กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 29.4 แพ้ชนะ
นอกต ำหนักหลักของจวนวำรีมหำสมุทรบูรพำ หวังจูที่สวมชุด
คลุมมังกรชุดพิธีกำร ในมือถือแท่นฝนหมึก ยืนอยู่บนบันไดขั้น
บนสุด
นำงใช้น ้ำค้ำงหวำนหยดหนึ่งที่อยู่ในแท่นฝนหมึกซึ่งหลอมมำ
จำกหินของภูเขำจีจู๋ช่วงชิงเอำชุดคลุมอำคมสีม่วงของนักพรต
กระดูกขำวมำได้ จิตวิญญำณอันอ่อนแอของพวกเผ่ำพันธ์เจียวหลง
ตั้งแต่ยุคบรรพกำลเมื่อหมื่นปีก่อนก็มีที่ให้พักพิง หวังจูกลับมำที่จวน
วำรีแล้วก็ยอมท ำลำยชุดคลุมอำคมที่มีระดับเป็นอำวุธเขียนชิ้นนั้น
อย่ำงไม่เสียดำย ปล่อยพวกมันออกมำจำกข้ำงในโดยตรง ให้พวก
มันหำทำงออก มุ่งหน้ำสู่อนำคตของตัวเองกันไป เผ่ำน ้ำที่มีจิต
วิญญำณที่แท้จริงเสี้ยวหนึ่งสิงอยู่ในทะเล เมื่อสติปัญญำเปิดออกก็
แค่กลับมำฝึกตนใหม่อีกครั้ง หรืออยำกจะอยู่ต่อในจวนวำรี
มหำสมุทรบูรพำก็ได้เช่นกัน หวังจูย่อมต้องช่วยหำยันต์ที่เป็นร่ำงพัก
พิงให้กับพวกมันพักอำศัยอยู่ด้ำนในชั่วครำว หำกไม่มีใครให้คิดถึง
เป็นห่วงอีกแล้ว ถ้ำอย่ำงนั้นก็ลอยล่องไปตำมสำยน ้ำ ช่วยจุดตะเกียง
ดวงหนึ่งในแม่น ้ำแห่งกำลเวลำให้กับโลกยุคหลัง ประหนึ่งโคมดอกบัว
ดวงแล้วดวงเล่ำที่ทอดยำวเป็นสำย
เบื้องใต้ทำงเดินตำนปี้ (หมำยถึง ทำงเดินหรือบันไดพระรำชวังที่
เชื่อมต่อระหว่ำงพื้นดินกับพระรำชฐำนชั้นในหรือพระที่นั่งหลักใน
สถำปัตยกรรมจีนโบรำณ โดยมักใช้เรียกบันไดหรือทำงลำดที่อยู่
หน้ำพระที่นั่งซึ่งจักรพรรดิประทับ) มีเทพหญิงของจวนวำรีสิบกว่ำคน
ที่รับหน้ำที่จดบันทึกยืนอยู่ เผ่ำน ้ำที่เลือกจะอยู่ต่อจะกลำยเป็นจุดแสง
ที่มำรวมตัวอยู่ข้ำงกำยพวกนำง
หวังจูไม่ได้ไปดูกำรถำมหมัดบนยอดเขำของผู้ฝึกยุทธขอบเขต
สิบเอ็ด จินหลี่บอกว่ำให้นำงชูธงของจวนวำรีน ำทัพออกไป
ลำดตระเวนดูก่อน ถึงจะโอ้อวดบำรมีกับพรรคจวนเซียนทั้งหลำยที่
อยู่รำยทำง ข่มขวัญพวกคนถ่อยได้ หวังจูไม่สนใจกิจธุระพวกนี้ จึง
ปล่อยให้จินหลี่ไปดิ้นรนวุ่นวำยเอำเอง
ออกไปจำกต ำหนักใหญ่ เดินอยู่ในระเบียงเพียงล ำพัง หวังจูอยู่
ว่ำงไม่มีอะไรท ำ ตลอดเส้นทำงล้วนเป็นเหล่ำทหำรองครักษ์สวมเกรำะ
ยืนตรงเป็นระเบียบ พวกเขำพร้อมใจกันมองตรงท ำควำมเคำรพนำง
อย่ำงพร้อมเพรียง ส่วนพวกขุนนำงของจวนวำรีก็มักจะเบี่ยงตัวหัน
ข้ำงเรียกขำนว่ำนำยท่ำนสุ่ยจวิน หรือไม่ก็เป็นเสียงเหล่ำนำงก ำนัล
หน้ำตำงดงำมที่คุกเข่ำโขกหัวเงียบๆ หวังจูเดินผ่ำนอย่ำงไม่สนใจ
ล้วนเป็นกฎระเบียบยิบย่อยที่จินหลี่ตั้งขึ้นใหม่หลังจำกมำถึงจวนวำรี
หวังจูเดินเล่นไปเรื่อยเปื่อยไร้จุดหมำย แต่กลับหงุดหงิดใจ รู้สึกเบื่อ
หน่ำยจริงๆ
ส่วนง้ำวใหญ่ที่ร่วงลงมำด้ำมนั้น เนื่องจำกจุดที่มันร่วงลงมำอยู่ใน
อำณำเขตของมหำสมุทรบูรพำอย่ำงไม่ต้องสงสัย พวกสุ่ยจวินของ
มหำสมุทรใหญ่อีกสำมท่ำนที่เหลือจึงอย่ำหวังว่ำจะตีเนียนในเรื่องนี้
ได้
ก่อนที่จินหลี่จะออกเดินทำงได้ถำมองค์หญิงว่ำจะจัดกำรอย่ำงไร
ตนต้องเป็นศำลำใกล้น ้ำได้ยลจันทร์ก่อน เก็บมันกลับมำที่จวนวำรี
หรือไม่? หลีกเลี่ยงไม่ให้พวกผู้ฝึกตนที่ได้ยินข่ำววำงแผนปัดแข้งปัด
ขำ ไม่แน่ว่ำอำจต้องตีรันฟันแทงกัน แต่ละคนตีกันจนน ้ำในสมอง
สำดกระเซ็นไปทั่ว
หวังจูพูดแค่ว่ำวัตถุเทพประเภทนี้ นับแต่โบรำณตรำบจนปัจจุบัน
ก็ล้วนต้องเป็นคนที่มีวำสนำถึงจะได้ไปครอง จวนวำรีของพวกเรำไม่
ต้องช่วงชิงสมบัติหนักชิ้นนี้มำ แต่ให้ส่งผู้ถวำยงำนไปให้กำรจับตำม
องอยู่อย่ำงลับๆ คนที่ท ำงำนเป็นขุนนำงอยู่ในจวนวำรี ใครที่กล้ำ
วำงแผนอยำกครอบครองของชิ้นนี้โดยพลกำร ยอมท ำลำยชีวิตของ
ผู้ฝึกตนต่ำงถิ่นอย่ำงไม่สนใจสิ่งใด ก็ให้จับมำประหำรได้ทันที่
จินหลี่คือคนที่เคยเห็นโลกกว้ำงมำก่อน จึงไม่ได้รู้สึกเสียดำยสัก
เท่ำไร เพียงแค่เอ่ยถ้อยค ำประจบสอพลอท ำนองว่ำองค์หญิงมี
คุณธรรมอันยิ่งใหญ่
สุดท้ำยหวังจูยังเอ่ยเสริมมำอีกหลำยประโยคว่ำ “หำกพวกเซียน
ดินได้สมบัติชิ้นนี้ไปครอง จวนวำรีจะต้องส่งเขำออกจำกอำณำเขต
อย่ำงมีมำรยำท
“หำกผู้ฝึกตนใหญ่ใช้ก ำลังบังคับแย่งชิงมำ ฆ่ำคนบริสุทธิ์อย่ำง
พร ่ำเพื่อ เจ้ำก็ลงมือขัดขวำงไม่ให้พวกเขำออกไปจำกที่นี่ได้ก่อน
แล้วค่อยแจ้งให้ข้ำทรำบ
“ต ่ำกว่ำเซียนดินลงไป ไม่ว่ำจะเป็นผู้ฝึกตนท ำเนียบหรือผู้ฝึกตน
อิสระ อนุญำตให้พวกเขำซ่อนตัวอยู่ในน่ำนน ้ำของมหำสมุทรบูรพำ
ช่วงระยะเวลำหนึ่ง ในช่วงเวลำระหว่ำงนี้ หำกอยู่ดีๆ พวกเขำตำยไป
อย่ำงเฉียบพลัน ข้ำจะไม่ถำมหำควำมรับผิดชอบจำกคนอื่น แต่จะมำ
หำเจ้ำแทน
จินหลี่ยิ้มถำมว่ำ “หำกพวกเขำยินดีน ำอำวุธเทพชิ้นนี้มำขำยให้
จวนวำรีของพวกเรำเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินเทพเซียนก้อนใหญ่หรือ
ต ำรำล ้ำค่ำสี่ห้ำเล่มล่ะ?”
หวังจูเอ่ยด้วยน ้ำเสียงเรียบเฉย “ถ้ำอย่ำงนั้นก็ทุ่มเงินก้อนใหญ่
ซื้อมำ มีอะไรให้เจ้ำต้องสับสนเล่ำ หำกพวกเขำกังวลว่ำจะเกิดเรื่องไม่
คำดฝัน หลังจำกคนหนึ่งมอบของคนหนึ่งมอบเงินไปแล้ว คลำงแคลง
ว่ำจวนวำรีจะมีเจตนำร้ำย แอบโยกย้ำยก ำลังพลของ “ผู้ฝึกตนอิสระ”
ให้ไปดักฆ่ำชิงทรัพย์พวกเขำ ถึงเวลำนั้นจวนวำรีค่อย ‘ด ำเนินกำร
โดยยึดหลักควำมยุติธรรม” ช่วยพวกเขำแก้แค้นอะไรท ำนองนั้น เจ้ำ
ก็สำมำรถแต่งตั้งต ำแหน่งขุนนำงให้ได้โดยตรง มอบต ำแหน่งในจวน
วำรีที่ศำลบุ๋นแผ่นดินกลำงให้กำรยอมรับ ต่อให้พวกเขำไม่เชื่อใจเจ้ำ
กับข้ำ แต่ถึงอย่ำงไรก็ควรต้องเชื่อใจในวิธีจัดกำรของลัทธิขงจื้อและ
ศำลบุ๋นในทุกวันนี้
จินหลี่ได้ยินแล้วก็เอ่ยชมเชยไม่ขำดปำก “ยิ่งนำนวันองค์หญิงก็
ยิ่งมีประสบกำรณ์รอบคอบแล้ว
หวังจูหัวเรำะเยำะ “ข้ำถูกขังอยู่ในบ่อโซ่เหล็กมำนำนหลำยปี ใจ
คนที่ได้เห็นมำมีน้อยนักหรือ เพียงแค่ว่ำปีนั้นคร้ำนจะใช้สมองท ำ
อะไรก็เท่ำนั้น
ตอนนั้นจินหลี่แสร้งท ำท่ำเจ็บปวดรวดร้ำวปำนใจจะขำด “ใช่แล้ว
ใช่แล้ว องค์หญิงต้องไปอยู่ในแดนกันดำรห่ำงไกล ล ำบำกท่ำนแล้ว
หวังจูลอดสองมือไว้ในชำยแขนเสื้อ อ้ำปำกหำว เหอะ ฝีมือกำร
แสดงห่วยแตก
เวลำนี้พอดีกับที่มีขุนนำงหญิงคนหนึ่งเดินมำรำยงำน บอกว่ำมี
แขกคนหนึ่งมำขอเข้ำพบ คือผู้ถวำยงำนฉิวตู๋ของส ำนักกระบี่ชิงผิง
ใบถงทวีป
หำกเป็นนิสัยในอดีต หวังจูจะต้องให้คนในสังกัดวังมังกรบนพื้น
พสุธำเก่ำผู้นี้รีบไสหัวไปอย่ำงแน่นอน
หวังจูบอกให้นำงก ำนัลไปพำฉิวตู๋มำพบตนที่นี่ ด้วยสถำนะที่
แตกต่ำง กำรร ำลึกควำมหลังนั้นไม่มีควำมหมำยใดๆ แต่พูดเรื่อง
ใหม่ๆ กลับพอจะท ำได้อยู่บ้ำง
หญิงชรำฉิวตู๋มำขอพบสุ่ยจวินแห่งมหำสมุทรบูรพำด้วยตัวเอง
ที่นี่ก็เพื่อขอสิทธิ์รำยชื่ออันล ้ำค่ำในกำรเดินลงน ้ำของล ำน ้ำใหญ่
ใบถงทวีปในอนำคต
ล ำน ้ำใหญ่เชื่อมโยงไปถึงมหำสมุทร สุ่ยจวินหวังจูจะให้ใครเดิน
ลงน ้ำ หรือไม่ให้ใครเดินลงน ้ำ ก็ไม่ใช่เรื่องที่นำงต้องพูดแค่ค ำเดียว
หรอกหรือ?
หวังจูรู้สึกสนใจขึ้นมำทันใด ถำมหยอกเย้ำด้วยสีหน้ำมีเลศนัย
“เจ้ำคือผู้ถวำยงำนที่มีต ำแหน่งที่นั่งอยู่ในศำลบรรพจำรย์ของส ำนัก
กระบี่ชิงผิง เรื่องประเภทนี้ไม่ขอร้องเขำ แต่กลับมำขอร้องข้ำแทน
อย่ำงนั้นหรือ?”
ฉิวตู๋เอ่ยเสียงเบำ “เจ้ำขุนเขำเฉินท ำอะไรยุติธรรม แต่ไหนแต่ไร
มำก็เปิดเผยตรงไปตรงมำ เห็นสถำนกำรณ์ใหญ่ส ำคัญที่สุด ต้องไม่
ยอมเบียดบังผลประโยชน์ส่วนรวมเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ท ำลำย
กฎระเบียบอย่ำงแน่นอน”
หวังจูมองหญิงชรำอยู่ครู่หนึ่งโดยที่ไม่เอ่ยอะไร
ฉิวตู๋เสียวสันหลังวำบๆ นักพรตที่มีรำกฐำนเป็นเผ่ำพันธ์เจียว
หลงอย่ำงพวกเขำ เผชิญหน้ำกับหวังจูมังกรที่แท้จริงก็จะต้องมี
สภำพกำรณ์เช่นนี้ ไม่มีควำมฮึกเหิมห้ำวหำญได้เลยสักนิด
หวังจูหัวเรำะหยัน “เจ้ำไม่มีควำมกล้ำจะมำพูดเรื่องกำรค้ำอะไร
กับข้ำ ว่ำมำเถอะ เป็นควำมคิดแย่ๆ ที่ใครคิดให้เจ้ำ ซุยตงซำนรึ?”
ฉิวตู๋นึกถึงแผนกำรอันแยบยลของเจ้ำส ำนักซุยที่ว่ำ…หำกโดน
เปิดโปงต่อหน้ำก็ให้ขำยเจ้ำส ำนักไปได้เลย”
หญิงชรำแข็งใจพยักหน้ำรับ “เป็นควำมคิดของเจ้ำสำนักชุยจริง
บ่ำวเฒ่ำถึงได้กลันมำขอพบสุ่ยจวินที่นี่ เอ่ยค ำพูดเหลวไหลที่ไม่เป็น
ที่ชื่นชอบพวกนี้”
สีหน้ำของหวังจูกรุ่นโกรธมีโทสะ “ไสหัวกลับส ำนักกระบี่ชิงผิง
ของเจ้ำไป”
หญิงชรำก้มหัวค้อมเอวลงตำมจิตใต้ส ำนึก ก้ำวถอยหลังไป
หลำยก้ำว แล้วจู่ๆ ก็พลันหยุดเท้ำ ปลุกควำมกล้ำเอ่ยว่ำ “เจ้ำส ำนัก
ชุยยังก ำชับมำอีกประโยคว่ำ ศิษย์น้องเฉำของเขำคือว่ำที่เจ้ำส ำนัก
คนถัดไปอย่ำงแน่นอน ดังนั้นเจ้ำส ำนักคนแรกอย่ำงเขำจึงควรต้อง
ช่วยวำงแผนหำผู้ถวำยงำนพิทักษ์ภูเขำที่มหำมรรคำมีควำมใกล้ชิด
กับน ้ำให้กับศิษย์น้องเล็กแต่เนิ่นๆ”
หวังจูลังเลเล็กน้อย “เจ้ำกลับใบถงทวีปไปก่อน ผลลัพธ์ของเรื่อง
นี้จะเป็นเช่นไร เจ้ำรอฟังข่ำวอยู่ในภูเขำก็แจกันสมบัติทวีปแล้วกัน”
หญิงชรำเอ่ยขอบคุณติดๆ กัน ค้อมเอวเดินถอยหลังออกไป ไม่
กล้ำอยู่ต่ออีกแม้แต่ครู่เดียว
แล้วก็มีนำงก ำนัลของจวนวำรีที่กุมอ ำนำจสูงอีกคนหนึ่งมำ
รำยงำน บอกว่ำสุ่ยจวินของอีกสำมมหำสมุทรพร้อมใจกันมำเยี่ยม
เยือนที่ชำยแดน สอบถำมว่ำพวกเขำจะสำมำรถเข้ำมำในอำณำเขต
เพื่อชมกำรประลองหมัดได้หรือไม่ บอกว่ำได้รับค ำอนุญำตให้ข้ำม
ทะเลจำกศำลบุ๋นแผ่นดินกลำงแล้ว
หวังจูเดือดดำลอย่ำงหนัก เอ่ยด้วยน ้ำเสียงเยียบเย็นว่ำ “บอกให้
พวกเขำไสหัวกันไปให้หมด! จ ำไว้ว่ำบอกพวกเขำด้วยประโยคนี้
อย่ำได้เปลี่ยนอะไรแม้แต่ค ำเดียว”
บนเส้นชำยแดนของมหำสมุทรบูรพำ สุ่ยจวินสำมท่ำนยืนเคียง
บ่ำกัน ได้ยินค ำพูดประโยคเดิมของหวังจูสุ่ยจวินจำกปำกของเทพ
หญิงแห่งจวนสุ่ยจวินมหำสมุทรบูรพำที่น ำควำมกลับมำรำยงำน ดู
เหมือนพวกเขำจะคำดกำรณ์ได้ล่วงหน้ำอยู่แล้ว แล้วก็ไม่อับอำยจน
พำนเป็นควำมโกรธ สุ่ยจวินชำยท่ำนหนึ่งก็แค่เอ่ยขอบคุณเทพหญิง
ของกองระเบียบพิธีกำรมหำสมุทรบูรพำที่ลอบสังเกตสีหน้ำท่ำทำง
ของเหล่ำสุ่ยจวินอย่ำงระมัดระวัง บอกว่ำล ำบำกแล้ว
เขำยิ้มถำม “เป็นอย่ำงไร? บอกแล้วว่ำอย่ำเอะอะไป แค่แอบไปดู
กำรถำมหมัดก็พอแล้ว”
ตั้นตั้นฮูหยินแห่งหลุมน ้ำลู่ได้เลื่อนขั้นขุนนำงมำกที่สุด เลื่อนขั้น
กลำยเป็นเจ้ำแห่งโชคชะตำน ้ำบนบกในรวดเดียว นอกจำกนี้สุ่ยจวิน
ของสี่มหำสมุทรที่อำณำเขตกำรปกครองกว้ำงขวำงเหนือกว่ำพื้นที่
ของทวีปแดนเทพแผ่นดินกลำง หลี่เหย่โหวสุ่ยจวินแห่งมหำสมุทร
ทักษิณ มีฉำยำเทพว่ำ “เจี่ยวเยว่” หลิวโหรวสี่สุ่ยจวิน “ปี้หยวน” แห่ง
มหำสมุทรประจิมเว่ยเถียนถิง ฉำยำเทพ “หงอวิ้น” แห่งมหำสมุทร
อุดร
หลิวโหรวสี่ถำมว่ำ “ตอนนี้ควรจะท ำอย่ำงไรดี?”
หลี่เหย่โหวยิ้มเอ่ย “ยังจะท ำอย่ำงไรได้อีก กลับบ้ำนใครบ้ำน
มันน่ะสิ จะขัดค ำสั่งเดินหน้ำต่อ ให้ท ำลำยควำมปรองดองของเพื่อน
ร่วมงำนก็คงไม่ได้กระมัง”
เว่ยเถียนถิงกลั้นข ำ “หำกไม่ได้จริงๆ ก็อ้อมไปชมศึกที่ชำยแดน
ทะเลแถบของข้ำแทนต่อให้จะเห็นไม่ชัดแค่ไหนก็ยังดีกว่ำมำยืนเหม่อ
อยู่ที่นี่”
หลี่เหย่โหวส่ำยหน้ำ “หำกท ำอย่ำงนั้นก็ต้องติดค้ำงน ้ำใจกับ
ศำลบุ๋นอีก อย่ำดีกว่ำ”
หลิวโหรวสี่รู้สึกอำลัยอำวรณ์ตัดใจไม่ได้ ทอดสำยตำมองไกลไป
ยังน่ำนน ้ำของมหำสมุทรบูรพำแถบนั้น เอ่ยอย่ำงเสียดำย “กำร
ประลองยุทธของผู้ฝึกยุทธขอบเขตสิบเอ็ดถึงอย่ำงไรก็เป็นโอกำสที่
พันปียำกจะพำนพบ วันนี้พลำดเหตุกำรณ์ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ไป ก็ไม่รู้ว่ำ
ครำวหน้ำต้องรออีกนำนแค่ไหน เจี่ยวเยว่จวินไม่ไป แต่ข้ำกลับจะ
อ้อมไปยังทะเลตะวันตก”
หลี่เหย่โหวเอ่ยเตือนว่ำ “กำรถำมหมัดบนยอดเขำในศึกเขียว
ขำวครั้งนี้ อันที่จริงด้วยขอบเขตวรยุทธของพวกเขำสองฝ่ำย เดิม
ควรประลองกันได้ยำวนำนมำกกว่ำนี้ แต่เนื่องจำกมีผู้ชมที่ยิ่งนำนก็
ยิ่งมีเยอะอย่ำงพวกเรำโผล่มำ คำดว่ำอีกไม่นำนก็คงปิดฉำกลงแล้ว ปี้
หยวนสุ่ยจวิน เจ้ำก็ต้องไปเสียเที่ยวอยู่ดีไม่ใช่หรือ”
หลิวโหรวสี่เอ่ยอย่ำงจนใจ “นิสัยของหวังจูนี่นะ”
แม้ว่ำหลี่เหย่โหวจะรู้ชัดเจนในใจดี แต่กลับไม่ได้พูดออกมำ นี่
ไม่ใช่แค่เรื่องที่เพื่อนร่วมงำนคนนั้นอำรมณ์ร้ำยเท่ำนั้น
บนพื้นผิวทะเลที่ค่อยๆ กลับมำสงบนิ่ง ผู้ฝึกยุทธสองคน
นั่งขัดสมำธิอยู่บนริ้วคลื่นสีเขียวมรกตที่เป็นดั่งพื้นกระจก คนวัย
เดียวกันสองคนนั่งอยู่ระหว่ำงฟ้ำกับมหำสมุทรที่กว้ำงใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด
คนที่เปลือยท่อนบนเอำมือข้ำงหนึ่งกุมเอว ตรงนั้นคือรูเลือดที่น่ำ
อกสั่นขวัญผวำเพรำะถูกหอกแทงทะลุร่ำง แล้วอีกฝ่ำยยังปั่นคว้ำน
หำกไม่เป็นเพรำะใช้มือหนึ่งสะบั้นหอกยำวให้หัก หำกยังปล่อยให้อีก
ฝ่ำยดันหอกขึ้นมำบนร่ำงอีกนิด เหอะ แม้กระทั่งหัวใจและร่ำงเกือบ
ครึ่งหนึ่งก็ต้องถูกแหวกออกจำกกันแล้ว
ใบหน้ำเขำมีรอยยิ้มแม้ร่ำงจะท่วมไปด้วยเลือด รอยปริแตกบน
ร่ำงก็มีนับไม่ถ้วน ยื่นมือไปวักน ้ำมำล้ำงครำบเลือด ไม่สนใจอำกำร
บำดเจ็บของตัวเองแม้แต่น้อย แต่ปำกกลับพูดบ่นว่ำ “เจ้ำกะเอำข้ำให้
ตำยจริงๆ เลยนะนี่”
บุรุษชุดขำวที่เสื้อผ้ำขำดวิ่นนั่งอยู่ข้ำงๆ ไม่รู้ว่ำเหตุใดเขำถึงไม่
พูดไม่จำ เอำแต่เงียบงัน
เฉินผิงอันเงียบไปพักหนึ่ง แม้ว่ำจะไม่ยินยอมอย่ำงถึงที่สุด แต่ก็
จ ำต้องยอมรับด้วยประโยคว่ำ “ข้ำแพ้แล้ว”
กำรถำมหมัดครั้งที่ห้ำ แพ้ทั้งห้ำครั้ง
และนี่ก็เป็นหนึ่งในสำเหตุที่ท ำไมเขำถึงไม่รีบร้อนกลับไปรักษำ
บำดแผลที่จวนรำชครู
แต่กำรประลองฝีมือช่วงครึ่งหลัง เฉำสือเกิดจิตสังหำรจริงๆ แล้ว
แน่นอนว่ำทั้งสองฝ่ำยต่ำงก็เป็นเหมือนกัน หำกไม่ถำมหมัดเช่นนี้ก็
ไม่มีควำมหมำยแล้ว
ตีกันจนถึงสุดท้ำย ดูเหมือนว่ำเฉำสือที่เป็นวิญญูชนผู้อ่อนโยน
สง่ำงำมดั่งหยกก็เริ่มท ำอะไรโดยใช้อำรมณ์บ้ำงแล้ว
ข้ำเฉำสือแพ้ให้ใครก็แพ้ได้ แต่ไม่อำจแพ้ให้กับเจ้ำตะพำบที่ไร้
คุณธรรมในกำรต่อสู้อย่ำงเจ้ำเฉินผิงอันผู้นี้เด็ดขำด
เฉินผิงอันกระแอมสองสำมที่ ยื่นมือไปปิดปำก เลือดสดไหลซึม
ออกมำจำกร่องนิ้วก่อนจะถูกเขำสลัดทิ้งไปทำงมหำสมุทร
กระบี่ยำว “ซ่ำงเซียว” เล่มนั้นได้ถูกเฉินผิงอันโยนกลับไปให้
นักพรตหม่ำงแล้ว
อีกทั้งมวยผมของเฉินผิงอันก็ยังคงเป็นระเบียบเรียบร้อย กำร
ต่อสู้ครั้งนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ได้เส้นผมปลิวสยำย
เฉินผิงอันสองมือก ำเป็นหมัด วำงไว้บนหัวเข่ำ มองไปยังทิศไกล
ยิ้มเอ่ยว่ำ “ไม่เป็นไรยังมีครั้งที่หก ถูกไหม เฉำสือ?”
เฉำสือเงียบไม่ตอบ เพียงแค่หันหน้ำไปถ่มเลือดอีกทำง
เขำยื่นมือมำนวดข้ำงแก้ม ก่อนจะหันหน้ำไปอีกครั้ง ไม่รู้ว่ำถ่ม
เลือดหรือถ่มน ้ำลำยกันแน่
เฉำสือยังคงไม่ยอมพูดอะไร
เฉินผิงอันด่ำข ำๆ “เจ้ำคนแซ่เฉำ ข้ำผู้อำวุโสพูดกับเจ้ำอยู่นะ คน
ที่ชนะหมัดคือเจ้ำ ยังจะมำแกล้งท ำตัวเป็นคนใบ้ใส่ข้ำอีกหรือ?”
เฉำสือแค่ยกมือขึ้น ใช้ฝ่ำมือนวดคลึงซีกแก้มและหน้ำผำกเบำๆ
เช็ดเลือดก ำเดำที่ไหลไม่ขำดสำย
คงเป็นเพรำะโมโหจริงๆ จู่ๆ เฉำสือจึงปล่อยหมัดลอบโจมตี ถูก
เฉินผิงอันที่หัวเรำะร่ำป้องกันไว้ได้ “คุณธรรมในกำรต่อสู้ล่ะ”
ทั้งสองต่ำงพำกันเงียบงัน
ระหว่ำงฟ้ำดินรำวกับว่ำมีเพียงเสียงคลื่นที่พึมพ ำอยู่กับตัวเอง
เท่ำนั้น
ผู้ฝึกยุทธวัยเดียวกัน ดูเหมือนว่ำพวกเขำต่ำงก็เป็นคู่ปรับของกัน
และกัน แล้วก็เป็นคนรู้ใจที่สนิทสนมกันมำก
หำกไม่ใช่พวกเขำสองคน ก็คงยำกที่จะเข้ำใจกระมัง
“เฉำสือ เจ้ำจะต้องมีชีวิตอยู่ให้นำนอีกหน่อย บนเส้นทำงของวร
ยุทธ ข้ำไม่อยำกเหงำเกินไป”
“ดี วันนี้ข้ำก็จะลั่นวำจำไว้ที่นี่เลยว่ำ เจ้ำเฉินผิงอันจะต้องเป็นได้
แค่ที่สองไปตลอดกำล”
“ฮาต ปรารถนา แต่คงไม่ได้มาครอง!”