กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 28.1 บนทะเล
หยวนฮว่าจิ้งบดบังลมปราณ ใช้เวทอพรางตา ผู้ฝึกกระบี่
ก่อกเนิดที่ยังไม่เลื่อนเป็นห้าขอบเขตบนผู้นี้นพาหุ่นเชิดขอบเขต
บินทะยานที่ “ออกจากเตามาอย่างใหม่เอี่ยม” มาเยือนจวนราชครู
อย่างลับๆ
นอกจากนี้เซียนกระบี่หยวนยังตั้งใจขอยืมวัตถุจื่อชื่อชิ้นหนึ่ง
จากนักพรตเก๋อหลิ่งเพื่อเอามาใช้บรรจุสมบัติมากมายหลายชิ้นพวก
นั้นด้วย
นับจนวนดูแล้ว ทั้งของชิ้นน้อยชิ้นใหญ่ วัตถุแห่งชะตาชีวิต
หลากหลายชนิดรูปร่างแปลกประหลาดมากมาย มีมากถึงสามร้อย
ยี่สิบเก้าชิ้น
ของที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์มีมากเกินครึ่ง ส่วนของที่ได้รับความ
เสียหาย มีอยู่ประมาณร้อยกว่าชิ้น ส่วนที่ปริแตกอยู่ในสภาพไม่ดี
กลับมีน้อยมาก
ส่วนระดับขั้นที่แท้จริงของพวกมันสูงหรือต ่า พวกหยวนฮว่าจิ้งมี
ตบะต ่าจึงมองอะไรไม่ค่อยออกนัก
แน่นอนว่าหยวนฮว่าจิ้งรู้ว่าราชครูเฉินกับเฉาสือไปที่ทะเล
ด้วยกัน คือการถามหมัดบนยอดเขาที่ถูกลิขิตมาแล้วว่าจะยิ่งใหญ่
ทรงพลัง ถึงขั้นที่อาจจะเป็น “การช่วงชิงขอบเขตสิบเอ็ดบนวิถีวร
ยุทธ” ที่นับแต่อดีตตราบจนปัจจุบันไม่เคยมีมาก่อนก็เป็นได้
ราชครูไม่อยู่ หยวนฮว่าจิ้งจึงอธิบายเรื่องนี้ให้หรงอวี๋ฟังอย่าง
ละเอียด มอบทั้งวัตถุจี่อชื่อและสมุดภาพที่วาดด้วยมือให้นางไปพร้อม
กัน มีความหมายของการรายงานอย่างเป็นทางการของวงการขุน
นางอยู่หลายส่วน มีความหมายของการรายงานอย่างเป็น
แม้ว่าในนามหรงอวี๋จะเป็นแค่สาวใช้คนหนึ่งของจวนราชครู แต่
มองไปทั่ววงการขุนนางต้าหลี ใครเล่าจะกล้ามองนางเป็นคนไม่
สคัญ?
ตอนที่มอบวัตถุจื่อชื่อชิ้นนั้นไปให้ หยวนฮว่าจิ้งก็เอ่ยเตือนว่า
“แม่นางหรงอวี๋เนื่องจากจนวนสมบัติที่อยู่ด้านในมีเยอะเกินไป วัตถุ
จื่อชื่อถึงได้มีประกายแสงเรืองรองที่ยากจะใช้หลักการเหตุผลทั่วไป
มาประเมินแผ่ออกมาเช่นนี้ นี่ยังเป็นเพราะเก๋อหลิงร่ายตราผนึกหลาย
สิบชั้นเอาไว้แล้ว หาไม่แล้วก็มีแต่จะยิ่งเกินจริงมากกว่านี้ ข้ากลัวว่า
มันจะบินหนีไปได้เอง นี่ไม่ได้ล้อเล่นจริงๆ นะ”
หรงอวี๋พยักหน้า เก็บทั้งวัตถุจื่อชื่อและตราภาพใส่ไว้ในชาย
แขนเสื้อ ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ยินดีกับเซียนกระบี่หยวนด้วยที่ได้รับกลัง
สนับสนุนช่วยเหลือเช่นนี้”
หยวนฮว่าจิ้งก็ถือเป็นบุคคลบนภูเขาที่หนักแน่นสรวมอย่างมาก
แล้ว แต่พอได้ยินคพูดประโยคนี้ก็ยังมีรอยยิ้มอย่างที่ยากจะปิดบังไว้
ได้ “โชคดีที่ได้ราชครูเฉิน”
หรงอวี๋ยิ้มกล่าว “แล้วก็โชคดีที่ได้ผู้อาวุโสปี้เชียวแห่งอาราม
กวานเต๋า”
หยวนฮว่าจิ้งเข้าใจความนัยของหรงอวี๋ได้ทันทีจึงพยักหน้ารับ
“เป็นธรรมชาติ”
ไม่เพียงแต่การ “ออมมือไว้ไมตรี” ของเจ้าอารามผู้เฒ่าที่มีมรรค
กถาสูงส่งเทียมฟ้า ทิ้งร่างของนักพรตกระดูกขาวที่สมบูรณ์แบบ
เอาไว้ แล้วยังช่วยเก็บขอบเขตบินทะยานของนักพรตกระดูกขาวไว้
ให้ด้วย…นี่เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ ขอบเขตสิบสี่สังหารขอบเขต
สิบสี่ก็ทได้อย่างผ่อนคลายเช่นนี้เลยหรือ?
หรือว่าสิบสี่ใหม่เก่า พลังตบะแข็งแกร่งและอ่อนด้อยของทั้งสอง
ฝ่ายแตกต่างกันขนาดนี้จริงๆ?
ซ่งอวิ๋นเจียนตั้งใจเดินจากต้นท้อมาที่นี่โดยเฉพาะ เดินวนรอบ
ร่างของ “ซานย่วนฝ่าจู่ที่มีสีหน้าที่มที่อพลางจุ๊ปากด้วยความทึ่ง
อีกเดี๋ยวหยวนฮว่าจิ้งก็ต้องรีบไปปิดด่านแล้ว สถานที่ปิดด่าน
ไม่ใช่ที่ไหน ก็คือที่หอบูชากระบี่
พวกคนที่ถูกกระบี่บิน “เย่หลาง” สังหาร นอกจากจะจงรักภักดี
แล้ว ไม่ว่าจะถูกบงการอย่างไร จะให้บุกตะลุยทะลวงขบวนรบไปบน
สนามรบหรือให้ประลองวิชาคาถาบนภูเขา ก็จะทตามโดยไม่สนว่า
จะเป็นหรือตาย นอกจากนี้ยังเอาไปใช้งานอย่างอื่นได้อีก ยกตัวอย่าง
เช่น…..หากรู้อะไรก็จะบอกทั้งหมดไม่มีเก็บซ่อนไว้ ยินดีที่จะถ่ายทอด
มรรคา ถ่ายทอดความรู้ที่เล่าเรียนมาให้อย่างหมดหน้าตัก!
หรงอวี๋ครุ่นคิดแล้วก็ให้คแนะนว่า “หากเรื่องของการปิดด่าน
ไม่ได้เร่งด่วนเหมือนลูกธนูถูกที่ขึ้นสายแล้ว ทางที่ดีที่สุดเซียนกระบี่
หยวนก็ไม่ต้องรีบร้อนไปที่หอบูชากระบี่ ควรจะรอให้ราชครูกลับมา
ก่อน”
หยวนฮว่าจึงพยักหน้า “เป็นแบบนี้ย่อมดีที่สุด”
ใช้ยันต์สามภูเขามายังยอดเขาจี๋หลิงของภูเขาลั่วทั่ว พวกนาง
เผยกายกันอยู่นอกประตูภูเขา เซี่ยโก่วหัวเราะฮ่าๆ เอ่ยว่า “นักพรต
เซียนเว่ย อ่านตราเพิ่มพูนความรู้อีกแล้วหรือ”
นักพรตหนุ่มยัดตราในมือให้ไถลเข้าไปในชายแขนเสื้อด้วย
ท่าทางคล่องแคล่ว แล้วก็เปลี่ยนเป็นตราอีกเล่มหนึ่งแล้ว เขาลุกขึ้น
ยืนจากเก้าอี้ไม้ไผ่ ตีหน้าเคร่งพยักหน้ารับ “มหาสมุทรแห่งความรู้
กว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด”
นักพรตยังคงปักปิ่นไม้ไว้บนมวยผม แต่กลับเป็นของเลียนแบบ
ก็เขายังคงคิดถึงความสัมพันธ์เก่าก่อนนี่นะ
เห็นว่านักพรตผู้นั้นเหมือนจะเป็นคนเฝ้าประตูของที่นี่ ชิงชิวก็อึ้ง
ค้างเป็นไก่ไม้ ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ไหนเลยจะมีท่าทางยั่วยวน
เหลืออยู่อีก
ทุกวันนี้เด็กชายผมขาวเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่แล้ว มานะฝึก
ตนอย่างมาก นี่ก็เพิ่งจะหัดเรียนวิชาหดย่อพื้นที่ใหม่อีกครั้งได้สเร็จ
วะฮะฮ่า ฝึกวิชาเทพขั้นสูงสเร็จแล้ว จึงกระโดดโผล่มาเผยตัว
“สหายแปลกหน้าที่มาเยี่ยมเยือนภูเขาท่านนี้ เพราะมีกฎระเบียบอยู่
หาใช่จงใจสร้างความลบากใจให้ไม่ โปรดบอกชื่อมาโดยเร็ว”
เซี่ยโก่วมีบารมีของคนเป็นขุนนางอย่างมาก โบกมือเอ่ยว่า “ไป
ไกลๆ คนกันเอง ไม่ต้องบันทึกชื่อ”
เด็กชายผมขาวปฏิบัติตามหน้าที่โดยยึดหลักของความถูกต้อง
ถามอย่างกังขาว่า “ท่านหัวหน้า พูดจริงหรือ ไม่ใช่ว่าอ้างประโยชน์
ส่วนรวมบังหน้าเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเองจริงๆ นะ?”
หากเกิดเรื่องขึ้น แม้กระทั่งตแหน่งขุนนางผู้เรียบเรียงตราก็
ต้องรักษาไว้ไม่อยู่ จะถูกขับออกจากสนักไปพร้อมกัน ถึงเวลานั้น
หัวหน้าเชี่ยอย่างเจ้ายังมีตแหน่งผู้ถวายงานอันดับหนึ่ง แต่ข้าจะท
อย่างไร ให้ไปเป็นลูกศิษย์ฝ่ายนอกหรือ? ทุกวันนี้ตแหน่งลูกศิษย์
ฝ่ายนอกไม่มีค่าแล้ว ภูเขาเที่ยวอวี่มีคนอยู่มากมายขนาดนั้นที่ทุก
วันนี้ต่างก็ได้เป็นลูกศิษย์ฝ่ายนอกที่ถูกบันทึกชื่อลงเอกสาร นาง
กลังครุ่นคิดว่าควรจะปรึกษากับบรรพบุรุษอิ่นกวานสักหน่อย ไม่สู้
ลดขั้นให้ตนไปเป็นลูกศิษย์นักการดีกว่า เอ๊ะ? อยากนอนก็มีคนยื่น
หมอนให้หนุน โอกาสมาเยือนถึงที่แล้วหรือนี่?
เซี่ยโก่วถลึงตาใส่ “บังอาจ”
เด็กชายผมขาวรีบประจบเอาใจทันใด “ในเมื่อเป็นสหายรักของ
ท่านหัวหน้า แล้วข้าจะไม่วางใจได้อย่างไร ขึ้นเขา เชิญขึ้นเขาไปได้
ตามสบายเลย”
เซี่ยโก่วพาชิงชิวมาถึงหน้าประตูเรือนของพ่อครัวเฒ่าแล้วเดิน
โยกไหล่ก้าวอาดๆ เข้าไปในบ้าน ปากก็โหวกเหวกเสียงดังนไปก่อน
“อาจารย์ผู้เฒ่าจู มีแขกมา อยากจะไปดูแคว้นหูในพื้นที่มงคลรากบัว
ช่วยขอร่มใบถงมาจากหน่วนซูให้หน่อยสิ เปิดประตูแล้วท่านก็ช่วย
นทางให้ด้วยได้ไหม? อาจารย์ผู้เฒ่าจู ขอโทษด้วยจริงๆ นะ ข้ามี
ข้อตกลงกับนางจึงไม่อาจแพร่งพรายตัวตนรากฐานของนางให้รู้ก่อน
ได้ เรียกนามแฝงของนางว่าสวีเหนียงก็แล้วกัน”
พ่อครัวเฒ่าที่กลังนั่งถักตะกร้าสานอยู่บนม้านั่งใต้ชายคาหยุด
งานในมือลง ลุกขึ้นยื้อเอ่ย “ได้สิ”
ชิงชิวมอง “ผู้เฒ่า” แวบหนึ่ง แล้วนางก็อึ้งค้างไปอีกครั้งเหมือน
ตอนที่เห็นนักพรตปักปิ่นไม้หน้าประตูภูเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
ทั้งสองฝ่ายมองสบตากัน จูเหลี่ยนยังคงคลี่ยิ้มดังเดิม สีหน้าก็ยัง
ดังเดิม ทว่าชิงชิวกลับเบี่ยงสายตาไปอีกทาง ผินหน้าหนีเล็กน้อย
เซี่ยโก่วอยากจะกุมท้องหัวเราะก๊าก แต่ก็ข่มกลั้นไว้อย่าง
ยากลบาก กุมหมัดเอ่ย “อาจารย์ผู้เฒ่าจู ข้าไปหาเสี่ยวโม่แล้วนะ”
จูเหลี่ยนที่สวมชุดกว้าตัวยาวสวมรองเท้าผ้าพยักหน้ารับด้วย
รอยยิ้ม เอ่ยเสียงเบา “ไปเถอะ เจอหน้ากันแล้วก็จไว้ว่าด่าเสี่ยวโม่
หลายๆ คหน่อย อย่าได้ตัดใจด่าไม่ลง อย่ามัวแต่ปล่อยตามใจเขา
อีก ครั้งนี้จะต้องด่าให้เขามีสติให้จงได้ อย่าได้เอาแต่รู้สึกว่าปล่อย
กระบี่ก็คือการทเรื่องอย่างหนึ่งที่เหมือนว่าพอทไปแล้วก็เป็นการ
แสดงความในใจให้เห็น ไม่จเป็นต้องพูดอะไรอีก ต่อให้แม่นางเซี่ย
จะรักเขาแค่ไหนก็ไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะหน้าบางไม่ยอมพูดภาษารัก
ออกมาแม้แต่ครึ่งค”
เซี่ยโก่วย่นจมูก “ข้าตัดใจด่าเสี่ยวโม่ไม่ลงนี่นา”
จูเหลี่ยนยิ้มกล่าว “ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งต้องด่าเขานะ”
เซี่ยโก่วถูมือแรงๆ เอ่ยอย่างลังเลว่า “ทได้จริงๆ หรือ”
จูเหลี่ยนโบกชายแขนเสื้อ ถือเป็นการออกคสั่งไล่แขกแล้ว “แม่
นางเซี่ยอย่าได้ไม่เป็นตัวของตัวเองเพียงเพราะรักคนคนหนึ่ง”
เชี่ยโก๋วพลันอารมณ์ดีขึ้นมาทันที่ เดินโยกไหล่ไปที่พื้นที่
ประกอบพิธีกรรมเปลือกหอย
พอเด็กสาวสวมหมวกขนเตียวจากไป ชิงชิวก็ยิ่งกระอักกระอ่วน
ชิงชิวเอ่ยอย่างเขินอาย “ให้อาจารย์ผู้เฒ่าจูเห็นเรื่องตลกแล้ว
ชื่อปลอมอย่าง “สวีเหนียง” นี้เป็นป๋ายจิ่งที่ช่วยตั้งให้”
จูเหลี่ยนยิ้มกล่าว “เป็นชื่อที่ดีจริงๆ กาลเวลายาวนานเป็นหมื่นปี
โลกมนุษย์ที่กึ่งเก่ากึ่งใหม่”
ชิงชิวรู้สึกเหลอหราขึ้นมาทันใด หา?
จูเหลี่ยนก็ไม่พูดอะไรต่อ เขาไปหาหน่วนซู่น้อย ขอร่มใบถงที่
เป็นกุญแจของพื้นที่มงคลมา
เด็กหญิงชุดกระโปรงชมพูยอบกายคารวะผู้อาวุโสที่ใช้นามแฝง
ว่าสวีเหนียง เห็นดวงตากระจ่างใสที่เฉลียวฉลาดคู่นั้น ทเอาชิงชิวที่
มองดูอยู่หักใจพูดหยอกล้อไม่ได้
เข้าไปในพื้นที่มงคลรากบัว ทะยานลมหยุดลอยตัวอยู่บนม่านฟ้า
ไม่จเป็นต้องให้จูเหลี่ยนบอกทิศทาง ชิงชิวมองปราดเดียวก็มองทะลุ
ทะเลเมฆหลายชั้นไปเห็นที่ตั้งของแคว้นหูทันที่ ความรู้สึกนับร้อย
ประดังประเดเข้าใส่ เงียบไปพักหนึ่ง น ้าตาก็พลันไหลพรากลงมาเต็ม
หน้าของนาง ความอาวรณ์นั้นเวียนวนพันผูกในดวงจิตตราตรึงอยู่
แม้ยามหลับฝันมานานหลายต่อหลายปี คอยประคับประคองไม่ให้
นางเป็นบ้า จิตแห่งมรรคาไม่ถึงขั้นพังทลาย ไม่สิ้นหวังอยู่ในกรงขัง
แห่งนั้น….ในที่สุดก็ได้พบพวกนาง
จูเหลี่ยนแค่ชี้ไปยังแม่น ้าสายหนึ่งที่โอบล้อมอยู่รอบแคว้นหู
เหมือนผ้าแพรต่วน ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “นี่ก็เป็นบ้านเกิดของข้า
เหมือนกัน แม่น ้าสายนั้นชื่อสมัยโบราณคือฉีสุย จได้ว่าตอนอายุยัง
น้อยเคยเดินทางผ่าน มีการเอาก้อนหินก่อทับซ้อนทเป็นสะพาน
ตอนที่น ้าลึกมองไม่เห็นร่องรอยของสะพานหิน แต่พอน ้าแห้งกลับ
เผยออกมา คุณชายมีใจเลือกที่ตั้งแห่งนี้ให้เป็นที่ตั้งรกรากของแคว้น
หูในพื้นที่มงคล คือการมอบความหวังที่ยิ่งใหญ่อย่างมากไว้ที่พวก
นาง เขาหวังว่าเหล่าสตรีของแคว้นหูทุกคนจะทั้งสามารถพักอาศัยอยู่
ริมน ้าเหมือนบรรพบุรุษของพวกนางได้ แล้วก็หวังว่าในอนาคตพวก
นางจะไปมาระหว่างพื้นที่ประกอบพิธีกรรมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เงียบสงบ
กับโลกที่เต็มไปด้วยฝุ่นแดงคละคลุ้งได้อย่างอิสระ”
ชิงชิวพึมพ “แบบนี้เองหรือ”
ในเมื่ออบอุ่นเช่นนี้ ไฉนถึงไม่บอกแต่แรกนะ
ชิงชิวทอารมณ์ให้มั่นคง ร่ายเวทอพรางตา มุ่งหน้าไปยัง
อาณาเขตแคว้นหูที่ “ผู้คนอยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่น” นางบอกกับจู
เหลี่ยนว่ารอสักครู่ ขอให้นางได้เดินเล่นสักครึ่งชั่วยามนางก็จะ
กลับไปที่ภูเขาถั่วพัวอย่างตรงเวลา
จูเหลี่ยนกลับบอกว่าจะครึ่งชั่วยามหรือหนึ่งชั่วยามก็ไม่มีปัญหา
ชิงชิวใจร้อนเหมือนลูกธนูที่อยากพุ่งออกแล่ง ถึงกับลืมขอบคุณ
อาจารย์ผู้เฒ่าที่เข้าอกเข้าใจผู้คนเป็นอย่างดี
หนึ่งชั่วยามผ่านไป จูเหลี่ยนยังคงรอคอยอยู่ที่ริมน ้าฉีสุยด้วย
ความอดทน ไม่มีความคิดจะเร่งรัดให้นางเดินทางกลับภูเขา
ผู้เฒ่าหลังค่อมเอาสองมือไพล่หลัง มือแต่ละข้างหิ้วรองเท้าผ้า
หนึ่งข้าง เดินอยู่บนสะพานหินที่พาดผ่านแม่น ้าฉีสุยนอกแคว้นหู
เพียงลพัง
หวนนึกถึงอดีตอันห่างไกล พกกระบี่ออกท่องยุทธภพ มือกระบี่
เด็กหนุ่มที่ชอบนิยายเรื่องเล่าประหลาดมากที่สุดก็เคยร้องเพลงข้าม
น ้าอยู่ที่นี่ คิดจินตนาการถึงภาพวาดบนฝาผนังที่มีเซียนจิ้งจอกเดิน
ออกมาจากเรือนหลังหนึ่ง หรือไม่ก็สตรีงดงามรูปร่างอรชรที่จแลง
มาจากเซียนน ้ายุคโบราณ ยืนตระหง่านเดียวดายอยู่ในโลกมนุษย์
เปลือยเท้าก้าวเดินเนิบช้า กระโปรงยาวลากระคลื่นน ้า
เขาก็เคยเป็นเด็กหนุ่มเหมือนกันนี่นะ
มีจิ้งจอกก้าวย่างอ่อนช้อยอยู่ ณ คันคูแม่น ้าฉี ใจข้าหม่นหมอง
นัก เขาผู้นั้นไร้อาภรณ์สวมใส่ ใจข้าหม่นหมองนัก เขาผู้นั้นไร้
เครื่องนุ่งห่ม….
อันที่จริงชิงชิวมาถึงที่ริมน ้าอย่างเงียบเชียบได้หนึ่งเค่อแล้ว
เดิมทีก็เป็นผู้ฝึกตนบนยอดเขาที่ขอบเขตถดถอยจากสิบสี่มา
เป็นบินทะยาน อีกทั้งยังอยู่ในอาณาเขตของแคว้นหู ดังนั้นต่อให้เป็น
จูเหลี่ยนก็ยังไม่อาจสัมผัสได้ถึงร่องรอยของนาง
จูเหลี่ยนเดินเปลือยเท้าอยู่บนสะพานหิน มัวแต่ครุ่นคิดเรื่องในใจ
ของตัวเอง ก่อนจะหยุดเดินอยู่ใจกลางแม่น ้า
ก่อนหน้านี้เซี่ยโก่วพูดถึงเรื่องหนึ่ง แล้วก็ถามเรื่องหนึ่งกับจูเห
ลี่ยน
เจ้ากับเจ้าขุนเขานัดหมายกันว่าในช่วงเวลาที่หิมะตกหนักของปี
นี้ จะต้องมีการถามหมัดที่ต้องแพ้อย่างไม่ต้องสงสัยที่เมืองหลวง
แคว้นหนันเยวี่ยน ยังจะไปตามนัดอยู่ไหม?
จูเหลี่ยนรู้สึกว่าตนยิ่งต้องไปตามนัด
เพราะเขาอยากรู้ความรู้สึกของเหล่าผู้ฝึกยุทธในใต้หล้า ในยุทธ
ภพที่เคยเป็นศัตรูกับตน อยากรู้ว่าสรุปแล้วตอนนั้นพวกเขามองและ
เผชิญหน้ากับ “จูเหลี่ยน” อย่างไร
หิมะใหญ่ปูแผ่เต็มพื้น ไยจึงพกกระบี่ออกท่องเที่ยวไปทั่ว?
ผู้เฒ่าหัวเราะหึหึ แกว่งรองเท้าผ้าสองข้างที่ไพล่หลังไว้เบาๆ
หัวเราะอยู่กับตัวเอง
ริมน ้า นางมองอย่างเคลิบเคลิ้มหลงใหล
บทพิเศษ ตอนที่ 28.1 บนทะเล
เมื่อจ ำนวนฝีเท้ำของเจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำเพิ่มมำกขึ้น ดอกท้อ
ดอกไม้ก็ผลิบำนดอกแล้วดอกเล่ำ
ซ่งอวิ๋นเจียนตื่นตะลึงจนตะลึงไปมำกกว่ำนี้ไม่ได้อีกแล้ว จ ำนวน
ของดอกท้อเพิ่มมำกขึ้นจนเกือบจะถึงแปดร้อยดอกแล้ว
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำมำเดินเล่นในเมืองหลวงต้ำหลีรอบเดียว ต้นท้อ
ต้นนี้ก็มีดอกท้อใหม่ผลิบำนออกมำเกือบสองร้อยดอก
ซ่งอวิ๋นเจียนยิ้มตำหยี เอ่ยบทกวีที่เป็นมงคลกับตัวเองว่ำ กำล
ภำยหน้ำก่อเกิดผลอันยืนยงนับพันปี ประหนึ่งสวรรค์ทรงส ำแดงฤทธิ์
แห่งกำรสร้ำงสรรค์ของธรรมชำติอันวิจิตร
ดอกท้อบำนเต็มกิ่ง นักพรตหน้ำตำหล่อเหลำสวมกวำนสีทอง
สวมชุดหยก สองเท้ำสวมรองเท้ำลำยเมฆ ใบหน้ำและดอกท้อขับกัน
และกันให้กลำยเป็นสีแดงปลั่ง งดงำมดุจภำพวำดอย่ำงแท้จริง
ด้ำนข้ำงมีเสียงหัวเรำะเยำะดังขึ้นมำ “สหำยอิงหนิง ช่ำงกล้ำคิด
จริงๆ รำชวงศ์ที่ชะตำแคว้นสืบทอดพันปี คิดว่ำอยู่ในใต้หล้ำมืดสลัว
หรือไร ท ำไม อำศัยใบบุญของใต้เท้ำอิ่นกวำนยกนครบินทะยำน ทุก
วันนี้วิ่งกลับมำที่บ้ำนเกิด มำเป็นรำชครู คนหนึ่งบรรลุธรรมหมำและ
ไก่ก็พลอยได้ขึ้นสวรรค์ไปด้วย ยกแคว้นบินทะยำน ย้ำยไปอยู่ที่ใต้
หล้ำมืดสลัวดีไหมล่ะ?”
ซ่งอวิ๋นเจียนได้ยินแล้วก็รีบหันตัวเบี่ยงข้ำง ก้มหัวคำรวะตำม
ขนบลัทธิเต๋ำกับเจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำท่ำนนี้ เอ่ยอย่ำงละอำยใจว่ำ “เป็น
ผู้เยำว์ที่หลงล ำพองลืมตนไป”
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำยิ่งเยำะเย้ยหนักกว่ำเดิม “หลงล ำพองอะไร ลืม
ตนอะไร? คิดว่ำตัวเองคือลู่เหล่ำซำนที่สลัดครำบดุจจักจั่นลอกครำบ
อย่ำงนั้นหรือ?”
ซ่งอวิ๋นเจียนไม่รู้ว่ำจะตอบอย่ำงไร จึงหุบปำกเงียบแต่โดยดี
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำเอ่ย “ทะนุถนอมร่ำงแห่งมรรคำให้ดี มีจิตส ำนึก
และควำมกล้ำหำญในกำรรับผิดชอบหน้ำที่”
ข่งอวิ๋นเจียนดีใจอย่ำงยิ่ง “ผู้เยำว์จะจดจ ำให้ขึ้นใจ”
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำปรำยตำมองมำ
ซ่งอวิ๋นเจียนเอ่ย “แล้วก็จะเอำไปบอกต่อรำชครูเฉินด้วย?”
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำถอนหำยใจ เจ้ำคนไม่มีไหวพริบ พูดคุยด้วยก็
เหนื่อยจริงๆ
ซ่งอวิ๋นเจียนไม่รู้ว่ำตัวเองพูดผิดตรงไหน ได้แต่หุบปำก
หลีกเลี่ยงไม่ให้ยิ่งพูดมำกก็ยิ่งผิดมำก
ควำมสนใจของเจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำถูกเบี่ยงเบนไปยังเรือนที่อยู่
ติดกัน เอ่ยว่ำ “ผู้ฝึกกระบี่ร้ำยกำจจริงๆ แต่ละคนท ำอะไรบุ่มบ่ำมไม่
รอบคอบเอำเสียเลย ยังรักษำใจให้ตั้งมั่นได้เท่ำแม่นำงน้อยที่เรียนวร
ยุทธไม่ได้ด้วยซ ้ำ”
ซ่งอวิ๋นเจียนไม่กล้ำแล้วก็ไม่สะดวกจะรับค ำ เพรำะคนที่ต ำหนิคือ
จู๋ซู่กับหยวนฮว่ำจิ้งส่วนคนที่ชมคือเผยเฉียน ลูกศิษย์ใหญ่เปิด
ขุนเขำของรำชครู
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำเอ่ย “จู๋ซู่ หยวนฮว่ำจิ้ง ไม่จ ำเป็นต้องเดำส่งเดช
แล้ว มำพูดคุยกันหน่อย”
จู๋ซู่กับหยวนฮว่ำจิ้งรีบมำที่ต้นท้อทันใด
นักพรตเฒ่ำจงใจทิ้งเซียนกระบี่หญิงที่ขอบเขตสูงกว่ำไว้ข้ำงๆ
จ้องมองเพียงหยวนฮว่ำจิ้ง หรี่ตำถำมว่ำ “เจ้ำหนุ่ม ท ำไมถึงต้องพูด
สองค ำว่ำ “ธรรมชำติ”
ซ่งอวิ๋นเจียนพลันรู้สึกเป็นกังวลแทนเซียนกระบี่หยวนท่ำนนี้
หยวนฮว่ำจิ้งกลับไม่ได้รู้สึกหวำดผวำอย่ำงซ่งอวิ๋นเจียน เพรำะ
ควำมเป็นผู้ฝึกกระบี่จึงตอบกลับไปว่ำ “จริงอยู่ที่มหำมรรคำของผู้
อำวุโสปี้เซียวสอดคล้องกับสำมภพ ในควำมเห็นของผู้เยำว์แล้วก็ยัง
หนีไม่พ้นกรอบใหญ่แห่งธรรมชำติของมรรคกถำได้อยู่ดี”
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำยิ้มเอ่ย “พูดจำเหมือนซิ่วไฉเฒ่ำอยู่เหมือนกัน
นะ”
เลียนแบบน ้ำเสียงค ำพูดค ำจำ ทว่ำวิชำควำมรู้กลับตื้นเขินยัง
ห่ำงชั้นหนึ่งแสนแปดพันลี้
หยวนฮว่ำจิ้งอับอำย
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำเอำสองมือไพล่หลัง เงยหน้ำมองดอกท้อต้นนั้น
ซิ่วหู ในที่สุดก็ได้ช่วงชิงรำกฐำนแห่งวิถีทำงโลกที่สงบสุขรุ่งเรืองมำ
ให้กับโลกมนุษย์ได้แล้ว
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ผินเต้ำก็ต้องรับน ้ำใจ แล้วก็ไม่ต้องให้ใน
อนำคตเจ้ำคนที่เจ้ำเล่ห์ผู้นั้นใช้วิธีอ้อมค้อมโน้มน้ำวให้ตนเดินทำงมำ
เยือนโดยอำศัยเสี่ยวโม่อีก
ยังจ ำได้ว่ำตอนนั้นซิ่วไฉเฒ่ำพำชุยฉำนลูกศิษย์คนแรกมำ
ด้วยกัน อำจำรย์และศิษย์คู่นี้แอบไปเยือนอำรำมกวำนเต๋ำ ภำยนอก
ไม่ได้คุยเรื่องใหญ่ในโลกมนุษย์หรือสถำนกำรณ์ในใต้หล้ำอะไรกัน
แค่พูดคุยไปเรื่อยเปื่อย พยำยำมผูกมิตรสร้ำงควำมสนิทสนม ถือ
โอกำสดื่มเหล้ำดีๆ แล้วก็ชื่นชมข้อดีของลูกศิษย์หลำยคนของตนไป
พร้อมกัน
หยวนฮว่ำจิ้งถำมค ำถำมที่เขำสงสัยใคร่รู้ที่สุด ขัดจังหวะ
ควำมคิดของนักพรตเฒ่ำ “ผู้อำวุโสปี้เซียว สิบสี่เก่ำใหม่มีควำมต่ำง
รำวก้อนเมฆกับดินโคลนจริงหรือ?”
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำหัวเรำะร่วน “ในบรรดำสิบสี่ใหม่ก็ยังพอจะเลือก
แม่ทัพสักคนสองคนมำจำกกลุ่มคนที่ไม่ได้เรื่องได้ ส่วนในสิบสี่เก่ำก็
มีบำงส่วนที่เป็นมะพลับนิ่ม เป็นอึลำ”
พูดง่ำยๆ ก็คือผินเต้ำแข็งแกร่งมำกพอ
หยวนฮว่ำจิ้งเข้ำใจแล้ว
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำเดินวนรอบต้นท้อ หันหน้ำไปมองห้องหนังสือ
ของชุยฉำน น่ำเสียดำยที่เขำไม่ยอมหรือควรจะพูดว่ำดูแคลนที่จะ
มอบใจให้กับโลกใบนี้ นี่ท ำให้ถ้อยค ำฮึกเหิมห้ำวหำญที่สำมำรถท ำ
ให้เป็นจริงได้หำยไปจำกโลกมนุษย์ตั้งเท่ำไร
ซ่งอวิ๋นเจียนค้นพบด้วยควำมตกตะลึงว่ำไม่มีดอกท้อผลิบำน
เพิ่มอีกแม้แต่ดอกเดียว
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำปรำยตำมองสหำยอิงหนิงผู้นี้ ซ่งอวิ๋นเจียนรีบ
เก็บควำมคิดในใจทันที่
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำมองไปยังหุ่นเชิดกระดูกขำวที่อยู่ด้ำนหลัง
หยวนฮว่ำจิ้ง สะบัดข้อมือก็มีแส้หำงกวำงสีขำวหิมะด้ำมยำวลงทอง
ด้ำมหนึ่งโผล่มำ เขำโบกไปทำงครำบร่ำงแห่งมรรคำของซำนย่วนฝ่ำ
จู่เบำๆ
พริบตำนั้นก็มีเลือดเนื้อผุดขึ้นมำจำกกระดำษขำว ซำนย่วนฝ่ำจู่
กลับคืนมำมีรูปร่ำงของมนุษย์เหมือนก่อนที่จะเจอกับหำยนะจำก
สวรรค์ในยุคบรรพกำลครั้งนั้นอีกครั้ง เปลี่ยนจำกควำมเน่ำเปื่อยทรุด
โทรมมำเป็นควำมมีชีวิตมหัศจรรย์
นักพรตที่มีรูปโฉมเป็นคนหนุ่มดวงตำใสกระจ่ำง กลิ่นอำยมรรคำ
ที่เข้มข้นบนร่ำง บอกว่ำนักพรตกระดูกขำวใช้เวทลับบรรพกำล
กลับมำเผยกำยบนโลกอีกครั้งก็ยังไม่เป็นปัญหำ
หยวนฮว่ำจิ้งค้นพบด้วยควำมตกตะลึงว่ำพลังตบะของนักพรต
กระดูกขำวเพิ่มขึ้นในทันทีถึงสำมส่วน
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำก ำชับว่ำ “หยวนฮว่ำจิ้ง อย่ำหมิ่นเกียรตินักพรต
บรรพกำลคนหนึ่งทีเคยไปถึงขอบเขตสิบสี่มำก่อน”
หยวนฮว่ำจิ้งเอ่ยเสียงทุ้มหนัก “ผู้เยำว์ไม่กล้ำมองหรือปฏิบัติต่อ
อีกฝ่ำยเหมือนอีกฝ่ำยเป็นแค่หุ่นเชิดอย่ำงเด็ดขำด”
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำยกแล้หำงกวำงชี้ไปยังนักพรตกระดูกขำว เอ่ย
เตือนหยวนฮว่ำจิ้งว่ำ “ผินเต้ำทิ้งเมล็ดพันธ์จิตวิญญำณที่แท้จริง
เมล็ดหนึ่งไว้บนร่ำงของเขำ ในอนำคตหำกมันสำมำรถผลิดอกออก
ผลได้จริงก็จะเป็นร่ำงที่ซำนย่วนฝ่ำจู่จุติกลับมำเกิดใหม่ สั้นหน่อยก็
สำมร้อยถึงห้ำร้อยปี นำนหน่อยก็ไร้ระยะเวลำจ ำกัด กระทั่งร่ำงนี้เน่ำ
เปื่อยอย่ำงสิ้นเชิงจนไม่สำมำรถแหวกทะลุดินมำเห็นแสงสว่ำงได้อีก
แต่หำกท ำส ำเร็จ เชื่อว่ำหยวนฮว่ำจิ้งในเวลำนั้นตบะคงไม่อ่อนด้อยไป
ยังไง ก็ไม่จ ำเป็นต้องพึ่งพำนักพรตกระดูกขำวให้ช่วยปกป้องระหว่ำง
เส้นทำงของกำรเดินขึ้นเขำแล้ว หำไม่แล้วจิตแห่งกระบี่จะด ำรงอยู่
อย่ำงยืนยำวโดย ไม่ยึดติดอยู่กับสรรพสิ่ง นั่นไม่ใช่เรื่องดี จะไม่อำจ
ฝ่ำทะลุคอขวดใหญ่ไปได้”
ของอย่ำง “ควำมทรงจ ำ” นั้น มหัศจรรย์เกินกว่ำจะบรรยำย หมื่น
ปีที่ผ่ำนมำ ผู้แสวงหำมรรคำที่สำมำรถสืบเสำะไปถึงต้นก ำเนิดในเรื่อง
นี้ได้ มีน้อยจนนับนิ้วได้
หยวนฮว่ำจึงรับปำกไปตำมควำมคิดที่แท้จริงของตน “ผู้อำวุโส
โปรดวำงใจ หำกนักพรตกระดูกขำวมีแสงแห่งสติปัญญำปรำกฏ
ขึ้นมำอีกครั้งได้จริง ข้ำก็จะเคำรพเขำเป็นดั่งผู้ถ่ำยทอดมรรคำและผู้
ปกป้องมรรคำ จะเป็นฝ่ำยคลำยพันธะสัญญำด้วยตัวเอง จะให้เขำ
กลับคืนมำมีอิสระอีกครั้ง จะช่วยให้เขำฝึกตนบนมหำมรรคำได้ใหม่
อย่ำงเต็มก ำลังควำมสำมำรถ”
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำลูบหนวดเอ่ยชมเชย “สำมำรถสร้ำงบุญสัมพันธ์
ได้ก็ถือเป็นควำมสำมำรถยิ่งใหญ่ หำกสำมำรถเปลี่ยนจำกรรม
สัมพันธ์มำเป็นบุญสัมพันธ์ได้ก็จะยิ่งเป็นวีรบุรุษอย่ำงแท้จริง”
หยวนฮว่ำจิ้งทั้งเคำรพทั้งหวำดเกรง ควำมหมำยของท่ำนผู้
อำวุโสคงไม่ใช่ว่ำตรงกันข้ำมกับค ำพูดหรอกนะ?
ในเมื่อเรียกผู้ฝึกกระบี่จู๋ซู่มำด้วย เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำจึงโยนต ำรำ
เล่มหนึ่งไปให้นำง “คือฉบับคัดลอกด้วยมือของสหำยอวิ่นเซินแห่ง
เปลี่ยวร้ำง ท ำควำมเข้ำใจและผสำนรวมกับชำนไล่จะเป็นผลดี มี
ประโยชน์ต่อกำรฝึกกระบี่ของเจ้ำ ไล่อ่ำนไปทีละค ำทีละประโยค ขบ
คิดใคร่ครวญให้กระจ่ำง อย่ำได้ปล่อยผ่ำนง่ำยๆ”
จู๋ซู่รับต ำรำมำด้วยสองมือ นำงมำถึงไพศำล นี่เป็นครั้งแรกที่ท ำมุ
รำกระบี่อย่ำงเรียบง่ำยของบ้ำนเกิดต่อผู้อื่น ไม่ได้เอ่ยถ้อยค ำขอบคุณ
ใดๆ
นักพรตเฒ่ำพยักหน้ำ ท ำมุทรำโบรำณคำรวะกลับคืน แล้วถึงได้
กล่ำวต่อว่ำ “เจ้ำน ำควำมไปบอกเฉินผิงอันด้วยว่ำ อย่ำให้เขำลืมเรื่อง
หนึ่ง ในอนำคตเมื่อไปถึงเปลี่ยวร้ำง จะต้องช่วยให้เหยียนซือละสังขำร
ข้ำมผ่ำนหำยนะ ช้ำสุดอย่ำให้เกินหกสิบปี หำกช้ำกว่ำนี้กำรผสำน
มรรคำของเหยียนชื่อจะล้มเหลว จะต้องตกสู่หำยนะนิรันดร์ไร้วันหวน
คืน ถึงเวลำนั้นบัญชีก้อนนี้ ผินเต้ำจะคิดลงบนหัวของเขำเฉินผิงอัน”
“วันนี้ผินเต้ำสำมำรถท ำให้ต้นท้อมีดอกท้อเพิ่มมำอีกสองร้อย
ดอก ปีหน้ำผินเต้ำก็สำมำรถท ำให้ต ำรำเล่มนี้ของเจ้ำมีดอกท้อเป็นที่
คั่นหนังสือในทุกหน้ำได้เหมือนกัน”
สัญญำแห่งมหำมรรคำที่คล้ำยกับเทพเซียนตีกันประเภทนี้ จู๋ซู่จะ
เข้ำไปข้องเกี่ยวด้วย ท ำไมนำงจึงท ำได้แค่รับปำกไปเท่ำนั้น
นักพรตเฒ่ำครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยก ำชับว่ำ “จู่ซู่ เจ้ำเตือนเขำ
อีกสักค ำว่ำ ยันต์อักษร “เฉวียน” ของอำจำรย์ซำนซำนจิ่วโหว ตอน
นั้นยังพอจะมีเหตุผลห่วยๆ ให้อ้ำง ท ำหน้ำหนำบอกว่ำตัวเองเรียนไม่
เป็นได้อยู่บ้ำง แต่ทุกวันนี้ไม่มีอะไรให้อ้ำงแล้ว”
จู๋ซู่พยักหน้ำ จดจ ำทุกค ำพูดทุกประโยคของเจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำไว้
ในใจเงียบๆ
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำมองมำยังพวกเขำ เอ่ยว่ำ “ผู้ศึกษำมรรคำ
อย่ำได้เอำแต่โทษคนบ่นฟ้ำ ต้องรู้ว่ำบนฟ้ำนั้นไม่มีควำมดีควำมเลว
โลกมนุษย์มีผลกรรม เรื่องอย่ำงเวรกรรมเมื่อปะปนอยู่ด้วยกัน มองดู
เหมือนซับซ้อน พันกันเป็นปมยุ่งเหยิง ผู้ศึกษำมรรคำก็ควรจะย้อน
นึกทบทวนบ่อยๆ แค่ใช้หนึ่งเรื่องรำวหนึ่งวัตถุและตัวเองมำเป็นปลำย
ด้ำย ยึดมั่นอย่ำงไม่ย่อท้อ สืบสำวเบำะแสไปตลอดทำง ผู้ที่เห็นเส้น
สำยอย่ำงชัดเจนก็จะเห็นตัวเอง เห็นใจ เห็นมรรคำ หำกบอกว่ำฟ้ำ
ดินเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว ก็ย่อมต้องลงมือตรำกตร ำฝึกฝนด้วยตัวเอง แล้ว
จะค่อยๆ เห็นผลไปทีละนิด”
พวกซ่งอวิ๋นเจียนสำมคนต่ำงก็รับค ำสั่งสอนไว้อย่ำงนอบน้อม แต่
ละคนต่ำงรู้แจ้งในแบบของตน ก้มหัวคำรวะเจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำอย่ำง
จริงใจ
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำเอ่ย “ผู้ศึกษำมรรคำต้องคอยเทียบเคียง
แลกเปลี่ยนมรรคกถำให้กันและกันอยู่ตลอดเวลำ ต้องยอมที่จะเปิด
หัวใจ ต้องกล้ำที่จะปฏิบัติต่อกันอย่ำงจริงใจ นี่ดีกว่ำกำรเอำแต่ปิด
ประตูสร้ำงเกวียน” (เปรียบเปรยถึงกำรท ำงำนหรือท ำสิ่งต่ำงๆ โดยไม่
ออกไปศึกษำควำมจริง ไม่ฟังควำมเห็นผู้อื่น และไม่ดูสถำนกำรณ์
จริง แต่เอำแต่คิดเองเออเอง ท ำตำมควำมเข้ำใจของตนเองเพียงฝ่ำย
เดียว)
ลังเลเล็กน้อย เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำก็เอ่ยว่ำ “พวกเจ้ำมีโอกำสก็
พูดคุยกับเฉินผิงอันให้มำกๆ เจ้ำเด็กนี่มีควำมคิดเยอะ แนวทำง
ควำมคิดกว้ำงขวำง พูดคุยกับเขำแล้วพวกเจ้ำก็มีแต่จะได้ก ำไรมำก
ยิ่งกว่ำ”
หลังจำกนั้นหยวนฮว่ำจิ้งก็พำ “นักพรตกระดูกขำว” ที่เหมือน
กลับมำมีชีวิตอีกครั้งขอตัวลำกลับไป หำกจู๋ซู่ไม่ต้องคุ้มกันฮ่องเต้ต้ำ
หลีเดินทำงไปวันพรุ่งนี้ นำงก็อยำกจะกลับไปปิดด่ำนที่กระท่อมบน
ภูเขำหวงหูเพื่อจัดกำรกับจิตแห่งมรรคำให้ดีในทันทีเลยจริงๆ
นักพรตเฒ่ำยืนอยู่ใต้ต้นท้อ
เห็นว่ำซ่งอวิ๋นเจียนยังถือกระบอกยำสูบ เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำก็ถำม
ว่ำ “พวกเผ่ำพันธ์เจียวหลงมักแปรเปลี่ยนไปตำมเมฆหมอก ก็เลย
ชอบแบบนี้หรือ?”
ซ่งอวิ๋นเจียนเอ่ยด้วยสีหน้ำกระอักกระอ่วน “รำชครูยังไม่กลับมำ
จำกบนทะเล ข้ำกลัวว่ำจะท ำให้เสียเรื่องก็เลยถือเอำไว้ตลอด”
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำหัวเรำะร่วนเอ่ยว่ำ “เป็นลูกสมุนที่ดี”
ซ่งอวิ๋นเจียนยิ้มเลื่อน “คนใจแคบก็มักจะมีใจเล็ก คนใจกว้ำงก็
ย่อมมีใจใหญ่ อยู่ในหน้ำที่ใดก็ท ำตำมหน้ำที่นั้น”
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำพยักหน้ำ “ก็พอจะมีเหตุผลอยู่บ้ำง”
ซ่งอวิ๋นเจียนรู้สึกแค่ว่ำพูดคุยกับผู้อำวุโสปี้เซียวช่ำงเหนื่อยใจ
เหลือเกิน คล้ำยกับว่ำพลังตบะที่ถูกเผำผลำญนั้นมำกกว่ำกำรปิด
ด่ำนของผู้ฝึกบ ำเพ็ญตนเสียอีก
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำไม่ถือสำควำมคิดควำมรู้สึกนี้ของช่งอวิ๋นเจียน
ขอแค่มีควำมจริงใจมำกพอ ในอนำคตก็สำมำรถขัดเกลำในหลำยๆ
เรื่องได้ ควำมเข้ำใจที่เอนเอียงในวันนี้ย่อมมีโอกำสกลับกลำยเป็น
ทัศนะที่ถูกต้องได้
ยกตัวอย่ำงเช่นซิ่วไฉเฒ่ำเป็นคนพูดจำมีน ้ำหนักเปี่ยมชั้นเชิง
รำวกับว่ำไม่ว่ำในเรื่องใดหรือสรรพสิ่งใด เขำก็ล้วนหำควำม ‘ดี’ ของ
พวกมันออกมำได้เสมอ
ท ำให้คนอื่นเข้ำใจผิดคิดว่ำเขำก็คือคนที่สนับสนุนค ำกล่ำวที่ว่ำ
“สันดำนเดิมของมนุษย์นั้นดีงำม” ใน “ศึกตรีจตุ” ครั้งนั้น
ควำมรู้ในเรื่องนี้ซับซ้อน พัวพันกันเหมือนปมเชือกยุ่งเหยิง หำก
ว่ำท ำผิดไป ไยต้องรู้สึกว่ำเปลืองแรงเปล่ำ กำรเรียนรู้ในภำยหลังก็จะ
รู้ว่ำไม่ควรเดินไปบนทำงสำยนี้แล้ว
ควำมรู้เรื่องนี้ยำกยิ่งนัก ยำกเหมือนเดินขึ้นสวรรค์ ถ้ำอย่ำงนั้น
หำกพวกเรำท ำส ำเร็จแล้ว จะไม่ยิ่งวำงท่ำเบ่งได้เต็มที่ได้มำกกว่ำเดิม
หรอกหรือ? ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ท ำไมถึงไม่ท ำล่ะ?!
และตอนนั้นข้ำงกำยซิ่วไฉเฒ่ำยังมีคนหนุ่มชุดด ำที่เชี่ยวชำญ
เรื่องกำรศึกษำควำมรู้กำรเล่นหมำกล้อม…อันที่จริงไม่ว่ำอะไรก็ล้วน
เชี่ยวชำญไปหมด คนหนุ่มที่หน้ำตำหล่อเหลำดุจหยก เงียบขรึมพูด
น้อย บุคลิกอบอุ่นอ่อนโยน ทว่ำสำยตำกลับฉำยประกำยเฉียบคม
อย่ำงถึงที่สุด
ฟังอำจำรย์ของตนพูดคุยกับนักพรตเฒ่ำ อยู่ในอำรำมกวำนเต๋ำ
ของทะเลตะวันออกซึ่งเป็นถิ่นของคนอื่นเขำ แขกกลับเหมือน
สอบถำมเจ้ำบ้ำนเรื่องหนึ่งอย่ำงไร้เสียง
ผู้ฝึกตนขอบเขตสิบสี่ ไม่คิดจะท ำอะไรบ้ำงหรือ? ท ำไม อำยุกำร
ฝึกตนยำวนำนก็คือผู้อำวุโส ขอบเขตสูงก็ถือเป็นอำจำรย์ได้แล้ว
หรือ?
ชุยฉำน
ตอนที่เป็นหนุ่มหยิ่งผยองเสียจนไร้ขอบเขตจริงๆ
มำ ใช้หลักกำรเหตุผลของเจ้ำมำโน้มน้ำวข้ำ มำพิสูจน์ว่ำข้ำผิด!
คนที่หยิ่งยโสถึงเพียงนั้น
เจ้ำอำรำมผู้เฒ่ำหันหน้ำไปมองอีกทำง มองไปยังห้องหนังสือใหม่
ของคนใหม่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ำมกัน
อย่ำได้ปล่อยให้ควำมตั้งใจและกำรทุ่มเทแรงกำยแรงใจตลอด
ร้อยปีของเขำต้องไหลหำยไปกับสำยน ้ำ
หอสูงผุดขึ้นมำจำกพื้นที่รำบหมื่นจั๋ง ปูพื้นฐำนมำดีแล้ว ใจคนใน
วงกำรขุนนำงของต้ำหลีเละเทะเหมือนโคลนเหลวๆ กองหนึ่ง แต่จะแย่
ได้สักแค่ไหนกันเชียว? ก่อนหน้ำนี้เสียงอ่ำนต ำรำท่ำมกลำงสำยฝน
ของพวกคนที่มำร่วมสอบบนถนนทำงหลวงนอกเมืองหลวงต้ำหลี
และหลังจำกฝนตกก็มีเสียงร ่ำกวีของชำยหญิงซึ่งมีทั้งคนแก่และเด็ก
ก็ไม่ใช่ใจชำวประชำของต้ำหลีหรอกหรือ? ไม่ใช่ฝีมือของช่ำงใหญ่ที่
ประณีติยอดเยี่ยมประหนึ่งกำรซ่อมแซมปิ่นดอกไม้อย่ำงที่มองไม่เห็น
หรอกหรือ? กฎระเบียบในกำรควบคุมผู้คน คือสิ่งที่ปฏิบัติจับต้องได้
จริง เก้ำทวีปในไพศำล มีรำชวงศ์ใดบ้ำงที่ขำดไป? กฎระเบียบในกำร
ควบคุมใจคนรำชส ำนักต้ำหลีก็มีแล้ว เจ้ำที่เป็นรำชครู จ ำเป็นต้อง
มองเห็น