดียวแล้วก็หายวับไป ผู้เฒ่าลังเลอยู่เล็กน้อยก็ไม่ได้สืบเสาะเรื่องนี้ ต่อ
แต่หันหน้ามองไปยังยอดเขาพาตี้ที่อยู่ทางเหนือ
ที่นั่นต่างหากถึงจะเป็ นเรื่องใหญ่อย่างแท้จริง
อุตรกุรุทวีปมีผู้ฝึกกระบี่มากมายเหมือนก้อนเมฆ ความบกพร่อง เพียงหนึ่งเดียวในความสมบูรณ์แบบก็คือไม่มีผู้ฝึกตนใหญ่ขอบเขต สิบสี่นั่งบัญชาการณ์ภูเขาสายน้าเสียที
https://novel-lk.com/
แต่โหลวเหมี่ยวกลับรู ้ว่าฮว่อหลงเจินเหรินที่ถูกเรียกขานว่าเป็ น ลูกพี่ใหญ่ของสองสายขาวดา อันที่จริงได้ทดลองผสานมรรคาสอง ครั้งแต่ก็ไม่สาเร็จเสียที
ครั้งหนึ่งอยู่ในจวนเทียนซือภูเขามังกรพยัคฆ์ ใช ้เวลายาวนาน หลายสิบปีอ่านตาราที่เก็บสะสมไว้จนถ้วนทั่วเพื่อศึกษาเวทอสนี ผล
คือปิดด่านได้แค่ครู่เดียวก็ออกจากด่านแล้ว
ยังมีอีกครั้งหนึ่งที่หันไปฝึกควบวิชาวารี “เข้าร่วมวิถีแห่งมังกร พยัคฆ์” ทดลองที่จะผสานเส้นทางสองสายอย่างน้าและไฟ พลังสรรค์ สร ้างแห่งหยินหยาง น่าเสียดายที่ขาดแรงไฟไปเล็กน้อย
ดังนั้นครั้งนี้ฮว่อหลงเจินเหรินเดินทางออกจากใต้หล้าเปลี่ยวร ้าง กลับมายังพื้นที่ประกอบพิธีกรรม โหลวเหมี่ยวก็ยังไม่ค่อยเห็นดีใน การปิดด่านของเขาสักเท่าไร ตอนที่มีฝนใหญ่ตกกระหน่าจากการ สลายมรรคาของบรรพจารย์สามลัทธิ ในเมื่อฮว่อหลงเจินเหรินยังไม่ อาจผสานมรรคาได้ ตอนนี้ฝนใหญ่หยุดตกแล้วก็ยิ่งมิอาจผสาน มรรคาได้เข้าไปอีก
ทว่าเงินเหรินผู้เฒ่าที่อยู่บนยอดเขาพาตี้ได้ยืมเบาะรองนั่งมาหนึ่ง ใบกับเหล้าหนึ่งกา
คาว่าปิดด่านผสานมรรคากลับมองดูแล้วเรียบง่ายเช่นนี้
เมื่อเทียบกับการเอาจริงเอาจัง ระมัดระวังรอบคอบ วางแผน สารพัดอย่าง พยายามสุดกาลังเพื่อให้บรรลุผลสาเร็จทั้งหมดภายใน
https://novel-lk.com/
คราวเดียวของผู้ฝึกตนขอบเขตบินทะยานขั้นสมบูรณ์แบบคนอื่นๆ แล้ว ดูเหมือนว่าการวางตัวอยู่ร่วมกับคนอื่นในโลก การรับลูกศิษย์ ถ่ายทอดมรรคาของฮว่อหลงเจินเหรินจะไม่เคยเดินไปบนเส้นทาง ปกติ
เพียงแต่ว่าความอันตรายระหว่างนี้กลับมิอาจบอกให้คนนอกรู ้ได้
ก็เท่านั้น
ตอนที่ฮว่อหลงเจินเหรินไปขอยืมเบาะรองนั่งมาแล้วนั่งลง ก็ได้ ท าการ ‘สลายมรรคา ไปแล้วหนึ่งครั้ง แต่กระนั้นก็ยังไม่พอ
ในฐานะเทียนซือใหญ่ต่างแช่ของภูเขามังกรพยัคฆ์ เจินเหรินผู้ เฒ่าตัดใจละทิ้งวิชาอสนีได้ สามารถคืนมรรคกถากลับไปให้ฟ้ าดิน
ได้
จากนั้นลุกขึ้นไปขอเหล้ากาหนึ่งมาดื่ม ตอนที่ดื่มเหล้าหมดกาก็ ท าการ “สลายมรรคาอย่างที่มองไม่เห็นอีกครั้ง
วันเวลาผันผ่าน วิชาวารีที่ฝึกฝนมาอย่างลาบากตรากตรากว่า จะบรรลุมรรคาได้ก็ถูกสลัดทิ้งไม่ต้องการเหมือนกับกาเหล้าที่โยนทิ้ง ไปนอกภูเขากานั้น
ที่แท้ฮว่อหลงเจินเหรินสละทั้งเวทอสนีและเวทวารีทิ้งไปพร ้อมกัน ทุ่มหมดหน้าตัก ให้ขอบเขตถดถอยถึงสองขั้นติด!
จากนั้นอาศัยเวทอัคคีมาเลื่อนขั้นสามขอบเขต เลื่อนเป็ น ขอบเขตสิบสี่ ผสานมรรคาได้ส าเร็จ!
https://novel-lk.com/
โหลวเหมี่ยวครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็ถือไม้เท้ากลับไปที่พื้นที่ ประกอบพิธีกรรมของตัวเองมีฟ้ าดินหลายชั้นกั้นขวาง เขาเตรียมจะ เข้าร่วมการประชุมลับครั้งหนึ่งแล้ว
ผู้เฒ่าเหลือบมองจักจั่นหยกบนหัวไม้เท้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย จักจั่นหยกนี้มีความหมายอยู่สองอย่าง คอยเตือนตัวเองอยู่ ตลอดเวลาว่าอย่าได้ใช ้อารมณ์กับพวกผู้เยาว์อย่างพวกป๋ ายฉาง เจียงซ่างเจิน
มีชีวิตรอดมาได้หลังจากหายนะ เงียบกริบเป็ นจักจั่นในหน้า หนาว
จ าศีลยาวนาน ส่งเสียงร ้องก้องใต้หล้า
……
หนึ่งชายสองหญิงเดินไปบนชายฝั่งเลียบลาน้าใหญ่ที่บรรยากาศ คึกคักจอแจ
เด็กสาวร่างผอมแห้ง ดวงตาสองข้างว่างเปล่าไร ้ชีวิตชีวา ตรงเอว พกดาบ มีชื่อเล่นว่าโต้วโค้ว นางเป็ นทั้งผู้ฝึ กยุทธและยิ่งเป็ นผู้ฝึ ก กระบี่ คือหนึ่งในร ้อยเซียนกระบี่ของภูเขาทัวเยว่ อีกทั้งลาดับรายชื่อ ยังอยู่ช่วงหน้าๆ
กระบี่บินแห่งชะตาชีวิตมีชื่อว่า “ลี่กุ่ย
https://novel-lk.com/
บุรุษมีสีหน้าเฉยเมย สตรีหน้าตางดงามข้างกายของเขาคล้ายจะ เป็ นบ่าวรับใช ้ในบ้านที่ติดตามมา
ม่านราตรีหน้าหนัก เดินท่องอยู่ในป่ า เสื้อผ้าเนื้อตัวของสตรี ยังคงสะอาดสะอ้านรองเท้าปักลายบุปผาไม่เปื้อนดินโคลนสักนิด นาง เอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “ชิงหร่าง เดินไปอีกไม่กี่ก้าวก็จะข้ามพ้นเส้น ชายแดนและจะไปถึงอาณาเขตของแคว้นอวิ๋นเหยียนแล้วนะ”
ฉายาของนางคือเซียนจ่าว มาจากหน่วยเซวี่ยซวงนครก่วงหัน นครก่วงหันคือหนึ่งในสามส านักของปีศาจใหญ่เฟยเฟย หากว่ากัน ตามล าดับอาวุโสแล้วเซียนจ่าวควรจะเรียกเฟยเฟยว่าบรรพจารย์ไท่ ซ่าง เพียงแต่นางหรือจะกล้า
บุรุษเอ่ยเนิบช ้าว่า “ขอแค่นักพรตหญิงผู้นั้นไม่ไปที่เมืองหลวง แคว้นอวิ๋นเหยียน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็มั่นคงทั้งนั้น”
หากไม่เป็ นเช่นนี้ พวกนางก็ไม่ยินดีมาติดตามอยู่ข้างกายคนผู้นี้
สตรีพกดาบหัวเราะหยัน “พูดจาใหญ่โตเสียจริง”
บุรุษยิ้มบางๆ “นี่ก็ถือว่าพูดจาใหญ่โตแล้วหรือ? ได้ยินมาว่าผู้ที่ บรรลุมรรคาอย่างแท้จริง พ่นกลิ่นอายเต๋าออกมาค าเดียวก็สามารถ ท าให้เซียนเหรินเหลือแต่โครงกระดูกหยัดยืน สามารถท าให้ตะวัน จันทราเปลี่ยนสี เปลี่ยนแปลงฟ้ าดินได้เลยนะ”
https://novel-lk.com/
เซียนจ่าวปิดปากหัวเราะคิก “ด้วยขอบเขตของพวกเราสามคน ในตอนนี้ หนึ่งก่อกาเนิดสองโอสถทองก็มาพูดเรื่องมรรคกถาวิชา อภินิหารของขอบเขตสิบสี่แล้วหรือ”
สตรีพกดาบเงยหน้ามองไปยังทิศไกล ขมวดคิ้วเอ่ย “ที่นั่นมีคนมี ชีวิตสองคน พวกเราไม่จ าเป็ นต้องเดินทางอ้อมผ่านไปจริงๆ หรือ?”
ชิงหร่างเบ้ปาก “หลบทาไม ชู้รักสองคน ยวนยางที่มาพบปะกัน ชั่วคราว”
พวกเขามาถึงศาลทิ้งร ้างแห่งหนึ่งที่สภาพผุพังอย่างหนัก มีคน มาพักอยู่ที่นี่ก่อนแล้วจุดกองไฟไว้กองหนึ่ง
ย่างเนื้อกวางชิ้นใหญ่ น้ามันสีเหลืองอร่ามหยดติ๋งๆ ลงมาในกอง
ไฟ ส่งเสียงฉ่าๆ
ชายฉกรรจ์ผู้นั้นตัวสูงแปดฉื่อ กล้ามเนื้อบนแขนสองข้างเป็ นมัด ใบหน้าขาวราวกระดาษ กรอบตาเว้าลึก ไม่มีสีเลือดเลยสักเส้น สอง ตาสาดประกายดุดัน
หากคนอื่นมองมาก็รู ้เลยว่าต้องไม่ใช่พวกที่เป็ นมิตรอย่าง แน่นอน คนที่มากับชายฉกรรจ์คือสตรีที่เป็ นภรรยาครึ่งทาง อันที่จริง รูปโฉมของนางก็ปกติ ตอนนั้นเพียงแค่เพราะชายฉกรรจ์ไม่ได้กิน ของคาวมานานมากแล้ว ทุกวันนี้ทั้งบนและล่างภูเขาของในทวีป ควบคุมอย่างเข้มงวด เลือกมากไม่ได้จึงมาเกี้ยวพาราสีสตรีที่บอกว่า ตัวเองคือผู้ฝึกตนอิสระคนนี้ใครจะไปคิดว่าพอถอดชุดกระโปรงของ
https://novel-lk.com/
นางออกจะเผยให้เห็นเนื้อขาวนวลเหมือนหยกมันแพะ แน่นกระชับ เหมือนไขมันข้น งามเย้ายวนผิดปกติ ระหว่างที่เข่นฆ่ากันบนเตียง สตรีร ้องครวญเสียงหวาน คาว่าเลอโฉมฟ้ าประทานก็หนีไม่พ้นเช่นนี้ เอง
เวลานี้ชายฉกรรจ์กาลังยื่นมือเข้าไปในคอเสื้อของสตรี กอบกุม ตู้โตว (เสื้อชั้นในสมัยโบราณ) สีแดงสดขึ้นมา สตรีงดงามในอ้อม กอดไหนเลยจะทนรับการขยาขยี้ด้วยแรงขนาดนี้ไหว ดวงตาคู่งาม หรี่ลงเหมือนเส้นด้าย วิงวอนขอร ้องคู่รักที่ไม่รู ้จักรักหยกถนอมบุปผา เสียงอ่อนหวานเสนาะหูดุจเสียงนกขับขาน
เข้ามาถึงลานกว้างก่อนแล้วจึงจะเข้าไปในต าหนักหลักของ อารามเต๋า พื้นที่กว้างห้าช่องเสา น่าเสียดายที่ขาดการบารุงรักษามา นานหลายปี กรอบหน้าต่างสลักลายบุปผาจึงผุพังไม่เหลือสภาพดี
ตรงกลางตั้งวางโต๊ะบูชาลงสีชาดตัวใหญ่เกรอะไปด้วยฝุ่ น บน พื้นมีแจกันชุบทองแดงที่ไม่มีราคาสองใบล้มกองอยู่
ชายฉกรรจ์ที่หน้าขาวไร ้สีเลือดได้ยินเสียงฝีเท้าสวบสาบดังมา จากด้านนอกก็หันไปมองนอกตาหนักทันที เพียงแต่มองครั้งนี้ เขาก็ ขยับเคลื่อนสายตาไปไหนอีกไม่ได้เลย
เขาไม่ได้มองสตรีพกดาบที่ตัวผอมแห้งไร ้รสชาติ
สตรีที่อยู่ข้างกายนางต่างหากถึงจะงามเลิศล้า
https://novel-lk.com/
ส่วนบุรุษที่มีสีหน้าท่าทางสารวมผู้นั้นลมหายใจขุ่นมัว ฝีเท้าหนัก อึ้ง ช่างเกะกะสายตาเสียจริง
เพียงแต่ว่าทุกวันนี้วิถีทางโลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ระมัดระวัง ขับเรือได้นานหมื่นปี ชายฉกรรจ์จึงไม่ได้ลุกขึ้นมาฆ่าคนในฉับพลัน ตามนิสัยความเคยชินของตน
สตรีหน้าตางดงามขยับเท้าไปหลบอยู่ด้านหลังสตรีพกดาบร่าง ผอมแห้ง นางยื่นหน้าออกมาพูดขลาดๆ ว่า “บุรุษท่านนี้ ที่ว่าการก็มี กฎหมายของที่ว่าการ ยุทธภพมีกฎเกณฑ์ของยุทธภพ พูดถึงแค่อยู่ ในป่ าเขียวขจีที่หากไม่ใช่โจรก็เป็ นขโมยแบบนี้ก็ยิ่งมีข้อพิถีพิถัน มากมายที่กลายเป็ นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมา ยกตัวอย่างเช่น การปล้นชิงตามถนนและสมคบคิดลอบทาเรื่องชั่วร ้ายต่อคนทา การค้า หรือฟ้ ามืดลมแรงไปขโมยของในบ้านคนอื่นขอแค่คนใน สถานการณ์ไม่ต่อต้านหรือไม่ได้มีความโกรธแค้น ก็ไม่ควรฆ่าคน ง่ายๆ เด็ดขาดการกระทาชาเราสตรีก็ยิ่งเป็ นความผิดร ้ายแรง ใช่ หรือไม่?”
คงเป็ นเพราะชายฉกรรจ์ไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อนจึงถูกค าพูด ประโยคนี้ของนางท าให้มึนงงไป
สตรีในอ้อมอกของเขาหัวเราะเหมือนกิ่งบุปผาสั่นไหว ไม่คิดจะ ปกปิดหน้าอกที่เปิดเปลือยออกมาแม้แต่น้อย อยู่ในป่ ารกร้างห่างไกล ผู้คนเช่นนี้ พวกคนคร่าครึกลุ่มนี้มาจากไหนกัน
https://novel-lk.com/
ชายฉกรรจ์กระตุกมุมปาก ยื่นมือไปขยาก้อนเนื้ออวบอิ่ม ทาเอา สตรีร ้องเจ็บ ชายฉกรรจ์เอ่ย “น้องชาย มาท าการค้ากันไหม ข้าเอา นางแลกกับสตรีสองคนข้างกายเจ้า ถือว่าสองแลกสอง เป็ นอย่างไร?”
ชิงหร่างยิ้มเอ่ย “ทาไมถึงเป็ นสองแลกสองได้เล่า? ตอนเด็กไม่ เคยเรียนหนังสือที่โรงเรียนมาหรือไร?”
บุรุษยกมือขึ้นชี้ไปที่ชิงหร่าง ยิ้มเหี้ยม “ชีวิตน้อยๆ ของเจ้าจะไม่ นับรวมไปด้วยหรือ?”
ชิงหร่างยิ้มกล่าว “ข้าไม่ชอบเรื่องพวกนี้ เจ้าแน่จริงก็มาเอาพวก นางไปเองแล้วก็ไปเสวยสุขเอาเองเถิด”
เดินข้ามผ่านธรณีประตูเข้ามาในห้องโถงหลักก่อน ชิงหร่างส่าย หน้ายิ้มกล่าว “ข้ากลับรู ้สึกว่าร่างกายของเจ้าแน่นตึง ถูกใจข้านัก ข้าสามารถไปตักน้ามาช่วยล้างกันของเจ้าให้สะอาดก่อนได้”
ชิงหร่างเองก็ไม่เกรงใจ หยิบน่องกวางขึ้นมากัดกินคาใหญ่ สี หน้าของชายฉกรรจ์ดุร้าย แต่ฝีมือท าอาหารกลับไม่เลว
ชายฉกรรจ์กับสตรีในอ้อมกอดหันมามองหน้ากัน คนที่ออกท่อง ยุทธภพในทุกวันนี้ล้วนมีวิธีการป่าเถื่อนกันเช่นนี้หรือ?
เซียนจ่าวและสตรีพกดาบเดินเข้ามาในต าหนักใหญ่ด้วยกัน ปิด ปากหัวเราะคิกเอ่ยว่า “ดีนักนะ ชิงหร่าง ที่แท้เจ้าก็อาพรางตัวอย่าง ลึกล้าขนาดนี้ มิน่าเล่าถึงได้ไม่สนใจพวกเรา”
https://novel-lk.com/
สตรีพกดาบใช ้เสียงในใจถาม “ทาไมถึงมาที่นี่?”
ชิงหร่างลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “เมื่อครู่ก่อนจะขึ้นเขามาก็ สัมผัสได้ถึงพลังจิตขุมหนึ่งที่ตรวจสอบมายังศาลแห่งนี้อยู่ไกลๆ ว่องไวมาก ก็เลยรู ้สึกว่าที่นี่น่าจะปลอดภัยกว่าหน่อย”
เซียนจ่าวพยักหน้า ปรบมือยิ้มเอ่ย “มีเหตุผล!”
สตรีพกดาบก็พยักหน้าเช่นกัน นั่งลงข้างกองไฟ หยิบเนื้อกวาง ย่างชิ้นหนึ่งขึ้นมา
ทว่าเวลานี้เองกลับมีบัณฑิตวัยกลางคนสะพายหีบหนังสือไว้บน หลังคนหนึ่งถือไม้เท้าเดินป่ าเดินมาหยุดอยู่นอกธรณีประตูของห้อง โถงใหญ่ “ฆ่าคนในค่าคืนเดือนมืดลมแรงข้าคงไม่ได้มาท าลาย อารมณ์สุนทรีของทุกท่านกระมัง?”