กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1129.5 ยี่สิบคนกับเหล่าตัวสารอง (เก้า)
ซ่งหงที่อยู่ในต้าหลงชิวก็คือขอบเขตโอสถทองที่สูงก็ไม่สาเร็จต่า ก็ไม่ได้ ชื่อเสียงไม่โดดเด่น พูดให้ถูกต้องก็คือซ่งหงที่อยู่ในต้าหลง ชิวได้เป็ น “เซียนดินโอสถทอง” มาเจ็ดแปดครั้งแล้ว “สละร่างไปเกิด ใหม่” ครั้งแล้วครั้งเล่า เปลี่ยนสถานะครั้งแล้วครั้งเล่า หวนกลับมาฝึก ตนที่ต้าหลงชิวต่ออีกครั้ง
อันที่จริงต้าหลงชิวยังมีสถานะที่ซ่อนแฝงอยู่อีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ ถือเป็ นสายของผู้ประคับประคองมังกร
ในอาณาเขตของภูเขาไท่ผิง การที่หันอี้ซู่สามารถอาศัยโอกาส นั้นพูดโน้มน้าวให้เฉินผิงอันมาเป็ นพวกเดียวกับพวกเขาได้ ก็ เพราะว่าก่อนหน้านานกว่านั้น หันอวี้ซู่ได้บอกกล่าวพูดคุยกับเซียน เหรินจากต้าหลงชิวผู้นี้มาแล้ว
สามารถยิงธนูดอกเดียวได้นกสองตัว
หันอวี้ซู่มีความชอบด้านการเชื้อเชิญ ซ่งหงและต้าหลงชิวก็ยิ่งมี พื้นที่เหลือมากพอในการแสดงฝีมือ ถือโอกาสนี้ไปตีสนิทใกล้ชิดกับ หวังจูมังกรที่แท้จริง
เหวยเซ่อช่วยไกล่เกลี่ยสถานการณ์ด้วยการยิ้มพูดเบี่ยงประเด็น ไปว่า “ไม่ได้เจอกับสหายน้อยหลงหรานมานานหลายปีแล้ว”
ซือถูเมิ่งจิงที่แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยให้ความสนใจกับเรื่องลาภ ยศชื่อเสียง มีความสัมพันธ ์ดีเยี่ยมกับผู้คนบนภูเขา คือสหายต่างวัย ที่แค่พบเจอก็ถูกชะตากันกับเหวยเซ่อ
เพราะถึงอย่างไรแม้กระทั่งเจ้าอารามผู้เฒ่าก็ยังพูดถึงซือถูเมิ่งจิง กับเฉินผิงอัน ถึงกับพูดว่า “เจ้าเด็กหลงหราน’ ผู้นั้นไม่เลว
เหวยเซ่อมองคนสองคน พวกเขาต่างก็พยักหน้าแสดงให้รู ้ว่าไม่ มีปัญหา
เหวยเซ่อจึงเริ่มแนะนาตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา “หลิวโจ้ว บรรพจารย์ผู้บุกเบิกภูเขาของสานักอวี่หลง ซ่งหง เจ้าขุนเขารุ่นแรก ของต้าหลงชิว”
สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งศาลเถื่อนของฝูเหยาทวีปที่ชื่อเสียงไม่โดดเด่น ผู้ศรัทธามีไม่มาก แต่มีวิชาอภินิหารยิ่งใหญ่ผู้นั้นตั้งฉายาเทพให้ ตัวเองว่า “หงเฝิ่นเต้าจู่
เขาพูดกลั้วหัวเราะเสียงดังกังวาน “สามารถมีตาแหน่งที่นี่ได้ อย่างมั่นคงล้วนไม่ใช่พวกพลทหารตัวเล็กไร ้ชื่อเสียงอะไรจริงเสีย ด้วย”
อวิ๋นเหมี่ยวกลุ้มใจยิ่งนัก อยากจะบอกคนพวกนี้อย่างมากว่า อิ่ นกวานหนุ่มที่พวกเจ้าป้ องกันแล้วป้ องกันอีก พยายามจะดึงมาเป็ น พรรคพวก แต่ก็ไม่กล้าท าอะไรบุ่มบ่าม แท้จริงแล้วเขาคือเจิ้งจวีจง อาจารย์จังแห่งนครจักรพรรดิขาว!
แต่อวิ๋นเหมี่ยวไม่กล้าพูดความลับใหญ่เทียมฟ้ านี้ออกมา
“กองกาลังของแต่ละฝ่ าย ทุกวันนี้ต่างก็พากันรวบรวมเงิน เหรียญทองแดงแก่นทองอย่างลับๆ ราคาตลาดก็เพิ่มขึ้นพรวดพราด ทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ มีใครมีเหลือบ้างไหม?”
“ได้ยินมาว่าถ้าสวรรค์อวี่ที่เจ้าแห่งถ้าสู่วาดหวังอยากได้มา ครอบครองแห่งนั้น แม้กระทั่งจิงเฮาก็ไม่เหลือใจจะช่วงชิงแล้ว เพียง แค่เพราะมีผีหญิงเจิ้งตั้นที่มาจากสายเวทกระบี่เยว่หนวี่โผล่มา ก่อกวน? นี่ถือเป็ นนกปากซ่อมกับหอยกาบทะเลาะกัน ชาวประมงได้ ผลประโยชน์หรือไม่?”
สู่หนันยวนหัวเราะฮ่าๆ “ผลได้ผลเสียชั่วคราวไม่อาจนับเป็ นอะไร ได้ เกาอี้ผู้นั้นย่อมต้องมีช่วงเวลาที่ขาดเงินและเจอกับเรื่อง ยากล าบากกันบ้าง”
ลู่ซวีที่หัวเราะเยาะอวิ่นเหมี่ยวไปแล้ว แล้วก็ทาการค้ากับโหลว เหมี่ยวที่สองชายแขนเสื้อมีแต่ลมเย็นเสร็จแล้วก็เริ่มหันไปมองสตรีที่ ผูกด้ายแดงไว้บนข้อมือผู้นั้น เถียนหว่านที่เพิ่งจะเป็ นขอบเขตหยก ดิบ ตาแหน่งที่นั่งของนางสามารถอยู่ใกล้ซ่งหงได้ แน่นอนว่าเป็ น เพราะนางมีศิษย์พี่ที่ดี
ลู่ซวีจีปากเอ่ย “เจ้าร่วมมือกับป๋ ายฉางวางแผนอย่างตั้งใจมา นานนับพันปี ทุกสิ่งที่ทามาล้วนสูญเปล่า เดินผิดก้าวหนึ่งก็ผิดไปทุก
ก้าว เขาพลาดโอกาสในการพุ่งทะยานไปยังขอบเขตสิบสี่เช่นนี้ น่า สงสาร น่าสงสารจริงๆ ประหนึ่งใช ้ตะกร ้าไม้ไผ่ตักน้าโดยแท้”
เถียนหว่านหัวเราะหยัน “ผู้ฝึกกระบี่บริสุทธิ์ขอบเขตบินทะยาน คนหนึ่ง ไม่ว่าเอาไปไว้ในใต้หล้าแห่งใดก็ยังเป็ นวีรบุรุษของพื้นที่แห่ง หนึ่งได้อยู่ดี”
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ทาไมป๋ ายฉางถึงไม่จัดการเฮ้อเสี่ยวเหลี ยงไปเลย? นางมาหาเรื่องถึงที่แล้ว เห็นได้ชัดว่าจะทาลายการปิดด่าน ของเขา บนภูเขานี่ก็คือความแค้นที่มิอาจอยู่ร่วมโลกกันได้ ไม่ว่าจะ ด้วยเหตุผลส่วนรวมหรือส่วนตัว ป๋ ายฉางก็สามารถลงมือสังหารนาง ได้ แต่นี่เขายังทนได้อีก? หากจาไม่ผิด ตอนนั้นเฉาหรงยังไม่ใช่ ขอบเขตบินทะยานกระมัง ต่อให้มีเทียนจวินเซี่ยสือและกู้ชิงซงคอย ช่วยเหลือ แต่จะขัดขวางการออกจากด่านมาส่งกระบี่ของป๋ ายฉางได้ จริงหรือไร?”
เถียนหว่านได้แต่แสร ้งทาเป็ นหูหนวกเป็ นใบ้ เพียงแค่เพราะเรื่อง นี้เกี่ยวพันไปถึงหลวี่เหยียนฉุนหยางผู้นั้น
มีคนมองไปยังลั่วซาน พูดอย่างมีเลศนัยว่า “พูดเรื่องวงใน เกี่ยวกับราชาบนบัลลังก ์ใหม่ของใต้หล้าเปลี่ยวร ้างหน่อยได้หรือไม่?”
สีหน้าของลั่วซานเหยเกขึ้นมาทันใด
เพียงแค่เพราะ “การประชุมบนยอดเขา” ของเปลี่ยวร ้างที่ อาจารย์ป๋ ายเจ๋อเป็ นผู้ด าเนินการหลักก่อนหน้านี้ ถึงกับมีคนมอง
สถานะในชั้นนี้ของนางออก ไม่เพียงแต่ไม่ได้ซักใช ้เอาผิด กลับกัน ยังถามนางว่าสามารถแนะนาตนให้เข้ามาที่นี่ได้หรือไม่
โจวชิงเกาถึงขั้นรับปากว่าสามารถเป็ นฝ่ ายแพร่งพรายรายงาน ทหารของกระโจมทัพเปลี่ยวร ้างส่วนหนึ่งได้ ใช ้คุณความชอบ ทางการสู้รบที่เท่าเทียมกับภูเขาสายน้าครึ่งทวีปของไพศาลมา แลกเปลี่ยนกับสถานะลับๆ นี้ อีกทั้งเขายังรับรองด้วยว่าจะไม่มีทาง เกิดปัญหาใดๆ ทั้งนั้น
ในเมื่อเฉินอิ่นกวานไม่ค่อยยินดีจะมาพบข้า ถ้าอย่างนั้นข้าก็เป็ น ฝ่ายไปหาเขาเองแล้วกัน
ผู้นากระโจมเจี่ยเซินในอดีต ภายหลังกลายมาเป็ นลูกศิษย์ปิ ด ส านักของมหาสมุทรความรู ้โจวมีผู้นี้คือผู้ติดตามที่ภักดีอันดับหนึ่ง ของเฉินผิงอันโดยแท้
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้กลายมาเป็ นเรื่องจริงที่ทุกคนบนยอดเขาของ สองใต้หล้ารับรู ้กันทั่วแล้ว
ทาไมเขาถึงเสียสติได้ขนาดนี้ ยังคงเป็ นปริศนา
นักพรตเฒ่าพลันเอ่ยว่า “สหายทุกท่าน พวกเจ้าต้องคอยสังเกต ดูการไหลรินของโชคชะตาบู๊ในช่วงเวลาอันใกล้นี้สักหน่อย อย่าได้ เอาแต่วางมาดของเทพเขียนบนภูเขา ภายในร ้อยปีพยายามให้ส านัก ของตัวเองได้คัดเลือกเด็กๆ ที่มีคุณสมบัติในการเรียนวรยุทธมาเพิ่ม มากหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่มีโชคชะตาบู๊มารวมตัวอยู่บนร่าง
ไม่กล้าพูดว่าจะได้กาไรมากมายแค่ไหน แต่อย่างน้อยที่สุดก็คือการ ค้าขายที่ได้กาไรไม่ขาดทุนแน่นอน รับประกันว่าไม่ว่าจะแล้งหรือน้า ท่วมก็ต้องได้ผลเก็บเกี่ยว”
เกี่ยวกับเรื่องนี้มีคนที่ใส่ใจทันที บางคนก็เริ่มใช ้ความคิดอย่าง ว่องไว เริ่มพิจารณาถึงการอบรมปลูกฝังหุ่นเชิด หรือไม่ก็มีแผนการ อย่างอื่น เตรียมจะเคาะชื่อคนที่จะมาเป็ นพันธมิตรด้วย แล้วก็มีคนที่ หลังจากชั่งน้าหนักผลได้ผลเสียแล้วก็ไม่ค่อยคิดเรื่องนี้เป็ นจริงเป็ นจัง นัก
เหวยเซ่อเองก็ให้ข้อเสนอข้อหนึ่ง “นอกจากนี้พวกสหาย ทั้งหลายยังสามารถสังเกตดูพรรคเล็กๆ ของสานักการทหารที่มีผู้ฝึก ตนค่อนข้างเยอะได้ด้วย หากเป็ นไปได้ก็สามารถลงมือสักคนสอง คน”
ค าว่า “ลงมือ” แน่นอนว่าก็คือการใช ้วิธีการของตัวเองเป็ น นกพิราบไปยึดรังนกกางเขน หรือไม่ก็ใช ้เวทลับกลายไปเป็ นเจ้า ประมุขของจวนเซียนบางแห่ง หรือไม่ก็แอบอบรมบ่มเพาะพรรค ประเภทนี้อย่างลับๆ
บุรุษที่มีฐานะเป็ นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงหนึ่งเดียวของที่นี่ ไม่มีความ สนใจใดๆ ต่อเรื่องพวกนี้
ในสายตาของเขา ก็คือการเชื่อเรื่องภูตผีในยุคที่โลกเสื่อมโทรม คือคนโง่ที่ฝึกบาเพ็ญตนเพื่อแสวงหาการเป็ นเซียน
นักพรตเฒ่าเหลือบมองสิ่งศักดิ์สิทธิ์ศาลเถื่อนที่จงใจไม่ขอการ แต่งตั้งอย่างถูกต้องผู้นี้แล้วหัวเราะ ไอ้หมอนี่ช่างวางแผนไว้ยิ่งใหญ่ เหลือเกิน
สัมผัสได้ถึงสายตาของนักพรตเฒ่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตนนั้นก็รีบเก็บ ง าความคิดของตัวเองทันที
ก่อนหน้านี้บนภูเขาของใบถงทวีปได้มีการประเมินสิบคนใน ประวัติศาสตร ์ของวิถีวรยุทธในทวีปของตัวเอง
คนที่มีชีวิตอยู่ ปรมาจารย์ที่ยังไม่ตายมีแค่หนึ่งชายหนึ่งหญิง อู๋ซู ที่ตาแหน่งสูงอยู่ในอันดับสี่กับเย่อวิ๋นอวิ๋นที่อยู่ในอันดับหก
แม้ว่าทุกวันนี้แปดทวีปของไพศาลจะเหมือนว่าขอแค่เป็ นผู้ฝึ ก ลมปราณก็ล้วนดูแคลนใบถงทวีป
แต่การที่เลือกปรมาจารย์ด้านวรยุทธสิบคนในประวัติศาสตร ์ ให้กับทวีปบ้านเกิดของตัวเองก็ค่อนข้างจะแปลกใหม่ เป็ นเหตุให้ เพียงไม่นานการกระทานี้ก็ล่วงรู ้กันไปตามแต่ละทวีปในใต้หล้า
นอกจากทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางกับแจกันสมบัติทวีปแล้ว อีก เจ็ดทวีปที่เหลือต่างก็เริ่มตรวจสอบปฏิทินเหลืองหัวข้อ “วิถีวรยุทธ” ของบ้านตัวเองกันแล้ว
ยอดขายรายงานภูเขาสายน้าของแต่ละสานักแต่ละทวีปเพิ่มขึ้น อย่างพรวดพราด
มีการจัดอันดับรายชื่อ แน่นอนว่าก็ต้องมีการทะเลาะโต้เถียง มี ความเห็นต่าง รายงานภูเขาสายน้าจึงแนบคาอธิบายและความ คิดเห็นของยอดฝีมือบางส่วนเข้าไปด้วย และนั่นก็ยิ่งกระตุ้นยอดขาย ให้กับรายงานของแต่ละฝ่ายมากยิ่งขึ้น
เพียงแต่ว่าการประเมินเซียนซือกลับยากที่จะทาให้ทุกคนยอมรับ ได้ คนนอกมองความครึกครื้น คนในถึงจะมีสิทธิ์พูด
ต่อให้ขอบเขตของผู้ฝึกตนจะสูงแค่ไหน แต่ให้มาพูดเรื่องความ สูงต่าของผู้ฝึ กยุทธเต็มตัว ถึงอย่างไรก็ตกเป็ นที่ต้องสงสัยว่าต่าง วงการก็เหมือนมีภูเขากั้นขวาง
อันที่จริงวิธีที่จะโน้มน้าวใจคนได้ดีที่สุดต้องยังเป็ นการวิจารณ์ จากปรมาจารย์ขอบเขตยอดเขา ทางที่ดีที่สุดคือให้เป็ นผู้ฝึ กยุทธ ขอบเขตปลายทาง
เพียงแต่ว่าเรื่องทานองนี้ หากเป็ นปรมาจารย์ขอบเขตยอดเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็ นผู้ฝึ กยุทธขอบเขตปลายทางแล้ว ใครจะยัง ยินดีมาข้องเกี่ยวด้วย
มีเงินอย่างสกุลหลิวธวัลทวีปก็ยังไม่อาจเชิญเพ่ยอาเซียงแห่ง ศาลเหลยกงให้ออกมาบอกกล่าวความคิดเห็นของตัวเองสักสองสาม ประโยคได้
ยกตัวอย่างเช่นเกราะทองทวีป ใครจะกล้าไปขอความรู ้จาก “หัน ว่านจ่าน” ให้เขาผู้อาวุโสกินอิ่มว่างงานแล้วอยากโดนหมัดหรือ?
แต่ก็ยังมีปรมาจารย์ขอบเขตปลายทางอยู่คนหนึ่งที่ยอมพูดจริงๆ อาศัยรายงานภูเขาสายน้าของยอดเขาสิงโตมาแสดงความคิดเห็น นั่นก็คือหวังฟู่ ซู่ของอุตรกุรุทวีป
อธิบายอย่างละเอียดว่าปรมาจารย์ขอบเขตปลายทางแปดคนที่ ไม่มีชีวิตอยู่บนโลกแล้วมีข้อดีข้อเสียในการเรียนวรยุทธตรงไหน วิชาหมัดมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไรแน่นอนว่าล้วนเป็ นคาพูดที่ จริงจังทั้งสิ้น
แล้วยังพูดด้วยว่าสิบคนบนกระดานของใบถงทวีป คนสองคนที่ ยังมีชีวิตอยู่ อู๋ซูมีอันดับรายชื่อสูงไป ชื่อไม่สมกับตาแหน่ง ต้องอยู่ อันดับท้ายๆ กลับเป็ นเย่อวิ๋นอวิ๋นที่ชื่ออยู่ต่าเกินไป หากเขาหวังฟู่ ซู่ เป็ นผู้ฝึกยุทธของใบถงทวีป อย่างน้อยที่สุดต้องอยู่ในอันดับห้าได้เขา เอาชนะเย่อวิ๋นอวิ๋นได้หรือ? แน่นอนว่าไม่ได้อยู่แล้ว หากสองฝ่ ายมี โอกาสประลองฝีมือกัน ประลองสุดยอดวิชา ตาลายเกินไป จิตใจของ เขาจะไม่มั่นคง แต่ก็ไม่เป็ นไร เขายินดีที่จะพ่ายแพ้สามครั้งติด อย่าง มากก็แค่อธิบายกับนางไม่กี่ประโยค บอกว่าเมื่อก่อนไม่ได้เป็ นเช่นนี้ วันนี้สภาพร่างกายของเขาไม่ค่อยดี…
เมื่อคาพูดนี้ดังออกมา หลายทวีปก็พากันฮือฮา ว่ากันว่าหวงอือ วิ่นได้เดินทางไปทางเหนือแล้ว ต้องการจะถามหมัดกับผู้อาวุโสที่แก่ แล้วท าตัวไม่น่าเคารพ ปากเต็มไปด้วยค าพูดหยาบโลนผู้นี้
หวังฟู่ ซู่ยังคงให้รายงานน าความของเขาไปบอกต่อ นางหวง อีอวิ๋นเชิญข้ามทวีปมาถามหมัดกับข้าผู้อาวุโสได้ตามสบาย
แม้จะพูดเช่นนี้ แต่อันที่จริงหวังฟู่ ซู่ได้ไปหลบอยู่ที่ศาลเหลยกง ของธวัลทวีป ไปดื่มเหล้ากับน้องสาวอาเซียงแล้ว
เพราะถึงอย่างไรเย่อวิ๋นอวิ๋นก็เพิ่งจะเลื่อนสู่ชั้นคืนความจริงของ ขอบเขตปลายทาง อยู่ในช่วงที่ปณิธานหมัดกาลังเปี่ ยมล้น ฉาย ประกายเฉียบคมอย่างเต็มที่
บรรพจารย์บุกเบิกภูเขาของเรือนอวิ๋นฉ่าวใบถงทวีปอย่างเย่อวี้กู้ อยู่ในอันดับที่ห้า ถูกขนานนามว่าหนึ่งคนสองเจี่ยจื่อ (หมายถึงเวลา ร ้อยยี่สิบปี) ใช ้หมัดสยบสามทวีป ไร ้ศัตรูเทียมทานอยู่ในใบถงทวีป แจกันสมบัติทวีปและอุตรกุรุทวีป
บรรพบุรุษผู้สถิตมั่นไม่ถูกย้ายไปไหนของสกุลเย่ท่านนี้ แม้ว่าจะ มีพลังอานาจยิ่งใหญ่ไปทั่วภูเขาสายน้า แล้วก็เริ่มออกเดินทางท่องไป ตามทวีปต่างๆ มานานแล้ว แต่กระนั้นก็ยังคงหยุดอยู่ในขั้นคืนความ จริงของขอบเขตปลายทาง มิอาจเลื่อนไปถึงขั้นเทพมาเยือนได้เสียที
เย่อวี้กู้คือผู้ที่มีพรสวรรค์โดดเด่นอย่างแท้จริง อาศัยภาพเซียน หกภาพก็ตระหนักรู ้ถึงสัจธรรมแห่งหมัด ช่วยบุกเบิกมหามรรคากว้าง ใหญ่ที่ควบฝึกได้ทั้งวิชาเซียนและวรยุทธได้ พร ้อมกันให้กับสกุลเย่
นอกจากสองสานักอย่างใบถงและกุยหยกสองแห่งที่ตั้งอยู่คุมเชิง กันทางเหนือและทางใต้ของใบถงทวีปซึ่งมีทั้งบุคคลและเรื่องราวที่ คู่ควรให้ผู้ฝึกตนของทวีปอื่นพูดถึงอย่างแท้จริงซึ่งมีน้อยจนนับนิ้วได้ แล้ว โชควาสนาของหวงถึงนักพรตหญิงแห่งภูเขาไท่ผิง ชีวิตเสเพล
ของเจียงซ่างเจินในอุตรกุรุทวีป นอกจากนี้คนส่วนใหญ่ก็ยังรู ้จักเรือ นอวิ๋นฉ่าวของผูซาน ผูซานน่ะหรือ คือพรรคที่ทั้งสามารฝึ กเซียน แล้วก็สามารถฝึกวรยุทธได้ด้วย หวงอีอวิ๋นผู้นั้นคือปรมาจารย์หญิง คนหนึ่ง
ตอนที่เย่อวี้กู้อยู่ที่คอขวด จาต้องหันไปหยิบเรื่องของการฝึกตน คิดมาใหม่ คิดจะอาศัยขอบเขตหยกดิบมาต่ออายุขัย หวังว่าจะใช ้ ทางเส้นนี้แบ่งวรยุทธและวิชาเซียนออกเป็ นหลักกับรอง ขัดเกลา เรือนกายของผู้ฝึกยุทธต่อไปอย่างช ้าๆ เพิ่มพูนปณิธานหมัดต่อไป และเย่อวี้กู้ก็ทาได้สาเร็จจริงๆ เลื่อนเป็ นขอบเขตหยกดิบ เรื่องแรกที่ ท าหลังออกจากด่านไม่ใช่รายงานข่าวให้กับส านักศึกษาและศาลบุ๋น แผ่นดินกลาง เรียกร ้องขอเลื่อนขั้นเป็ นสานัก แต่ไปร าลึกความหลัง กับสหายรักคนหนึ่งบนภูเขา น่าจะต้องการร่วมมือกับอีกฝ่ าย ต้านทานส านักใบถงที่ทาอะไรกาเริบเสิบสาน ขนบธรรมเนียมประจา สานักไม่เที่ยงตรง
พูดให้เรียบง่ายสักหน่อย อันที่จริงก็คือเย่อวี่กู้คิดจะร่วมมือกับส วินยวนสหายรักแห่งสานักใบถงที่เป็ นขอบเขตเซียนเหริน ร่วมมือกัน ต้านทานตู้เม่าที่เป็ นขอบเขตบินทะยานเพียงหนึ่งเดียวของใบถงทวีป
แต่เขาก็ยังคิดง่ายเกินไป
หรือควรจะพูดว่ามองใจคนใสบริสุทธิ์เกินไป
ตอนที่เย่อกู้ลงจากภูเขาเปี่ยมไปด้วยความมาดมั่นภาคภูมิใจ คิด ไม่ถึงว่าตอนที่กลับมาบนภูเขา ชีวิตกลับแขวนอยู่บนเส้นด้าย ลม หายใจรวยริน
หลังจากนั้นมา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อน และหลังที่เจ้าขุนเขาอย่างเย่อวิ๋นอวิ๋นจะเลื่อนเป็ นขอบเขตหยกดิบ ผู้ ฝึ กยุทธและผู้ฝึ กตนของเรือนอวิ๋นฉ่าวผู้ซานต่างก็รู ้สึกว่าบางทีนี่ อาจจะเป็ นบัญชาจากสวรรค์
ต่างก็คิดว่าผู้ชานไม่มีชะตาที่จะกลายเป็ นพรรคอักษรจงบน ภูเขาได้ ดังนั้นจนถึงทุกวันนี้ผูซานก็ยังไม่มีความคิดที่จะทาให้ตัวเอง กลายเป็ นส านัก
หนึ่งคือหายนะจากฟ้ า อีกหนึ่งคือหายนะจากคน
หายนะจากฟ้ าก็คือเมื่อเย่อวิ๋นอวิ๋นกลายเป็ นขอบเขตหยกดิบก็มี เผ่าปีศาจของเปลี่ยวร ้างรุกรานเข้ามาในใต้หล้าไพศาล
หายนะจากคนก็คือตอนนั้นเย่อวี้กู้บรรพจารย์ลงจากภูเขาไป เยี่ยมเยือนสหาย ระหว่างทางได้ถูกตู้เม่าซุ่มโจมตีท าร ้ายให้บาดเจ็บ สาหัส ขอบเขตถดถอยกลับมาเป็ น “สองทอง” เป็ นเหตุให้กลับภูเขา มาได้ไม่นานก็ตายไป
จนถึงตอนตายเย่อวี้กู้ก็ไม่เคยบอกกับใครว่าคนที่ลอบโจมตีเขา เป็ นใคร
ร าลึกความหลัง?
เป็ นการราลึกความหลังครั้งหนึ่งจริงๆ เพียงแต่ว่าปราณสังหาร ช่างเข้มข้นนัก
แม้กระทั่งเย่อวิ๋นอวิ๋นเอง จนถึงทุกวันนี้ ตลอดทั้งใบถงทวีปต่างก็ คิดกันไปอย่างมีเหตุมีผลว่าปี นั้นต้องเป็ นตู้เม่าที่ทาร ้ายให้เย่อกี้กู้ บาดเจ็บสาหัส
ลงมือสังหารอย่างโหดร ้ายเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ภาคกลางของทวีป มี “ส านักใบถงเล็กหรือไม่ก็ “สานักกุยหยกแห่งที่สอง” เพิ่มมาแล้วมา แบ่งเอาน้าแกงถ้วยหนึ่งไป
ใครเล่าจะคาดคิดได้ว่าตัวการร ้ายที่แท้จริงจะเป็ นสวินยวน
และนี่ก็คือสาเหตุที่จนถึงตายเย่อกี้กู้ก็ไม่เคยบอกใครว่าผู้ลงมือ ชั่วร ้ายคนนั้นเป็ นใครกลับกันยังกาชับเย่อวิ๋นอวิ๋นซ้าๆ ว่าอย่าได้สืบ เสาะหาคาตอบในเรื่องนี้
เย่อกี้กู้รู ้แก่ใจตัวเองว่าสวินยวนจงใจให้ตนมีชีวิตรอดกลับ มาถึงผูซาน
และเขาก็ยิ่งรู ้ว่าตอนที่ตัวเองนอนป่ วยอยู่บนเตียง สวินยวน จะต้องอยู่ในผูซานอย่างแน่นอน
ส่วนข้อที่ว่าทาไมสวินยวนถึงทาเรื่องที่เกินความจาเป็ น ไม่กังวล เลยสักนิดว่าจะเกิดเรื่องแทรกซ ้อน เย่อวี้กู้ไม่เคยได้คาตอบ
กระทั่งนาทีก่อนที่เย่อวี่กู้จะสละร่างจากไป สวินยวนถึงได้เผย กายอย่างเงียบเชียบบอกความจริงให้เขารู ้ บอกว่าในอนาคตจะมีคน มารับตัวเขาเข้าไปฝึกตนที่สานักกุยหยกด้วยตัวเอง และได้ช่วยปูทาง เส้นหนึ่งให้เขาไว้เรียบร ้อยแล้ว แค่ว่าคนคนนี้ไม่ใช่เขาสวินยวนก็ เท่านั้น
ทุกวันนี้ในศาลบรรพจารย์แห่งนี้ มียอดฝีมือที่รู ้เรื่องนี้อยู่ และเคย ได้ให้ข้อสรุปแบบตอกปิดฝาโลงว่า “วีรบุรุษผู้โหดเหี้ยมที่แท้จริง ก็ หนีไม่พ้นเช่นนี้เอง
เมื่อเทียบกับตู้เม่าที่เป็ นบรรพบุรุษผู้กอบกู้ความรุ่งโรจน์ของ ส านักกุยหยก พูดถึงกลอุบาย พูดถึงวิธีการ ก็ไม่คู่ควรที่จะถือรองเท้า ให้กับสวินยวนแห่งส านักกุยหยกจริงๆ
ในอดีตสวินยวนมีการค านวณถึงจ านวนรวมของโชคชะตาใบถง ทวีปมาก่อนว่า อย่างมากสุดก็ได้แค่ประคับประคองให้ในทวีปมีผู้ฝึก ตนขอบเขตสิบสี่แค่คนเดียวเท่านั้น
แน่นอนว่าสวินยวนย่อมหวังให้ดอกไม้ดอกนี้หล่นลงในลานบ้าน ของตัวเอง
ไม่ต้องเป็ นเขาก็ได้ สามารถเป็ นเจียงซ่างเจิน สามารถเป็ น เหวยอิ๋ง แล้วก็สามารถเป็ นใครบางคนที่ลาดับอาวุโสต่ากว่า แต่ต้อง อยู่ที่สานักกุยหยกเท่านั้น
หากวันใดวันหนึ่งวิชาเซียนและวรยุทธของเย่อกี้กู้สามารถพา ตัวเองยกระดับไปได้อีกขั้น ขณะเดียวกันก็เลื่อนจากหยกดิบเป็ น เซียนเหริน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลื่อนจากคืนความจริงเป็ นเทพมา เยือน
หลังจากนั้นไปอีก เย่อวี้กู้จะมีโอกาสทาเรื่องนี้ได้สาเร็จหรือไม่?
มีโอกาสที่ไม่เล็กเลย
อย่างน้อยโอกาสนั้นก็มีมากกว่าตู้เม่ามากนัก
แน่นอนว่าสวินยวนย่อมรู ้ว่าการลอบฆ่าเย่อกี้กู้ทาลายความ ปรองดอง และยิ่งขัดต่อจิตแห่งมรรคา
บวกกับที่ถูกกิจธุระของสานักถ่วงรั้งไว้มากเกินไป สวินยวนถึง ไม่อาจฝ่าทะลุขอบเขตพิสูจน์มรรคาเป็ นบินทะยานได้เสียที
เผ่าปีศาจแห่งเปลี่ยวร ้างยึดครองใบถงทวีป สถานการณ์เดิมของ ในทวีปถูกท าลายลงจนสิ้น รอกระทั่งสงครามใหญ่ปิดฉากลง แม้ว่า ส านักกุยหยกจะสูญเสียพลังต้นก าเนิดไปมาก แต่ถึงอย่างไรก็ยัง ดีกว่าภูเขาไท่ผิงและสานักฝูจีที่เหลือต้นกล้าแค่ต้นเดียว แล้วก็ดีกว่า สานักใบถงที่จาต้องปิดภูเขามากนัก อิงตามแนวโน้มการพัฒนาของ สถานการณ์ทั่วไป สานักว่านเหยาที่หลบอยู่ในพื้นที่มงคลสามภูเขา คิดอยากจะสร ้างสานักเบื้องล่างไว้ที่ใบถงทวีป หันอวี้ซู่ที่มีความ ทะเยอทะยานก็จ าเป็ นต้องปรองดองกับส านักกุยหยก คอยรับผิดชอบ
ขัดแข้งขัดขา กดข่มสานักใบถงที่อยู่ทางเหนือในทุกด้าน ต้องทาให้ ในอนาคตอีกพันปี ฝ่ายหลังมิอาจเงยหัวขึ้นมาได้อีก…