กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1122.2 ยี่สิบคนกับเหล่าตัวสารอง (กลาง)
จากนั้นอิ่นกวานหนุ่มก็เอ่ยประโยคที่ทาให้คนนอกสถานการณ์ อย่างเซียนจ่าวรู ้สึกขนพองสยองเกล้า “ดังนั้นหลายวันมานี้จึง “คิดถึง” แม่นางโต้วโค่วมาก”
ชิงหร่างถอนหายใจยาวเหยียด จริงดังคาด ถูกสตรีคนนี้ทาให้ เดือดร ้อนจริงเสียด้วยเพียงแต่ว่าชิงหร่างก็ไม่คิดจะต าหนินางสัก เท่าไร มีเพียงเซียนจ่าวที่ถึงจะเป็ นคนประเภททาเรื่องให้สาเร็จไม่ได้ แต่ก่อความเสียหายกลับมีฝีมือมากพอเหลือแหล่
ในใจของโต้วโค่วขนลุกชัน แต่กระนั้นนางก็ยังคงไม่เข้าใจ เจอ หน้ากันแล้ว แล้วอย่างไร? เวทคาถานับพันหมื่นบนภูเขามีวิชา อภินิหารอย่างนี้ด้วยหรือ?
เซียวสิงถือเป็ นคนของกระโจมกุ่ยโย่วของเปลี่ยวร ้าง ในอดีตได้ ถูกหนิงเหยาท าร ้ายบาดเจ็บสาหัสตอนอยู่บนสนามรบของก าแพง เมืองปราณกระบี่ ปีนั้นเซียวสิงขึ้นฝั่งที่ใบถงทวีป นางเป็ นสหายรัก ของโต้วโค่วจึงออกเดินทางไปด้วยกัน รอกระทั่งเซียวสิงตกอยู่ใน เงื้อมมือของเฉินผิงอัน ถูกพลิกค้นความทรงจ า แล้วได้ท าการ “ค้น ภูเขา” ที่เป็ นการบุกเบิกโฉมหน้าใหม่ ภาพที่ปรากฏอยู่ในสายตา ของเซียวสิงก็คือผู้ฝึกตนหญิงโตัวโค่ว ด้วยเหตุนี้ในจิตธรรมของเฉิน ผิงอันจึงมีภาพแขวนลงหมึกสีเข้มของโต้วโค่วเพิ่มขึ้นมา
ปี นั้นได้กลับมาเจอกันอีกครั้งที่กาแพงเมืองปราณกระบี่ หลิว เสี้ยนหยางก็ได้สอนเวทกระบี่ท่องฝันของบรรพบุรุษให้กับเฉินผิงอัน อย่างหมดหน้าตัก หลิวเสี้ยนหยางมักจะเป็ นเช่นนี้เสมอ กับสหาย ไม่ เคยขี้เหนียว
เพียงแต่ว่าเฉินผิงอันในเวลานั้นยังเรียนไม่เป็ น ธรณีประตูของ เวทกระบี่บทนี้สูงเกินไปจนมาถึงทุกวันนี้ ต่อให้จะมีขอบเขตคอย ประคับประคอง เฉินผิงอันก็กล้าพูดแค่ว่าตัวเองเรียนรู ้ได้อย่างผิวเผิน เท่านั้น
แต่เฉินผิงอันก็ควบคุมตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้รีบร ้อนปล่อย กระบี่ นั่นก็เพราะไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่น หากโต้วโค่วกับผู้ฝึกตน สายยันต์ที่ไหลลื่นเหมือนปลาหนีชิวผู้นั้นจับกลุ่มกันเดินทางท่องไป ในใบถงทวีปก็ง่ายที่จะทาให้เสียการใหญ่เพราะเรื่องเล็กน้อย
และความจริงก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านี่คือการเลือกที่ถูกต้อง
เขารอคอยโอกาสอยู่ตลอดเวลา รอให้นางหลับใหลเข้าสู่ความ ฝัน แต่ผู้ฝึกบ าเพ็ญตนนั้นเดิมก็ฝันน้อยครั้งอยู่แล้ว ดังนั้นเฉินผิงอัน จึงอดทนรอคอยตลอดมา
วิชาอภินิหารบทนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็ นการปล่อยจิตท่องฝัน ไปในความฝันของคนอื่น เป็ นเวทกระบี่บทเดียวกัน แต่เฉินผิงอันกับ หลิวเสี้ยนหยางกลับมีวิธีทาความเข้าใจไม่เหมือนกัน
เซียวสิงรู ้ดีว่าตัวเองมิอาจสู้หนิงเหยาหรือเฉินผิงอันได้ นางจึง อยากจะสร ้างโรคระบาดที่แพร่ลามไปทั่วใต้หล้าขึ้นมาในพื้นที่มงคล
อีกทั้งผลกรรมพวกนี้ ส่วนใหญ่แล้วต้องเอาไปคิดลงบนหัวของ เฉินผิงอันที่เป็ นเจ้าของที่ดิน ของพื้นที่มงคล
นางเปิดร ้านขายหนังสืออยู่ที่นั่น จ่ายเงินจ้างแรงงานชาวบ้าน ยอมขายหนังสือรักประโลมโลกที่ผ่านการเล่นตุกติกไปในราคาต่า ยอมขาดทุนอย่างไม่เสียดาย บวกกับศพแห้งของเทพแห่งโรคระบาด อีกหลายตนที่นางซ่อนเอาไว้
อาศัยการขายหนังสือมากหลายแสนเล่ม บวกกับที่จานวนคน อ่านที่ไม่ได้ซื้อหนังสือแต่กลับยืมอ่านต่อๆ กันไปมีจานวนมากน่าดู ชม หากมีโรคระบาดแพร่ขึ้นมา เพียงชั่วพริบตาเดียวก็จะม้วนหอบ ไปทั่วใต้หล้า
หากเป็ นขอบเขตเดียวกัน วางแผนอย่างตั้งใจเช่นนี้ ไม่พูดว่า ชิงหร่างลงมือต่อใบถงทวีป เอาแค่เซียวสิงก็มีโอกาสที่จะลงมือทา สาเร็จในพื้นที่มงคลรากบัวแล้ว
เพียงแต่ว่าไม่ว่าใครก็ล้วนอาศัยความสามารถในการสะสม ขอบเขตกันทั้งนั้น ย่อมไม่มีทางที่จะยอมให้ขอบเขตถดถอยเพียง เพราะเห็นแก่ความยุติธรรมเป็ นหลัก
แล้วนับประสาอะไรกับที่เรื่องของขอบเขตถดถอย หากนับกันที่ จ านวน เฉินผิงอันก็ถือว่ามีเพียงหนึ่งเดียว
คู่ยวนยางที่มาพบเจอกันอย่างผิวเผินสองคนนั้นเป็ นคนที่มึนงง ที่สุด
อิ่นกวานอะไร นครก่วงหันอะไร ใต้หล้าไพศาลใต้หล้าเปลี่ยวร ้าง อะไร พวกเขาแค่กินข้าวอยู่ในยุทธภพล่างภูเขาย่อมไม่เข้าใจ รู ้แค่ว่า เนื้อหาที่อีกฝ่ายพูดคุยกันต้องยิ่งใหญ่มาก
ทว่าต่อให้จะไม่ฉลาดแค่ไหนก็ฟังออกว่าสองฝ่ ายคือศัตรูคู่แค้น กัน
บัณฑิตสุภาพอ่อนแอที่สะพายหีบหนังสือผู้นั้นมาเพื่อขวางทาง
สองมือของชายฉกรรจ์หน้าขาวอยู่ในกฎระเบียบนานแล้ว เขา ถามหยั่งเชิงว่า “นายท่านเทพเซียนทั้งหลาย ไม่สู้ปล่อยพวกเราจาก ไปก่อน จะได้ไม่ถ่วงเวลาการร าลึกความหลังของพวกท่านดีไหม?”
เซียนจ่าวหัวเราะหยัน “ไป? จะหนีไปไหนได้ ตอนนี้ทั่วทั้งภูเขา ล้วนอยู่ในค่ายกลหมดแล้ว ให้เวลาเจ้าหนึ่งร ้อยปีก็ยังถูกผีบังตาอยู่ดี”
ชายฉกรรจ์พูดหน้าม่อย “พวกเจ้าเป็ นเทพเซียนตีกันก็ตีกันไปสิ ไฉนต้องให้เดือดร ้อนมนุษย์ธรรมดาที่แค่พอจะเป็ นการต่อสู้เล็กน้อย อย่างพวกเราด้วย”
สตรีขยับคอเสื้อเงียบๆ เผยให้เห็นทิวทัศน์ขาวนวลเนียน
ชิงหร่างหัวเราะร่วน “ใครให้พวกเจ้ามาคลอเคลียกันไม่เลือก สถานที่เล่า โดนกรรมตามสนองแล้วเห็นไหม?”
เซียนจ่าวมีสีหน้าขมขื่น ใช ้เสียงในใจถามอย่างระมัดระวังว่า “ท าไมเขาถึงยังไม่ลงมือ?”
พวกเขาทาลายเรื่องดีๆ ของเฉินผิงอันในใบถงทวีป ศัตรูเจอหน้า กันควรต้องโกรธแค้นกันมากเป็ นพิเศษถึงจะถูก ฝืนนิสัยพูดคุยกับ พวกเขามานานขนาดนี้ไม่เหมือนลักษณะการกระท าของอิ่นกวาน
เลย
อย่าเห็นว่าอิ่นกวานหนุ่มเรียกแม่นางเซียนจ่าว แม่นางโต้ว โค่วหรือไม่ก็สหายชิงหร่างอะไรอยู่ตลอด อีกฝ่ ายคือคนประเภทที่ฆ่า ปีศาจตาไม่กะพริบเชียวนะ
ใต้โซ่วเฉินเหนืออิ่นกวาน” คากล่าวนี้แพร่หลายไปได้อย่างไร ความหมายก็คือผู้ฝึกกระบี่สองคนนี้นิสัยการกระทาไม่เหมือนผู้ฝึก กระบี่ที่สุด ออกกระบี่อามหิตดุร ้ายที่สุดแล้ว
วันนี้ตกมาอยู่ในน้ามือของอิ่นกวาน นางรู ้จุดจบคร่าวๆ ของ ตัวเองแล้ว
เฉินผิงอันไม่ยอมลงมือเสียทีก็คงไม่ใช่เพราะละโมบในความงาม อันน้อยนิดแค่นี้ของตนหรอกกระมัง
โต้วโค่วกล่าว “หลังจากค้นพบร่องรอยของพวกเรา เขาต้องรีบ เดินทางมาในทันทีแน่นอน หว่านแหไปก่อน ต้องยืนยันในตัวตนของ พวกเราให้แน่ใจแล้วค่อยรวบแห เพื่อป้ องกันไม่ให้มีปลาตัวใหญ่หลุด
ลอดออกจากหว่างแหไปได้ ก็แค่ไม่รู ้ว่าก่อนที่เขาจะปรากฏตัวได้ร่าย ค่ายกลใหญ่ไว้ในนอกภูเขากี่ชั้น”
บางทีคาตอบของชิงหร่างน่าจะเข้าใกล้ความเป็ นจริงมากที่สุด “พวกเจ้าก็แค่ของ รางวัลที่แถมมาเท่านั้น เป้ าหมายของเฉินผิงอัน ยังคงเป็ นข้า เพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าจะจับตัว ข้าได้ เขาต้องใช ้
| ความคิดจิตใจเพิ่มเติมอีกมากแน่นอน” เซียนจ่าวถาม “ทาไมถึงเรียกชื่อเขาตรงๆ” |
ชิงหร่างเกือบอดไม่ไหวด่ากราดออกไป เฉินผิงอันอยู่ตรงนี้แล้ว เจ้าจะเรียกหรือไม่เรียกชื่อจะสาคัญตรงไหน
เป็ นอย่างที่ผู้ฝึกตนสายยันต์คนนี้พูดจริง เป้ าหมายที่แท้จริงของ เฉินผิงอันยังคงเป็ นปลาใหญ่ที่คุณสมบัติดีจนแม้กระทั่งอวี๋เสวียนก็ยัง ชื่นชมผู้นี้ โต้วโค่วและเซียนจ่าวคือของแถม
ชิงหร่างพูดความจริงอีกครั้ง “เพราะอิ่นกวานเดาได้ว่ามีความ เป็ นไปได้มากที่ร่างจริงของข้าจะไม่ได้อยู่ที่นี่ ดังนั้นเวลานี้เขาจึง กาลังตามหาเบาะแสอยู่ในสถานที่อื่น”
ได้ยินประโยคนี้ อย่าว่าแต่เซียนจ่าวเลย แม้กระทั่งโต้วโค่วก็ยัง อยากจะด่ามารดาพวกเราสองคนถูกเจ้าพามาที่นี่ ผลคือเจ้ากลับ ซ่อนร่างจริงไว้ที่อื่น?
เฉินผิงอันเอ่ยอย่างสะท้อนใจ “เพื่อหาตัวพวกเจ้า ข้าลาบากมาก เลยนะ”
“ต้องรู ้ว่าทุกวันนี้ข้ายังอยู่ในช่วงปิดด่านที่สาคัญอย่างมาก ยังดี ย่าจนรองเท้าเหล็กสึกก็ยังหาไม่เจอ บทจะเจอก็เจอง่ายๆ ไม่ได้ถือว่า เสียแรงเปล่าไปทั้งหมด”
เฉินผิงอันยิ้มบางๆ “อยากจะสัมผัสกับวิชาหลบหนีชั้นสูงของ สหายทั้งสามคนดูเหมือนกัน”
ผู้ฝึกลมปราณลงจากภูเขา ไม่ว่าจะเป็ นการฝึกประสบการณ์ใน โลกโลกีย์ เยี่ยมเยือนเซียน ค้นหาสมบัติค้นหาคน
แน่นอนว่าไม่มีทางที่จะไร ้ศัตรูเทียมทาน จะต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่ ยากจะจัดการ หรือไม่ก็เจอศัตรูมาดักขวางทาง ถ้าอย่างนั้นผู้ฝึ ก ลมปราณก็ต้องมีทั้งกระบวนท่าสังหาร แล้วก็ต้องมีวิธีหนีเอาชีวิตรอด ที่เป็ นวิชากันกรุไปด้วย
ก็เหมือนอย่างที่กวอจู๋จิ่วกล่าว เจอกับศัตรูที่แข็งแกร่งอย่าได้ตื่น ตระหนก ต้องรีบหนี
หากจะบอกว่าจักรวาลในชายแขนเสื้อคือวิชาอภินิหารที่ ขอบเขตหยกดิบจ าเป็ นต้องเรียนรู ้ มองภูเขาสายน้าผ่านฝ่ ามือคือ วิชาบทหนึ่งที่ขอบเขตก่อกาเนิดต้องฝึกให้เชี่ยวชาญ
ถ้าอย่างนั้นการควบคุมวิชาหลบหนีรักษาชีวิตรอดชนิดสองชนิด ก็คือวิชาการฝึกฝนที่ผู้ฝึกตนทุกคนที่เดินขึ้นเขามิอาจอ้อมผ่านไป ได้
หมื่นปีที่ผ่านมาผู้ฝึ กลมปราณศึกษาวิชาการหลบหนีและการ ซ่อนตัวที่แปลกประหลาดนับร ้อยนับพันชนิด วิชาหลบหนีห้าธาตุที่ เป็ นหนึ่งในนั้นก็คือวิชาใหญ่บทหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น “อยู่กับภูเขากิน จากภูเขา อยู่กับน้ากินกับน้า” มุดไปใต้รากดิน หรือไม่ก็หลบเลี่ยงน้า หนีไป เรือนกายกลายเป็ นภาพมายาในระยะสั้น ร่วมมือกับวัตถุแห่ง ชะตาชีวิตที่ผ่านการหลอมใหญ่ ไม่ว่าจะเป็ นควันเข้มที่กลิ้งหลุนๆ ไป บนพื้นที่ราบหรือจะกลายร่างเป็ นควันเขียวกลุ่มหนึ่ง เรือนกายหดย่อ หายเข้าไปในเมฆหมอกบนท้องฟ้ า ล้วนเป็ นวิธีการเฉพาะตัวของใคร ของมัน
และยังมีเวทลับที่มีความน่าเหลือเชื่ออีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ยืนสละศพคราบร่างเซียน” ทว่าการกระทาเช่นนี้ถูกลิขิตมาแล้ว จะต้องสูญเสียตบะไปเยอะมาก เท่ากับว่าเป็ นการค้าขาดทุนที่ต้อง สละเนื้อหนังมังสาทิ้งไป
ยังมีการเชื่อมโยงมืดกับสว่าง พาดสะพานผ่านหยินหยาง ขุน นางที่ดูแลเรื่องที่ดินซึ่งเป็ นลูกหลานสกุลลู่ส านักหยินหยาง อิงตาม ขอบเขตสูงต่าของแต่ละคนก็สามารถแวะไปเยี่ยมเยือนศาลเทพ อภิบาลเมืองที่มีแขกแวะมาเยี่ยมเยือนจานวนไม่เท่ากัน
สืบสาวราวเรื่องกันแล้ว วิธีการหลบหนีชั้นสูงที่สุด หลักการมีแค่ หนึ่งเดียว นั่นคือสามารถมองข้ามค่ายกลภูเขาสายน้าและตราผนึก หนาชั้นที่สกัดกั้นขวางฟ้ าดินทั้งหมดไปได้
วิธีการที่เซียวสิงเป็ น เฉินผิงอันเรียนรู ้จนเป็ นมานานแล้ว แน่นอนว่าเฉินผิงอันอยากเรียนรู ้วิชาลับและวิชาคาถาติดกายของ โต้วโค่วกับเซียนจ่าว ยิ่งมากเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น
วิชาการหลบหนีคือจุดอ่อนของเฉินผิงอันมาโดยตลอด ยันต์หด ย่อพื้นที่ในอดีต เพียงแค่ถูกผู้ฝึ กยุทธเฉินผิงอันเอามาใช ้ในทาง ตรงกันข้าม เปลี่ยนวิธีการใช ้เปลี่ยนจากป้ องกันไปเป็ นโจมตี
จึงเคยมีคนบอกว่าเขาแสวงหาจุดสุดยอดของพลังพิฆาตมาก เกินไป ในวิถีแห่งการหลบหนี ไม่ตั้งใจเกินไปแล้ว ถือเป็ นการเดินขา กะเผลก ดังนั้นทุกวันนี้เฉินผิงอันถึงได้ฝึกซ ้อมเวทกระบี่หลบหนีบท นั้นบ่อยๆ
ในที่สุดเฉินผิงอันก็ข้ามผ่านธรณีประตูเข้ามา เนื้อหาที่พูดก็เริ่ม เข้าสู่หัวข้อหลัก มองไปทางเซียนจ่าว “ได้ยินว่าเจ้ามาถึงใบถงทวีปก็ ชอบวิ่งไปนั่นไปนี่ สังหารคนเพื่อขอคุณความชอบ ชื่อเสียงไม่เบา อยากจะให้อวี่ซื่อโปรดปรานเจ้าเพิ่มมากขึ้นหรือ? ใจกล้าไม่น้อยเลย นะ กล้าแย่งบุรุษกับเฟยเฟยที่เป็ นบรรพจารย์ไท่ช่างเลยหรือ?”
“อวี่ซื่อหรือ จาได้สิ หนึ่งในแม่ทัพผู้พ่ายใต้เงื้อมมือข้า ปีนั้นใน กระโจมทัพเจี่ยเชินที่มีผู้มากพรสวรรค์มารวมตัวกัน อันที่จริงเขาไม่ ถือว่าโดดเด่นนัก”
เซียนจ่าวไม่รู ้ว่าจะพูดตอบโต้อย่างไร โต้วโค่วเองก็รู ้สึกว่าค าพูด นี้ของเฉินผิงอันมีความมาดมั่นทะยานฟ้ า แต่เขาก็คู่ควรกับมันแล้ว
“ตอนนี้ข้าร ้อนใจต้องการใช ้สมบัติอาคม กระบี่บินแห่งชะตาชีวิต ของเจ้าเล่มนั้น ไม่ว่าจะมีชื่ออะไร มีวิชาอภินิหารอะไร นับแต่วันนี้ไป ก็ล้วนต้องตกมาเป็ นของข้าแล้ว”
เฉินผิงอันไม่ได้ทิ้งผู้ฝึกกระบี่โต้วโค่วไปเหมือนกัน “บุคคลและ สิ่งของเป็ นธรรมะหรืออธรรม ในนี้มีความรู ้ที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ ประเด็น ส าคัญคือต้องดูว่าเป็ นคนแบบใดใช ้อย่างไรข้าคนนี้มีนิสัยเสียๆ อยู่ อย่างหนึ่ง นั่นคือชอบเป็ นอาจารย์ของคนอื่น จึงจะต้องสอนเจ้าให้ดีๆ สักหน่อย นับแต่วันนี้เป็ นต้นไป จาไว้ว่าจงเบิกตากว้างๆ มองดูให้ดี”
แล้วเฉินผิงอันก็หันไปมองชิงหร่าง “วิชายันต์ตัวตายตัวแทนนั้น ของเจ้า มีที่มาหรือไม่?”
ชิงหร่างยิ้มพูดอย่างผึ่งผาย “เป็ นยันต์ที่สร ้างขึ้นมาเอง ตั้งชื่อ ชั่วคราวว่าจื่อยวน (ว่าวกระดาษ) จาเป็ นที่จะต้องเอาดวงจิตดวงหนึ่ง ไปไว้บนยันต์ตัวแทนหรือไม่ก็สามารถดูไปตามสถานการณ์ได้”
เฉินผิงอันกระจ่างแจ้งทันใด ก็เหมือนการปล่อยว่าวกระดาษสอง สามอันให้โบยบิน ในมือของร่างจริงชิงหร่างกุมด้ายหลายเส้นนั้นไว้ เบาๆ เห็นว่าท่าไม่ดีก็แค่ต้องปล่อยมือออกเท่านั้น?
มิน่าเล่าแม้กระทั่งอวี๋เสวียนก็ยังไม่อาจสืบสาวเบาะแสไปตามหา ร่องรอยของคนผู้นี้ได้ ระดับความยากนั้นมีมากจนเหมือนคนธรรมดา ที่พยายามจะจับเงา
ก่อนหน้านี้จงใจพูดถึง “หมอดูโหงวเฮ้ง” กับชิงหร่าง ไม่ใช่กระบี่ บินที่เฉินผิงอันคัดเลือกมาจาก ‘กระบุง” บางใบ แต่เป็ นเพราะเขามี เป้ าหมาย
ไม่เพียงแค่มองผิวพรรณเท่านั้น ยังมองกระดูกของคนอีกด้วย นอกจากดูโชคชะตาของคนแล้วก็ยังมองโชคชะตาของแคว้นและ
ของทวีป
ชิงหร่างผู้นี้ นอกจากยันต์ที่เป็ นรากฐานหลักในการฝึกตนแล้ว จะต้องยังเชี่ยวชาญศาสตร ์ฮวงจุ้ยและวิชาดวงชะตาด้วย
ชิงหร่างพูดอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา “หากตั้งแผงดูดวงติดกัน อยู่ในตลาด การค้าของอิ่นกวานก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะดีกว่าข้าจริงๆ”
เฉินผิงอันยิ้มถาม “หมายความว่ายังไง?”
ชิงหร่างกล่าว “อิ่นกวานยืนกรานจะซ่อมแซมใบถงทวีปก็จะต้อง ขัดแย้งกับปณิธานแห่งมรรคาของเปลี่ยวร ้างที่ยังหลงเหลืออยู่ในทวีป ในช่วงเวลาระหว่างนี้ ข้ามีชาติกาเนิดมาจากเผ่าปีศาจ สภาพการณ์ จึงตรงข้ามกับอิ่นกวานพอดี คนหนึ่งเพิ่มคนหนึ่งลด ถึงได้กล้าลงมือ”
ไม่ว่าเจ้าจะสร ้างสานักเบื้องล่าง ตอกตะปูดอกหนึ่งเข้าไปในใบถง ทวีป หรือจะขุดเจาะลาน้าใหญ่ไว้ที่ภาคกลาง เริ่มจากจุดเล็กขยาย เป็ นเส้นเชื่อมต่อ แล้วหวังให้จะใช ้เส้นนาไปสู่พื้นที่กว้าง ก็ล้วน จาเป็ นต้องสิ้นเปลืองโชคชะตาของตัวเองและของสานัก นี่ก็คือการ ช่วงชิงโชคชะตาที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ เหมือนผู้ฝึกกระบี่คนหนึ่งที่คุม
เชิงกับผู้อื่นอย่างยาวนาน สิ้นเปลืองจิตใจ หากว่าก่อนหน้านี้เจ้าใช ้ สานักกระบี่ชิงผิงค่อยๆ ลดทอนโชคชะตาของเปลี่ยวร ้างใบถงทวีป จนหมด แต่นี่ก็ยังไม่พอ ดังนั้นเจ้าจึงคิดหาวิธีอีกอย่างหนึ่ง ใช ้ลาน้า ใหญ่ที่ไหลกรากลงสู่มหาสมุทรมานาพาโชคชะตาที่เหลืออยู่ของ เปลี่ยวร ้างจากไป สุ่ยจวินของทะเลบูรพาในทุกวันนี้ก็เป็ นมังกรที่ แท้จริงตัวหนึ่งพอดี ถือโอกาสมารับโชคชะตาของเปลี่ยวร ้างส่วนนี้ไป ต่อ สาหรับการฝึกตนบนมหามรรคาของนางแล้วกลับเป็ นเรื่องดีที่ จริงแท้แน่นอน คนอื่นรับไว้ไม่อยู่ หวังจูกลับรับไว้ได้อย่างมั่นคง เจ้าก็ จะมีโอกาสช่วยให้เพื่อนบ้านคนนี้พัฒนารุดหน้าไปอีกขั้น ผสาน มรรคากับ “โชคชะตาน้า” มหาสมุทรบูรพา เลื่อนเป็ นขอบเขตสิบสี่ หากว่าก่อนหน้านั้นหวังจูผสานมรรคาไปแล้วก็จะเป็ นการปักบุ ปผาลงบนผ้าแพร ช่วยทาให้ขอบเขตของนางมั่นคง นี่ก็เป็ นหนึ่งใน เหตุผลที่หวังจูยินดีทุ่มเงินสนับสนุนการสร ้างลาน้าใหญ่ในใบถงทวีป นางไม่ได้เพียงแต่หวังโชคชะตาน้าของทะเลตะวันออกอย่างเรียบง่าย เท่านั้น นางยังต้องการโชคชะตาจากเปลี่ยวร ้างที่ต่อให้จ่ายเงินมาก แค่ไหนก็หาซื้อมาไม่ได้ส่วนนี้ด้วย”
กล่าวมาถึงตรงนี้ ชิงหร่างก็ยิ้มเอ่ยว่า “แต่ต้องมีเงื่อนไขอย่าง หนึ่งล่วงหน้าก่อน พวกเจ้าสองฝ่ ายผูกพันธะสัญญาและคลายพันธะ สัญญาจากกันแล้ว หาไม่แล้วนางจะต้องเดือดร ้อนเพราะเจ้า ไม่ได้สม ดังใจหวัง”