กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1124.1 ยี่สิบคนกับเหล่าตัวสารอง (สี่)
เฉินผิงอันเตรียมจะไปดูที่เมืองหลวงแคว้นอวิ๋นเหยียน จึงส่งกระบี่ บินแนบจดหมายฉบับหนึ่งไปให้จ้งชิวก่อน เล่าขั้นตอนและผลลัพธ ์ ในการหาตัวชิงหร่างเจอในครั้งนี้ ให้จ้งชิวน าความไปบอกต่อศาล บรรพจารย์ที่สร ้างขึ้นมาชั่วคราว ให้บอกไปว่าเซียนกระบี่ใหญ่หมี่ลง มือด้วยตัวเอง น่าเสียดายที่จับตัวผู้สมรู ้ร่วมคิดได้แค่สองคนเท่านั้น ผู้ ฝึกตนสายยันต์ที่เป็ นตัวการหลักผู้นั้นหนีไปได้ ทว่าเผ่าปีศาจแห่ง เปลี่ยวร ้างผู้นี้ไม่เหลือกาลังพอจะมาปั่นป่ วนสถานการณ์แล้ว เรื่อง ของการขุดเจาะลาน้าใหญ่ที่มีหลายสิบแคว้นอยู่บนชายฝั่งเลียบล า น้าก็สามารถกลับมาทางานกันอีกครั้งอย่างวางใจได้แล้ว
ชายฉกรรจ์หน้าตาดุดันที่ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษกับชู้รัก ของเขา ก็ไม่รู ้ว่าคิดอย่างไร ปรึกษากันอยู่พักหนึ่งก็รีบร ้อนออกไป จากศาลร ้าง ตามมาเจอเฉินผิงอันที่อยู่ตรงตีนเขา บอกว่าพวกเขา สองสามีภรรยายินดีเป็ นผู้ติดตามเป็ นบ่าวรับใช ้ท่านเซียน เฉินผิงอัน หลุดหัวเราะพรืด บอกว่าตัวเองเคยชินที่จะบุกเดี่ยวขึ้นเหนือล่องใต้ อยู่ในยุทธภพนานแล้วไม่ชอบให้ใครมารับใช ้ พวกเจ้ามาหาผิดคน แล้ว ไม่สู้ไปหาที่พึ่งทางอื่น คงเป็ นเพราะเห็นเซียนซือที่ระหว่างพูดคุย ยิ้มแย้มก็สามารถกาจัดชายหญิงฝ่ ายอธรรมสามคนนั้นให้กลายเป็ น เถ้าถ่านได้ค่อนข้างจะเป็ นมิตร พวกเขาจึงยิ่งตัดสินใจได้อย่างเด็ด เดี่ยว คุกเข่าโขกหัวอยู่บนทางภูเขา คนหนึ่งร ้องคร่าครวญ คนหนึ่ง
้
ร่าไห้ดุจพิรุณพร่างพรมลงบนดอกสาลี่ ร ้องทุกข์ถึงความยากล าบาก ตลอดหลายปีมานี้ เพียงแต่ว่ารอกระทั่งพวกเขาเงยหน้าขึ้นก็มองไม่ เห็นร่องรอยของบัณฑิตคนนั้นแล้ว พวกเขายังคงไม่ถอดใจ ในที่สุด ตอนที่ฟ้ าเริ่มสว่างก็ได้มาเจอกับเซียนซือที่กาลังก่อไฟทาอาหารอยู่ ในจุดพักม้าที่ถูกทิ้งร ้างแห่งหนึ่งอีกครั้ง บุรุษชื่อว่าฟ่ านถง ผีหญิงชื่อ ว่าเซี่ยซานเหนียง ถามเซียนซือผู้นั้นว่ารังเกียจชาติกาเนิดที่ต่าต้อย และอดีตที่สกปรกของพวกเขาใช่หรือไม่ เฉินผิงอันไม่ได้พูดอะไร แค่ เลี้ยงอาหารเช ้าง่ายๆ ให้พวกเขา เซี่ยซานเหนียงเป็ นคนที่ตามีแวว มือเท้าก็คล่องแคล่ว นางช่วยเก็บชามและตะเกียบ เฉินผิงอันก็ไม่ได้ ขัดขวาง เอ่ยสัพยอกไปประโยคหนึ่งว่า ตัวพวกเจ้าเองไม่รู ้ตัวเลยหรือ ว่า ใครจะกล้าพาพวกเจ้ามาอยู่ข้างกาย ใครเห็นกลุ่มของพวกเรา แล้วจะไม่เข้าใจผิดว่าพวกเราเป็ นพวกชั่วร ้ายที่ชอบปล้นสะดมบ้าง เล่า? สตรีที่รู ้จักตัวเองดีหัวเราะเหมือนกิ่งบุปผาส่ายไหว บุรุษยกมือ เกาหัว หากว่ากันด้วยมโนธรรมในใจ เหตุผลเป็ นเหตุผลข้อนี้จริงๆ แต่ว่าใบหน้านี้ของเขามีติดตัวมาตั้งแต่เกิด นับตั้งแต่ตอนเด็กที่เรียน หนังสืออยู่ในโรงเรียนอาจารย์ก็ไม่กล้าตีฝ่ามือเขาด้วยซ้า
เฉินผิงอันถามคาถามหนึ่งกับพวกเขา หากก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ ในวัดร ้าง แค่เจอหน้ากันก็สังหารพวกเจ้าทันที พวกเจ้าจะโทษใคร?
สตรีพูดจาค่อนข้างเป็ นทางการ ไม่ได้ค่อนข้างจะซื่อตรงอย่าง ชายฉกรรจ์ที่บอกว่า โทษที่ใบหน้า?
้
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ ายก็ไม่ได้ต้องการคาตอบที่ถูกต้องอะไร หลังจากนั้นเซียนซือคนนั้นก็แค่ถามถึงสถานการณ์ล่าสุดของล่าง ภูเขาแคว้นต่างๆ โดยรอบจากพวกเขา แน่นอนว่าพวกเขาสองคน ต้องตอบหมดทุกอย่างที่ตัวเองรู ้ ก่อนจะออกเดินทาง เฉินผิงอันบอก ว่าตัวเองจะไปเยือนเมืองหลวงแคว้นอวิ๋นเหยียนสักรอบ พวกเจ้ายินดี ติดตามก็ตามมา คนทั้งสองดวงตาเป็ นประกาย ผ่านทางพอดี พวก เขาจึงรับรองอย่างหนักแน่นว่าจะตามเซียนซืออยู่ไกลๆ เท่านั้น จะไม่ ยอมให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าพวกเขาสามคนเป็ นพวกเดียวกันเด็ดขาด
แม่นางเซี่ยเปลี่ยนมาสวมชุดที่สามารถห่อหุ้มร่างกายได้มิดชิด อยู่นานแล้ว ชายฉกรรจ์เตือนสตรีเป็ นการส่วนตัวว่านายท่านเทพ เซียนผู้นั้นมีวิชาอภินิหารล้าเลิศ ตบะสูงส่งลึกล้าก็จริง แต่เจ้าอย่าได้ คิดจะสวมเขาให้ข้าผู้อาวุโสเด็ดขาด ผีหญิงที่เดินอยู่บนเส้นทางของ การเก็บหยางมาเสริมหยินหัวเราะไม่หยุด บอกว่ารูปร่างบอบบาง เหมือนต้นหลิวเช่นนี้ของนาง ไหนเลยจะเข้าตาของเทพเซียนบน ทาเนียบภูเขาได้ กล่าวมาถึงตรงนี้ ชายฉกรรจ์ก็มีสีหน้าดุดัน ผีสาวที่ เคยเป็ นสาวใช ้อุ่นเท้าและโถคนงาม (โถในที่นี้หมายถึงโถที่ใช ้สาหรับ บ้วนเสหะ น้าลาย) ให้กับทายาทเซียนบนภูเขาคนหนึ่งมาก่อนก็มีสี หน้าหม่นหมองเช่นกัน ชายฉกรรจ์ถอนหายใจ ตบหลังมือของนาง อย่างละอายใจ ผีสาวคลี่ยิ้มหวาน พลิกมือเป็ นฝ่ ายกุมมือของเขา แทน ใช ้นิ้วเกาฝ่ ามือของอีกฝ่ าย ชายฉกรรจ์รุ่มร ้อนจิตใจสั่นไหว
้
ขึ้นมาทันที สายตาก็กลับมามีชีวิตชีวา ยื่นมือไปลูบคลาหน้าอกที่นูน เต่งของสตรี
เฉินผิงอันที่เดินอยู่ข้างหน้ากระแอมเบาๆ สองสามที สองคนที่อยู่ ด้านหลังจึงท าตัวส ารวมกันทันที
ฟ่ านถงคือผู้ฝึ กยุทธขอบเขตสี่ ไม่ถือว่าเป็ นมือดีในยุทธภพ เพราะถึงอย่างไรต้องเป็ นขอบเขตห้าขอบเขตหกถึงจะถูกเรียกขาน อย่างไพเราะว่าปรมาจารย์น้อย และนี่ก็เป็ นเหตุผลเพียงหนึ่งเดียวที่ ทุกวันนี้ฟ่านถงยังต้องใช ้ชีวิตระหกระเหเร่ร่อน
เซี่ยซานเหนียงคือผีขอบเขตเส้นเอ็นหลิ่ว พลังหยางของชาย ฉกรรจ์ข้างกายมีเปี่ ยมล้นแค่ต้องท าการบ้านตอนกลางคืนให้ เพียงพอ นางก็สามารถเดินทางตอนกลางวันอย่างไร ้ปัญหาได้แล้ว ขอแค่ไม่เข้าใกล้ศาลเทพอภิบาลเมืองก็ไม่มีปัญหา
ชายฉกรรจ์รวมเสียงให้เป็ นเส้นพูดคุยอย่างลับๆ “ซานเหนียง เจ้าว่าท าไมเขาถึงเปลี่ยนใจ อนุญาตให้พวกเราติดตามมาล่ะ?”
ผีหญิงใช ้เสียงในใจพูดกลั้วหัวเราะว่า “ต้องมีผลประโยชน์อยู่ แล้ว ไม่อย่างนั้นจะพาตัวถ่วงสองคนมาด้วยท าไม สนุกนักหรือ?”
“มีโอกาสจะต้องไปเยือนท่าเรือ หาซื้อรายงานภูเขาสายน้าเก่าๆ มาอ่านสักหน่อย ดูสิว่าจะมีข่าวเกี่ยวกับ “เฉินผิงอัน” หรือไม่”
“ได้ยินข่าวลือก็เชื่อทันที เจ้าคิดอะไรอยู่ บุคคลยิ่งใหญ่ที่ชื่อถูก เซียนบนรายงานภูเขาสายน้าได้เช่นนั้น พวกเราจะบังเอิญมาเจอได้
้
จริงๆ หรือ? แล้วนับประสาอะไรกับที่ตัวเขาบอกว่าตัวเองเป็ นใครก็ ต้องเป็ นคนคนนั้นจริงๆ หรือ?”
“ข้ารู ้สึกว่าหนึ่งชายสองหญิงที่เจอในศาลก่อนหน้านี้คือพวกคน ที่รับมือได้ยาก ไม่ว่าจะเอาใครออกมาสักคน คิดจะเล่นงานพวกเรา สองคนก็มากพอเหลือแหล่ ในเมื่อเฉินเซียนซือท่านนี้สามารถการาบ พวกเขาได้อย่างง่ายดาย ไม่แน่ว่าอาจจะเป็ นเทพเซียนพสุธาใน ตานานท่านหนึ่งก็ได้”
เฉินผิงอันปล่อยให้พวกเขา “ซุบซิบคุยกันเป็ นการส่วนตัว ไป
นกในกรงจะกลายมาเป็ นพันโลกธาตุขนาดเล็กที่มีครบถ้วนทั้ง ฟ้ าอ านวยดินอวยพรและคนสามัคคีได้หรือไม่ การทางานระยะสั้น ระยะยาวของพวกอวี๋สืออู้ ทุกวันนี้ยังต้องลงแรงอยู่กับของไร ้ชีวิตที่ไม่ ขยับเคลื่อนไหว
เกี่ยวกับ “ต้นฉบับ” บุคคลประเภทต่างๆ ตอนนี้ยังเป็ นแค่ช่วง เริ่มต้น คาโบราณบอกไว้ว่าข้าวสารชนิดหนึ่งเลี้ยงคนได้ร ้อยรูปแบบ การถ่ายทอดความหลากหลายของชีวิตในโลกมนุษย์ อย่างน้อยก็ ต้องมีชีวิตหนึ่งร ้อยรูปแบบของคนหนึ่งร ้อยคน
เหมือนอย่างสาวงามที่มีใบหน้าหลากหลายหาที่สิ้นสุดไม่ได้ แต่ ละแบบก็มีข้อดีของตัวเอง
ตอนนี้อย่างเซี่ยโหวจ้านก็สามารถเป็ นบุคคลที่เป็ นต้นแบบได้ มี ทั้งหมดประมาณห้าสิบกว่าคน ก็เหมือนอย่างที่อวี๋สืออู้กล่าวไว้ก่อน
้
หน้านี้ อาศัยแค่คนและเรื่องราวที่เฉินผิงอันคิดจินตนาการขึ้นมาได้ ส่วนใหญ่ก็มักจะสมเหตุสมผลมากเกินไป กลับกลายเป็ นว่าจะเป็ น ความบกพร่องในความสมบูรณ์แบบ ดังนั้นเพื่อให้เป็ นค่าตอบแทน ตอนที่หยุดพัก เฉินผิงอันจึงให้สามีภรรยาคู่นั้นเลือกเรื่องในอดีต บางอย่างที่พอจะพูดได้มาเล่าให้ฟัง ไม่จ ากัดว่าจะเป็ นวีรกรรมที่ห้าว หาญหรือเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง ไม่ว่าอะไรก็เล่าได้ทั้งนั้น เพราะถึง อย่างไรเรื่องของการตรวจสอบพลิกค้นความทรงจาของผู้อื่น สาหรับ เซียวสิง เซียนจ่าว เฉินผิงอันท าได้ง่ายเหมือนกวักมือเรียกมา ไม่มี อุปสรรคในใจใดๆ แต่หากว่าจะให้เขาใช ้วิธีการเช่นนี้กับพวกฟ่ านถง เขาก็ข้ามผ่านด่านในใจตัวเองไปไม่ได้จริงๆ
สักวันหนึ่ง รอให้ในฟ้ าดินภาพสะท้อนหัวใจมีบุคคลที่เป็ นกุญแจ ส าคัญได้สักร ้อยคนก็จะสามารถเอาทัศนียภาพ สิ่งปลูกสร ้าง ภาชนะ ทั้งหมดในนกในกรงมาร ้อยเรียงต่อเนื่องกัน
ยกตัวอย่างเช่น หากจะพูดถึงการผูกม้าใต้ต้นหยางที่กิ่งหยา งห้อยระลงพื้น คบไฟลุกโชนร ้อนแรง ดวงจันทร ์เหนือกิ่งต้นหลิ่ว เงา ดอกไม้ในลานบ้านโยกไหว ฯลฯ พวกมันต่างก็เป็ นภาพที่เป็ นรูปแบบ คงที่ ถ้าอย่างนั้นเมื่อมีคนก็จะเหมือนปลาได้น้าที่เปลี่ยนมามีชีวิตชีวา ได้ทันใด อีกทั้งการรวบรวมบุคคลที่เป็ นต้นฉบับพวกนี้ ยิ่งนานระดับ ความยากก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน รอกระทั่งร่างจริงหวน กลับมาในพื้นที่ประกอบพิธีกรรมเนินฝูเหยา การปิดด่านของเฉินผิง อันต่อจากนั้น หนึ่งในภารกิจที่สาคัญก็คือรวบรวมผู้เฒ่าอายุมากที่
้
สมมติให้อยู่ในวัยแปดสิบเก้าสิบปี ชั่วชีวิตนี้ก็น่าจะได้เห็นภาพ เหตุการณ์ที่แตกต่างกันไปซึ่งมีมากหลายแสนหรืออาจมากเป็ นล้าน ภาพ เมื่อเห็นแล้วก็จะกลายเป็ นความทรงจาได้บ้าง
ดังนั้นเฉินผิงอันจึงส่งจดหมายลับอีกฉบับหนึ่งไปให้ชิงถง นัด หมายสถานที่ที่จะมาพบเจอกันไว้ในจดหมายเรียบร ้อยแล้ว
ใบถงหนึ่งใบก็คือฟ้ าดินภาพมายาแห่งหนึ่ง ในมือของชิงถึงยังมี ใบถงประเภทนี้อีกไม่น้อย หากตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไม่ขายก็ สามารถขอยืมได้ ไม่ใช่ว่าไม่จ่ายเงินสักหน่อย ดอกเบี้ยก็พูดคุยกัน ได้
รอบด้านไม่มีท่าเรือตระกูลเซียนสักแห่ง ผู้คนในหลายแคว้นต่าง ก็พากันไปรวมตัวอยู่ที่ท่าเรืออวี๋หลิน
มองออกว่าเมื่อผ่านการพักฟื้นตลอดหลายปีมานี้ ใบถงทวีปก็มี การเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ร ้อยอาชีพในหมู่ชาวบ้านได้หวน กลับมาท าใหม่ บอกว่าโลกแห่งยุคสันติสุขยังอาจจะเร็วเกินไป แต่ หากจะบอกว่าเปลี่ยนจากความโกลาหลวุ่นวายมาเป็ นความสงบก็ไม่ มีอะไรให้ต้องสงสัย
ตลอดทางที่เดินกันมา ต้นหลิวระหว่างศาลาสั้นและศาลายาว เชื่อมโยงกัน บางครั้งก็มีสตรีออกเรือนแล้วแต่งกายสุภาพกับเด็กสาว อ่อนเยาว์ที่ออกมาท่องเที่ยวชานเมืองยืนสง่างดงามอยู่ภายใน ไก่และ
้
หมาในหมู่บ้านชนบทส่งเสียงขันส่งเสียงเห่า ควันจากการปรุงอาหาร ลอยโชยกรุ่น
ระหว่างทางเฉินผิงอันได้รับจดหมายตอบกลับจากอาจารย์จัง บอกว่าในศาลบรรพจารย์มีสมาชิกอย่างน้อยครึ่งหนึ่งที่กึ่งเชื่อกึ่ง กังขาต่อเรื่องนี้ ดังนั้นหลังจากที่แคว้นเล็กหลายแห่งได้รับข่าวไปแล้ว ต่างก็ฝืนใจปลุกความกล้ามาขุดเจาะลาน้ากันใหม่อีกครั้ง
เข้าใจได้ไม่ยาก ก่อนหน้านี้หมี่อวี้ก็คือคนที่ออกแรงในการไล่ล่า ชิงหร่างมากที่สุด ทุกวันนี้ผลลัพธ ์ที่ให้จ้งชิวบอกไปว่าฆ่าได้สองหนี หายไปหนึ่ง สมาชิกศาลบรรพจารย์ไม่ได้สงสัยว่าพลังพิฆาตของ เซียนกระบี่ใหญ่หมี่ไม่สูงมากพอ แต่ไม่เชื่อใจว่าหมื่อนี้จะมีโชคดี ขนาดนี้
หากเปลี่ยนมาเป็ นหวงถึงที่ขอบเขตต่ากว่าหนึ่งขั้น แต่กลับมี โชควาสนาลึกล้ามากกว่าจะยิ่งทาให้คนเชื่อได้มากกว่านี้หรือไม่?
แต่จ้งชิวก็พูดแฝงรอยยิ้มมาในจดหมายประโยคหนึ่งว่า ขอแค่ เจ้าขุนเขาปรากฏตัวที่ท่าเรืออวี๋หลินสักครั้ง รับรองว่าความสงสัยของ กองกาลังแต่ละฝ่ายจะต้องหมดสิ้นไปแน่นอน
นี่ก็น่าจะเรียกว่าชื่อเสียงของคนเหมือนเงาของต้นไม้กระมัง อิ่นก วานมาเยือนใบถงทวีปสังหารปีศาจด้วยตัวเอง ก็เหมือนยาสงบใจเม็ด หนึ่งจริงๆ
้
วันนี้มาหยุดพักที่เส้นทางเลียบหน้าผาระหว่างภูเขา ฟ่ านถงอด ไม่ไหวถามอย่างสงสัยว่า “เฉินเซียนซือ เรื่องราวน้อยใหญ่ที่พวกเรา เล่าให้ฟัง ฟังแล้วมีความหมายหรือ?”
สตรีก็สงสัยในเรื่องนี้มากเหมือนกันจึงเงี่ยหูตั้งใจฟัง อยากจะรู ้ ค าตอบเช่นกัน
เฉินผิงอันตอบง่ายๆ “บัณฑิตชอบเซียนบันทึก บันทึกสิ่งที่ได้พบ เห็นได้ยินมาระหว่างภูเขาสายน้า เกร็ดประวัติพงศาวดารหรือเรื่อง ลับๆ ในวัง เรื่องวงในของวงการขุนนางนอกจากนี้เซียนน้าผีภูเขา ภูตปีศาจดอกไม้ ภูตพืชพรรณ ต่างก็มีบันทึกถึงอยู่บ้างเล็กน้อยไม่ แน่เสมอไปว่าจะต้องบันทึกเรื่องใหญ่ เรื่องยิบย่อยก็บันทึกลงไปได้ เช่นกัน”
ไม่ว่าอย่างไรเฉินผิงอันก็คิดไม่ถึงว่าเขาแค่พูดชวนคุยไปเรื่อย เปื่อย สามีภรรยาคู่นั้นได้ยินกลับฮึกเหิมเหมือนได้ฉีดเลือดไก่ คน สองคนที่เดิมทีรู ้สึกว่าตัวเองหาเรื่องมาเล่าจนหมดสิ้นแล้ว จู่ๆ ก็ เหมือนสติปัญญาได้เปิดออก หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่ว่าเรื่องอะไรก็ เล่าได้จริงๆ สตรีก็ถึงกับหยิบกระดาษและพู่กันออกมาช่วยกันนับปี กับบุรุษ ความจ าดีไม่สู้จดลงในกระดาษ ตอนแรกก็พึมพ าท่องไป ก่อน รอกระทั่งเขียนจนเต็มหน้ากระดาษได้หลายแผ่นค่อยเอาไปหา เฉินเซียนซือแล้วท าตัวเป็ นนักเล่านิทาน
เฉินผิงอันจดบันทึกพลางถามหยอกเย้าพวกเขาว่าท าไมถึง เปลี่ยนมามีความคิดเชิง วรรณกรรมที่พรั่งพรูดุจน้าพุเช่นนี้ได้
้
นางลูบเส้นผมสีนิลตรงจอนหู บอกว่าหากสามารถมีชื่อและ เรื่องราวของตัวเองบนหนังสือเล่มหนึ่งได้ก็จะเป็ นเรื่องที่ดีงามอย่าง มาก
สองมือของเขากาเป็ นหมัด ดวงตาเป็ นประกายสดใส บอกว่าชั่ว ชีวิตนี้แม้กระทั่งฝันตนก็ยังไม่เคยคิดเลยว่าจะกลายเป็ นคนที่มีชื่อมี
| แซ่อยู่บนหนังสือได้ที่แท้ก็เป็ นอย่างนี้นี่เอง |
ชายฉกรรจ์เริ่มรังเกียจที่ชื่อของตัวเองไม่น่าฟัง เนื่องจากเสียง พ้องกับคาว่าฟ่ านถ่งที่แปลว่าถังข้าว นับแต่เด็กมาก็ถูกคนล้อเลียน ไปไม่น้อย ชายฉกรรจ์จึงถามเฉินเซียนซือว่าควรจะเปลี่ยนชื่อดี
หรือไม่
เฉินเซียนซือบอกว่าไม่ต้อง ชื่อนี้อยู่นอกตาราไม่เป็ นที่ชื่นชอบ อยู่ในต ารากลับมีข้อดีเพราะง่ายที่จะถูกผู้อ่านจดจาได้ทันทีตั้งแต่แรก เห็น
ในเรือนพานักกลางป่าแห่งหนึ่งที่เป็ นของตระกูลเศรษฐีเก่า ผนัง ก าแพงแตกหักไปแล้ว หญ้าขึ้นรกชัฏ จู่ๆ ฝนก็ตกลงมา พวกเขามา หลบฝนอยู่ที่นี่ ตอนที่ฝนหยุดตกสระน้าก็กลายมาเป็ นแอ่งสีเงินอีก ครั้ง
้
สามีภรรยาคู่นั้นมักจะเดินห่างไปไกลอย่างเงียบเชียบอยู่เป็ นระยะ ทุกครั้งจะใช ้เวลาหนึ่งเค่อไม่ก็สองเค่อ ตอนที่กลับมาอีกครั้งทั้งคู่ล้วน หน้าแดงก่า สีหน้าสดใส
เฉินผิงอันยกเก้าอี้ไท่ซือมานั่งใต้ชายคา เรือนที่อยู่ด้านหลังคือ ห้องหนังสือขนาดใหญ่กว้างห้าช่องเสา เก็บตาราไว้นับหมื่นเล่ม ด้าน ในมีตู้หนังสือชั้นวางหนังสืออยู่เยอะมาก ทว่าล้วนล้มคว่า หนังสือ หล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้น บ้างก็ถูกมอดกัดบ้างก็ขึ้นรา ภาพ แขวนที่เคยแขวนอยู่บนก าแพงในอดีตก็หล่นร่วงลงมาหมด หมึกซีด จางกระดาษฉีกขาด บางทีเมื่อหลายปีก่อนอาจจะมีผู้เฒ่าที่อ่านบท กวีและตารามาเต็มท้องอยู่ที่นี่ มีต าราเรียงรายเป็ นแถวแนวตั้ง แนวนอนหนาแน่นประหนึ่งกาแพง บนผนังแขวนภาพที่จะสับเปลี่ยน ไปตามสี่ฤดูกาลและทุกช่วงดอกไม้บาน ทุกครั้งที่มีแขกเข้ามาในห้อง ไม่รู ้ว่าเจ้าของอยู่ที่ไหน ต้องตะโกนเรียกชื่อเสียงดัง เจ้าของได้ยิน เสียงจึงเดินหลังค่อมออกมา…
นั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือ เฉินผิงอันเริ่มสารวจของรางวัลที่ยึดมาได้ จากศึกในวัดร ้าง ผู้ฝึ กกระบี่โต้วโค่วมีวัตถุจือชื่อหนึ่งชิ้นเป็ นตรา ประทับหยกหกเหลี่ยม เซียนจ่าวมีแค่วัตถุฟางชุ่นชิ้นเดียว คือกระจก โบราณที่ทรงด้ามแปลกตา แม้กระทั่งเฉินผิงอันก็ยังไม่เคยเห็นมา ก่อน แต่หากจะพูดถึงทรัพย์สมบัติ ยังคงเป็ นฝ่ ายหลังที่มีฐานะ มากกว่า ล าพังแค่เงินเทพเซียนก็มีเงินฝนธัญพืชมากถึงสองร ้อยกว่า เหรียญ และยังมีสมบัติอาคมอีกสองชิ้น