กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 4.2 โล่งสบาย
นอกจากผู้ติดตามของพรรคหลงอวี๋แล้วยังมี องครักษ์” อีกสอง คนที่ต่อให้หลิ่วซ่วยมีสิบชีวิตก็ยังไม่พอให้ชดใช ้ครึ่งชีวิตของพวก เขา คือองค์ชายเฉาเลวี่ยผู้สูงศักดิ์และเด็กหนุ่มผู้หล่อเหลาหลูจวิ้น
ตอนนี้หลิ่วซ่วยยังไม่รู ้ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา แต่อาศัยแค่ เรื่องที่อีกฝ่ ายสามารถอยู่นอกเรือนอักษรเจี่ยในทะเลสาบเหล่าอิง ทั้ง ยังได้พูดคุยกับราชครูเฉินท่านนั้น หลิ่วซ่วยก็พอจะรู ้อยู่ในใจแล้ว
บอกตามตรง หากว่าสามารถเลือกได้ สามารถเอ่ยค าว่าไม่ หลิ่ว ซ่วยจะไม่มีทางยินดีพา “จอมยุทธหนุ่ม” ที่สถานะสูงศักดิ์ไปถึงชั้นฟ้ า สองคนนี้ออกมาท่องยุทธภพอะไรด้วยแน่นอน
ยุทธภพในทุกวันนี้มีอะไรให้ออกท่องตะลุยกันล่ะ ล้วนมีแต่ดาบ ของความสัมพันธ ์ผู้คนและหมัดเท้าของการปัดแข้งปัดขากัน สิ่งที่ แข่งกันก็ไม่ใช่คุณธรรมชื่อเสียงอันสูงส่งและพรสวรรค์ด้านการ เรียนวรยุทธอะไร แต่เป็ นที่พึ่งในวงการขุนนางและผู้สูงศักดิ์ที่อยู่ เบื้องหลัง
พูดถึงแค่ตัวหลิ่วซ่วยเอง เขาก็ไม่ใช่ว่าตีสนิทพึ่งพาท่านหก เหมือนกันหรอกหรือ?
กองทหารม้าเลือกทางแยกสายหนึ่งมุ่งหน้าไปยังท่าเรือ ระยะทาง ยาวไกล แต่กลับเป็ นถนนหลวง รถม้าที่สัญจรผ่านทางมาเบียดเสียด
กันแออัดผิดปกติ กลับกลายเป็ นว่าทางเส้นเล็กสามารถเดินทางได้ เร็วกว่า ทั้งยังเงียบสงบ ไม่มีทางเกิดปัญหาแทรกซ ้อนใดๆ
คุณชายหนุ่มที่มีชื่อว่าเฉาเลวี่ยผู้นั้น เวลานี้ก็ขี่ม้าเคียงบ่าไปกับ หลิ่วซ่วย เห็นได้ชัดว่าเขาเชี่ยวชาญศาสตร ์การขี่ม้าเป็ นอย่างดี เสื้อผ้าพลิวไสวไปตามสายลม สง่างามมากเป็ นพิเศษ
ใบหน้าเฉาเลวี่ยเต็มไปด้วยการวาดฝัน ยิ้มถามว่า “ฉวีซ่วย ได้ ยินมาว่าปี นั้นเจ้ากับเฮ้อเหลียนเป่ าจู หรือก็คือจอมยุทธหญิงเฮ้อ เหลียนแห่งพรรคหมัดเทพไร ้เทียมทาน ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มี กองหนุนใดๆ ก็เคยมีการร่วมมือกันที่เมืองลั่วจิง ไขคดีสังหารปีศาจ บุกไป ยังพื้นที่ประกอบพิธีกรรมที่เป็ นดั่งถ้ามารร ้าย กวาดล้างสิ่งชั่ว ร ้าย ใช ้ชีวิตราวกับคู่รักเทพเซียนอยู่ในยุทธภพด้วยกันใช่ไหม?”
หลิ่วซ่วยรู ้สึกหัวโตเป็ นสองเท่าทันทีเพราะคาพูดที่เหมือนเนื้อหา ในนิยายใต้สะพานลอยพวกนี้ เพียงแค่ติดขัดที่สถานะของอีกฝ่ าย พิเศษ หลิ่วซ่วยจึงได้แต่อธิบายอย่างอดทนว่า “ล้วนเป็ นคากล่าวที่ โลกภายนอกพูดต่อๆ กันมา พูดกันเกินจริงไปแล้ว คาว่าปีศาจชั่ว ร ้ายก็เป็ นแค่โจรเด็ดบุปผาขอบเขตชมมหาสมุทรที่ก่อเรื่องก่อคดีไป ทั่วเท่านั้น ส่วนอสูรร ้ายที่อยู่ในถ้าของหนองบึงใหญ่กลางป่าแห่งนั้น มันแอบสร ้างศาลเถื่อนขึ้นมา ชอบจับเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงมากิน มันก็เป็ นแค่ขอบเขตประตูมังกรที่ไม่เชี่ยวชาญคาถาอาคม”
หลูจวิ้นฟังด้วยความตกตะลึง รู ้สึกนับถือยิ่งนัก “ขอบเขตชม มหาสมุทรกับขอบเขตประตูมังกร ส าหรับฉวีซ่วยแล้วก็ใช้ค าว่า “แค่”
เท่านั้นเองหรือ? ฉวีซ่วยเจ้าร ้ายกาจจริงๆ ร่วมมือกับจอมยุทธหญิง เฮ้อเหลียน ระหว่างที่ยิ้มแย้มพูดจาก็สามารถจัดการอสูรและคนชั่วให้ แหลกสลายกลายเป็ นผุยผงได้แล้ว ข้ารู ้สึกเลื่อมใสใฝ่ ฝันหา รู ้สึก เลื่อมใสใฝ่ฝันหายิ่งนัก”
เกาซื่อที่อยู่ท้ายขบวนของทหารม้ากองนี้ ตรงเอวพกดาบสมบัติ “ลวี่เยา” ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษเล่มนั้น ผู้ฝึ กยุทธคอขวด ขอบเขตยอดเขาผู้นี้ฟังจนใกล้จะหลับแล้ว
หลิ่วซ่วยแค่ไปทาเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ทางทิศใต้ ส่วนเฉาอิงกับหลู จวินนั้นก็เป็ นพวกกินอิ่มว่างงานไม่มีอะไรทา มีเพียงเขาเกาซื่อที่ ชะตาชีวิตรันทดที่สุด เพราะได้รับคาสั่งลับจากเบื้องบนว่าให้ไป “เล่า เรียนเป็ นเพื่อนเหล่ารัชทายาท”
เดิมทีเขาคิดว่าจะไปเข้าร่วมกองทัพชายแดนต้าหลีด้วย เลือดร ้อนที่ระอุอยู่เต็มอก แต่กลับถูกอิ่นกวานหนุ่มใช้เหตุผลพูดให้ เข้าใจ ใช ้ความรู ้สึกทาให้หวั่นไหว ก็เลยไปรับหน้าที่เป็ นเสมียนระดับ ล่างสุดของกองลาดตระเวนพระนคร ผลคือเพิ่งจะได้ไปทางานเป็ น ลูกน้องของหงจี้ งานแรกที่ได้รับมาก็คือให้การคุ้มกันเชื้อพระวงศ์สอง ท่านที่มีแช่เดียวกับแคว้นอย่าง “ลับๆ” ผู้บัญชาการณ์หง ท่านไม่เคย เรียนหนังสือมาก่อนสินะ ถึงได้เลือกใช ้คาเช่นนี้? นี่เรียกว่าการลงมือ อย่างลับๆ เสียที่ไหน?
ด้านหน้าทางสายเล็กมีทหารม้าหลายนายขวางอยู่กลางทาง เห็นเป็ นเงาตะคุ้มเลือนราง หลิ่วซ่วยยกมือขึ้น ขบวนเดินทางก็พลัน
หยุดชะงัก หลิ่วซ่วยขี่ม้านาไปก่อน ไม่มีการเอ่ยวาจาไร ้สาระใดๆ แค่ เดินหน้าไปช ้าๆ เพียงลาพังเท่านั้น
เดินเข้าไปใกล้แล้วก็เห็นได้ชัดเจนแล้ว หลิ่วซ่วยถอนหายใจโล่ งอก อีกฝ่ ายคือสองชายสองหญิง ในใจหลิ่วซ่วยประหลาดใจยิ่งนัก ท่านหกมาได้อย่างไร?! ไหนบอกว่าทางตระกูลควบคุมอย่างเข้มงวด ไฉนถึงยังออกมาข้างนอกได้อีก? มาส่งพวกเขาหรือ? หลิ่วซ่วยคิดว่า ตัวเองไม่ได้หน้าใหญ่ขนาดนั้น หรือจะเป็ นเพราะว่าในตระกูลของ ท่านหกมีความเกี่ยวข้องสนิทสนมกับเฉาเลวี่ย หลูจวิ้น?
หลิ่วซ่วยยังจาสตรีสองคนที่อยู่ข้างกายของท่านหกได้ด้วย หร งอวี่แห่งจวนราชครู! คือสตรีที่ไม่ควรไปมีเรื่องด้วยเด็ดขาด ก่อนหน้า นั้นตอนที่อยู่ใน “ห้องโถง” หรงอวี่อยากจะพูดอะไรก็สามารถพูดได้ ตามใจชอบเชียวนะ
และยังมีผู้ฝึ กตนหญิงสาวอีกคนที่ก็เคยเผยกายบนหัวกาแพง ของทะเลสาบเหล่าอิงฟังจากที่ราชครูเฉินพูดแล้วก็คือหนึ่งใน “แผนภูมิดิน” ส่วนชื่อและระบบสืบทอดของนาง หลิ่วซ่วยก็แค่คนที่ คลุกคลีอยู่ในยุทธภพ แน่นอนว่าข่าวสารไม่ได้ว่องไวอะไร พูดให้ไม่ น่าฟังหน่อยก็คือหลิ่วซ่วยไม่คิดว่าตัวเองคือวีรบุรุษในวงการการต่อสู้ ที่คลุกคลีอยู่ในยุทธภพอะไรฉวีซ่วยผายลมสุนัขอย่างเขาผู้นี้ต้อง บอกว่าถูกยุทธภพจับคลุกมากกว่าถึงจะถูก เพียงแต่ว่าหลังจากเดิน ออกมาจากทะเลสาบเหล่าอิงแล้ว หลิ่วซ่วยก็มีความรู ้สึกที่
ตรงไปตรงมามากกว่าเดิมเพราะได้สัมผัสกับตัวเองโดยตรง ยุทธภพ ที่แท้จริงก็คือราชสานักต่างหาก
หรงอวี่สวมชุดผ้าแพร บุคลิกสุภาพเรียบร ้อย เอ่ยว่า “หลิ่วซ่วย ท่านหกต้องการลงใต้ท่องยุทธภพไปกับพวกเจ้า อาจารย์เยี่ยนไม่ วางใจก็เลยพาข้ามาที่นี่ด้วยกัน”
หลิ่วซ่วยพยักหน้า ไม่กล้ามีความเห็นต่างใดๆ
“หวงเหลียน” ที่มีฉายาว่าท่านหกทาหน้าปั้นยาก
หรงอวี่กล่าว “คุณชายเฉา คุณชายหลู อาจารย์เยี่ยนมีเรื่องยาก จะปรึกษา ช่วยมาคุยกันทางนี้หน่อย”
เฉาอิงและหลูจวินขี่ม้าขยับเข้ามาใกล้ “อาจารย์เยี่ยน” ผู้นั้นหัน หัวม้าเดินน าไปข้างหน้าก่อน รอกระทั่งพวกเขาเดินตามไป เขาถึงได้ ใช ้เสียงในใจยิ้มเอ่ยว่า “ข้าชื่อเยี่ยนเจี่ยวหราน มาจากตระกูลเยี่ย นจื่อจ้าว ครั้งนี้ติดตามแม่นางหรงอวี่ออกจากเมือง นอกจากเพื่อคุ้ม กันท่านหกมาส่งให้มาเจอกับพวกเจ้าแล้ว ยังเป็ นเพราะทางฝั่งของ จวนราชครูมีเรื่องอยากจะถาม แม่นางหรงอวี่ ข้าคงไม่ถามแทนแล้ว นะ”
พวกหลิ่วซ่วยหยุดม้ารอกันอยู่ที่เดิม
พูดถึงสกุลเยี่ยนจื่อจ้าวหนึ่งในแซ่สกุลเสาค้ายันแคว้นของของ ราชส านักต้าหลี ส่วนใหญ่คนทั้งราชสานักจะรู ้จักแค่เยี่ยนหย่งเฟิง
ซือชิงของศาลหงหลูมากกว่าแต่ไม่เคยรู ้ว่า เยี่ยนเจี่ยวหรานที่ไม่มี ต าแหน่งขุนนางเป็ นเทพเซียนจากที่ใด
ทว่าเยี่ยนเจี่ยวหรานกลับเป็ นหนึ่งในคนสนิทคนรู ้ใจของซิ่วหู่อ ย่างแท้จริง เพราะผู้ฝึ กตนติดตามกองทัพของราชส านักต้าหลี ทั้งหมดล้วนเป็ นเยี่ยนเจี่ยวหรานที่คัดเลือกและจัดวางต าแหน่งด้วย ตัวเอง อีกทั้งยังไม่จาเป็ นต้องปรึกษากับราชครูชุยฉาน เขาคนเดียวก็ สามารถตัดสินใจการเลื่อนขั้นการลดขั้นของพวกเขา หรือแม้กระทั่ง ความเป็ นความตายของพวกเขาได้
ตระกูลชนชั้นสูงที่แท้จริง หากไม่สามารถยกระดับ “เส้นเส้น หนึ่ง” ไปได้ถึงขีดสูงสุด ยกตัวอย่างเช่นตระกูลกวนกับกรมขุนนาง ตระกูลเฉากับกองทัพชายแดน ไม่อย่างนั้นก็ต้องเป็ นเหมือนตระกูล เยี่ยนที่ไม่ว่าจะบนเวทีหรือหลังฉากม่าน ต่างก็จะต้องมีคนที่โอรส สวรรค์พึ่งพาและคนที่เป็ นผู้ช่วยคนสาคัญของราชครูอยู่เสมอ
หรงอวี่พยักหน้ายิ้ม พูดคุยอย่างลับๆ ว่า “เฉาอิง เดินทางมาเที่ยว เยือนแจกันสมบัติทวีปครั้งนี้ ข้างกายไม่มีองค์รักษ์ของต้าตวน ติดตามมาอย่างลับๆ จริงหรือ?”
เฉาอิงพยักหน้า “ไม่มี” หรงอวี่ยิ้มถาม “ไม่มีจริงหรือ?” เฉาอิงพยักหน้ารับแรงๆ “ไม่มีจริงๆ จริงแท้แน่นอน!”
หรงอวี่ไม่ถามมากอีก หันไปถามหลูจวินแทน “หลูจวิน หยางเจิน เหรินวางใจให้เจ้าออกเดินทางไปเพียงล าพังด้วยหรือ?”
หลูจวินยิ้มเอ่ย “นี่มีอะไรให้ไม่วางใจกันเล่า ในอาณาเขตของ แคว้นต้าหลี โจรทั่วไปไม่อาจขัดขวางพวกเราได้ พวกโจรร้ายใน ภูเขาเจอพวกเราก็ไม่กล้าก่อเรื่อง”
หรงอวี่พยักหน้า “ระมัดระวังย่อมขับเรือได้นานหมื่นปี อาจารย์ เยี่ยนจึงให้หันโจ้วจิ่นหนึ่งในผู้ฝึกตนสายแผนภูมิดินเดินทางไปพร ้อม กับพวกเจ้า หวังว่าคุณชายทั้งสองจะไม่รังเกียจที่พวกเรามากเรื่อง”
เฉาอิงรีบพูดทันใด “ไม่มีปัญหา จะมีปัญหาได้อย่างไร”
หรงอวี่ยิ้มบางๆ “หันโจ้วจิ่นมีบุรุษที่รักชอบอยู่ในใจแล้ว”
เฉาอิงมองสบตากับหลูจวิน รัชทายาทสองคนถอนหายใจหนักๆ พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
สุดท้ายหรงอวี่มองไปทางท่านหก เอ่ยว่า “ท่านหก ไปอยู่ข้าง นอก จ าไว้ว่าต้องระมัดระวังค าพูดและการกระท าให้ดี”
ซ่งเหลียนยิ้มเอ่ย “พี่หญิงหรง รู ้แล้วๆ คาพูดของพี่หญิงหรงข้า จะต้องปฏิบัติตามเหมือนพระราชโองการเลยล่ะ”
หรงอวี่ขมวดคิ้วน้อยๆ ถลึงตาใส่ “อย่าแค่ฟังผ่านหูแล้วไม่เก็บ เอาไปใส่ใจ”
ซ่งเหลียนยิ้มตาหยี กุมมือคารวะ “แน่นอน แน่นอน”
ซ่งเหลียนกับหรงอวี่ไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อกัน เมื่อก่อนนางไปที่ จวนราชครู ไม่มีเรื่องอะไรให้คุยกับฝูชิ่ง แต่กับพี่หญิงหรงอวี่กลับมี ความสัมพันธ ์ที่ดีเยี่ยมอย่างมาก
และนี่ก็เป็ นหนึ่งในเหตุผลที่ทาไมเยี่ยนเจี่ยวหรานถึงได้ให้หันโจ้ วจิ้นติดตามมาด้วย เพราะถึงอย่างไรซ่งเหลียนก็เป็ นองค์หญิงของ สกุลซ่งต้าหลี คือสตรีคนหนึ่ง
ซ่งเหลียนใช ้การพูดคุยลับๆ สอบถามหรงอวี่ “ทาไมท่านพ่อถึง ยอมให้ข้าออกจากเมืองหลวงล่ะ?”
หรงอวี่ตอบกลับด้วยน้าเสียงเรียบเฉย “ในเมื่อท่านหกไม่กล้า ถามฝ่ าบาท ข้าก็ย่อมไม่กล้าถามราชครู”
ซ่งเหลียนจึงได้แต่คาดเดาหาสาเหตุต่อไป
ไม่ว่าจะอย่างไร นี่ก็เป็ นครั้งแรกที่ได้ไปอยู่ในยุทธภพอย่างแท้จริง นะ ฮ่าๆ จะต้องสร้างชื่อเสียงที่ “ตั้งแต่เหนือจรดใต้ก็ยังไม่เคยเจอศัตรู คนใด” ให้ได้อย่างแน่นอน เหมือนกับ…เหมือนกับใครบางคน
หลังจากนั้นหลิ่วซ่วยก็ขี่ม้ามาถึงช ้าๆ ไม่ลืมกุมหมัดให้กับ “แม่ นางหรงอวี่” ผู้นั้น พวกลูกน้องใต้อาณัติของเขาไม่เข้าใจ แต่ก็ท า ตามเจ้าประมุขไป หรงอวี่จึงกุมหมัดคารวะกลับคืนพวกเขา
หลังจากที่ขบวนทหารม้ากองนั้นเพิ่มความเร็วฝีเท้ามุ่งหน้าไปยัง ท่าเรือ หรงอวี้ก็เอ่ยเสียงเบาว่า “กงเยี่ยน รบกวนช่วยให้การคุ้มกัน อย่างลับๆ ด้วย”
สตรีโตเต็มวัยสวมชุดชาววังหน้าตางดงามเผยกายออกมาจาก ความว่างเปล่า คลี่ยิ้มหวานเอ่ยว่า “คาสั่งของถั่วอ๋อง มีหรือจะกล้าไม่ ท าตาม”
องค์ชายรองซ่งซวี่ยืนอยู่ข้างทาง มองส่งน้องสาวขี่ม้าจากไปไกล
เด็กหนุ่มเคยมีปณิธานอยู่ที่การเดินทางไปทั่วสารทิศ อ่านตารา หมื่นเล่ม เขาจะออกจากบ้านอย่างเด็ดเดี่ยว สะพายหีบตาราไปขอ ศึกษาต่อ ท่องเที่ยวไปทั่วแคว้น เดินทางไกลหมื่นลี้ เดินเท้าไปชม ภูเขาสายน้าอันยิ่งใหญ่งดงาม เยื้องกรายไปตามอาณาเขตของร ้อย เมือง รอกระทั่งหวนกลับบ้านเกิดแล้วก็ค่อยทอดถอนใจอย่างปลง อนิจจังเอาอย่างอริยะปราชญ์ผู้ล่วงลับว่า “มรรคาก็เป็ นเช่นนี้แล
น่านน้าของทะเลใต้แห่งไพศาล เงาร่างชุดเขียวของคนผู้หนึ่ง กระโดดลอยตัวสูงออกไปจากแท่นพักมังกร จมดิ่งลงไปยังใต้ทะเล
ก่อนหน้านี้หลิวเสี่ยงได้ออกโองการสั่งให้เผ่าพันธุ์น้าที่มีชีวิต ทั้งหมดในรัศมีหมื่นลี้แยกย้ายกระจายตัวออกไปจากที่นี่
พื้นที่ใจกลางของเปลี่ยวร ้าง เฉินชิงหลิวที่คุมเชิงอยู่กับป๋ ายเจ๋อ ในที่สุดก็เก็บกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตเล่มนั้นลงไป ภูเขาสายน้าทุก แห่งในรัศมีหมื่นลี้ เดิมทีมองดูแล้วเหมือนหยุดนิ่งไม่มีอะไรผิดปกติ แค่นาทีที่เขาเก็บกระบี่บินลงไปนั้น พริบตาเดียวก็เหมือนน้าแข็งที่ปริ ร ้าว แตกกระจายทั้งหมด นั่นคือวิชาอภินิหารอันหาที่สิ้นสุดไม่ได้ที่ แม้กระทั่งแม่น้าแห่งกาลเวลาก็ยังจับตัวกลายเป็ นน้าแข็งไปด้วย
ป๋ ายเจ๋อมีสีหน้านิ่งสงบ โบกชายแขนเสื้อสลายท่วงทานองของ วิถีกระบี่ที่อยู่รอบกายทิ้งไป เฝ่ ยหรานรู ้สึกแค่ความอกสั่นขวัญผวา ลองเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นี้ ตนย่อมไม่มีทางมีท่าทีผ่อน คลายได้อย่างนายท่านป๋ ายเจ๋อแน่นอน
จิตหยินและจิตหยางขอบเขตสิบสี่สองคนของเจิ้งจวีจง หนึ่งใต้ หนึ่งเหนือ ต่างคนต่างเดินทาง เซียวสวิ้นไปทางทิศใต้ นางต้องการจะ รวบรวมกาลังพลจากที่นั่น แบ่งแยกเปลี่ยวร ้างตั้งลัทธิของตัวเอง ขึ้นมา
ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเปลี่ยวร ้าง ร่างจริงของเจิ้งจวีจง ยังคงพาอดีตลูกศิษย์ผู้สืบทอดของโจวมี่เดินเนิบช ้าไปตามภูเขา สายน้า ไม่รีบร ้อนไปรวมตัวกับเซียวสวิ้น
อารามเสวียนตูในฉีโจวแห่งใต้หล้ามืดสลัว ป๋ ายเหย่ที่สวมหมวก หัวเสือปิดด่านฝึกตนอีกครั้ง หวังซุนเจ้าอารามคนใหม่ออกไปข้าง นอกอย่างเงียบเชียบ ไปพบกับอู๋โจว
อารามหลิงจิ้งที่ไร ้ชื่อเสียงในหรู่โจว ท่านลุงฉางกับเด็กหนุ่มเฉิน ฉงไม่รู ้ว่าหายตัวไปไหน ทิ้งจดหมายไว้แค่ฉบับเดียว บอกว่าจะไป เยี่ยมญาติ ช่วงท้ายของจดหมายมีประโยคหนึ่งที่ทาให้คนรู ้สึกฮึก เหิม บอกว่าหากพวกเขาโชคดี ได้เจอญาติก็จะส่งเงินค่าธูปค่าน้ามัน ก้อนใหญ่กลับมาที่อารามเต๋า
เพื่อมหามรรคา เพื่อสรรพชีวิต เพื่อความร่ารวยมีเกียรติ เพื่อเอา ชีวิตรอด วันนี้ วันพรุ่งนี้ โลกมนุษย์ก็มักจะยุ่งวุ่นวายเช่นนี้อยู่เสมอ