กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1122.1 ยี่สิบคนกับเหล่าตัวสารอง (กลาง)
ดวงตะวันจมลงในแม่น้าใหญ่ท่ามกลางม่านราตรี ดวงจันทราผุด ลอยขึ้นเหนือหมื่นภูผายามทิวา
รอบด้านเงียบสงัด กองไฟที่อยู่ในตาหนักใหญ่ส่งเสียงลั่นเปรี้ยะๆ ในบางครา
ทุกคนพร ้อมใจกันหันไปมองบุรุษนอกตาหนักที่มีท่าทางเหน็ด เหนื่อยจากการเดินทางรูปโฉมเหมือนคนวัยสามสิบกว่าๆ คงเป็ น เพราะเคยอ่านตารามาหลายเล่มจึงมีบุคลิกที่สงบเยือกเย็นอยู่หลาย ส่วน
ชิงหร่างไม่ได้เอ่ยอะไร เซียนจ่าวเงียบกริบเป็ นจักจั่นในหน้า หนาว เห็นท่าทางเหมือนคนเห็นผีของเซียนจ่าว ชิงหร่างที่เดิมทียังไม่ ค่อยแน่ใจนัก ตอนนี้ในใจก็มั่นใจได้ทันที
เหตุการณ์เช่นนี้ในช่วงเวลาอย่างนี้ก็เหมือนกับว่า “เทวรูปดิน ปั้น” ที่กินควันธูปอยู่ในต าหนักเดินมาอยู่ตรงหน้าพวกเขา
พูดไปแล้วก็แปลก ผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจของเปลี่ยวร ้างที่เลื่อมใสอิ่ นกวานหนุ่มมีมากมายจนนับไม่ไหว ต้องมีมากกว่าใต้หล้าไพศาล อย่างแน่นอน อีกทั้งยังจริงใจมากเป็ นพิเศษ
ตะวันขึ้นจันทราตกนับพันรอบ ชื่อเสียงของท่านเฉินเลื่องลือไป ไกลหมื่นลี้
ไม่ได้เกินจริงแม้แต่น้อย
เพราะถึงอย่างไรผู้ฝึ กตนของไพศาลส่วนใหญ่ก็แค่ได้ฟังเรื่อง สนุกกันเท่านั้น แต่เผ่าปีศาจเปลี่ยวร ้างที่เคยเข้าร่วมสงครามใหญ่ไม่ ว่าใครก็แทบจะเคยเห็นความครึกครื้นกับตาตัวเองมาก่อนทั้งนั้น
หากจะไปเยือนใต้หล้าไพศาลก็ต้องข้ามผ่าน “ประตูใหญ่” ที่ถูก ขุดเจาะเอาไว้เสียก่อนเผ่าปีศาจแค่เงยหน้าขึ้นก็จะมองเห็นชุดคลุม อาคมสีแดงสดที่สะดุดตาตัวนั้นแล้ว
แล้วนับประสาอะไรกับที่เจ้าคนแซ่เฉินผู้นี้ ปีนั้นยังเคยสังหารเผ่า ปีศาจขอบเขตหยกดิบคนหนึ่งที่ทะยานลมผ่านกลางอากาศเหนือหัว กาแพงเมืองที่เขาอยู่ พูดให้ถูกต้องก็คือเอา…มือฉีกกระชาก
จากนั้นโยนศพลงมาจากหัวกาแพงเมือง
หากจะบอกว่าการกระทาเช่นนี้ให้เผ่าปีศาจของเปลี่ยวร ้างมาทา เองก็ไม่ได้แปลกประหลาดเลยแม้แต่น้อย ชนะในการประลองวิชา คาถา ยัดร่างเผ่าปีศาจที่พ่ายแพ้ใส่ปากเคี้ยว กลืนกินอีกฝ่ ายลงท้อง ทั้งเป็ นก็ยังเป็ นเรื่องปกติ
แต่นั่นคือลูกศิษย์ของอริยะที่ว่ากันว่ามาจากใต้หล้าไพศาล การ กระทาเช่นนี้จึงแปลกใหม่อย่างมาก
ดังนั้นผู้ฝึ กบาเพ็ญตนของใต้หล้าไพศาลจึงไม่มีทางเข้าใจ อารมณ์ซับซ ้อนยามที่เทพธิดาหญิงชิงเจียแห่งนครจินชุ่ยข้ามผ่าน ซุ้มประตูตอนไปถึงภูเขาลั่วพั่วได้แน่นอน
อิ่นกวานหนุ่มที่มีสถานะของคนต่างถิ่น คนรักของหนิงเหยา ผู้ที่ สังหารหลีเงินกับมือตัวเอง ใช ้ก าลังของคนคนเดียวท้าทายกระโจม เจี่ยเซินทั้งแห่ง คนที่เฉินชิงตูยินดีฝากภาระหนักไว้ให้ ผู้ที่ได้แกะสลัก ตัวอักษรตัวสุดท้ายของกาแพงเมืองปราณกระบี่
ในห้องโถงใหญ่ไร ้คาพูดคุย บัณฑิตที่อยู่นอกห้องโถงก็ไม่รีบ ร ้อนก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา
สตรีพกดาบร่างขึงเกร็ง นางสูดลมหายใจเข้าลึก ลุกขึ้นยืน ยื่น มือไปกดด้ามดาบ จ้องเขม็งไปยัง “บัณฑิตอ่อนแอ” ที่มองดูคล้าย สะพายหีบตาราออกทัศนาจรนอกประตูคนนั้นถามเข้าประเด็นทันที ว่า “อิ่นกวานหาตัวพวกเราเจอได้อย่างไร?”
นางมีชื่อเล่นว่าโต้วโค่ว คือหนึ่งในร ้อยเซียนกระบี่ของภูเขาหัว เยว่ คงเป็ นเพราะอยู่ต่างถิ่นมานาน เวลาพูดจึงใช ้ภาษาทางการของ ใบถงทวีป
เซียนจ่าวหน้าซีดขาวในบัดดลคล้ายคนถูกห้าอสนีผ่าลงหัว ชิงหร่างกลับยังคงผ่อนคลายอยู่เหมือนเดิม ไม่มีท่าทีของคนที่ เผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจแม้แต่น้อย
ส่วนคนในท้องถิ่นของใบถงทวีปที่ยังคงไม่รู ้เรื่องไม่รู ้ราวสองคน นั้นก็ยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ คนที่มาทีหลังซึ่งแต่งกายเป็ นบัณฑิต ตรงหน้าผู้นี้คงไม่ใช่คนที่มีชื่อเสียงเรื่องความดุร ้ายเลื่องลือในยุทธ ภพหรอกนะ?
คือผู้แข็งแกร่งที่ฆ่าคนเหมือนผักปลา หรือว่าเป็ นพวกที่มีชาติ
กาเนิดมีสานักที่ดี?
เฉินผิงอันกลับใช ้ภาษาทางการของเปลี่ยวร ้างสาเนียงดั้งเดิม ถูกต้องยิ้มตอบกลับไปว่า “ในต าราต่างก็เขียนไว้ว่าบัณฑิตยากจน เดินทางเข้าเมืองหลวงไปสอบ ต้องมานอนค้างแรมในวัดร ้างแล้วได้ เจอกับสาวงามไม่ใช่หรือ วาสนาความรักเช่นนี้ ไหนเลยจะเป็ นการ กระทาอย่างจงใจ ล้วนเป็ นความบังเอิญทั้งสิ้น”
สตรีผู้งดงามหัวเราะขลุกขลัก คงรู ้สึกว่าคนผู้นี้พูดจาน่าสนใจ มองแล้วเหมือนเขาอายุสามสิบต้นๆ สองมือยันไว้บนไม้เท้าเดินป่าไผ่ เขียว ยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร ์สุกสกาวอยู่อย่างนั้น
เฉินผิงอันมองไปยังสตรีที่ใช ้นามแฝงว่าโต้วโค่ว “ในเมื่อเป็ น ผู้เยาว์มากความสามารถหนึ่งในร ้อยเซียนกระบี่ของภูเขาทัวเยว่ อันดับรายชื่อก็ไม่ต่า ไฉนตอนที่อยู่บนหัวกาแพงเมืองถึงดูเหมือนว่า ข้าจะไม่เคยเจอแม่นางโต้วโค่วมาก่อน?”
ผู้ฝึกกระบี่รุ่นเยาว์ที่ใต้หล้าเปลี่ยวร ้างฝากความหวังไว้ให้มาก กลุ่มนี้ต่างก็เคยไปฝึกกระบี่อยู่บนหัวกาแพงกันทั้งนั้น ระยะเวลาสั้น
ยาวไม่แน่นอน ตอนหยุดพักในช่วงเวลาระหว่างนั้นก็มักจะมีผู้ฝึ ก กระบี่ที่ไป “แหงนหน้ามอง” อิ่นกวานคนสุดท้ายก าแพงเมืองปราณ กระบี่ซึ่งใช ้คาพูดที่น่าฟังว่า “เฝ้ าประตูใหญ่” อยู่เสมอ
ช่วยเฝ้ าบ้านให้กับพวกเรา เฉินอิ่นกวานเป็ นคนดีจริงๆ เลยนะ
สตรีพกดาบเอ่ยเสียงหนักจริงจัง “อยู่ห่างจากอิ่นกวานไกลมาก ข้ามีนิสัยรักความสันโดษ ไม่ชอบความครึกครื้น เวทกระบี่สูงไม่ สาเร็จต่าก็ไม่ได้ ลาดับรายชื่อไม่สูงไม่ต่า ต่อให้เจอหน้ากัน คาดว่าก็ ไม่แน่เสมอไปว่าจะสามารถได้พูดคุยกับอิ่นกวาน”
นี่คือความจริง
หัวกาแพงเมืองครึ่งหนึ่งที่พวกเขาหลอมกระบี่กันอยู่ก็มีคนที่คอย ช่วย “คุ้มกัน” ให้อยู่เหมือนกัน ลูกศิษย์ผู้สืบทอดของโจวมี่อย่าง หลิวป๋ ายนั้นยังถือว่าดี นางไม่ค่อยชอบพูด แต่หลีเจินที่เป็ นลูกศิษย์ ปิดสานักของบรรพบุรุษใหญ่ภูเขาทัวเยว่กลับเป็ นประเภทที่ในปากมี แต่ อาจม ความสามารถในการด่าคนพัฒนาขึ้นทุกวัน ก็ไม่รู ้ว่าเขา ไปเรียนรู ้มาจากใคร เวลาที่เจอกับผู้ฝึ กกระบี่ที่อยากจะมาร่วมวง ความครึกครื้น หลีเจินก็มักจะชอบพูดเหน็บแนมด้วยประโยคท านอง ว่า “เจ้าก็คู่ควรที่จะพูดคุยกับอิ่นกวานด้วยหรือ” นอกจากนี้ยังมีชุด คลุมยาวสีดาตัวนั้น หลงจวินหนึ่งในปีศาจใหญ่บนบัลลังก ์ราชาเก่า ผู้ฝึกตนทั่วไปที่ไม่มีที่พึ่งจึงไม่กล้าก่อเรื่องกันเลยจริงๆ
ชิงหร่างกัดเนื้อกวางกินคาใหญ่ สีหน้าอ่อนใจ พูดเสียงอู้อี้ฟังไม่ ชัดว่า “ด้วยโชคชะตาของอิ่นกวานในทุกวันนี้ต้องไม่มีทางหาข้าเจอ ถึงจะถูก เป็ นพวกนางที่ทาให้ข้าเดือดร ้อนหรือนี่?”
เฉินผิงอันตอบไม่ตรงคาถาม ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “สหายยังเป็ นหมอ ดูโหงวเฮ้งด้วยหรือสามารถดูดวงชะตาของคนอื่นได้ด้วย? หากเจอ กันอย่างผิวเผิน ตั้งแผงอยู่ติดกัน ไม่แน่ว่าพวกเราสองคนอาจจะยัง ได้ประลองฝีมือ แย่งชิงการค้ากันก็เป็ นได้”
ก็เป็ นเจ้าคนตรงหน้าผู้นี้ที่ใช ้กาลังของตัวเองคนเดียวก่อกวนจน เกือบจะทาให้เรื่องการขุดเจาะลาน้าใหญ่ของใบถงทวีปต้องล่มเสีย แล้ว อีกทั้งกองกาลังหลายฝ่ ายที่มีภูเขาลั่วพั่วและสานักกระบี่ชิงผิง เป็ นหนึ่งในนั้นต่างก็ทุ่มเงินเทพเซียนจานวนนับหมื่นเหรียญเข้า ร่วมกับการก่อสร ้างในครั้งนี้ และเงินเทพเซียนที่ว่านั้นยังเป็ นเงินฝน ธัญพืชทั้งหมด เหวยเหวินหลงและอาจารย์จังร่วมกันค านวณคร่าวๆ เนื่องจากการขว้างยันต์อย่างส่งเดชระหว่างเส้นทางเลียบลาน้าใหญ่ ไม่กี่ครั้งของเจ้าหมอนี่ ไม่เพียงแต่ถ่วงรั้งความคืบหน้าในการขุดเจาะ ลาน้าใหญ่ ยังนาพาความเสียหายต่างๆ นาๆ มาให้กับกองกาลังบน ภูเขาและแคว้นทั้งหลายล่างภูเขา เป็ นเหตุให้จานวนเงินฝนธัญพืชที่ เสียหายไประหว่างนี้อยู่ที่ประมาณสามพันถึงสี่พันเหรียญ
พูดถึงแค่ผู้ฝึกตนห้าขอบเขตที่ต้องไปค้นหาร่องรอยของเจ้าหมอ นี่ รวมหมื่อกี้และหวงถิงเป็ นหนึ่งในนั้น และยังมีหลงเหมินเซียนจวินข
องภูเขาต้นไม้เหล็กก็มีมากเกือบจะถึงสองมือนับ แต่กระนั้นก็ยังไม่ อาจลากตัวไอ้หมอนี่ออกมาได้
ต้องรู ้ว่าทุกวันนี้เจ้านี่เพิ่งจะเป็ นขอบเขตโอสถทองเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ขนาดอวี่เสวียนก็ยังไม่อาจอาศัยเศษซากยันต์ที่ชุย ตงซานเอากลับไปยังภูเขาลั่วพั่วมาสืบสาวเบาะแสหาตัวอีกฝ่ ายให้
เจอได้
มีแค่หลิวเสี้ยนหยางที่สามารถส่งกระบี่ฟันเจ้าหมอนี่อยู่ในความ ฝันได้ไกลๆ ครั้งหนึ่งแต่กระนั้นก็ยังไม่อาจทาให้เขาบาดเจ็บสาหัสได้ อยู่ดี
ผู้ฝึ กตนสายยันต์ขอบเขตโอสถทองคนหนึ่งของเปลี่ยวร ้างจะ สามารถทาให้เรื่องบานปลายใหญ่โตได้สักแค่ไหนกันเชียว?
จนถึงทุกวันนี้เฉินผิงอันก็ยังรู ้แค่ชื่อ “ชิงหร่าง” เท่านั้น ถึงขั้นไม่ รู ้ด้วยว่านี่คือนามแฝงหรือว่าฉายา
เมื่อครู่นี้ลองสารวจนครแห่งตาราในทะเลสาบหัวใจของตัวเอง อย่างละเอียดไปรอบหนึ่ง เฉินผิงอันพบว่าไม่ว่าจะเป็ นเอกสารลับของ คฤหาสน์หลบร ้อนหรือจะเป็ นเอกสารของศาลบุ๋นแผ่นดินกลางและ ราชสานักต้าหลีก็ดูเหมือนว่าต่างก็ไม่มีบันทึกที่เกี่ยวข้องกับ “ชิงห ร่าง’ เลย
นั่นคือผู้เปล่งประกายในรุ่นหลังที่สาหรับกระโจมทัพใหญ่ของ เปลี่ยวร ้างแล้วก็ถือว่าเป็ น “บุปผาที่บานในกาแพงแต่ส่งกลิ่นหอม ออกไปนอกกาแพง” อย่างนั้นหรือ?
หลายปีมานี้หลังจากที่ศึกใหญ่ปิดฉากลง ผู้ฝึกตนของทวีปต่างๆ ท าการค้นหาอยู่ในใบถงทวีปไม่เคยได้หยุดพัก คิดไม่ถึงว่าไอ้หมอนี่ ก่อกรรมทาเข็ญ ทั้งยังรนหาที่ตาย แต่กลับยังสามารถมีชีวิตกระโดด โลดเต้นอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้
เฉินผิงอันถามอย่างประหลาดใจ “ชิงหร่าง มีการสืบทอดจาก อาจารย์หรือไม่? หรือว่าเป็ นร่างจาแลงของปีศาจใหญ่ที่จงใจอยู่ต่อ ที่นี่? แน่นอนว่าเจ้าไม่จ าเป็ นต้องตอบ”
“ตอบสิ ทาไมถึงจะไม่ตอบล่ะ ยินดีอย่างถึงที่สุด ได้พูดคุยกับอิ่ นกวานเพิ่มเติมมาหนึ่งประโยคก็ถือว่าเป็ นก าไรแล้ว”
บุรุษผู้นั้นเช็ดสองมือที่เปื้อนคราบมัน “บังเอิญยิ่งนัก ข้าเองก็ เหมือนกับอิ่นกวาน มีชาติกาเนิดมาจากมดตัวน้อย ปีนั้นใครเหยียบ ข้าตายก็ยังรังเกียจว่าจะท าให้รองเท้าสกปรกด้วยซ้า”
ไม่ได้ลุกขึ้น ยังคงนั่งยองอยู่อย่างนั้น ยื่นสองมือออกไปอังไฟ ใบหน้าเฉยเมยที่เหลี่ยมมุมชัดเจนถูกแสงไฟสาดส่องให้แจ่มชัดมาก เป็ นพิเศษ “ในเมื่ออิ่นกวานสามารถทาเรื่องใหญ่อยู่ในใต้หล้าเปลี่ยว ร ้างได้ ถ้าอย่างนั้นข้าเองก็สามารถทาเรื่องเล็กอยู่ในใต้หล้าไพศาล ได้เหมือนกัน”
ผู้ฝึ กตนหญิงที่ยังคงไม่รู ้รากฐานผู้นั้นไม่ได้มีสีหน้าเฉยชาอีก ต่อไปแล้ว แต่เปลี่ยนมาเป็ นสีหน้าสดใสมีชีวิตชีวา “ตอนนี้ในที่สุดก็ ได้เจอกันแล้ว ถูกอิ่นกวานจับได้จังๆ ไม่อยากจะถลกหนังดึงเส้นเอ็น ดื่มเลือดกินเนื้อทหารตัวน้อยไร ้ชื่อเสียงอย่างช ้าบ้างหรือ?”
เฉินผิงอันส่ายหน้า ยิ้มบางๆ “ข้าไม่ชอบกินรสจัดเหมือนอย่างที่
เจ้าพูด”
ผู้ฝึ กตนหญิงหน้าตางดงามเย็นชาที่มีฉายาว่าเซียนจ่าวบาก หน้าถามว่า “ขอบังอาจถามอิ่นกวานว่าทุกวันนี้ท่านมีขอบเขตอะไร แล้ว?”
เฉินผิงอันยิ้มละไม “ขอบเขตไม่สูง ตอนนั้นที่อยู่ลาคลองเหยาเย่ ก็ไม่อาจก าจัดเฟยเฟยได้ แต่ถอยไปพูดหมื่นก้าว สังหารโอสถทอง สักคนก็สบายมาก”
สายตาของชิงหร่างดียิ่งกว่า เขาเอ่ยว่า “อิงตามคากล่าวของ กาแพงเมืองปราณกระบี่คือเซียนกระบี่ที่สมชื่ออย่างแท้จริง”
เซียนจ่าวทอดถอนใจ ได้แต่ยืนเฉยรอความตาย หาไม่แล้วยังจะ ท าอย่างไรได้อีก ต่อให้นางเอาอย่างอิ่นกวาน ถอยมาพูดหมื่นก้าว เฉินผิงอันเป็ นแค่เขียนดินคนหนึ่ง ตนก็จะหนีรอดได้แล้วหรือ?
ไอ้หมอนี่ขึ้นชื่อว่าใจดาอามหิตยามที่อยู่บนสนามรบ มากไปด้วย แผนการและกลอุบาย ขอบเขตเดียวกันเข่นฆ่ากันก็มีโอกาสชนะสูง มาก ปีนั้นกระโจมเจี่ยเชินวางแผนอย่างตั้งใจ ลูกรักแห่งสวรรค์อย่าง
พวกจู่เชี่ย อวี่ซื่อและจวินทานล้อมสังหารคนคนเดียว ผลคือหากไม่ เป็ นเพราะมีเฝ่ ยหรานมาช่วยก็อาจจะถูกคนผู้นี้แว้งสังหารแทนก็ เป็ นได้
เฉินผิงอันถามอย่างใคร่รู ้ “แม่นางเซียนจ่าว เจ้ายังมีพี่สาวฝา แฝดอยู่คนหนึ่งที่เป็ นคนดูแลหลักของหน่วยหลิ่วเถียน ดูเหมือนจะมี ฉายาว่าอิ๋นซู่? ท าไมเจ้าถึงไม่กลับบ้านเกิดไปพร ้อมกับพี่สาวเจ้า ไป หลบอยู่ในนครก่วงหัน ดูแลหน่วยเซวี่ยซวงของเจ้าต่อไป นอนเสวย สุขกินบุญเก่าอยู่บนสมุดคุณความชอบสักสี่ห้าวัน?”
นครก่วงหันคือหนึ่งในสามพรรคอักษรจงของเฟยเฟย ผู้นาของ หลายหน่วยล้วนเป็ นผู้ฝึกตนหญิงเซียนดินที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม
เมื่อเทียบกับ “ผู้สูงศักดิ์” กลุ่มของกระโจมเจี่ยเซินเปลี่ยวร ้างที่ไม่ ว่าจะเป็ นชาติก าเนิดคุณสมบัติหรือภูมิหลังล้วนดีเยี่ยมแล้ว พวกเขา ก็น่าจะถือว่าเป็ นบุคคลตัวเล็กๆ ที่ไร ้ชื่อเสียง
ผู้ฝึกตนหญิงที่มีฉายาว่าเซียนจ่าว หากนับกันตามลาดับอาวุโส แล้ว เฟยเฟยก็คือบรรพจารย์ไท่ซ่างของนาง แต่ปี ศาจใหญ่อดีต ราชาบนบัลลังก ์เก่าท่านนี้กลับต้องเรียก “อวี่ซื่อ” แห่งกระโจมเจี่ย เซินด้วยความเคารพว่าคุณชาย
คนเปรียบเทียบกับคนชวนให้คนโมโหตาย
นางกับอิ๋นซู่พี่สาวของนาง แม้ว่าต่างก็เป็ นผู้ฝึกกระบี่ แต่ธรณี ประตูของร ้อยเซียนกระบี่ภูเขาทัวเยว่สูงถึงเพียงใด พวกนางไม่อาจ ก้าวข้ามเข้าไปได้จริงๆ
เฉินผิงอันถาม “สหายชิงหร่าง ด้วยพรสวรรค์ของเจ้า ไม่มี เหตุผลให้ต้องทุ่มชีวิตเช่นนี้ คากล่าวที่ว่าแสวงหาความร่ารวย
ท่ามกลางความเสี่ยงไม่เหมาะกับคนอย่างเจ้า”
เห็นว่าชิงหร่างผู้นั้นไม่พูดจา เฉินผิงอันก็ถามต่อว่า “เพราะมี ความแค้น ในใจเก็บกลั้นโทสะเอาไว้ รอต่อไปไม่ได้ ก็เลยจ าต้อง ตัดสินใจลงมือเด็ดขาดอยู่ที่ใบถงทวีปนี่หรือ?”
พวกนางต่างก็หันไปมองชิงหร่าง
น่าประหลาดจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้ที่เจอกันในใบถงทวีป พวก นางต่างก็ไม่เคยได้ยินชื่อชิงหร่างนี้มาก่อน และทุกวันนี้ก็ไม่ใช่แค่ ต้องหันมามองเขาใหม่ด้วยความทึ่งเท่านั้น ยิ่งอยู่ด้วยกันนานวันเข้า ก็ยิ่งรู ้สึกว่าชิงหร่างลึกล้าจนมิอาจคาดเดา หากให้เวลาเขาได้ฝึกตน อีกหนึ่งร ้อยปี หรือสี่ห้าร ้อยปี ความสูงในผลสาเร็จของคนผู้นี้ก็จะ มากมายจนมิอาจประเมินค่าได้
ไม่มีเหตุผลให้ต้องมาทุ่มชีวิตอยู่ที่ใบถงทวีป อีกทั้งยังพุ่งเป้ าเล่น งานไปที่เฉินผิงอันและสานักกระบี่ชิงผิง
บอกว่าเป็ นการสะสมคุณความชอบทางการสู้รบอะไรอยู่ที่นี่ เมื่อ มีชีวิตรอดกลับไปที่เปลี่ยวร ้างก็จะได้ความชื่นชอบโปรดปรานจาก ปีศาจใหญ่บนบัลลังก ์คนใด หลอกผีน่ะสิ
ก็ต้องมีชีวิตรอดกลับบ้านเกิดไปก่อนถึงจะได้
ด้วยพรสวรรค์และกลอุบายของชิงหร่าง ภายใต้เงื่อนไขที่มอบ ชีวิตไว้ที่นี่ เขาก็ไม่จาเป็ นที่จะต้องอาศัย “ชื่อเสียงจอมปลอม” ที่เป็ น การปักบุปผาลงบนผ้าแพรพวกนี้เลย
ชิงหร่างเงียบไปพักใหญ่ “เคยมีความขัดแย้งเล็กน้อยกันมาก่อน จริงๆ แต่หากจะคิดกันจริงๆ จังๆ ก็ไม่ถือว่าเป็ นความแค้นที่ใหญ่อะไร แล้วก็ไม่โทษที่อิ่นกวานลงมืออ ามหิตต่างคนต่างอยู่กันคนละฝ่ าย จาเป็ นต้องทาหน้าที่ของตัวเอง”
มีสหายต่างวัยที่นาพาเขาเดินไปบนเส้นทางของการฝึกตนคน หนึ่งที่ตายด้วยน้ามือของเฉินผิงอัน
เขาคือขอบเขตหยกดิบ ปี นั้นสถานะและขอบเขตของทั้งสอง ฝ่ ายต่างกันมาก แต่เขากลับยอมถ่ายทอดวิชาความรู ้ให้กับชิงหร่าง อย่างหมดหน้าตักโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ แต่กระนั้นก็ยังบอกว่า ตัวเองไม่มีคุณสมบัติจะเป็ นผู้ถ่ายทอดมรรคาให้กับชิงหร่าง จะช่วย หาอาจารย์ที่ดีให้กับเขา จะไม่ด้อยไปกว่าจู๋เชี่ย จวินทานอย่าง แน่นอน เหตุผลก็คือคุณสมบัติของเจ้าชิงหร่างดีเกินไป หากตบะของ อาจารย์ไม่สูงพอก็คือการย่ายีทรัพยากรสวรรค์ ง่ายที่จะถ่วงรั้ง
อนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอให้เจ้ามีชื่อเสียง ดึงดูดความสนใจของ บนภูเขาได้แล้ว รอกระทั่งไม่ว่าใครก็รู ้ถึงผลสาเร็จสูงต่าในอนาคต ของเจ้าแล้ว ไม่มีขอบเขตบินทะยานและส านักใหญ่ให้การปกป้ องก็ ง่ายมากที่ลงจากภูเขาไปแล้วเจ้าจะต้องตายอย่างกะทันหัน
ชิงหร่างนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ก็ชะลอความเร็วในการเคี้ยวเนื้อกวาง
เปลี่ยนมาเป็ นเคี้ยวเชื่องช ้าอย่างละเอียดแทน
เฉินผิงอันพูดพึมพ ากับตัวเองว่า “พระโพธิสัตว์และอริยะกลัวเหตุ มนุษย์ธรรมดาอย่างพวกเรากลัวผล”
ชิงหร่างพยักหน้า “เมื่อก่อนไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ พอมาถึงใบถง ทวีป อ่านตาราของที่นี่ไปบ้างเล็กน้อยก็รู ้สึกเห็นด้วยเป็ นอย่างยิ่ง”
เฉินผิงอันพูดเข้าประเด็นโดยตรง “แม่นางโต้วโค่ว เซียวสิ่งที่ ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่มงคลดอกบัว นางได้เจอกับเจ้าแล้ว อีกทั้งความ ทรงจายังลึกล้าอย่างมาก ก็เท่ากับว่าข้าเคยเจอกับเจ้าแล้ว”