กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1132.1 มีคำถำมที่ไม่ต้องกำรคำตอบ
หลวี่เหยียนขอตัวลำกลับไปก่อน เฉินผิงอันอวยพรล่วงหน้ำให้ ฉุนหยำงเจินเหรินที่ถูกขนำนนำมว่ำเป็ นอันดับหนึ่งด้ำนโอสถทองผู้ นี้ฝึกประสบกำรณ์ได้อย่ำงรำบรื่น
เจ้ำขุนเขำยังเอ่ยถ้อยคำมงคลอีกประโยคหนึ่ง หวังว่ำจิตแห่ง มรรคำของผู้อำวุโสจะกลมสมบูรณ์เหมือนดวงจันทร ์ในวันที่สิบห้ำ
เฝิงเซวี่ยเทำคลำงแคลงไม่เข้ำใจ ดวงจันทร ์มีกลมมีเสี้ยว เป็ น เรื่องปกติ ตำมหลักแล้วคำกล่ำวที่ว่ำเมื่อเต็มล้นก็ย่อมพร่อง คือ คำพูดที่ดีจริงๆ หรือ?
ซุยตงซำนกลอกตำมองบน ได้แต่ใช ้เสียงในใจอธิบำยให้พี่ใหญ่ เฟิงที่ไม่เฉลียวฉลำดฟังว่ำ ค ำสุภำษิตบอกไว้ว่ำดวงจันทร ์คืนสิบห้ำ ยังไม่เต็มดี ถึงคืนสิบหกจึงกลมสว่ำงบริบูรณ์
เฝิงเซวี่ยเทำอึ้งงันไร ้คำพูด ในเรื่องของกำรวำงตัวกำรพูดจำนี้ เจ้ำขุนเขำเฉินมีควำมรู ้ที่เป็ นเอกลักษณ์เฉพำะตัวจริงๆ
เฉินผิงอันไปพบผู้ฝึ กกระบี่ในท้องถิ่นสองคนของกำแพงเมือง ปรำณกระบี่อย่ำงสิงอวิ๋นหลิ่วสุ่ย พูดคุยเรื่องขนบธรรมเนียมของที่ใต้ หล้ำเปลี่ยวร ้ำง
ชุยตงซำนเป็ นพวกอยู่ไม่ติดที่ เขำลำกเฝั่งเซวี่ยเทำลงจำกเรือ ข้ำมฟำกถงอินไปด้วยกัน ถำมขอบเขตบินทะยำนผู้นี้ว่ำสนใจจะไป ทำงำนบำงอย่ำงที่สำนักกระบี่ชิงผิงหรือไม่ ถือเสียว่ำไปช่วยพี่น้อง ของตัวเอง ในเมื่อควำมสัมพันธ ์มำถึงที่แล้ว ดื่มเหล้ำดื่มได้ที่แล้ว ถ้ำ อย่ำงนั้นก็ไม่ต้องพูดคุยเรื่องเงิน หลีกเลี่ยงไม่ให้เป็ นกำรทำลำย มิตรภำพพี่น้อง เฝิงเซวี่ยเทำเคยเสียเปรียบครั้งใหญ่กับเจียงซ่ำงเจิน มำก่อนแล้ว จึงได้แต่ปฏิเสธอย่ำงละมุนละม่อม แล้วนับประสำอะไรกับ ที่เขำเองก็ไม่รู ้สึกจริงๆ ว่ำตัวเองคือคนบนเส้นทำงเดียวกันกับเจ้ำ ส ำนักชุยผู้นี้ ทั้งสองฝ่ ำยไปถึงชำยฝั่งกันแล้ว เดินไปตำมถนนใหญ่ ตรอกเล็กที่แสงไฟสว่ำงไสวเด็กหนุ่มชุดขำวสะบัดชำยแขนเสื้อสอง ข้ำงจนเกิดเสียงดังพึ่บพั่บ
เผยเฉียนเก็บท ำควำมสะอำดโต๊ะสุรำเสร็จแล้วก็กลับห้องไปฝึก ท่ำเดินนิ่งเงียบๆ
ฮว่อหลงเจินเหรินไปหำเด็กสำวสวมหมวกขนเตียวที่อยู่เพียง ล ำพัง พูดเข้ำประเด็นด้วยกำรยิ้มถำมว่ำ “ไม่ทรำบว่ำสหำยป๋ ำยจิ่งที่ อยู่บนฟ้ ำมองมำยังพื้นดิน นั่นเป็ นทัศนียภำพแบบใด?”
เซี่ยโก่วเบ้ปำก “ไม่มีหัวคิดลูกเล่นอะไร”
ฮว่อหลงเจินเหรินอึ้งตะลึงไปเล็กน้อย ก่อนจะนึกได้ว่ำคำกล่ำวนี้ ดูเหมือนจะเป็ นภำษำท้องถิ่นของเมืองเล็กบ้ำนเกิดเฉินผิงอัน เขำนิ่ง คิดอยู่ครู่หนึ่งถึงยิ้มบำงๆ เอ่ยว่ำ “เคยได้เห็นแล้วถึงจะมีคุณสมบัติพูด เช่นนี้”
เซี่ยโก่วยื่นสองมือออกมำขยับหมวกขนเตียว “พวกเจ้ำต่ำงก็คิด ว่ำคุณสมบัติในกำรฝึ กตนของข้ำดีมำก อันที่จริงข้ำรู ้สึกว่ำตัวเอง ธรรมดำ ไม่ได้ถือว่ำโดดเด่นอะไร ข้ำเองก็มีข้อได้เปรียบที่ใหญ่เทียม ฟ้ ำอยู่หลำยอย่ำง เกิดมำเร็ว บังเอิญโชคดีเคยเจอบุคคลที่อยู่ในหน้ำ แรกๆ ของปฏิทินเหลืองอยู่หลำยคน ดูเหมือนว่ำหำกอิงตำมค ำกล่ำว ของลัทธิพุทธ นี่ถือเป็ น “สำวกผู้สดับธรรม” ในควำมหมำยแคบๆ? ไม่ได้พูดผิดกระมัง? ข้ำเคยค ำนวณคร่ำวๆ มำก่อน คนที่เคยเจอ คน ที่เคยขอควำมรู ้ต่อหน้ำ คนที่เคยประลองฝีมือด้วย คนที่เคยต่อสู้แล้ว แพ้ให้ก็มีเกือบร ้อยกว่ำคนแล้ว นักพรตบรรพกำลพวกนี้ไม่ว่ำจะเอำ ไปวำงในวิถีทำงโลกทุกวันนี้แห่งใด มีใครไม่ใช่บุคคลที่สูงส่งค้ำฟ้ ำ บ้ำงเล่ำ? เมื่อก่อนไม่เคยเห็นเรื่องพวกนี้เป็ นสำคัญ แค่รู ้สึกว่ำเป็ น เรื่องปกติทั่วไป แต่พอมำที่นี่ ได้ลงจำกภูเขำไปเดินเล่นบ่อยๆ พอได้ เจอกับพวกนักพรตอีกครั้ง ฝึกตนอย่ำงยำกลำบำก ให้ตำยอย่ำงไรก็ ไม่อำจคลี่คลำยข้อสงสัย ข้ำก็…”
ฮว่อหลงเจินเหรินรอฟังประโยคถัดไป เซี่ยโก่วนวดแก้มที่แดง เป็ นปืน อัดอั้นอยู่นำนถึงได้เอ่ยประโยคหนึ่งออกมำว่ำ “อยำกร ้องไห้”
ฮว่อหลงเจินเหรินได้ยินคำพูดนี้ก็พลันหัวเรำะดังลั่น พูดคำว่ำดี ติดๆ กันหลำยค ำแสดงออกว่ำเห็นด้วยเป็ นอย่ำงยิ่ง
ใบหน้ำของเซี่ยโก๋วเต็มไปด้วยควำมกลัดกลุ้ม “อำจำรย์ผู้เฒ่ำจู คือมิตรแท้ผู้กล้ำว่ำกล่ำวตักเตือน เขำเคยวิจำรณ์ข้ำอย่ำงไม่เกรงใจ บอกว่ำข้ำเกิดมำในช่วงเวลำนั้น ฝึกตนผ่ำนหำยนะมำได้ โชคดีอย่ำง
มำก มักจะมีแต่เรื่องน่ำตกใจทว่ำไร ้อันตรำยอยู่เสมอ มองดูเหมือน ค่อยๆ สั่งสมพลังตบะอย่ำงช ้ำๆ อยู่ตลอดเวลำ แต่ไม่ได้รู ้ถึงจิตใจจริง แท้ของตัวเองขอบเขตสูงแล้ว กลับกลำยเป็ นว่ำจิตแห่งมหำมรรคำ เสื่อมถอย เป็ นเหตุให้ได้แค่พิสูจน์ผลเล็กๆ น้อยๆ ห่ำงจำกกำรที่ มรรคำจะสุกงอมอีกไกลมำกนัก ดังนั้นก่อนหน้ำนี้ข้ำจึงออกจำกบ้ำน ไปผ่อนคลำยอำรมณ์ ไปเยือนภูเขำใหญ่แสนลี้มำรอบหนึ่ง ควำมเห็น ที่เฒ่ำตำบอดมีต่อข้ำก็ไม่ได้ต่ำงจำกของอำจำรย์ผู้เฒ่ำจูสักเท่ำไร”
ฮว่อหลงเจินเหรินหลุดหัวเรำะพรืด “อำจำรย์ผู้เฒ่ำจูหรือ?”
จูเหลี่ยนผู้ฝึ กยุทธที่มำจำกพื้นที่มงคลดอกบัวน่ะหรือ? คือคน มหัศจรรย์ที่หำยำกก็จริง ทว่ำหำกเอำมำเทียบกับเซี่ยโก่วแล้ว ไม่ว่ำ อย่ำงไรจูเหลี่ยนก็ไม่น่ำจะเรียกว่ำ “เฒ่ำ” ได้กระมัง?
เซี่ยโก่วเหลือบตำมองเจินเหรินผู้เฒ่ำ เอ่ยว่ำ “ในสำยตำของข้ำ เจ้ำเองก็เฒ่ำมำกเหมือนกัน”
ฮว่อหลงเจินเหรินลูบหนวดยิ้ม ประโยคนี้เอ่ยได้สมกับเป็ นภูเขำ ลั่วพั่วอย่ำงมำกแล้วทำให้คนที่ได้ยินอำรมณ์ผ่อนคลำย
เซี่ยโก่วปฏิบัติต่อเฝิงเซวี่ยเทำที่มีฉำยำว่ำชิงมี่ดั่งผู้เยำว์ในกลุ่ม ผู้เยำว์อีกที ต่อให้เป็ นหลวี่เหยียนที่มีฉำยำว่ำฉุนหยำง อย่ำงมำกสุด ก็ถือเป็ นคนรุ่นเดียวกันบนเส้นทำงกำรฝึกตนแค่เรียกกันและกันว่ำ สหำยก็พอ
แต่พ่อครัวเฒ่ำที่อยู่ในภูเขำลั่วทั่วบ้ำนตนกับเจินเหรินผู้เฒ่ำข้ำง กำยคนนี้ต่ำงก็มีควำมสำมำรถที่ประหลำดกันจริงๆ ทำให้คนรู ้สึกว่ำ พวกเขำก็คือผู้อำวุโสที่อยู่ในใจตน
พวกเขำพูดจำ ก็คือคำสั่งสอน หลักกำรเหตุผลเก่ำแก่ของคนที่ อำบน้ำร ้อนมำก่อนซึ่งพูดกับเจ้ำ ในเรื่องนี้ต่อให้เป็ นเจ้ำขุนเขำเฉินที่ ชอบใช ้หลักกำรเหตุผลมำกที่สุดก็ดูเหมือนว่ำยังขำดตบะอยู่บ้ำง เล็กน้อย
ฮว่อหลงเจินเหรินยิ้มเอ่ย “เคยมีดวงอำทิตย์ตกดินในอำณำเขต ส่วนตัวของสหำยที่ชักนำให้นกจินอูหลับจำศีลไปนำนหมื่นปี บังเอิญ ว่ำอยู่ที่แจกันสมบัติทวีปแห่งนี้พอดี สหำยมีเหตุผลเช่นนี้ แล้วยังยอม ถอยให้หนึ่งก้ำว ค่อนข้ำงจะอยู่เหนือกำรคำดกำรณ์ของผู้คน”
หำกข่ำวลือเล็กๆ ที่แพร่อยู่บนภูเขำไม่ผิด ดูเหมือนว่ำป๋ ำยจิ่งจะ ยกพื้นที่ประกอบพิธีกรรมแห่งนี้ให้รำชสำนักต้ำหลียืมใช ้
เซี่ยโก่วเบ้ปำก “หนึ่งเพรำะมังกรที่แข็งแกร่งมิอำจกดข่มงูเจ้ำถิ่น ได้ อีกอย่ำงเจ้ำขุนเขำของพวกเรำก็ใกล้จะได้เป็ นรำชครูของต้ำหลี แล้ว คนในครอบครัวเดียวกันไม่พูดจำห่ำงเหินนี่นะ”
เพียงแต่นำงก็เอ่ยประโยคหนึ่งเสริมมำอย่ำงรวดเร็ว “หำกว่ำไป หล่นอยู่ในใต้หล้ำเปลี่ยวร ้ำงก็รอดูเถอะว่ำข้ำจะยังพูดง่ำยอีกไหม ไม่ ว่ำใครจะมำเป็ นคนกลำงไกล่เกลี่ยก็ไม่ได้ผลทั้งนั้น ต่อให้เป็ นนำย ท่ำนผู้เฒ่ำป๋ ำยก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น!”
ฮว่อหลงเจินเหรินพยักหน้ำกล่ำว “ผินเต้ำชอบฟังค ำพูด ตรงไปตรงมำจำกคนตรงไปตรงมำที่สุดแล้ว”
เกี่ยวกับรำกฐำนมหำมรรคำของเซี่ยโก่ว แม้กระทั่งเจียงซ่ำงเจิน ก็ยังสงสัยใคร่รู ้อย่ำงยิ่ง เคยถำมเฉินผิงอันเป็ นกำรส่วนตัวว่ำมีควำม เป็ นไปได้หรือไม่ที่แม่นำงเขี่ยจะมำจำกวิถีแห่งเทพ
มีกำรคำดเดำอย่ำงนี้ก็เข้ำใจได้ง่ำยมำก เพรำะถึงอย่ำงไรบน ยอดเขำต่ำงก็รู ้กันว่ำพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของป๋ ำยจิ่งอยู่ในดวง ตะวันที่มีระดับขั้นสูงมำกดวงหนึ่ง นำงเคยแกะสลักบุกเบิกต ำหนัก เลียนแบบตำหนักฮว่อจิงให้เป็ นที่พักพิงของตัวเอง
แต่จำกเรื่องวงในที่ชิงถงแพร่งพรำยให้ฟัง ชำติกำเนิดของป๋ ำ ยจิ่งคือเผ่ำปี ศำจที่อยู่บนพื้นดินจริงๆ ไม่ใช่พวกเทพที่อยู่ในสรวง สวรรค์ยุคบรรพกำล
เพรำะมีควำมเกี่ยวข้องกับเสี่ยวโม่ ก่อนหน้ำนี้เซี่ยโก่วพูดคุย เรื่องในอดีตกับเฉินผิงอันจึงค่อนข้ำงจะผ่อนคลำย นำงไม่ได้ปฏิเสธ ว่ำแรกเริ่มตนเองอยำกจะยึดครองดวงอำทิตย์ที่ “ชำติกำเนิดค่อนข้ำง ดี” ดวงนั้นมำเป็ นของตน จำกนั้นพยำยำมที่จะเรียนรู ้เอำจำกหลันฉีผู้ ฝึ กตนหญิงหนึ่งในสิบผู้กล้ำแห่งใต้หล้ำยุคบรรพกำล หลอมดวง ตะวันดวงนี้เป็ นวัตถุแห่งชะตำชีวิต แต่เพียงไม่นำนนำงก็ค้นพบว่ำ ดวงตะวันถึงกับบ่มเพำะสติปัญญำออกมำได้ มหำมรรคำจ ำแลงเป็ น จินอูตัวหนึ่ง ป๋ ำยจิ่งจึงเปลี่ยนควำมตั้งใจเดิม กลำยเป็ นว่ำปกป้ อง มรรคำให้อีกฝ่ำยแทน
ดังนั้นตอนนั้นที่เซี่ยโก่วเสนอว่ำจะเดินทำงไปเยือนใต้หล้ำ ไพศำล ทั้งๆ ที่ป้ ำยเจ๋อจะรู ้ดีว่ำเปลี่ยวร ้ำงจะต้องสูญเสียพลังกำรสู้รบ ชั้นยอดไปส่วนหนึ่งก็ยังไม่ได้ขัดขวำง นี่ก็คือสำเหตุอย่ำงหนึ่งที่ ส ำคัญมำก
ไม่ได้เรียบง่ำยเพียงแค่เพรำะเซี่ยโก่วจะไปหำเสี่ยวโม่เท่ำนั้น ตำมกฏของเปลี่ยวร ้ำงแล้ว นี่เกี่ยวพันไปถึงโชควำสนำบนมหำมรรคำ ของผู้ฝึกตนด้วย และไม่ว่ำจะเป็ นผลประโยชน์ในด้ำนในก็ล้วนต้อง หลีกทำงให้กับมัน
นับประสำอะไรกับที่ป๋ ำยจิ่งยังเป็ นผู้ฝึกกระบี่ตัวสำรองขอบเขต สิบสี่ที่ป๋ ำยเจ๋อฝำกควำมหวังไว้ให้มำกอีกด้วย
ฮว่อหลงเจินเหรินยิ้มเอ่ย “หำกจะว่ำกันจริงๆ ผินเต้ำกับสหำยป๋ ำ ยจิ่งและฉุนหยำงเจินเหริน บนระบบของกำรสืบทอดก็พอจะมีควำม เกี่ยวข้องกันอยู่บ้ำง เรียกขำนกันว่ำสหำยก็เหมำะสมอย่ำงมำก”
เซี่ยโก่วพยักหน้ำรับแรงๆ “วันหน้ำพวกเรำสำมคนก็แวะเวียนไป หำกันบ่อยๆ หำกเจอกับตะปูแข็งที่รับมือได้ยำกก็บอกกล่ำวกันสักคำ เก็บลูกธนูทะลุเมฆไว้ดอกหนึ่ง ทหำรม้ำพันหมื่นจะมำพบหน้ำ ฮ่ำๆ!”
ฮว่อหลงเจินเหรินปรบมือยิ้มเอ่ย “ได้เลยๆ”
ท่ำมกลำงไท่ซวีที่ไร ้ขอบเขตสิ้นสุดของนอกฟ้ ำ มีดวงอำทิตย์ จ ำนวนนับไม่ถ้วนล่องลอยอยู่ และดวงอำทิตย์ทุกดวงก็เป็ นเหมือน ท่ำเรือแห่งหนึ่ง ล้วนสำมำรถมุ่งหน้ำไปยังตำหนักฮว่อหยำงประตูสี
ชำดท่ำมกลำงเมฆแดงฉำนซึ่งถูกลัทธิเต๋ำของยุคหลังขนำนนำมว่ำ คือหนึ่งในพระรำชวังหลวง ในประวัติศำสตร ์หลวี่เหยียนฉุนหยำงเจิน เหรินก็เคยไปถ่ำยทอดวิชำอัคคีในซำกปรักยุคบรรพกำลแห่งนี้อยู่ หลำยครั้ง ปีนั้นพวกคนที่มำขอวิชำควำมรู ้อย่ำงถ่อมตัว ส่วนใหญ่ก็ คือเผ่ำพันธ ์เจียวหลงยุคโบรำณที่มีสถำนะสูงศักดิ์
ฮว่อหลงเจินเหรินโพล่งถำมขึ้นมำว่ำ “ดูเหมือนว่ำสหำยป๋ ำยจิ่ง จะใส่ใจเผยเฉียนอย่ำงมำก?”
เซี่ยโก่วยิ้มกระอักกระอ่วน “กำรหำพรรคพวกบนภูเขำก็เหมือน เด็กน้อยที่เล่นสนุกกันทำเล่นๆ ไปอย่ำงนั้นเองแหละ”
ภำยใต้กำรยุยงจำกเด็กชำยผมขำว พวกเขำรับกวอจู๋จิ่วเป็ นเจ้ำ ประมุขด้วยกัน สร ้ำงภูเขำเป็ นของตัวเอง อยู่คนละกลุ่มกับเผยเฉียน
ฮว่อหลงเจินเหรินยิ้มตำหยี “อ้อ?”
เซี่ยโก่วได้แต่หัวเรำะแห้งๆ
ฮว่อหลงเจินเหรินเปลี่ยนเรื่องคุย “ไม่รู ้ว่ำใครเป็ นคนแรกที่ใช ้รส หวำนละไมมำบรรยำยถึงควำมฝันอันงดงำม สุดยอดเลย”
เซี่ยโก่วรู ้ใจได้ทันใด นำงหลับสนิทไปหมื่นปี ส่วนฮว่อหลงเจินเห รินเองก็ขึ้นชื่อว่ำคุณควำมชอบด้ำนกำรหลับใหลเป็ นเอกในใต้หล้ำ เหมือนกัน
บนวิถีทำงโลกที่จิตใจคนซับซ ้อน ได้เจอกับคนที่มีควำมคิดเรียบ ง่ำย ก็เหมือนคนที่ชอบดื่มเหล้ำได้เจอกับสุรำเลิศรส
เซี่ยโก่วยิ้มกว้ำง “เจินเหรินผู้เฒ่ำ หำกเจอกันบนเส้นทำงเมื่อ หมื่นปีก่อน พวกเรำต้องกลำยเป็ นเพื่อนรักกันได้แน่นอน”
ฮว่อหลงเจินเหรินลูบหนวดกล่ำว “รู ้สึกแบบเดียวกัน”
เซี่ยโก่วเอ่ย “ต่อจำกนี้เจินเหรินผู้เจ้ำคิดจะทำอะไร?”
ฮว่อหลงเจินเหรินยิ้มตอบ “หวนกลับไปที่เปลี่ยวร ้ำง ไปหำคนที่ ต่อสู้ได้อย่ำงแท้จริงประลองมรรคกถำกันสักหน่อย”
เพรำะตอนที่เฉินผิงอันกับเซี่ยโก่วขึ้นเรือมำไม่ได้จงใจปิ ดบัง ร่องรอย หูตำที่ทำงฝั่งแคว้นอวิ๋นเหยียนจัดวำงไว้ที่ท่ำเรืออวี๋หลินจึง ไม่กล้ำละเลย รีบแจ้งเรื่องนี้ให้ทำงรำชสำนักทรำบทันที
ต่อให้อำณำเขตของแคว้นอวิ๋นเหยียนจะเล็กแค่ไหน แต่กระนั้นก็ ยังมีผู้ฝึกลมปรำณในท้องถิ่นอยู่กลุ่มหนึ่ง ในระเบียงของชั้นบนสุด ของหอหนังสือในเรือนส่วนตัวแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ชำยฝั่งของท่ำเรือมี เด็กหนุ่มเด็กสำวกลุ่มหนึ่งมองไกลๆ มำยังเรือข้ำมฟำกถงอินแห่งนี้
เวลำปกติพวกเขำไม่มีเรื่องอะไรให้ทำก็มักจะคอยจับจ้องควำม เคลื่อนไหวของที่ท่ำเรืออวี๋หลิน ไม่กลัวว่ำจะไม่มีเรื่องอะไรให้ทำ กลัว ก็แต่ว่ำเซียนซือต่ำงถิ่นจะเกิดควำมขัดแย้งกับคนในท้องถิ่นของที่นี่ ได้ยินมำว่ำเจ้ำกรมพิธีกำรต้องคอยอกสั่นขวัญผวำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จะต้องคอยไปจุดธูปไหว้พระที่วัดทุกๆ สำมวันห้ำวัน โชคดีที่จนถึงทุก
วันนี้ในอำณำเขตของเมืองหลวงยังไม่มีเรื่องเละเทะอะไรที่ยำกเกิน กว่ำจะเก็บกวำด ก็แค่ว่ำฮ่องเต้กับเชื้อพระวงศ์กลุ่มใหญ่ยิ่งวำดฝันว่ำ จะใครบำงคนมำเป็ นแขกที่นี่ อยำกเจอหน้ำเขำสักครั้ง
แต่จะว่ำไปแล้วก็น่ำขัน แรกเริ่มมีเซียนดินโอสถทองมำที่เมือง หลวง ฮ่องเต้แคว้นอวิ๋นเหยียนถึงกับจัดงำนเลี้ยงรับรองแขกด้วย ตัวเอง ภำยหลังต้องเป็ นก่อก ำเนิดถึงจะได้ โอสถทองไม่มำกพอชม แล้ว หลังจำกนั้นมำอีกก็เปลี่ยนมำเป็ นหยกดิบห้ำขอบเขตบน ทุก วันนี้ก็ยิ่งพูดกันว่ำต่อให้เป็ นเซียนเหรินมำเยือนก็ดูเหมือนว่ำฮ่องเต้จะ ไม่รู ้สึกสนใจแล้ว เพรำะถึงอย่ำงไรขนำดขอบเขตบินทะยำนที่มีฉำยำ ว่ำชิงมี่ก็ยังเคยเจอหน้ำกันมำแล้ว
มีเด็กหนุ่มคิ้วเข้มตำโตคนหนึ่งนั่งขัดสมำธิ วำงกระบี่พำดขวำง ไว้บนหัวเข่ำ ขมวดคิ้วถำม “ใช่เขำไหม?”
ข้ำงกำยมีเด็กสำวร่ำงบอบบำงคิ้วตำเย็นชำคนหนึ่ง นำงชะเง้อ มองไปทำงท่ำเรือ“บอกได้ยำก”
ก่อนหน้ำนี้พวกเขำได้รับข่ำวลับอย่ำงหนึ่งมำจำกกรมอำญำของ รำชส ำนัก เจ้ำส ำนักของสำนักเบื้องบนสำนักกระบี่ชิงผิงได้มำเยือน ใบถงทวีป เพียงไม่นำนเซียนกระบี่ใหญ่หมี่ก็สร ้ำงคุณควำมชอบ หำ ตัวกำกเดนเผ่ำปีศำจแห่งเปลี่ยวร ้ำงที่ฆ่ำคนบริสุทธิ์อย่ำงพร่ำเพื่อเจอ หลำยคน เรื่องของกำรขุดเจำะลำน้ำใหญ่ที่เกิดคลื่นมรสุมไปทั่ว ใน ที่สุดก็สำมำรถดำเนินกำรต่อไปได้อย่ำงรำบรื่นแล้ว หำกไม่มีเบำะแส สำคัญข้อนี้ พวกเขำก็ไม่มีทำงเอำบุรุษที่อยู่ข้ำงกำยเด็กสำวสวม
หมวกขนเตียวไปคิดเชื่อมโยงกับอิ่นกวำนหนุ่มที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่ำ เปี่ยมสีสันตระกำรตำผู้นั้นอย่ำงแน่นอน
เด็กหนุ่มคือผู้ฝึกกระบี่ในท้องถิ่นเพียงหนึ่งเดียวของแคว้นอวิ่นเห ยียน จึงอดที่จะมีควำมลำพองใจในตัวเองอยู่หลำยส่วนไม่ได้ ทุกวันนี้ วิสัยทัศน์กว้ำงขึ้นแล้วก็รู ้สึกว่ำแรงกดดันเพิ่มขึ้นพรวดพรำด เวลำ
ปกติจึงเงียบขรึมพูดน้อยกว่ำเดิม
ในเมืองหลวงเต็มไปด้วยคนอัศจรรย์เหนือสำมัญ คนที่เคยคิดว่ำ ชีวิตนี้แสวงหำแค่ขอบเขตเซียนดินจะนับเป็ นอะไรได้ นี่ทำให้ช่วงนี้ผู้ ฝึกกระบี่เด็กหนุ่มคล้ำยกับกำลังฝึกปิดวำจำอย่ำงไรอย่ำงนั้น
หำกใบถงทวีปยังคงเป็ นใบถงทวีปของเมื่อหลำยสิบปีก่อน ด้วย คุณสมบัติในกำรฝึกตนและสถำนะผู้ฝึกกระบี่ของเขำ หำกไม่ผิดไป จำกที่คำด เดิมทีควรจะได้ไปเพิ่มพูนวิชำควำมรู ้อยู่ในจวนเขียน อักษรจงแห่งใดแห่งหนึ่งแล้ว
เด็กหนุ่มรู ้สึกอัดอั้น เอ่ยเสียงเบำว่ำ “พวกคนที่ฝึ กตนประสบ ควำมสำเร็จเหล่ำนั้นเดินทำงผ่ำนแคว้นอวิ๋นเหยียนของพวกเรำ ส ำหรับบุคคลอย่ำงพวกเขำแล้วจะเหมือนเดินผ่ำนรังมดรังหนึ่ง หรือไม่?”