กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1124.2 ยี่สิบคนกับเหล่าตัวสารอง (สี่)
ย้อนกลับไปมองทางฝั่งของโต้วโค่ว มีแค่วัตถุที่หลอมเล็กในอดีต ไม่กี่ชิ้นที่ถูกละทิ้งไม่ได้เอาไปใช ้งาน ระดับขั้นล้วนไม่สูง นี่ก็ สอดคล้องกับการที่นางมีชาติกาเนิดเป็ นผู้ฝึกตนอิสระแล้ว
ผู้ฝึกกระบี่อัตคัดขัดสนจริงๆ
ใส่ของสองชิ้นไว้ในชายแขนเสื้ออีกครั้ง ต้องรอให้สามีภรรยาที่ ลั่นกลองรบถอนทัพคู่นั้นกลับมาถึงจะออกเดินทางได้ อยู่ว่างๆ ก็ไม่มี อะไรท า เฉินผิงอันจึงกลับเข้าไปในห้อง ช่วยจัดระเบียบตู้โต๊ะที่ล้ม ระเกะระกะให้กลับมาตั้งวางดีๆ ใหม่อีกครั้ง มองออกว่าเจ้าของคนเก่า คือบัณฑิตที่แท้จริงคนหนึ่ง ตาราที่เก็บสะสมไว้ไม่มีฉบับใดที่พิมพ์ซ้า บนต าราส่วนใหญ่จะต้องมีตราประทับ ค าวิจารณ์ขอบหน้า ค าจารึก ท้ายเล่ม เป็ นการอ่านหนังสือจริงๆ ไม่ใช่การ “ดู “หนังสือที่ดี
วันนี้สามีภรรยาคู่นั้นไปที่เรือนด้านหลังที่เงียบสงบกันอีกครั้ง ตอนกลับมากลับเห็นว่ามีสตรีสวมชุดสีเขียวหน้าตางดงามหาตัวจับ ยากคนหนึ่งเพิ่มมา เซี่ยซานเหนียงถึงกับรู ้สึกละอายใจที่ตัวเองสู้อีก ฝ่ายไม่ได้
สตรีชุดเขียวผู้นั้นนั่งใต้ชายคาเคียงข้างเฉินเซียนซือ ชาย ฉกรรจ์เห็นบุคคลที่คล้ายเทพธิดาบนสวรรค์เช่นนาง ไหนเลยจะกล้า
มีความคิดไม่ชื่อ รู ้สึกเพียงว่าเฉินเซียนซือเดินอยู่ในตลาดกับนาง ย่อมท าให้คนอดคาดเดาไม่ได้ว่าบุรุษต้องมีเงินมากเลยกระมัง
ผู้ที่มาเยือนก็คือชิงถงที่เดินทางจากเมืองหลวงแคว้นอวิ๋นเหยียน มาที่นี่ อันที่จริงยังอยู่ห่างจากตาแหน่งที่นัดหมายกันไว้ในจดหมาย อีกหลายร ้อยลี้ เพียงแต่ว่าชิงถงทนอยู่ว่างๆ ไม่ไหว แม้เฉินผิงอันจะ จงใจเก็บกลิ่นอายมรรคาบนร่างลงไป แต่กลับไม่ได้คิดจะปิ ดบัง ร่องรอยการเดินทางเสียทั้งหมด จะดีจะชั่วชิงถงก็เป็ นขอบเขตบิน ทะยานคนหนึ่ง ร่ายวิชามองขุนเขาสายน้าผ่านฝ่ ามือ มองมาไกลๆ ก็ เห็นได้แล้ว แต่ก็ยังรอให้เฉินผิงอันมาหลบฝนที่นี่ก่อนถึงจะตัดสินใจ เผยตัวก่อนกาหนด ส่วนทาไมเฉินผิงอันถึงพาชายหญิงที่ติดไฟกัน ได้ง่ายคู่นั้นติดตามมาข้างกายด้วย ชิงถงไม่ได้ประหลาดใจกับเรื่องนี้ นัก จ าต้องยอมรับว่าขอบเขตของทั้งสองคนต่าต้อย สามารถ มองข้ามไปได้เลย ทว่าลูกเล่นบนเตียงกลับมีมากมายนัก เรียกได้ว่า หากเล่นหมากล้อมก็เจอคู่ต่อสู้ที่สมน้าสมเนื้อ เป็ นแม่ทัพก็เจอยอด ฝีมือ
ก่อนหน้านี้เห็นว่าข้างกายเฉินผิงอันไม่มีเสี่ยวโม่ที่สวมหมวก เหลืองรองเท้าเขียวติดตามมาด้วย ชิงถงก็อดรู ้สึกผ่อนคลายสบายใจ อย่างห้ามไม่ได้
นักพรตเนิ่นที่พอจะถือว่าเป็ นคนบ้านเดียวกันได้ครึ่งตัวรู ้เรื่องวง ในมากยิ่งกว่า ดังนั้นพอได้ยินเรื่องนี้ก็ค่อนข้างจะไม่พอใจ เจ้าขุนเขา
เฉินท่านผู้มีความประพฤติสูงส่งและคุณธรรมอันผ่องใส ไม่ชอบ
ชื่อเสียงจอมปลอม ถ้าอย่างนั้นก็ยกให้ข้าเสียสิ โลกภายนอกต้องรู ้ว่าข้านักพรตเนิ่นลงมือด้วยตัวเอง มีหรือจะ
รู ้สึกสงสัยอะไร เนื่องจากเฒ่าตาบอดกับหลี่ไหวต่างก็ไม่อยู่ข้างกาย ทุกวันนี้
นักพรตเนิ่นจึงเหมือนตัวพองได้แล้ว
แคว้นเล็กขนาดเท่าฝ่ ามืออย่างแคว้นอวิ๋นเหยียนนี้ เมืองหลวงจะ ใหญ่ได้สักแค่ไหนกันเชียว ทว่าสถานที่เล็กๆ แห่งนี้กลับมีบินทะยาน อยู่ถึงสามคน
หย่างจื่อที่ใช ้นามแฝงว่าจิ่งสิง กลายมาเป็ นผู้ถวายงานของสกุล เหยาต้าเฉวียนนักพรตเนิ่นที่ทั้งการย้ายภูเขาและการหลอมภูเขา ล้วนทาไปพร ้อมกันได้ทั้งสองอย่างขอบเขตบินทะยานตนนี้ ออกมา จากภูเขาใหญ่แสนดี้แล้วก็คล้ายกับว่าเริ่มจะดวงดีเจริญก้าวหน้า ยัง ต้องรวมถึงเฝิงเซวี่ยเทาที่มีฉายาว่าชิงมี่ด้วยอีกคน ทุกวันนี้เขาถูก เจียงซ่างเจินทาให้เดือดร ้อน ชื่อเสียงในใบถงทวีปฉาวโฉ่เละเทะ เขา ไม่ยินดีจะไปอยู่ที่สานักกุยหยกหรือไม่ก็พื้นที่มงคลถ้าเมฆา จึงมาอยู่ ที่แคว้นอวิ๋นเหยียนท าท่าเป็ นผู้ถวายงานแทนจางเฟิงกู่ที่มีฉายาว่า เหล่าเซี่ยงผู้นั้น
จางเฟิงกู่คือบรรพจารย์ที่ทุกวันนี้มีลาดับอาวุโสสูงที่สุดและมีอายุ มากที่สุดของสานักกุยหยก คือศิษย์น้องของสวินยวน ไม่ว่าจะเป็ น
เจียงซ่างเจินหรือเหวยอิ๋ง เจ้าส านักก่อนหลังสองคนต่างก็พูดได้ว่า ล้วนเป็ นผู้เฒ่าที่มองดูพวกเขาเติบโตมา
ต้องมีคนคอยช่วยสานักกุยหยกจับตามองที่นี่ ขณะเดียวกันก็ รับผิดชอบจัดการกิจธุระต่างๆ ส านักกุยหยกไม่กล้าเรียกใช ้งานผู้ ถวายงานขอบเขตบินทะยานเช่นนี้ ดังนั้นเจียงเหิงนายน้อยแห่งพื้นที่ มงคลถ้าเมฆาจึงต้องมาประจาการอยู่ที่เมืองหลวง บิดาของเขา สามารถพูดคุยกับผู้อาวุโสชิงมี่ได้อย่างไร ้ข้อจากัดยาเกรง แต่เจียง เหิงกลับไม่กล้าละเลยอีกฝ่ ายแม้แต่น้อย ถึงอย่างไรก็เป็ นขอบเขตบิน ทะยานที่ตบะลึกล้าสูงส่งคนหนึ่ง
หากมาเป็ นแขกที่ใบถงทวีปเร็วกว่านี้สักสี่สิบห้าสิบปี เกรงว่า ผู้น าเซียนซือที่พยศ แข็งกร ้าวอย่างตู้เม่าก็น่าจะยังไม่กล้าตะโกนสั่ง การผู้ฝึกตนอิสระอย่างเฝิงเซวี่ยเทาเลยด้วยซ้า
เพียงแต่ว่าเมื่ออยู่กับเฉินผิงอันที่ห่างจากท่าเรืออวี๋หลินไปแค่ ไม่กี่ก้าว ชิงถงกลับจงใจละไว้ไม่พูดถึงหย่างจื่อ
เฉินผิงอันจึงแสร ้งท าเป็ นไม่รู ้ตามไปด้วย
ชิงถงกล่าว “ขอบคุณนะ”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “สะดวกคนอื่นก็สะดวกต่อตัวเอง ที่บ้านเกิดมี ค าโบราณบอกไว้ว่าเรื่องดีๆ ที่ออกแรงเล็กน้อยแต่ไม่ต้องจ่ายเงิน หากท าได้ก็ท า ต้องท าให้เยอะๆ ด้วย พอแก่ตัวไปจะได้มีโชคในช่วง บั้นปลายได้ง่าย”
ที่แท้นอกจากจะย้ายออกไปจากพื้นที่ภาคกลางของใบถงทวีป แล้ว อันที่จริงสาหรับผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจในพื้นที่ของทวีปนี้แล้ว ช่วงนี้ ยังมีสถานที่ดีๆ ที่ไปเยือนได้เพิ่มขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง
คือพรรคอักษรจงที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาบนโลก ชื่อว่าภูเขาอู๋ถง เจ้า สานักมีฉายาว่าชิงอวี้คือผู้ฝึกตนขอบเขตหยกดิบคนหนึ่งที่ไม่เคยได้
ยินชื่อมาก่อน
ภูเขาอู๋ถงป่ าวประกาศแก่ภายนอกว่าที่พรรคจะรับแค่ผู้ฝึ ก ลมปราณ “น้าขุ่นบนภูเขา” ที่มีชาติกาเนิดมาจากภูตเท่านั้น
ส่วนแบ่งที่ทาให้ได้สร ้างสานักใหม่ขึ้นมาในใบถงทวีปนี้ แน่นอน ว่าเป็ นเฉินผิงอันที่ช่วยไปขอมาให้
อันที่จริงจากคุณวุฒิและประสบการณ์ของชิงถงแล้ว หากเขาคิด จะส่งจดหมายไปให้ศาลบุ๋นแผ่นดินกลางแล้วบอกว่าตัวเองอยาก ก่อตั้งสานัก เป็ นบรรพบุรุษเปิดภูเขาของพรรคอักษรจงแห่งหนึ่ง ก็ อาจจะได้และอาจจะไม่ได้
เพียงแต่ว่าชิงถงกลับกลัวจะเสียหน้า ยิ่งมิอาจยอมรับผลที่หาก ถูกทางศาลบุ๋นปฏิเสธมาได้ ดังนั้นเฉินผิงอัน หรือควรจะพูดให้ถูกก็ คือรองผู้อานวยการเหมาแห่งสถานศึกษาหลี่จี้จึงทาตัวเป็ น “พ่อสื่อ ไปรอบหนึ่ง
ศาลบุ๋นแผ่นดินกลางอนุญาตให้ชิงถงสร้างส านักใหม่ เปิดประตู ต้อนรับเผ่าปีศาจในท้องถิ่นของใบถงทวีป
ช่วยให้พวกภูตตามป่ าเขาที่ทุกวันต้องอยู่อย่างอกสั่นขวัญผวา ล าบากยากเข็ญเกินกว่าจะบรรยายทั้งหลายให้มีที่พึ่งพิง เรื่องของ การค้นภูเขาของเหล่าผู้ฝึ กลมปราณในทวีปต่างๆ มักจะเกิดเรื่อง สกปรกโสมมที่มิอาจบอกกล่าวใครได้เสมอ ทั้งๆ ที่เป็ นการหลบ หายนะเหมือนกัน ผู้ฝึกตนทาเนียบได้กลับมาเห็นแสงตะวันอีกครั้ง ได้สร ้างพื้นที่ประกอบพิธีกรรมขึ้นมาใหม่ แต่พวกเขากลับต้องคอย หลบซ่อนตัวอยู่ตลอด ความไม่พอใจจึงมีอยู่ไม่น้อย ทุกวันนี้สานัก ศึกษาต้าฝูต้องคอยจัดการเรื่องความขัดแย้งหลากหลายรูปแบบ ยุ่ง จนหัวหูแทบไหม้ เป็ นเหตุให้ในบางระดับแล้ว การก่อสร ้างการขุด เจาะลาน้าใหญ่ของใบถงทวีป ได้ท าการจัดระเบียบเส้นแบ่งระหว่าง ภูเขาสายน้าของสถานที่ต่างๆ ให้ชัดเจน เท่ากับเป็ นการช่วยภูเขา อู๋ถงรวบรวมผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจในท้องถิ่นให้มารวมตัวกันอย่างที่มอง ไม่เห็น ดังนั้นงานพิธีก่อตั้งสานักที่ค่อนข้างจะแร ้นแค้นของชิงถงใน ครั้งนั้น จุดเด่นเพียงหนึ่งเดียวก็คือได้เจ้าขุนเขาเฉิงแห่งส านัก ศึกษาต้าผู้มาร่วมแสดงค าอวยพร
พอเฉิงหลงโจวมาถึง พวกผู้ฝึกลมปราณเผ่าปีศาจที่กลับคืนมา สู่ต้นอู๋ถงก็วางใจได้อย่างสิ้นเชิง ระเบียบพิธีการที่เป็ นทางการประเภท นี้ อันที่จริงบนภูเขาและล่างภูเขาก็ไม่ได้แตกต่างกัน
ฟ่ านถงและเซี่ยซานเหนียงรู ้สึกทาตัวไม่ถูกอยู่บ้าง ได้แต่ยืนกลั้น หายใจท าสมาธิอยู่ใต้ชายคา ต่อให้ดวงตาพวกเขาจะไร ้แววแค่ไหน
จะไม่ค่อยได้ยินข่าวสารมากเท่าไร พูดถึงแค่สง่าราศีของชิงถงก็มาก พอจะสยบใจคนได้แล้ว
ตลอดระยะทางที่อยู่ร่วมกันมา สนิทสนมกับเฉินเซียนซือแล้วจึง มักจะอดไม่ไหวสอบถามเรื่องขอบเขตของเขา
อาจารย์เฉินบอกว่าตัวเองคือเซียนดินคนหนึ่งที่ใช ้กระบี่ ก่อน หน้านั้นตอนที่สังหารปีศาจใหญ่ในวัดร ้าง ได้ใช ้กระบี่บิน เพียงแต่ว่า ตบะของพวกเจ้าไม่ได้เรื่อง ยังไม่ได้เบิกเนตรสวรรค์ จึงมองเห็นภาพ เหตุการณ์ที่แท้จริงได้ไม่ชัดเจน…
ในเมื่อสตรีผู้นี้สามารถนั่งทัดเทียมกับเฉินเซียนซือได้ ทั้งยัง พูดคุยกันอย่างถูกคอ คิดดูแล้วก็น่าจะเป็ นเทพเซียนพสุธาที่สูงส่ง เกินกว่าจะอาจเอื้อมคนหนึ่งเหมือนกันกระมัง?
ชิงถงพูดเข้าประเด็นโดยตรงว่า “รู ้ถึงความตั้งใจของเจ้าที่เรียก ข้ามาในครั้งนี้ ว่ามาเถอะ ต้องการใบอู๋ถงกี่ใบ”
เฉินผิงอันมีสีหน้ากระอักกระอ่วนอย่างที่หาได้ยาก อธิบายว่า “อย่าเข้าใจผิด น้าใจส่วนน้าใจ การค้าส่วนการค้า พวกเราคิด แยกกัน”
ชิงถงถาม “ถ้าอย่างนั้นก็คิดแยก?”
หากไม่เป็ นเพราะติดค้างน้าใจในส่วนนี้ เจ้าขุนเขาที่อยากได้ ใบอู๋ถงมานานแล้วก็อย่าหวังเลยว่าจะหลอกเอาใบอู๋ถงไปจากตนได้ สักใบเดียว
ใบอู๋ถงพวกนั้นเมื่ออยู่ในมือของเขาอาจถือว่าเป็ นซี่โครงไก่ แต่ มันคือของรักของชอบของชิงถง มักจะชอบเอามันออกมาดูให้สบาย ตาสบายใจบ่อยๆ
ก็เหมือนอย่างสถานที่แห่งนี้ คือตระกูลของเศรษฐีผู้สูงศักดิ์ บุกเบิกภูเขาสร ้างเรือนพานัก สร ้างเขตเมืองขึ้นมากลางลานบ้าน มี ความสุขไม่รู ้จักเหน็ดเหนื่อย ตระกูลเซียนบนภูเขาก็ก่อสร ้างล่าง ภูเขาและพรรคใต้อาณัติอย่างไม่รู ้จักเหนื่อยล้า ถ้าอย่างนั้นใบอู๋ถงที่ หนึ่งใบก็คือฟ้ าดินหนึ่งแห่งจะไม่ยิ่งล้าค่าเข้าไปอีกหรอกหรือ?
เฉินผิงอันนวดคลึงปลายคาง ไม่เอ่ยอะไร
อันที่จริงชิงถงตัดสินใจมานานแล้ว เรื่องการค้านั้นช่างเถิด เพราะไม่ได้มีความหมายอะไร รวบรวมใบอู๋ถงเอาไว้ให้ได้เยอะๆ แล้ว น ามามอบให้เฉินผิงอันทีเดียวสิบใบ
และเวลานี้เอง แสงรุ ้งสะดุดตาเส้นหนึ่งก็พุ่งลงมาจากฟากฟ้ า ตรงดิ่งมากระแทกสระน้า บุกมาด้วยพลังอานาจน่าครั่นคร ้าม แต่ ขณะที่อยู่ห่างจากผิวน้ามาประมาณจังกว่าก็แปรเปลี่ยนกลายมาเป็ น ขนนกชิ้นหนึ่งที่พลิ้วลงมาอย่างแผ่วเบา
เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า “สหายปี้ เซียวกล่าวได้ถูกต้องตอนที่เสี่ยวโม่ไม่อยู่ ข้าควรต้องจับตามองเจ้า ขุนเขาให้มากหน่อย ไม่ใช่ว่าตอนที่เสี่ยวโม่ของข้าปิดด่านแล้วปล่อย
ให้เกิดข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นมา หลีกเลี่ยงไม่ให้เป็ ดต้มสุกมาร ออยู่ตรงปากแล้วบินหนีไปได้”
เซี่ยโก่วช ้าไม่มาเร็วไม่มา ดันมาเอาในเวลานี้
ตัวเฉินผิงอันเองก็รู ้สึกเหมือนตัวเองเป็ นฝ่ ายผิดแล้วเหมือนกัน “อย่าได้เข้าใจผิด ข้าไม่ได้เรียกนางมานะ”
ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งเผยพิรุธ อย่าว่าแต่ชิงถงเลย แม้แต่ตัวเฉินผิง อันเองก็แทบไม่เชื่อตัวเอง
เซี่ยโก่วเอ่ยอย่างสงสัย “เจ้าขุนเขา เข้าใจผิดอะไร? อันดับรอง มาพบเจอเจ้าขุนเขายังต้องท าท่าลับๆ ล่อๆ ด้วยหรือ?”
ภูตต้นอู๋ถงต้นนี้ รู ้จัก แต่ไม่สนิท
ได้ยินเสี่ยวโม่เล่าว่าทุกวันนี้ได้ดิบได้ดีแล้ว เนื่องจากเป็ นเพื่อน บ้านกับเจ้าแห่งถ้าปี้เซียวมาหมื่นปีจึงค่อนข้างจะชอบวางมาด
พอได้ยินอย่างนี้เซี่ยโก่วก็ไม่พอใจทันที ยังดีที่เสี่ยวโม่บอกอีกว่า หากไม่ตีกันก็ไม่ได้รู ้จักกัน อีกฝ่ ายเป็ นผู้ถวายงานที่ได้รับการบันทึก ชื่อของสานักกระบี่ชิงผิงแล้ว แล้วยังถูกเจ้าขุนเขามองเป็ นผู้ปกป้ อง มรรคาเบื้องหลังของสานักเบื้องล่างทั้งแห่งอีก เซี่ยโก่วจึงเอ่ยไป ประโยคหนึ่งว่า ไม่เลือกเลยจริงๆ
แต่ชิงถงกลับจาเด็กสาวสวมหมวกขนเตียวที่สองแก้มแดงเป็ น ปืนตรงหน้านี้ไม่ได้
ทว่าการที่นางเอ่ยคาว่าสหายปี้เซียว เสี่ยวโม่ของข้า กลับทาให้ ชิงถงรู ้หนักเบารู ้ผลดีและผลร ้ายได้
อายุขัยในการฝึกตนยาวนานพอก็สามารถคุยโวได้โดยไม่ต้อง ร่างค าพูด บอกว่าตัวเองเป็ นสหายสนิทกับใครก็ได้ แต่แทบไม่มีใครที่ กล้าบอกว่าตัวเองสนิทกับเจ้าแห่งถ้าปี้เซียวเรียกอีกฝ่ายว่าสหายได้
หากเจ้าแห่งถ้าปี้เซียวรู ้เข้าก็จะทาให้คนประเภทนี้ได้ “สนิท” ด้วยจริงๆ แล้ว
เฉินผิงอันเห็นว่าอีกฝ่ ายจ าเซี่ยโก่วไม่ได้ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก หา ไม่แล้วจะไม่กลายเป็ นว่าใช ้บุญคุณของผู้อื่นมาเป็ นเกราะป้ องกัน ตัวเอง แล้วยังข่มขู่หลอกล่อด้วยผลประโยชน์หรอกหรือ?
ชิงถงไม่กล้าอยู่นาน ไม่พูดพร่าทาเพลงก็หยิบเอากล่องไม้ใบ หนึ่งที่เตรียมไว้ในชายแขนเสื้อมานานแล้วออกมา ยื่นส่งให้เฉินผิง อัน
เฉินผิงอันเอ่ยขอบคุณ ชิงถงบอกว่าหากมีเวลาว่างก็ไปนั่งเล่นที่ ภูเขาอู๋ถงบ้าง เฉินผิงอันบอกว่าแน่นอน เพียงแต่ชิงถงไม่ลืมเอ่ยเตือน ไปประโยคหนึ่งว่า ถึงเวลานั้นเจ้าขุนเขาขึ้นไปบนภูเขาแล้วก็ไม่ อย่าได้บอกกล่าวสถานะ
เฉินผิงอันพูดไม่ออก
มีใครเขาเชื้อเชิญแขกขึ้นภูเขาอย่างเจ้าบ้าง? ไม่เห็นข้าเป็ นคน นอกเลยจริงๆ?
รอกระทั่งชิงถงที่จิตใจละเอียดอ่อนดุจเส้นผมซึ่งไม่ได้หดย่อ ภูเขาสายน้าเดินจากไปไกลแล้ว เซี่ยโก่วก็เอ่ยอย่างอัดอั้นว่า “นี่มัน เรื่องอะไรกัน เจ้าหมอนี่ราคาญข้ามากเลยหรือ?”
เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “คาดว่าสหายชิงถงน่าจะเดาตัวตนของเจ้า ออกแล้ว”
สามีภรรยาคู่นั้นไม่กล้าหายใจแรง เฉินผิงอันแนะนาพวกเขาให้ รู้จักกัน “ข้ามีภูเขาลูกเล็กอยู่ลูกหนึ่ง นางคือผู้ถวายงานอันดับรอง”
ไม่รอให้คนทั้งสองพูดจาตามมารยาท เซี่ยโก่วก็โบกมือเป็ นวง กว้าง “อย่าได้เกรงใจ”
เซี่ยโก่วพลันหัวเราะคิกคักถามว่า “พวกเจ้าสองคนเป็ นสามี
ภรรยากันหรือ?”
ฟ่ านถงกับเซี่ยซานเหนียงไม่เข้าใจต้นสายปลายเหตุ แต่ก็ยังคง พยักหน้ารับ
เซี่ยโก่วยกสองมือกุมเป็ นหมัด ยิ้มกว้างเอ่ยว่า “ขอให้ร่วมชีวิต กันด้วยความผูกพันรักใคร่ ให้ก าเนิดบุตรในเร็ววัน”
เท้าหน้าของชิงถงเพิ่งจะจากไป ก็มีผู้เฒ่าชุดเหลืองมาร่วมวง ความครึกครื้นที่นี่ตบะสูงส่งลึกล้า หนึ่งก้าวก็ข้ามผ่านภูเขาสายน้า หนาชั้นมาได้ สองเท้าของผู้เฒ่าเหยียบลงบนผิวน้า ชายแขนเสื้อสอง ข้างพองสะบัด วิชาอภินิหารหลบเลี่ยงน้าที่มีติดตัวมาตั้งแต่กาเนิดทา ให้น้าในสระชัดกระเพื่อมไม่หยุด ก่อนจะถูกกวาดไปหมดเกลี้ยง
ประหนึ่งมีดอกไม้น้าสีมรกตดอกใหญ่มโหฬารผุดขึ้นมา เพียงแต่ว่า ดอกไม้น้านี้เบ่งบานเพียงชั่วครู่เดียวก็หายวับไป กลับคืนไปสู่สระน้า อีกครั้ง ผู้เฒ่าชุดเหลืองเดินย่าคลื่นน้ามาทางเรือนหลังนั้นสะบัดชาย แขนเสื้อ หัวเราะร่วนเอ่ยว่า ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอเจ้าขุนเขาเฉินใน สถานที่กันดารเช่นนี้
นักพรตเนิ่นไล่ตามภาพเหตุการณ์ผิดปกติของแสงรุ ้งเส้นนั้นมา อยากจะมาดูว่าจะมีโอกาสได้สร ้างชื่อให้ระบือไกลหมื่นทิศหรือไม่
ก่อนหน้านี้อยู่ที่เกาะยวนยาง ต่อสู้ตัวต่อตัวกับผู้ฝึกตนขอบเขต บินทะยานของไพศาลรสชาติจากการที่มีชื่อเสียงในศึกศึกเดียว ไม่ เลวเลยจริงๆ นะ
พอมาถึงแล้วถึงได้พบว่าเป็ นเจ้าเฉินผิงอันผู้นี้ นักพรตเนิ่นจึง รู ้สึกผิดหวังอย่างมาก
ฟ่านถงอดทอดถอนใจในใจไม่ได้ เฉินเซียนซือรู ้จักคนประหลาด มหัศจรรย์เยอะมากจริงๆ