กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 20.1 ขานชื่อ
เซียนกระบี่สวีเซี่ยออกจากชายหาดทะเลตะวันตกของใบถงทวีป
ข้ามทวีปเดินทางไกลมาขึ้นฝั่งที่แจกันสมบัติทวีป มายังจวนราชครูที่
เมืองหลวงต้าหลี
ตามกฎที่ราชส านักต้าหลีก าหนดเอาไว้ ผู้ฝึกตนขอบเขตบิน
ทะยานที่ขึ้นฝั่งมายังแจกันสมบัติทวีป จ าเป็นต้องแจ้งให้ป๋ายอวี้จิ่ง
จ าลองทราบเสียก่อน
สวีเซี่ยน าศีรษะและศพไร้หัวของตู้หันหลิงมาด้วย ปราณ
วิญญาณส่วนหนึ่งที่มีปณิธานแห่งมรรคาซุกซ่อนเอาไว้ เศษซาก
วัตถุแห่งชะตาชีวิตหลายชิ้น ฯลฯ ล้วนใช้วิธีจักรวาลในชายแขนเสื้อ
เก็บเอาไว้เป็นอย่างดี ท าการค้ากับผู้อื่นก็ควรจะต้อง “มีต้นมีปลาย
เงินมาของไป สะอาดหมดจดไร้ความค้างคา
เขาไม่อาจมาเยือนเมืองหลวงต้าหลีมือเปล่า พูดง่ายๆ ด้วยค าพูด
เบาสบายไม่กี่ค ากับเฉินผิงอันได้ อีกฝ่ายจะเชื่อหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง
แต่ตัวสวีเซี่ยเองกลับไม่อาจข้ามผ่านด่านในใจตัวเองไปได้
สวีเซี่ยเดินผ่านระเบียงพันก้าวที่สองข้างทางมีที่ว่าการตั้งเรียง
ราย มาถึงนอกประตูของจวนราชครู มาถึงเร็วกว่าเวลาที่สองฝ่ายนัด
หมายกันประมาณหนึ่งเค่อ เห็นเพียงสตรีหน้าตางดงามคนหนึ่งเดิน
เยื้องย่างออกมาจากประตูใหญ่ นางกุมหมัดคารวะ เอ่ยขออภัยว่า
“สวีจวิน ราชครูยังรับรองแขกอยู่ในห้องโถงว่าการ ตอนนี้ยังปลีกตัว
มาไม่ได้ รบกวนท่านรอสักครู่ ข้าชื่อหรงอวี๋ คือสาวใช้ของจวน
ราชครู ราชครูให้ข้าพาสวีจวินไปดื่มชารอเขาที่ห้องหนังสือของเขา
ก่อน”
สวีเซี่ยยิ้มเอ่ย “ราชครูมีกิจธุระรัดตัว เข้าใจได้”
ลานกว้างที่อยู่ระหว่างประตูติดถนนกับประตูจวนมีผนังบังตาแห่ง
หนึ่งตั้งขวาง ดูเหมือนว่าผนังนั้นจะท ามาจากแก้วใสที่มาจากเจี้ยชิว
สีสันสดใสงดงาม
นาทีที่เดินผ่านประตูติดถนน ลมหายใจของสวีเซี่ยก็ติดขัด ร่าง
แห่งมรรคาเหมือนจมลงสู่บ่อโคลนลึก ตนถึงกับถูกกดไว้ที่ขอบเขต
เซียนเหริน เห็นได้ชัดว่าจวนราชครูที่เหมือนโลกอีกใบแห่งนี้ใช้
วิธีการสยบก าราบที่ลี้ลับมหัศจรรย์ยิ่ง
สวีเซี่ยไม่ถือสาว่าการรับรองแขกด้วยวิธีการเช่นนี้จะตกเป็นที่
ครหาว่าวางอ านาจใส่แขกหรือไม่ เพราะถึงอย่างไรก็เป็นแกนกลาง
ส าคัญแห่งแคว้นของราชวงศ์ต้าหลี แล้วนับประสาอะไรกับที่ท่าทีแข็ง
กร้าวที่ต้าหลีมีต่อบนภูเขา แต่ไหนแต่ไรมาก็ได้รับการยอมรับจากส
วีเซี่ยมาโดยตลอด ในอดีตลูกศิษย์ของส านักที่เกราะทองทวีปบ้าน
เกิดออกจากส านักไปฝึกประสบการณ์ กลับมาถึงบ้านเกิดแล้วก็
มักจะชอบวางตัวเป็นไท่ช่างหวง ถูกยกยอจนลอยขึ้นฟ้าแล้ว รอ
กระทั่งเผ่าปีศาจกรูกันเข้ามาในดินแดนเหมือนฝูงตั๊กแตน ผู้ฝึกตน
ท าเนียบที่วางตัวสูงส่งเหล่านี้ ส่วนใหญ่ล้วนถูกเหยียบย ่าจมดิน
บางครั้งสวีเซี่ยก็คิดว่าควรจะขอบคุณสัตว์เดรัจฉานจากเปลี่ยว
ร้างพวกนั้นดีหรือไม่หาไม่แล้วเกราะทองทวีปที่เละเทะไม่เหลือชิ้นดีมา
นานแล้ว ใครเล่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงขนบธรรมเนียมได้?
แน่นอนว่าเผชิญหน้ากับคนอย่างหวานเหยียนเหล่าจึงหรือตู้
หันหลิง สวีเซี่ยปล่อยกระบี่ออกไปอย่างไม่เลอะเลือน เพราะพวกเขา
เทียบไม่ได้แม้กระทั่งสัตว์เดรัจฉานด้วยซ ้า
บินทะยานใหม่อย่างสวีเซี่ยเองก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย เขาแอบค านวณ
ในใจไปรอบหนึ่ง สมมติว่านี่เป็นแผนการเชิญท่านลงโอ่งของเฉินผิง
อัน ตนควรจะรับมืออย่างไร
หรงอวี๋พาสวีเซี่ยเดินผ่านผนังบังตาหลากสีลวดลายหรูหรา
งดงาม เดินเข้าประตูจวนไปด้วยกัน แล้วก็เจอผนังบังตาที่เป็นดั่งเขา
พระสุเมรุอีกแห่งหนึ่ง แต่นางกลับไปไม่ได้ไปที่ลานบ้านที่มีร่มเงาต้น
อู่ถงหนาครึ้ม แต่เลี้ยวไปยังประตูด้านข้างอีกบานหนึ่ง ไปยังพื้นที่ที่
ขยับขยายใหม่ทางทิศตะวันออก เป็นเรือนสามชั้นที่ตั้งอยู่เส้นแนว
แกนกลางเดียวกันอีกเช่นกัน มีกลิ่นอายเซียนของบนภูเขาเพิ่มมา
หลายส่วน แน่นอนว่าไม่ใช่เพื่อโอ้อวดความร ่ารวยเฉินผิงอันได้สร้าง
ที่ว่าการใหม่หลายแห่งไว้ที่นี่แล้ว นอกจากพวกกวอจู๋จิ่ว อวี๋สืออู้และส
วินชวี่ที่ท างานอยู่ที่นี่แล้วก็ยังเก็บห้องท างานของขุนนางที่ตอนนี้ยัง
ปล่อยว่างไว้อีกส่วนหนึ่ง
ก่อนหน้านั้นเฉินผิงอันพาคนสิบแปดคนออกมาจากนครบิน
ทะยาน ทุกวันนี้พวกเขามีสถานะคล้ายกระบี่ส่วนตัว ล้วนเป็นผู้ฝึก
กระบี่ห้าขอบเขตกลางที่ทั้งคุณสมบัติและนิสัยใจคอล้วนดีเยี่ยม
นอกจากเหนี่ยนซินที่เข้าไปอยู่ในคุกแล้ว ต่งปู่เต๋อไปที่ส านักอวี่หลง
ซึ่งถูกน่าหลันไฉ่ฮ่วนเป็น “นกพิราบยึดรังนกกางเขน’ แย่งชิง
ต าแหน่งเจ้าส านักไปครอง หลังจากนั้นนางถึงจะตัดสินใจว่าสุดท้าย
แล้วจะไปเปิดภูเขาก่อตั้งพรรคอยู่ที่เกราะทองทวีปหรือหลิวเสียทวีป
กันแน่ ส่วนฟ่านต้าเช่อนั้นเดินทางไปหาประสบการณ์ที่อุตรกุรุทวีป
รอให้กลับมาก็จะมารับหน้าที่เป็นเลขาธิการฝ่ายบุ๋นของจวนราชครู
นอกจากนี้พวกเทพีบุปผาทั้งหลายที่สร้างห้องประชุมชั่วคราวไว้
ในศาลเทพีบุปผาของเมืองหลวง ในอนาคตพวกนางก็สามารถมา
ประชุมกันที่นี่ได้โดยตรง
เรือนชั้นที่สองนอกจากจะมีระเบียงโอบล้อมแล้ว อันที่จริงก็ไม่มี
พื้นที่ว่างใดๆ เหลืออีกเนื่องจากพื้นที่ทั้งหมดถูกแกะสลักเป็นภาพ
แผนที่ชัยภูมิของเปลี่ยวร้างโดยใช้วิธีการของตระกูลเซียน
สวีเซี่ยได้เปิดโลกกว้าง คิดไม่ถึงเลยว่าอาณาเขตของเปลี่ยวร้าง
จะกว้างใหญ่ขนาดนี้เขากวาดตามองคร่าวๆ แค่ไม่กี่ที่ จวนเซียนและ
พื้นที่ประกอบพิธีกรรมมีไม่ต ่ากว่าพันแห่งบนภูเขาล้วนมีการปักธง
ขนาดจิ๋วเอาไว้ ด้านบนนอกจากจะเขียนชื่อของพื้นที่ประกอบ
พิธีกรรม สถานะของบรรพจารย์บุกเบิกภูเขาแล้ว ยังมีฉายา ร่างจริง
สมบัติอาคม วิชาอภินิหารแห่งชะตาชีวิตของผู้ฝึกตนใหญ่ในยุค
ปัจจุบัน และจ านวนคร่าวๆ ของผู้ฝึกตนท าเนียบในพื้นที่ประกอบ
พิธีกรรม…ธงพวกนั้นมีการแบ่งแยกสีสันและขนาดเล็กใหญ่ ตัวอักษร
ที่ระบุไว้ก็มีจ านวนมากน้อยต่างกันไป
ส่วนที่ค่อนข้างจะสะดุดตาก็มีซากปรักของภูเขาทัวเยว่ นคร
เซียนจานที่พังภินท์ไปครึ่งหนึ่ง ล าคลองเย่ลั่วที่เฟยเฟยเป็นผู้บัญชา
การณ์ และยังมี “ที่ตั้งเก่าของนครจินชุ่ย” ซึ่งระบุไว้ตรงพื้นที่ว่าง และ
ยังมีราชส านักของโลกมนุษย์ที่อยู่ล่างภูเขา จ าแนกออกได้ง่าย สีธง
ของพวกมันล้วนเป็นสีแดงสด จึงสะดุดตามากเป็นพิเศษ คงไม่ใช่
ว่าอิ่นกวานหนุ่มรู้สึกว่าภัยคุกคามของพวกมันมีมากกว่าส านักและ
พื้นที่ประกอบพิธีกรรมทั้งหลายหรอกนะ?
สวีเซี่ยแอบพยักหน้าอยู่กับตัวเอง เป็นฝ่ายหยุดเดิน ยิ้มถามว่า
“แม่นางหรงอวี๋ ข้าสามารถดูแผนที่พวกนี้นานอีกหน่อยได้หรือไม่?”
ในวงการขุนนางมักจะมีข้อห้ามอยู่เสมอ
หรงอวี๋ยิ้มเอ่ย “สวีจวินเชิญดูได้ตามสบาย ภาพภูเขาสายน ้าของ
เปลี่ยวร้างของพวกเราภาพนี้เหมือนกับถาดทรายใหม่ล่าสุดใน
กระโจมทัพของศาลบุ๋นอย่างไม่มีผิดเพี้ยน อีกทั้งผ่านไปทุกๆ
ช่วงเวลาหนึ่ง พวกเราสามารถปรับแก้พื้นที่ทั้งหลายให้สมบูรณ์ขึ้น
ได้ ในเรื่องของการ “เสริมภาพแผนที่” นี้ ศาลบุ๋นกับพวกเราสามารถ
แลกเปลี่ยนกันได้อย่างไม่มีปัญหา”
มือหนึ่งของสวีเซี่ยไพล่หลัง อีกมือหนึ่งก าเป็นหมัด นิ้วหัวแม่มือ
กับนิ้วชี้ถูเข้าด้วยกัน เห็นได้ชัดว่าก าลังตั้งใจคิดเรื่องอะไรบางอย่าง
การที่ตอบตกลงกับเฉินผิงอันว่าจะจับตามองตู้หันหลิง เรื่องที่เขา
เคารพอิ่นกวานชื่นชมเผยเฉียนก็คือเรื่องหนึ่ง สืบสาวราวเรื่องกัน
แล้วยังเป็นเพราะผู้ฝึกกระบี่สวีเซี่ยเกลียดแค้นเปลี่ยวร้างอย่างมาก
ต่อให้ใจคนในภูเขาสายน ้ายิ่งใหญ่งดงามของบ้านเกิดจะไม่
เหมือนในอดีต ท าให้สวีเซี่ยผิดหวังมาเนิ่นนานแล้ว แต่กลับไม่ใช่
เหตุผลที่เผ่าปีศาจแห่งเปลี่ยวร้างจะสามารถท าตัวก าเริบเสิบสาน
กระท าการอ ามหิตไปทั่วทวีปได้
หวังเพียงว่าเฉินอิ่นกวานจะไม่ใช่แค่ชั้นวางดอกไม้ที่แค่แสดง
ท่าทีให้ศาลบุ๋นแผ่นดินกลาง ให้ผู้ฝึกตนบนยอดเขาของไพศาลดู
เท่านั้น
สวีเซี่ยหรี่ตาลง
สังหารแม่ทัพและชิงธงชัยอย่างองอาจ
ขอให้ข้าได้มีส่วนด้วย?
เฉินผิงอันเดินเร็วๆ มาหา ยกมือขึ้นกุมกัน “คารวะสวีจวิน ให้
ท่านรอนานแล้ว”
สวีเซี่ยกุมหมัดคารวะกลับคืน “ราชครูไม่ต้องเกรงใจ”
เฉินผิงอันยิ้มอธิบายว่า “จวนราชครูใหม่แห่งนี้สร้างขึ้น
เลียนแบบถ ้าสวรรค์หลีจูที่เป็นบ้านเกิด เสี่ยวโม่กับเซี่ยโก่วให้ความ
ช่วยเหลือ การจัดวางบางอย่างของพวกเราจึงท าตามแบบแผนเดิม
เพื่อเอาไว้รับมือกับผู้ฝึกตนใหญ่อย่างเซียนกระบี่สวีจวินโดยเฉพาะ”
สวีเซี่ยหลุดหัวเราะพรีด
ก่อนหน้านี้เขายังไม่ค่อยเข้าใจว่าไฉนสามฝ่ายอย่างป๋ายเจ๋อแห่ง
เปี่ยวร้าง ศาลบุ๋นแผ่นดินกลางและภูเขาลั่วพั่ว ถึงได้ยอมปล่อยให้ผู้
ฝึกกระบี่ป๋ายจึงเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วได้
รอกระทั่งสวีเซี่ยได้เห็นฟ้าดินเชื่อมโยงครั้งนั้นกับตาตัวเอง
มองเห็นการสลายมรรคาของป๋ายจิ่งก็เข้าใจถึงน ้าหนักของสองค า
กล่าวที่ว่า “นักพรตบรรพกาล” และ “ศึกเดินขึ้นฟ้า” แล้ว
สวี่เซี่ยพูดเข้าประเด็นโดยตรง “ตู้หันหลิงตายแล้ว ข้ายังคงไม่
สามารถกักขังจิตวิญญาณของตู้หันหลิงเอาไว้ได้แม้แต่น้อย เขา
ระเบิดโอสถทองและก่อก าเนิดทิ้งไป ได้แต่ถือว่าเป็นการสังหารอย่าง
ครึ่งๆ กลางๆ ที่เริ่มต้นเป็นหัวพยัคฆ์จบลงด้วยหางงู”
“ภายหลังข้าแอบไปเยือนอารามจินติ่งมารอบหนึ่งอย่างลับๆ
ตรวจสอบไปตามสถานที่ต่างๆ ที่มีการจัดวางตราผนึกภูเขาสายน ้า
เอาไว้ และยังมีห้องลับของพรรคใต้อาณัติอีกหลายแห่ง แต่ก็หา
ตะเกียงแห่งชะตาชีวิตที่เขาซ่อนไว้ไม่เจอ ให้อิ่นกวานได้เห็นเรื่อง
ตลก
ขอบเขตบินทะยาน แล้วยังเป็นผู้ฝึกกระบี่ รับมือกับขอบเขตหยก
ดิบย่อมสามารถฆ่าอีกฝ่ายได้ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ เพียงแต่ไม่อาจ
กักจิตวิญญาณของอีกฝ่ายไว้ได้ ปัญหาก็ อยู่ที่ค าว่า “ผู้ฝึกกระบี่”
พอดี
สวีเซี่ยสะบัดชายแขนเสื้อ “อิ่นกวานลองดูหน่อยไหม? พิสูจน์
ความจริงสักรอบ?”
“ไม่จ าเป็นหรอก สวีจวินปล่อยกระบี่ด้วยตัวเอง ขอบเขตและ
ชื่อเสียงล้วนเหมือนกันข้าไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วง”
เฉินผิงอันโบกมือ ยิ้มเอ่ย “จะดีจะชั่วก็เป็นขอบเขตหยกดิบที่
วางแผนอยากเป็นเจ้าผู้ครองทวีปมาอย่างยาวนาน กระต่ายเจ้าเล่ห์มี
รังสามรัง หาตะเกียงแห่งชะตาชีวิตของเขาไม่เจอถึงจะเป็นเรื่องปกติ”
สวีเซี่ยก็ไม่ได้ยืนกรานอะไร แบบนั้นจะดูไร้เหตุผลเกินไป
เห็นได้ชัดว่าเฉินผิงอันไม่ถือสาเลยสักนิดว่าตู้หันหลิงจะถูกพา
ไปยังสวนกงเต๋อของศาลบุ๋นหรือไม่
ถึงขั้นที่ว่าเฉินผิงอันต้องการยืมมือของ “สวีจวิน” มาสังหารคนผู้
นี้ให้สิ้นเรื่องสิ้นราวกันไปตั้งแต่แรกอยู่แล้ว?
นี่คือผลงานอันเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง
อันที่จริงระหว่างที่สวีเซี่ยขี่กระบี่ข้ามทวีปก็เข้าใจในข้อนี้แล้ว
และในใจเขาก็ไม่มีความรู้สึกยอกแสลงใจใดๆ
แต่สวีเซี่ยยังไม่รู้เรื่องหนึ่ง จากการเข้าร่วมงานพิธีคราวก่อนที่
เขาได้เห็นกิริยาท่าทางและรัศมีแห่งพลังจิตวิญญาณของเฉินผิงอัน
อยู่ไกลๆ กับความรู้สึกของเทพภูเขาเหนียงเนียงที่เห็นมือกระบี่ชุด
เขียวริมทะเลสาบครั้งก่อนที่เฉินผิงอันไปเยือนพื้นที่มงคลรากบัว ก็
คือความรู้สึกที่ว่าไม่มี “กลิ่นอายความเป็นมนุษย์” ซึ่งสอดคล้อง
ต้องกันอย่างยิ่ง
เพียงแต่ว่าสวีเซี่ยคิดแค่ว่าเป็นเพราะอยู่ในคฤหาสน์หลบร้อน
ของก าแพงเมืองปราณกระบี่มานานเกินไป ได้เห็นความเป็นความ
ตายมามากเกิน อิ่นกวานหนุ่มย่อมไม่มีทางเป็นคนใจอ่อน ต้องมี
หัวใจแข็งดั่งเหล็กกล้าหินผาจึงจะอดทนผ่านพ้นมาได้
เฉินผิงอันเอาอย่างค าพูดค าจาของจอมยุทธเซียนกระบี่ที่อ่าน
เจอมาจากในนิยาย “นั่นก็เป็นเพราะชะตาเขายังไม่ขาดสะบั้น ยังไม่
ถึงคราวตาย”
สวีเซี่ยยิ้มอย่างรู้ใจ
เฉินผิงอันเอ่ย “กฎระเบียบของศาลบุ๋นยังคงต้องปฏิบัติตาม ข้า
ได้พูดคุยเรื่องนี้กับอาจารย์ต่งและรองเจ้าลัทธิหันแล้ว พวกเขาต่างก็
รู้สึกว่าไม่มีปัญหา เซียนตัวอักษรง่ายๆ แค่สองสามร้อยค า มอบให้
ศาลบุ๋นเก็บบันทึกลงคลังเอกสารก็พอแล้ว รอให้ข้าท าความเข้าใจ
กับสถานการณ์คร่าวๆ แล้ว ทางฝั่งของจวนราชครูก็สามารถท าแทน
ให้ได้ ไม่จ าเป็นต้องให้สวีจวินต้องสิ้นเปลืองน ้าหมึก”
คาดไม่ถึงว่าสวีเซี่ยจะเอ่ยว่า “อันที่จริงข้าเองก็พอมีฝีมือในการ
เซียนบทสั้นๆ ของบันทึกการเดินทาง ประดับประดาทิวทัศน์ให้เกิด
อารมณ์ละเมียดละไมมีเสน่ห์ได้ด้วยฝีมือเฉพาะตนอันเป็นเอกลักษณ์
ได้อยู่บ้าง”
หรงอวี๋หลุดข าอย่างอดไม่อยู่ คิดไม่ถึงว่าสวีจวินจะเป็นบุคคลบน
ยอดเขาที่พูดจาตลกขบขันเช่นนี้
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ทว่าการเซียนหนังสือราชการไม่ได้พิถีพิถัน
เรื่องพวกนี้นะ”
สวีเซี่ยยิ้มเอ่ย “ไม่เป็นไร อย่างมากก็แค่ถูกศาลบุ๋นตีกลับมาให้
เซียนใหม่ ถึงเวลานั้นค่อยให้จวนราชครูช่วยปรับแก้ให้ เปลี่ยนจาก
บทความร้อยแก้วส านวนไพเราะให้กลายเป็นเอกสารราชการที่เรียบ
เรียงตรงไปตรงมาไร้ลีลา”
หรงอวี๋ประหลาดใจอย่างมาก ถึงกับต้องหันมามองเซียนกระบี่สวี
จวินท่านนี้
เฉินผิงอันพยักหน้าตกลงอย่างไม่ลังเล “ถ้าอย่างนั้นข้าก็ขอ
ปรึกษากับศาลบุ๋นก่อนบอกไว้ก่อนนะว่าเอกสารที่สวีจวินส่งไปให้
ศาลบุ๋น หากไม่สอดคล้องกับแบบแผน สามารถตีกลับตรงมาที่จวน
ราชครูได้เลย แต่ต้องไม่เกินสามครั้ง”
สวีเซี่ยพยักหน้า “ตกลง!”
รูปแบบเอกสารไม่เป็นไปตามแบบแผนที่ก าหนดถึงจะถูกศาลบุ๋
นตีกลับมาให้เขียนใหม่หรือ? แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ เพียงแค่เพราะ
หลังจากที่สวีเซี่ยสังหารตู้หลิงจวินไปแล้วยังได้ไปปล่อยกระบี่ที่ทวีป
อื่นด้วย และการออกกระบี่ฆ่าคนโดยพลการเช่นนี้ไม่สอดคล้องกับ
กฎระเบียบของศาลบุ๋นอย่างยิ่ง คนที่เจ้าเล่ห์กลับกลอกอย่างตู้หันห
ลิงย่อมต้องมีวิธีลบความทรงจ าทั้งหมด ถึงขั้นที่ว่าแม้กระทั่งจิต
วิญญาณก็ยังจัดการได้ อีกทั้งสามารถอาศัยการปิดด่านฝ่าทะลุ
ขอบเขตมาท าได้อย่างมิดชิดไร้ช่องโหว่ ขีดฆ่า “บัญชีเก่า” ให้เป็น
โมฆะได้อย่างสิ้นเชิง
ก่อนจะปล่อยกระบี่ สวีเซี่ยสามารถยกข้อเท็จจริงและ
พยานหลักฐานมาแสดงให้ศาลบุ๋นเห็นได้อย่างไร หลังปล่อยกระบี่ไป
แล้วจะอธิบายอย่างไรว่าตนไม่ได้ท าไปเพราะความแค้นส่วนตัว?
สวีเซี่ยไม่อยากจะให้ความสัมพันธ์กับศาลบุ๋นต้องเลวร้ายลง
เพราะเรื่องนี้ ยิ่งไม่อยากไปดื่มชา ทุกวันต้องตรากตร าอ่านต าราอริยะ
ปราชญ์อยู่ที่สวนกงเต๋อ
ดังนั้นค าสัญญาของเฉินผิงอัน อันที่จริงความหมายก็ชัดเจน
อย่างมาก
ไม่ต้องไปสนใจความคิดเห็นของศาลบุ๋น สวีจวินสามารถปล่อย
กระบี่อยู่ในไพศาลได้สามครั้ง เขาเฉินผิงอันจะเป็นคนรับผิดชอบให้
เอง
เมื่อเป็นเช่นนี้สวีเซี่ยก็ไม่ต้องถูกมัดมือมัดเท้าแล้ว เขาจะไปพบ
กับพวกผู้ฝึกตนห้าขอบเขตบนที่จับตามองมานานหลายปีแล้วสัก
หน่อย
สีหน้าสวีเซี่ยสดใสมีชีวิตชีวา “ราชครูพูดจาหรือท าอะไรยังคง
ตรงไปตรงมาฉับไวเหมือนเดิม”
เฉินผิงอันยิ้มบางๆ “ข้าถูกชะตากับผู้ฝึกกระบี่บริสุทธิ์อยู่เสมอ”
สวีเซี่ยมองภาพแผนที่นั้นอย่างละเอียดแล้วจดจ าไว้ในใจเงียบๆ
เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนถามว่า “ไม่รู้สึกเสียดายสักนิดเลยจริงหรือ?”
หรงอวี๋รู้ว่าเซียนกระบี่ท่านนี้ก าลังพูดถึงการเป็น “ครึ่งของหนึ่ง”
ของท่านราชครู
เฉินผิงอันและโจวมี่ต่างก็เป็นครึ่งของหนึ่ง นี่ไม่ใช่สิ่งที่สวรรค์
ลิขิต ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาแสวงหามาด้วยตัวเอง ไม่ใช่การกลับชาติ
มาเกิดใหม่ของบุคคลสูงส่งค ้าฟ้าคนใด ไม่ใช่การจุติลงมายังโลก
มนุษย์ของเทพชั้นสูงยุคบรรพกาลองค์ใด และนี่ก็คือจุดที่สวีเซี่ยทั้ง
เคียดแค้นเจี่ยเชิงแห่งไพศาล แต่ก็จ าต้องยอมรับในตัวโจวมี่
มหาสมุทรความรู้ด้วย
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “คือการได้อย่างเสียอย่างที่ใหญ่ที่สุด เยอะ
ที่สุดและไม่ง่ายที่สุดล้วนอยู่ที่เจตนาและความขยันหมั่นเพียรของ
ตัวเอง สวีจวิน ข้าถามท่าน หากนี่ไม่ใช่อิสระแล้วแบบไหนถึงจะเป็น
อิสระ?”
ความคิดของสวีเซี่ยเปิดกว้างได้ทันใด “เข้าใจแล้ว! ผู้ฝึกกระบี่
อย่างพวกเราควรมีใจเช่นนี้จริงๆ!”
เฉินผิงอันนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดหน้าเคร่งว่า “อิสระคืออิสระ
ที่ยิ่งใหญ่ แต่กลับไม่ได้หมายความว่าไม่เสียดายเลยสักนิด แล้วก็เคย
คิดถึงผลลัพธ์ที่ดีที่สุดอยู่เหมือนกันอย่างเช่นว่าหากข้าสามารถโชค
ดีเอาชนะโจวมี่ได้อย่างเต็มตัว กลายมาเป็นหนึ่งที่สมบูรณ์แบบ ถ้า
อย่างนั้นเวลานี้เซียนกระบี่สวีจวินจะก าลังพูดกับใครอยู่? ก็คือพูดกับ
พระเจ้าองค์ใหม่แห่งสวรรค์เลยนะ”