กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 5.1 คิดบัญชี
หยุดพักอยู่ที่แท่นพักมังกรเล็กน้อย คนชุดเขียวก็กระโดดลงไป ใต้ทะเลลึก
ตอนนี้เฉินผิงอันยังไม่อาจใช ้คาถาหลบเลี่ยงน้าได้ จึงได้แต่ใช ้ เรือนกายที่แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุดของผู้ฝึกยุทธมาช่วยให้การดาน้า ลึกลงไปใต้ทะเลอย่างต่อเนื่อง จึงดูคล้ายกับภูเขาเขียวที่จมดิ่งลงไป ในน้า
ก่อนหน้านี้เข้าใจผิดคิดว่าขอบเขตถดถอยถึงขอบเขตหนึ่งจะ สามารถหยุดพักหายใจหายคอได้บ้างเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าจะเป็ นดั่ง คากล่าวโบราณที่บอกว่ากฎแห่งฟ้ าย่อมไม่ยอมผิดพลาด ไม่มี ความแค้นใดที่ปล่อยผ่านข้ามคืน
ไปซักไซ ้กล่าวโทษที่ราชสานักต้าโซ่วคือความจริง แต่กลับเป็ น เรื่องของพวกชุยตงซานแล้วตนต้องแบกรับทัณฑ์สวรรค์ร ้ายแรงไว้ เพียงลาพัง นี่กลับเป็ นเรื่องเร่งด่วนที่ไม่อาจหลบเลี่ยงได้
ในเมื่อกาลังหลบเลี่ยงหายนะ ถ้าอย่างนั้นควรจะต้านรับหายนะ และข้ามผ่านหายนะไปอย่างไร ตลอดหมื่นปี ที่ผ่านมาผู้ฝึ กตนบน ภูเขาต่างคนต่างก็มีวิธีการอันลี้ลับมหัศจรรย์และเส้นทางอันแปลก ประหลาดสารพัดรูปแบบ
เฉินผิงอันเพ่งสายตาอยู่ในทะเลเพื่อตามหารากภูเขาเส้นหนึ่งที่ อยู่ใต้ทะเล แล้วเรือนกายก็พุ่งออกไปราวลูกธนู เดินอยู่บนสันหลัง มังกรของภูเขา ประหนึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินลงจากภูเขาไปช ้าๆ
จะว่าไปแล้วก็แปลก เฉินผิงอันที่มหามรรคาใกล้ชิดกับน้า ออก เดินทางไกลอยู่หลายครั้ง แต่จานวนครั้งที่ต้องใช ้วิชาการหลบหนี ด้วยน้าอย่างแท้จริงกลับมีน้อยจนนับนิ้วได้
เฉินผิงอันค้นพบด้วยความตกตะลึงว่าบนเส้นทางภูเขาเส้นนี้ ถึงกับมีร่องรอยของฝีมือคนอยู่ พอโบกชายแขนเสื้อสลายดินโคลน ทั้งหลายออกไปให้สะอาดเอี่ยมก็เห็นว่าในภูเขาลูกนี้ได้สร ้างศาลาที่ผุ พังไว้หลังหนึ่ง
สมกับคากล่าวที่ว่ามหาสมุทรกลายเป็ นผืนนา ผืนนาแปรเปลี่ยน ไปเป็ นมหาสมุทรจริงๆ
ลองคานวณคร่าวๆ ยังมีเวลาให้แอบอู้ได้อีกหนึ่งเค่อ ถึงอย่างไร รอบด้านก็ไม่มีใครอยู่ด้วย เฉินผิงอันจึงยึดแขนบิดขี้เกียจ จากนั้น สะบัดชายแขนเสื้อสองข้าง เดินอาดๆ ลงไปจากภูเขา เดินไปได้ครู่ หนึ่งรู ้สึกเหมือนคนสวมชุดผ้าแพรมาเดินโอ้อวดตอนกลางคืน ตัวเอง รู ้สึกว่าน่าเบื่อก็เลยเอาสองมือสอดไว้ในชายแขนเสื้อ ให้กาลังใจ ตัวเองอยู่ในใจสองสามประโยค แต่พอคิดดูอีกที เวลานี้หากจะขอให้ สวรรค์ช่วยดลบันดาลก็ดูเหมือนว่าจะไม่ถูกต้อง ควรจะขอให้ “สวรรค์เบื้องบนงีบหลับไปอีกสักพัก ต่างหากถึงจะถูก?
เฉินผิงอันหัวเราะอยู่กับตัวเอง จะดีจะชั่วก็เป็ นผู้ฝึกยุทธขอบเขต ปลายทางคนหนึ่งเปิดปากพูดจายังทาได้ไม่มีปัญหา เพราะว่าเบื่อ หน่ายมากจริงๆ ถึงได้เริ่มถามว่ามีคนอยู่ไหม…
กลายเป็ นคนที่ยากจนข้นแค้นไม่เหลืออะไรเลย แม้กระทั่งเรือน กายของผู้ฝึ กยุทธก็ยังถูกท าลายไปพร ้อมกันด้วย หรือจะพัฒนา รุดหน้าไปอีกขั้นบนเส้นทางวิถีวรยุทธ ใช ้ขอบเขตปลายทางเลื่อน เป็ นขอบเขตสิบเอ็ด ก็อยู่ที่การกระทาในครั้งนี้แล้ว!
หากเป็ นอย่างแรก อย่าว่าแต่ในอนาคตจะไปเป็ นแขกที่ป๋ ายอวี้จิง ที่จะต้องกลายเป็ นความเพ้อฝันเลย แม้กระทั่งเรื่องที่ว่าจะมีอายุขัยยืน ยาวได้ถึงร ้อยปีหรือไม่ก็ยังบอกได้ยาก
สมมติว่าเป็ นอย่างหลัง ก็คือการเก็บภูเขาเขียวไว้ไม่ต้องกลุ้มว่า จะไม่มีปืนเผาไฟอย่างแท้จริง ผู้ฝึกตนขอบเขตหนึ่งก็แค่ต้องขึ้นเขา ไปช ้าๆ เท่านั้น การเดินทางหาประสบการณ์ในครั้งนั้นทั้งเป็ นการ ผ่อนคลายอารมณ์แล้วก็สร ้างความสบายตา ขณะเดียวกันก็เป็ นการ หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณและฝึกตนไปด้วย
ดูเหมือนว่าเดินวนไปวนมาก็ได้กลับมายังช่วงเวลาอันน่า อเนจอนาถเหมือนตอนที่เป็ นเด็กหนุ่มรองเท้าสานซึ่งต้องอาศัยการ ฝึกหมัดมาต่อชีวิตอีกแล้ว
ไปถึงตรงตีนเขาก็จุดธูปคารวะสามดอกตามกฎระเบียบ แล้วค่อย เดิน ‘ลงจากภูเขา” ไป เดินไปอย่างเลื่อนลอยไร ้จุดหมาย ร่างของคน
ชุดเขียวพุ่งไปว่องไวราวสายฟ้ าแลบ เฉินผิงอันพลันหยุดชะงัก เงย หน้าขึ้น ไวขนาดนี้เลยหรือ?!
เฉินผิงอันกลั้นหายใจทาสมาธิ สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งที พริบตานั้นก็เลื่อนสู่ขั้นเทพมาเยือน
น้าทะเลรอบด้านถูกผลักออกไปเป็ นชั้นๆ พริบตาเดียวบนพื้นผิว ของน้าทะเลก็มีคลื่นยักษ์ถาโถม น่านน้าหมื่นลี้รอบด้านเกิดภาพ เหตุการณ์ผิดปกติ เผ่าพันธ ์น้านับไม่ถ้วนที่อยู่ในทะเลก็พากัน หลบหนีไปไกลยิ่งกว่าเดิม
และเวลานี้เอง อาจารย์ซานซานจิ๋วโหวก็ใช ้เสียงในใจพูดมา ไกลๆ ว่า “ในเมื่อรู ้ฉายาของข้าก็ต้องรู ้ว่าในเรื่องนี้ไม่อาจช่วยอะไร สหายได้”
เฉินผิงอันคลี่ยิ้มอย่างสง่างาม “ความหวังดีของผู้อาวุโส ผู้เยาว์ น้อมรับไว้แล้ว”
อาจารย์ซานซานจิ๋วโหวไม่พูดอะไรอีก เห็นได้ชัดว่าถอนดวงจิต กลับไปแล้ว ไม่ได้พูดคาพูดเกรงใจตามมารยาทที่ไพเราะชวนฟังสัก คาเดียว เพราะถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็เกี่ยวพันไปถึงทัณฑ์สวรรค์ร ้ายแรง คนอื่นเข้ามายุ่งด้วย อย่างน้อยก็จะต้องถูกสวรรค์ชิงชัง
สามารถพูดคุยกับเฉินผิงอันประโยคหนึ่งในช่วงเวลาที่สาคัญ เช่นนี้ได้ก็ถือว่านักพรตยุคบรรพกาลท่านนี้มีความรับผิดชอบมาก แล้ว
หลิวเสี่ยงเองก็ออกไปจากแท่นพักมังกรแล้ว ไปเผยกายในจวน เซียนบนเกาะแห่งหนึ่งที่ห่างออกไปหลายแสนดี้ ร่ายวิชาอภินิหารใน การขนย้าย จับอาจารย์หล่อหลอมตระกูลเซียนที่ไม่เป็ นโล้เป็ นพาย สิบกว่าคนโยนไปยังจุดที่ห่างไกลกว่าเดิม
หลิวเสี่ยงนับถอยหลังอยู่ในใจเงียบๆ ทัณฑ์สวรรค์ร ้ายแรงมาถึง ตรงตามเวลานัดหมาย
น่านน้ามหาสมุทรที่เฉินผิงอันอยู่ มองดูเหมือนเต้าหู้ที่ถูกมีดหั่น อย่างเป็ นระเบียบเรียบร ้อย น้าหายวับไปเกลี้ยงในชั่วพริบตา แต่ แท้จริงแล้วน้าทะเลจานวนนับไม่ถ้วนกลับถูกมหามรรคาเบียดให้ไป อยู่รอบกายของคนคนหนึ่ง
ใต้ทะเลมีเสียงตีกลองดังมาเป็ นระลอก คือเสียงหัวใจที่เต้นอย่าง แข็งแกร่งของเจ้าแห่งวิถีวรยุทธในโลกมนุษย์
น้าทะเลที่ห่างไปไกลยิ่งกว่าไหลกรูเข้ามายัง “พื้นที่ว่าง” แถบนั้น อย่างบ้าคลั่ง ภาพเหตุการณ์อันน่าอกสั่นขวัญผวาประหนึ่งน้าทะเล ถูกเพลิงใหญ่ต้มเดือดเกิดขึ้นอย่างไม่มีลางบอกเหตุ น้าเดือดพลุ่ง พล่าน ไอน้าสีขาวลอยกรุ่น คือทะเลเพลิงสมชื่ออย่างแท้จริง
หลังจากทะเลเพลิงผ่านพ้นไปก็มีสายฝนสีทองนับล้านๆ เม็ดตก ลงมาจากฟากฟ้ า น้าฝนแต่ละหยดกลมเกลี้ยงกลายเป็ นสิ่งที่จับต้อง ได้จริง ระหว่างฟ้ าและทะเลเหมือนมีม่านไข่มุกแห่งสรวงสวรรค์สีทอง สว่างเจิดจ้าพร่าตาผืนหนึ่งถูกนามาแขวนไว้
หลังจากนั้นใต้ทะเลก็สั่นสะเทือน เทือกเขาเหมือนสิ่งมีชีวิตที่เกิด สติปัญญา ใช ้เสียงแห่งสวรรค์ตวาดกร ้าวประณามความผิดของผู้ฝึก ยุทธเพียงหนึ่งเดียวผู้นั้นว่าเป็ นการล่วงเกินอย่างใหญ่หลวง ผิดต่อ หลักฟ้ าดิน โทษสมควรถูกประหาร!
หลิวเสี่ยงถอนหายใจ นี่คือท่วงทานองแห่งฟ้ าดินที่เกิดขึ้นจาก การพังถล่มของเส้นทางแห่งเทพสายใหม่ หากโจวมี่ยินดีใช ้ชีวิตอยู่ ต่อไปวันๆ ในโลกมนุษย์ แล้วลงมือตุกติกกับในด่านนี้ล่ะ? ผลลัพธ ์ที่ ตามมาคงเลวร ้ายเกินกว่าจะคาดคิด
ถึงขั้นที่ว่าแม้กระทั่งสานักซานไห่ก็ยังสัมผัสได้ถึงริ้วกระเพื่อม ของน้าขึ้นแห่งมหามรรคาส่วนนี้ คลื่นยักษ์ถาโถมกระทบชายฝั่ง หน้าผาถึงกับเกิดรอยแยกปริร ้าว ตัวอักษรใหญ่ที่แกะสลักลงบนหิน ซึ่งเป็ นฝี มือของจวนเซียนสืบทอดต่อกันมาหลายยุคหลายสมัย ตัวอักษรเริ่มเลือนรางไปนับแต่นี้
ทว่าเวลาหนึ่งก้านธูปของธูปภูเขาดอกที่สองได้สิ้นสุดลงแล้ว พวกฉีถิงจี้และลู่จือก็ได้แต่ออกเดินทางไปยังขุนเขากลางของต้าโซ่ว ซึ่งเป็ นภูเขาลูกที่สาม มีเพียงหมื่อวี้เท่านั้นที่หวนกลับมายังแจกัน สมบัติทวีป เผยกายที่ภูเขาฮุยเหมิง กลับไปที่ภูเขาลั่วพั่ว
น่าหลันซินซิ่วมองส่งเซียนกระบี่กลุ่มนั้นจากไป เสียงคลื่นที่พลัง อานาจน่าครั่นคร ้ามปลุกให้แม่นางน้อยคนหนึ่งตื่นอย่างสะลึมสะลือ นางกางร่มคันหนึ่งเดินมาดูที่นี่ว่าเกิดอะไรขึ้น
ภูตแม่นางน้อยที่ตั้งชื่อให้ตัวเองว่าเชิงฮวาเขย่งปลายเท้า นาง อยากจะช่วยบังฝนให้บรรพจารย์ น่าหลันซินซิ่วโบกมือ ยิ้มเอ่ยว่า “เจ้ากางร่มหลบฝนไปคนเดียวก็พอ”
น่าหลันซินซิ่วพ่นควันยาสูบออกมาแล้วพูดพึมพากับตัวเองว่า “ทรยศต่อคนคนหนึ่งเพื่อช่วยโลกมนุษย์ทั้งใบ เชิงฮวา เจ้าลองบอก มาสิว่าควรต้องด่าเขาหรือว่าชมเขาดีล่ะ”
แม่นางน้อยเอ่ยอย่างขุ่นเคือง “ขอแค่ไม่ใช่เจ้าตะพาบผู้นั้น ข้าก็ จะยกนิ้วโป้ งให้คนผู้นี้ชมว่าเขาคือวีรบุรุษผู้กล้า คืออริยะปราชญ์คน ดี เอาเป็ นว่าไม่ว่าจะให้ชมเขาแบบไหนก็ไม่มีปัญหา”
น่าหลันชินซิ่วยิ้มเอ่ย “แล้วถ้าเป็ นเขาล่ะ”
แม่นางน้อยอึ้งตะลึง ก่อนจะเอ่ยอย่างเคียดแค้นว่า “หากเจอหน้า กันก็จะต้องด่าเขาร ้อยประโยค อย่างมากก็ชมเขาในใจแค่ประโยค เดียว”
น่าหลันชินซิ่วยิ้มเอ่ย “ลูกศิษย์ผู้สืบทอดทั้งหลายของสายเหวิน เซิ่ง มีสติปัญญา มีความสามารถกันถึงเพียงใด ไฉนในเรื่องรักชาย หญิงถึงได้เป็ นตอไม้ดื่มที่อกันได้ขนาดนี้นะ”
แม่นางน้อยเอ่ยอย่างอัดอั้น “ท่านบรรพจารย์ นี่ก็เข้าใจได้ง่าย เลยนะ หากพวกเขาไม่เป็ นแบบนี้แล้วจะชอบพวกเขาทาไมล่ะ”
น่าหลันชินซิ่วพยักหน้า “มีเหตุผล”
หลิวเสี่ยงพลันขมวดคิ้วมองไปยังน่านน้าที่อยู่ห่างไปไกล ใช ้เสียง ในใจเอ่ยเตือนว่า “หวังจู อย่าไปช่วยให้เสียเรื่อง ทัณฑ์สวรรค์ที่ร ้าย ครั้งนี้ ความเคลื่อนไหวเล็กน้อยในเวลานี้เพิ่งจะเป็ นการเริ่มต้นเล็กๆ เท่านั้น”
มังกรที่แท้จริงตัวหนึ่งหอบหุ้มเอาคลื่นยักษ์ร ้อยจั้งพันจั้ง ร่ายวิชา อภินิหารสายน้าอยู่บนทะเล พุ่งทะยานไปยังก้นทะเลซึ่งเป็ นจุดที่ ทัณฑ์สวรรค์ร่วงหล่นลงมาอย่างบ้าคลั่งเหมือนมังกรเฒ่าที่ขี่เมฆ ทะยานหมอกโปรยฝนลงมายังโลกมนุษย์ของเมื่อสามพันปีก่อน
หลิวเสี่ยงแค่เอ่ยโน้มน้าวไปประโยคเดียวก็ไม่เอ่ยเตือนหรือ ขัดขวางสุ่ยจวินแห่งมหาสมุทรบูรพาผู้นี้อีก โลกมนุษย์แห่งนี้ต่อให้ใจ คนของเจ้าจะซับซ ้อน ภูเขาสายน้าจะแปรเปลี่ยนแค่ไหน ถึงท้ายที่สุด แล้วก็เป็ นการก่อกรรมแล้วรับผลเอง หรือไม่ก็คือการขวนขวายหา ความสุขด้วยตัวเอง
มังกรที่แท้จริงพุ่งชนปราการแห่งมหามรรคาที่มองไม่เห็น ชนจน หัวแตกเลือดอาบ เขามังกรข้างหนึ่งก็หักคาที่ เขาอีกข้างทาท่าจะร่วง มิร่วงแหล่ เพียงแต่ว่ายังคงพุ่งชนซ้าๆ อย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
บนกาแพงที่มองไม่เห็นแห่งนี้มีรอยเลือดเปรอะเปื้อน เขามังกร สองข้างหักร่วงลงไปใต้ทะเลลึกนานแล้ว กรงเล็บมังกรที่พยายามจะ กรีดปราการกั้นขวางก็ฉีกขาดย่อยยับ
ช่วยให้เสียเรื่อง? ช่วยอะไรไม่ได้เลยถึงจะถูก
หวังจูไม่อาจรักษาร่างของมังกรที่แท้จริงเอาไว้ได้แล้ว กลับคืนมา สู่ร่างมนุษย์ พลิ้วกายลงบนพื้น ในขณะที่จิตสานึกพร่าเลือน นาง พึมพ าเสียงเบาว่า “ใช ้คืนให้เจ้า”
ส่วนโชคชะตาน้าครึ่งหนึ่งของทะเลที่ถูกหวังจูหอบหุ้มพามา ด้วยกันก็ล้วนวนเวียนอยู่ที่แห่งนี้ไม่หายไปไหน
ในพื้นที่ต้องห้าม ผู้ฝึกยุทธเต็มตัวใช ้ทัณฑ์สวรรค์จากวิถีเทพที่ พุ่งลงมาเป็ นชั้นๆ มาขัดเกลาเรือนกาย ในที่สุดก็เป็ นอย่างที่เขา คาดการณ์ไว้ เลื่อนขั้นเป็ นขอบเขตสิบเอ็ดได้ในก้าวเดียว โชคชะบู๊ เป็ นเส้นๆ พากันเยื้องกรายมายังที่แห่งนี้ มาหาร่างกายนี้
เพียงแต่ว่ายากจะปกปิดสภาพการณ์ที่เริ่มเสื่อมถอยเอาไว้ได้ มหามรรคากาลังจะบีบคั้นเข้ามาปะทะกันในไม่ช ้า อาศัยแค่เรือนกาย และปณิธานหมัดของขอบเขตเทพแห่งการต่อสู้อย่างเดียวก็เห็นได้ ชัดว่ายังเป็ นเหมือนจอกแหนที่ล่องลอยอยู่ในทะเล เล็กจ้อยเกินไป
หวังจูพยายามฝืนลืมตาขึ้น นางมองเห็นชุดกว้าตัวยาวสีเขียวได้ อย่างเลือนราง แต่นั่นกลับไม่ใช่ร่างของเขา
แต่เป็ นเฉินชิงหลิวคนพิฆาตมังกร… ที่ต่อให้นางจะเลื่อนเป็ น ขอบเขตสิบสี่แล้วก็ยังไม่กล้ามีใจต่อต้านเขาแม้แต่น้อย!
เฉินชิงหลิวได้รับเสียงในใจจากอาจารย์ซานซานจิ๋วโหว จึงหด ย่อพื้นที่ก้าวข้ามผ่านสองใต้หล้า ตรงดิ่งมายังใต้ทะเลของไพศาลแห่ง นี้โดยตรง
หวังจูได้ยินคาพูดที่แฝงไว้ด้วยการเสียดสีเหน็บแนมของอีกฝ่ าย “สันดอนเปลี่ยนง่าย สันดานเปลี่ยนยาก ยังคงมีสัญชาตญาณที่พยศ ยากจะก าราบเหมือนเดิม แต่กลับยินดีสละตัวเองเพื่อคนอื่น ตอบแทน บุญคุณช่วยชีวิต ไม่ว่าใจจริงจะเป็ นเช่นไร ถึงอย่างไรสิ่งที่ทาก็คือ ยอมเป็ น “มังกรอิดโรย” ที่สละมรรคาเพื่อคุณธรรม ก็ถือว่าหาได้ ยาก”
หากเป็ นเมื่อสามพันปี ก่อน เผ่าพันธุ์เจียวหลงในใต้หล้ามี มากมาย การกระทาเช่นนี้ก็ไม่ถือว่าเป็ นเรื่องแปลกใหม่อะไร ก็ เหมือนเรื่องดีเรื่องร ้าย คนดีคนเลวในโลกมนุษย์ที่จะต้องปะปนกันไป ตลอดกาล
ทว่าสามพันปีให้หลัง ในเมื่อหวังจูคือมังกรที่แท้จริงตัวแรกของ โลก ความหมายก็ต่างไปจากเดิมแล้ว
ก่อนฟ้ าดินจะเชื่อมโยงถึงกัน เฉินชิงหลิวคาดการณ์ได้ถึงเวลานี้ ล่วงหน้ามานานแล้วแต่คาดไม่ถึงว่านาทีนี้จะมาถึงอย่างฉุกละหุก ขนาดนี้
นี่แสดงให้เห็นว่าเรื่องนั้นของเฉินผิงอันเป็ นเหตุที่ทาให้ สมมติฐานเรื่องโลกมนุษย์แห่งใหม่ในใจของโจวมี่หล่นลงบนความ ว่างเปล่า นั่นจะทาให้สวรรค์เดือดดาลเทพเคียดแค้นได้ถึงเพียงใด
เฉินชิงหลิวถอยไปด้านหลัง ออกห่างจากปราการมหามรรคาไป ไกลถึงหมื่นลี้ถึงได้หยุด เตรียมจะเรียกกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตออกมา ถามกระบี่กับ “มรรคา”
ฆ่าใครก็คือฆ่าเหมือนกัน ตีกันก็คือตีเหมือนกัน
เขาคือบุคคลต้อยต่าที่มีชาติกาเนิดเป็ นเด็กรับใช ้ในหอนางโลม โชคดีได้พิสูจน์มรรคาผสานมรรคาเดินขึ้นไปสู่ยอดสูงสุดของโลก มนุษย์ แล้วก็ได้ทาเรื่องสองเรื่องที่มีเพียงข้าที่สามารถท าได้
เมื่อเล่าเรียนวิชาความรู ้ย่อมเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน ส่วนการดาเนิน ตามหนทางแห่งธรรม ย่อมลดทอนความยึดมั่นลงทุกวัน ผู้บาเพ็ญ เพียรควรตัดสิ่งที่เกินจาเป็ นออก เพื่อน้อมนาไปเกื้อกูลส่วนที่ขาด พร่อง กระบี่นี้เฉินชิงหลิวจาเป็ นต้องปล่อยออกไป นี่คือของขวัญตอบ แทนที่โลกมนุษย์สมควรได้รับนี่
ก็คือความยุติธรรม
“เสี่ยน” ผีที่ร่อนเร่อยู่ในราชสานักต้าโซ่วมานานสามพันปี เดิมที่ ควรเป็ นเขาที่จัดการด้วยตัวเอง ช่วยให้นางได้รับอิสระ หลุดพ้นจาก ห้วงทะเลแห่งความทุกข์
นี่คือเรื่องส่วนตัว
เป็ นเหตุให้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลส่วนรวมหรือเหตุผลส่วนตัว เฉิน ชิงหลิวก็ควรจะต้องปล่อยกระบี่ออกไป ช่วยให้คนหนุ่มเด็กรุ่นหลัง
ข้ามพ้นหายนะในครั้งนี้ รอคอยวิถีทางโลกที่สงบสุขอย่างแท้จริง ต่อไป
กระบี่พุ่งออกไปเหมือนบรรพบุรุษแห่งมังกรทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้ า
น่าเสียดายที่โลกมนุษย์ไม่มีใครดูแล้ว
……
นักพรตอย่างซือโจวเหรินก็น่าจะถือว่าเป็ นนักฆ่าระดับสูงสุด คน ที่พอจะงัดข้อกับอีกฝ่ ายได้ก็น่าจะมีแค่เซียวสวิ้นเท่านั้นแล้ว
แม้ว่าเขาจะวางแผนเล่นงานโลกมนุษย์มามากมาย แต่ก็มี ประโยคหนึ่งที่พูดได้อย่างยอดเยี่ยม “ความบังเอิญ” ของบนโลก มักจะปรากฏมาในโฉมหน้าใหม่อยู่เสมอ หากไม่ท าให้คนตกใจก็ท า ให้คนตะลึงระคนยินดี
ถ้าอย่างนั้นอินมี่รัชทายาทแห่งราชสานักต้าโซ่วทวีปแดนเทพ แผ่นดินกลาง คืนนี้ก็ถือว่ามีทั้งสองอย่าง ที่ตกใจก็เพราะเสด็จพ่อตา ยอย่างเฉียบพลันอยู่ในเมืองหลวงต้าหลีของแจกันสมบัติทวีป ที่ตะลึง ระคนยินดีก็เพราะบ้านเมืองไม่อาจขาดผู้ปกครองได้แม้แต่วันเดียว
รัชทายาทอินมี่ที่เป็ นผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์กาลังอยู่ในวัย หนุ่มฉกรรจ์ ตัวเขาเองเคยคาดการณ์ว่าอย่างน้อยก็ยังต้องได้เป็ นรัช ทายาทไปอีกสามสิบปีถึงจะมีโอกาสได้ขึ้นครองราชย์นั่งบนบัลลังก ์
รองเจ้าลัทธิหันแห่งศาลบุ๋นได้มาพบกับอินมี่ตอนที่เขากาลัง ตรวจฎีกาคร่าเคร่งตลอดคืนอยู่ในจวนรัชทายาท แล้วค่อยบอกให้ เขาเรียกขุนนางคนสาคัญอีกเกือบยี่สิบคนของต้าโซ่วมา ทุกคนจึง มาเบียดเสียดกันอยู่ในห้องนี้
อาจารย์ผู้เฒ่าหันถึงได้บอกเล่าต้นสายปลายเหตุ ทุกคนต่างก็ ปากอ้าตาค้าง หากไม่เป็ นเพราะอาจารย์ผู้เฒ่าคือรองเจ้าลัทธิแห่ง ลัทธิขงจื๊อไพศาล ไม่ว่าใครก็คงรู ้สึกว่านี่คือเรื่องตลกที่เหลวไหล อย่างถึงที่สุด
ฮ่องเต้อินจี้ องค์ชายอินเหมี่ยว มหาบัณฑิตไช่อวี้ซ่านแห่งต้า โซ่วของพวกเราแอบสมคบคิดกับนักพรตของมืดสลัว ร่วมมือกับ เสี่ยนผีขอบเขตสิบสี่วางแผนลอบสังหารราชครูต้าหลีคนใหม่ แต่ทุก คนกลับโดนแว้งฆ่ากลับหมด
แม่ทัพบู๊สวมเสื้อเกราะที่มีคุณูปการเลิศล้าถลึงตาตวาดกร ้าว “เจ้าลัทธิหัน ฝ่ าบาทของพวกเราออกหน้าไปเป็ นทูตถึงที่ต้าหลีด้วย ตัวเอง หมายจะลงนามเป็ นพันธมิตรกับสกุลซ่ง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผล อะไร เขาก็เป็ นถึงฮ่องเต้ของราชส านักต้าโซ่ว เจ้าคนแช่เฉินผู้นั้นคิด จะฆ่าก็ฆ่าเขาได้เลยหรือ?!”
อาจารย์ผู้เฒ่าเอ่ยอย่างเดือดดาล “เจ้าแม่งไม่เข้าใจกฎห่าเหว อะไรเลย เรียกข้าว่ารองเจ้าลัทธิหัน! เจ้าลัทธิศาลบุ๋นแม่งแซ่ต่งโว้ย!”
เหล่าขุนนางบุ๋นที่อยู่ในห้องถูกคาว่าแม่งคาแล้วคาเล่าด่าจนโง่ งมไปหมด
แม่ทัพบู๊สวมเสื้อเกราะคนนั้นหน้าแดงก่า เตรียมจะตะเบ็งลาคอ เถียงรองเจ้าลัทธิหันฮ่องเต้ของแคว้นแห่งหนึ่งถูกฆ่าตายในเมือง หลวงของแคว้นอื่นต่อหน้าผู้คน นี่คือความอัปยศใหญ่เทียมฟ้ า ท าไม เขาเฉินผิงอันคือลูกศิษย์คนสุดท้ายของเหวินเซิ่ง เป็ นคนชั่วที่ชิงฟ้ อง ก่อน ศาลบุ๋นแผ่นดินกลางของพวกเจ้าก็เลยจะล าเอียงเข้าข้างต้าหลี อย่างนั้นหรือ?
รัชทายาทอินมี่ตวาดกร ้าว “หม่าเซวียน ห้ามเสียมารยาท”
หม่าเซวียนคือคนรู ้ใจของฮ่องเต้ไม่มีหนึ่งใน อินมี่คือรัชทายาท ผู้ส าเร็จราชการแทนในนาม ถ้าอย่างนั้นคนที่กากับดูแลรัชทายาท ผู้สาเร็จราชการแทนอย่างเขาก็คือหม่าเซวียนที่เพิ่งจะถูกเรียกตัวมา เมืองหลวงเมื่อไม่นานมานี้
ไม่ถูกสิ ควรจะเรียกว่า “อดีตฮ่องเต้” ถึงจะถูก
อาจารย์ผู้เฒ่าหันเอ่ย “องค์ชายอื่นเหมี่ยวเคยฝันว่าได้ไปท่อง เยือนต าหนักเซียน ได้เจอกับเซียนจวินคนหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า “ชื่อ โจวเหริน” นับแต่นั้นมาฮ่องเต้อินจี้ก็แอบฝึกเวทลับบนภูเขาอย่างลับๆ พยายามจะครอบครองเรือนกายของอินเหมี่ยว อยากจะเป็ นฮ่องเต้ ของต้าโซ่วไปอีกนานร ้อยปีหลายร ้อยปี มหาบัณฑิตไช่อวี้ซ่านก็เป็ น คนที่ฝึกวิชาสายประคับประคองมังกร ระหว่างนี้จึงออกแรงไปไม่น้อย
รายละเอียดการคบค้าสมาคมกับผู้อื่นและชีวประวัติตามเดือนปีของ เซียนผู้นี้ แรกเริ่มสุดที่ต้าโซ่วได้เจอกับ ผี “เสี่ยน” คือเวลาใด สถานที่ ใดและกับใคร พวกเจ้าล้วนต้องตรวจสอบอย่างละเอียด”
“ราชส านักต้าหลีประกาศศึกกับราชส านักต้าโซ่วของพวกเจ้า อย่างเป็ นทางการแล้วอีกไม่นานก็น่าจะได้รับสารของแคว้น ทางฝั่ง สนามรบของเปลี่ยวร ้าง กองทัพชายแดนของพวกเจ้าสองแคว้นอยู่ ใกล้กัน กองทัพม้าเหล็กต้าหลีน่าจะได้รับการแจ้งข่าวแล้ว แค่รอฟัง ผลจากทางนี้เท่านั้น…ผ่านศึกที่แจกันสมบัติทวีปไป ต่างก็พูดกันว่า กองทัพม้าเหล็กต้าหลีเกรียงไกรเป็ นหนึ่งในใต้หล้า มีแค่ราชสานักต้า โซ่วของพวกเจ้าที่ไม่เชื่อที่สุด กองทัพชายแดนต้าโซ่วที่แม่งมีหก แสนกว่านาย หากเปิดศึกกันขึ้นมา ยังจะมีคนรอดชีวิตสักกี่หมื่นคน นายท่านขุนนางอย่างพวกเจ้าอยากรู ้หรือไม่?