กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 45.3 มีคนผู้หนึ่งกล่าวถึงเกียรติยศและ ชื่อเสียงด้วยท่าทีฮึกเหิม
- Home
- กระบี่จงมา! Sword of Coming
- บทพิเศษ ตอนที่ 45.3 มีคนผู้หนึ่งกล่าวถึงเกียรติยศและ ชื่อเสียงด้วยท่าทีฮึกเหิม
หากไม่เป็ นเพราะเห็นแก่ที่ทุกวันนี้สวินซวี่ปั นทางานอยู่ในจวน ราชครู และเฉาฉิงหล่างก็เป็นเพื่อนรักคนรู้ใจของเขา คาดว่าเฉาปั้ ง เหยี่ยนก็น่าจะต้องถูกหม่าปิ่งเอ่ยสัพยอกอยู่หลายคา หลายปีมานี้ไม่ เคยได้เลื่อนขั้นขุนนาง ทั้งไม่ได้ออกไปรับหน้าที่ต่างถิ่น แล้วก็ไม่มี ประสบการณ์การทางานอยู่ในหกกรม คิดจะใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลาย อยู่ที่สานักฮั่นหลินหรือ?
เหยียนอี้บังเอิญมองสบตากับเฉาฉิงหล่างพอดี พวกเขาต่างก็ยก จอกสุราขึ้น ไม่พูดไม่จา แค่ดื่มเหล้าเงียบๆ หนึ่งจอก
เพราะความติดขัดในวงการขุนนาง ไม่ว่าจะเป็ นคนที่เผชิญ สภาพการณ์แบบเดียวกันก็เลยสงสารกันก็ดี หรือจะนิสัยใจคอ คล้ายคลึงกันก็ช่าง อุตส่าห์ได้มาเจอกันทั้งที ถ้าอย่างนั้นก็ดื่มเหล้า
สวินชวี่ก็ขอดื่มด้วยหนึ่งจอก เหยียนอี้ลังเลเล็กน้อย แต่ก็ถือจอก ด้วยสองมือ ดื่มคารวะสวินชวี่ข้ามโต๊ะอยู่ไกลๆ
สวินจวี่และเฉาฉิงหล่างต่างก็รินสุราเต็มจอกกันอีกครั้ง บนโต๊ะ เสียงดังจอแจจึงไม่มีใครสนใจรายละเอียดปลีกย่อยที่มีหรือไม่มีก็ได้ พวกนี้
จ้วงหยวนจางติ้งมาแล้ว
เฉาฉิงหล่างลุกขึ้นยืนก่อน ท่ามกลางเสียงเย้าหยอกที่ดังขึ้นๆ ลงๆ ในห้อง ท่ามกลางเสียงสัพยอกให้จางจ้วงหยวนดื่มลงโทษตัวเอง สามจอก พวกเขาต่างก็ช่วยกันขยับเก้าอี้ให้อย่างไม่กระโตกกระตาก
ชั้นสอง
ในห้องแห่งหนึ่ง โจวกังที่มาจากศาลลมหิมะ เนื่องจากอีกเดี๋ยวก็ จะได้เป็นเจ้าของเรือกระบี่ใหม่เอี่ยมลาหนึ่งของต้าหลี เขาจึงอารมณ์ ดีมาก ดื่มจนหน้าแดงก่านานแล้ว แล้วจู่ๆ ก็ใช้เสียงในใจเอาเรื่องน่า อายที่แยนโย่วไปขอถามหมัดกับใต้เท้าราชครูมาเป็นกับแกล้มแกล้ม สุรา ผู้ช่วยนายอาเภอของอาเภอเจียอวี๋ สหายร่วมรบของโจวก้ง บาง ทีอาจเพราะจดจ าบทเรียนจากการดื่มเหล้าอาละวาดครั้งก่อนได้ ครั้ง นี้เขาจึงควบคุมตัวเองมาก ได้ยินว่าปรมาจารย์วิถีวรยุทธที่อายุน้อยๆ ผู้นั้นถึงกับมีวีรกรรมยิ่งใหญ่เช่นนี้ ก็อดไม่ไหวดื่มเหล้าไปชามใหญ่ ลู่ฮุยมือปราบประจาอาเภอเบิกตากว้างมองแยนโย่วที่ยังมีชีวิต กระโดดโลดเต้นมาดื่มเหล้าได้ผู้นั้น เขายกชามเหล้าขึ้นเงียบๆ ดื่ม สุราคารวะปรมาจารย์แยน
ชื่อของเรือข้ามฟากฝ่ายกองทัพต้าหลีล้วนตั้งชื่อตามอาเภอเขต และจังหวัดบางแห่งทว่าเรือกระบี่จาเป็นต้องเป็นชื่อของมณฑลเท่านั้น
นี่ก็คือกฎระเบียบที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรที่อดีตราชครูชุยฉาน ตั้งไว้เองกับมือ
และเรือกระบี่ที่โจวกุ้งเป็นผู้ดูแลลานี้ก็มีชื่อว่า ‘จวี่โจว”
บังเอิญยิ่งนัก อยู่ชั้นสองเหมือนกัน ที่บังเอิญยิ่งกว่าก็คือกวนอี้ หรานเจ้าเมืองจวี่โจวคนใหม่ก็กาลังพูดคุยเรื่องเรือกระบี่ “จวี่โจว” กับ สหายอยู่พอดี
หงจี้ดื่มเหล้ากินกับแกล้ม กาลังสองจิตสองใจว่าจะให้เจ้าพวกลูก หมาในที่ว่าการบ้านตนมาที่นี่เพื่อให้คุ้นหน้าคุ้นตากันเมื่อไหร่ดี
……
ตามข้อตกลงกับจิ่งชิง หมี่ลี่น้อยติดตามจงเชี่ยนถอยไปทาง เหนือ พยายามอยู่ให้ห่างจากซากปรักสนามรบซึ่งเป็ นสถานที่ อันตรายที่มีผีออกอาละวาดให้มากที่สุด ถึงอย่างไรหมี่ลี่น้อยก็เป็ น ห่วงจิ่งชิง ลูกผู้ชายในยุทธภพออกจากบ้านมาอยู่ข้างนอก ต่อให้จะ มีวรยุทธมีฝีมือที่ยอดเยี่ยมแค่ไหนติดตัว สองหมัดก็ยากจะต้านทานสี่ มือของศัตรูได้ แล้วนับประสาอะไรกับที่แผนการบนภูเขายังวกวน อ้อมค้อม ต่อให้จิ่งชิงจะชอบพูดว่าตอนที่เขาออกท่องยุทธภพอยู่ใน อุตรกุรุทวีปมีประสบการณ์โชกโชนเชี่ยวชาญถึงเพียงใด แต่หมี่ลี่ น้อยก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้
จงเชี่ยนทนเห็นนางกลัดกลุ้มไม่ได้ก็เลยเสนอให้หยุดเดินทาง ถึง อย่างไรก็อยู่ห่างมาไกลแล้ว ไม่สู้ลองสังเกตความเคลื่อนไหวอยู่ เงียบๆ หากจิ่งชิงเจอปั ญหาจริงๆ ต้องเสียเปรียบอยู่ที่นั่น มีพวกเขา อยู่ก็จะได้ช่วยดูแลกันได้ หมี่ลี่น้อยถามอย่างจริงจังว่าพวกเราอยู่ที่นี่
จะไม่เพิ่มปั ญหาให้จิ่งชิงจริงหรือ จงเชี่ยนบอกว่าไม่หรอก หมี่ลี่น้อย เกาหัว จงเชี่ยนจึงได้แต่ตบอกรับรองบอกว่าไม่มีปั ญหาแน่นอน หมี่ลี่ น้อยถึงได้พยักหน้า กระโดดขึ้นไปบนกิ่งไม้ของต้นไม้โบราณต้นหนึ่ง ที่อยู่บนยอดเขา ห่อร่างเข้าด้วยกัน หมอบมองไปยังซากปรักสนาม รบที่อยู่ห่างไกลแห่งนั้น
นางรู้สึกว่าตัวเองกับจงอันดับหนึ่งเหมือนทหารซุ่มโจมตีที่ กล่าวถึงในตาราพิชัยสงคราม สามารถไปให้ความช่วยเหลือที่สนาม รบได้ทุกเมื่อ
จงเชี่ยนเอนกายพิงลาต้น ยื่นมือมาป้องเหนือคิ้ว เพ่งสุดสายตา มองไปยังดินแดนผีร้ายที่มีกลิ่นอายชั่วร้ายเข้มข้นแห่งนั้น
เพิ่งจะเป็ นคอขวดขอบเขตร่างทอง ถึงอย่างไรก็ไม่มีวิชา อภินิหารที่ยอดเยี่ยมได้อย่างพวกเทพเซียนบนภูเขา จึงใช้วิธีรวม เสียงให้เป็ นเส้นถามเวินจื่อซี่ “เป็ นอย่างไรบ้างแล้ว? ตีกันแล้วหรือ ยัง?”
เวินจื่อซี่ที่อาพรางกายหลบอยู่อีกด้านเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “ข้าไม่ใช่ก่อกาเนิดเสียหนอ่ย ไม่อาจร่ายวิชามองขุนเขาสายน้าผ่าน ฝ่ ามือได้ อีกอย่างหากตีกันขึ้นมาจริงๆ ด้วยนิสัยของเฉินหลิงจวิน แล้ว ซากปรักแห่งนั้นจะยังสงบแบบนี้ได้อีกหรือ?”
จงเชี่ยนถามอย่างกังขา “จะดีจะชั่วเจ้าก็เป็ นผู้ฝึ กตนทาเนียบ ที่มาจากพื้นที่ประกอบพิธีกรรมอักษรจง ไม่มีความสามารถติดตัวที่ โดดเด่นพอจะโอ้อวดได้บ้างเลยหรือ?”
เวินจื่อซี่เอ่ยอย่างขาๆ ปนฉุน “ขอโทษด้วย ไม่มีจริงๆ”
จงเชี่ยนถาม “คนพวกนั้นที่สะกดรอยตามมาล่ะ?”
เวินจื่อซีเอ่ย “ตอนนี้ถูกข้าร่ายเวทกักร่างไว้ชั่วคราว ดิ้นไม่หลุด หรอก แต่ละคนต่างก็ยืนที่อร้องตะโกนบอกว่าเซียนชื่อโปรดไว้ชีวิต อยู่ตรงนั้น สุดท้ายแล้วจะจัดการอย่างไร ก็ต้องดูว่าฝั่ งของเฉินหลิง จวินพูดคุยกันอย่างไร”
จงเชี่ยนกล่าว “ถ้าอย่างนั้นก็อดทนรอไปก่อน”
น่าเสียดายที่ตรงนี้ห่างจากภูเขาอวิ๋นเซียวและแคว้นเมิ่งเหลียง ค่อนข้างไกล ไม่อย่างนั้นแค่การที่เฉินหลิงจวินเป็ นผู้ถวายงานเชื้อ พระวงศ์ของฝ่ ายหลัง คาดว่าก็น่าจะโยกย้ายกองทัพชายแดนได้ กระมัง? เมื่อก่อนเวลาอยู่บนโต๊ะเหล้า เฉินหลิงจวินชอบคุยโวว่าเขา กับฮ่องเต้หวงหมิงสนิทสนมกันเพียงใด เจอหน้ากันเหมือนคนรู้จัก กันมานาน เรียกขานกันเป็ นพี่เป็ นน้อง จงเชี่ยนได้ยินมาหลายครั้ง แต่ไม่เคยเก็บมาใส่ใจ แต่ทุกวันนี้ก็เหมือนอย่างที่เฉินหลิงจวินพูด ดู เหมือนว่าเขียนกระบี่ใหญ่หมี่ก็ได้รับคาเชิญให้เป็นเค่อชิงของแคว้น เมิ่งเหลียงเหมือนกับเขา ต่อให้จะผสมน้าเปล่าเข้าไปในเหล้าก็ไม่ถือ ว่าเป็นเหล้าปลอมหรอกกระมัง?
อยู่ดีๆ เวินจื่อซี่ก็ถอนหายใจ เอ่ยเสียงเบาว่า “นี่เพิ่งผ่านไปแค่กี่ปี เอง เริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว”
อย่าเห็นว่าเวินจือชื่อยู่บนภูเขาลั่วพั่ว แรกเริ่มมาเพราะอยากโดน ซ้อม ภายหลังขอเรียนหมัด อันที่จริงอยู่ในอาณาเขตทางทิศใต้ของ แจกันสมบัติทวีป “เงินหลาง” ก็ถือว่าได้รับความนิยมอย่างมาก อีก อย่างแต่ไหนแต่ไรมาเขาก็ชอบลงจากภูเขาไปหาประสบการณ์ คนที่ พบเจอไม่ได้มีแค่สาวงามคนรู้ใจเท่านั้น ในฐานะที่เป็น “สองทอง” ซึ่ง เป็ นทั้งเขียนดินโอสถทองและยังเป็ นผู้ฝึ กยุทธขอบเขตร่างทอง เวินจื่อซี่ก็แค่อยู่บนภูเขาลั่วพั่วถึงได้ดูไม่โดดเด่นเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะ ไปอยู่ในทวีปใดของใต้หล้าไพศาลก็ล้วนเป็นบุคคลที่หาได้ยากอย่าง แท้จริง
จงเชี่ยนเงียบไปครู่หนึ่งก็เอ่ยเนิบช้าว่า “เมื่อก่อนข้าท่องยุทธภพ ตัวคนเดียว เรื่องที่อยู่นอกเหนือจากการเรียนวรยุทธและยุทธภพ ล้วนไม่เข้าใจ”
เวินจื่อซี่ยิ้มเอ่ย “ถ้าอย่างนั้นก็อย่าเข้าใจเรื่องพวกนี้เลย ใน สายตาของคนในยุทธภพก็มีแค่ยุทธภพ เดิมทีก็ไม่มีอะไรที่ไม่ดีอยู่ แล้ว”
จงเชี่ยนมองลูกรักแห่งสวรรค์ที่วิ่งมาหาเรื่องลาบากใส่ตัวที่ภูเขา ลั่วพั่วผู้นี้ คาพูดบางอย่างมารออยู่ตรงปากแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ได้ อยู่บนภูเขา ไม่มีอาหารมื้อดึกที่นั่งกินร่วมโต๊ะกัน จึงถูกจงเชี่ยนกลืน กลับลงท้องไป
เวินจื่อซี่ยกสองแขนกอดอก หัวไหล่เอนพิงลาต้นของต้นไม้ อย่างเกียจคร้าน เอ่ยว่า “พี่น้องบ้านเดียวกัน มีอะไรก็พูดมาตรงๆ”
จงเชี่ยนก็ไม่เกรงใจจริงๆ “เวินจื่อซี่ บอกตามตรงนะ เจ้าเองก็ไม่ เหมือนเทพเซียนบนภูเขาที่สนใจเรื่องความดีความเลวของล่างภูเขา สักเท่าไหร่เลย”
เวินจื่อซี่ไม่ได้อับอายจนพานเป็ นความโกรธ กลับกันยังพยัก หน้ารับ “ข้าอาจไม่ได้มีใจเมตตา สงสารวิญญาณเร่ร่อนที่ถูกกักอยู่ บนสนามรบไม่ได้ไปเกิดใหม่พวกนั้นเสมอไปเพราะถึงอย่างไรก็ไม่ เคยเจอหน้ากันมาก่อน ตอนที่พวกเขามีชีวิตอยู่หรือหลังจากตายไป แล้วล้วนไม่เกี่ยวข้องกับข้า เพียงแต่ว่าอยู่กับพวกเด็กหนุ่มเด็กสาวที่ เรียนหมัดบนภูเขาเหล่านั้นนานวันเข้า ก็ง่ายที่จะเอาพวกมันมา จินตนาการเป็นพวกเขา มันก็เลยดูเหมือนว่ามีความเกี่ยวข้องกับข้า แล้ว”
จงเชี่ยนพยักหน้า “อยู่บนภูเขาบ้านตัวเองนานเข้าก็ยากที่จะใจ ดาแล้งน้าใจ ง่ายที่จะใจอ่อนลงหลายส่วนจริงๆ”
เวินจื่อซี่เอ่ยอย่างอ่อนใจ “จงอันดับหนึ่ง เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า ทาเนียบของข้ายังอยู่ที่ต าหนักหลิงเฟย?”
จงเชี่ยนตอบไม่ตรงคาถาม “ใจอ่อน ก็ไม่ได้หมายความว่าหมัด เท้าจะอ่อนด้วย”
พวกผีสาวเหล่านั้นนาทางไปเบื้องหน้า ชายกระโปรงลากระพื้น เดินนวยนาดกันไป หมายจะพาเด็กชายชุดเขียวที่ประวัติความ เป็นมาไม่แน่ชัดไปพบพู่จวินของพวกนางด้วยกัน
ส่วนอีกฝ่ ายไปถึงแล้วจะเป็ นหรือตาย พวกนางจะสามารถแบ่ง เศษซากน้าแกงเล็กน้อยได้หรือไม่ ล้วนต้องขึ้นอยู่กับโชควาสนาของ เด็กชายชุดเขียวเองแล้ว
เศษซากกระดูกกลาดเกลื่อนไปทั่วบริเวณไร้คนเก็บกวาด แว่ว เสียงเด็กร้องไห้งอแงคล้ายกาลังดึงคอเสื้อดึงชายแขนเสื้อมาแต่ไกล
ต่อให้เฉินหลิงจวินจะร่ายวิชาอภินิหารมองไปก็ยังเห็นแค่ร่างอัน พร่าเลือนที่บ้างสูงบ้างต่าเท่านั้น
ผีหญิงหน้าตางดงามกอดผีผาคนนั้นอยู่ว่างไม่มีอะไรทา ยังอยู่ ห่างจากพื้นที่ประกอบพิธีกรรมอีกไกล นางจึงใช้นิ้วดีดสายผีผา เอ่ย ถ้อยคาของนักพรตพเนจรบางคนของปีนั้นด้วยเสียงร้องงิ้ว “ล้วน กล่าวกันว่าชะตาชีวิตมนุษย์ย่อมมีจานวนกาหนดแน่นอน แล้วเหตุใด สถานที่แห่งนี้จึงมีผู้ตายก่อนวัยอันควรมากนัก?”
เฉินหลิงจวินเอ่ยเสียงเย็น “เจ้าเองก็รู้ด้วยหรือ?!”
นางยิ้มหวานเอ่ยว่า “คาพูดนี้ของพี่ชายน้อยน่าสนใจจริงๆ เดิมที บ่าวก็เป็ นผีของที่แห่งนี้อยู่แล้ว จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าพวกเราเป็ นและ ตายอย่างไร”
เฉินหลิงจวินเงียบงัน
ผีหน้าตางดงามอีกตนหนึ่งที่บอกว่าตัวเองไม่ได้ลิ้มรสหัวใจตับไต ของผู้ฝึ กตนมานานมากแล้วมองเด็กชายชุดเขียวด้วยสายตาน่า สะพรึงกลัว “เจ้านายของข้าคือผู้แข็งแกร่งที่แม้กระทั่งจักรพรรดิของ หลายแคว้นรอบด้านก็ยังต้องให้ความเคารพหลายส่วน ตอนมีชีวิต อยู่เคยสังหารศัตรูดุจเกี่ยวหญ้า ปลิดชีวิตผู้คนดุจสายพิณขาดสะบั้น หลังจากตายไปก็ยิ่งเป็นใหญ่ในพื้นที่แห่งหนึ่ง มีเซียนซือบนภูเขากี่ มากน้อยที่อย่าว่าแต่ต้องกลับไปมือเปล่าเลย หลายคนถูกรั้งตัวเป็น แขกอยู่ในจวนของพวกเรา บางครั้งสามารถอาศัยชื่อเสียงของบรรพ จารย์ดอดหนีไปได้ก็ถือว่าเป็นความโชคดีอย่างใหญ่หลวงของพวก เขาแล้ว หลังจบเรื่องไหนเลยจะกล้ามาเอาเรื่องฝู่ จวินของพวกเรา ผู้ อาวุโสในสานักต้องมาขอขมาฝู่จวินของพวกเรา ถึงที่ถูกจะถูก”
เฉินหลิงจวินยกนิ้วโป้ งให้นาง ยิ้มกว้าง “หลังจากที่กองทัพม้า เหล็กต้าหลีรวบรวมแจกันสมบัติทวีปให้เป็ นปึ กแผ่น ก่อนที่จะ ประกาศใช้รัชศกฉุนผิงอย่างเป็นทางการ พวกเจ้ากล้าพูดแบบนี้ก็ถือ ว่าพวกเจ้าเป็นอย่างนี้”
ได้ยินคาพูดนี้ของเด็กชายชุดเขียว พวกนางก็เกิดคลางแคลง ขึ้นมาทันใด คงไม่ใช่มังกรข้ามแม่น้าที่มีที่พึ่งจริงๆ หรอกนะ?
ขออย่าให้เป็นผู้ฝึกตนทาเนียบที่มีความเกี่ยวข้องกับจวนเขียน บางแห่งของต้าหลีที่อยู่ทางเหนือของลาน้าใหญ่เลย
แม้จะบอกว่าหลายปี มานี้พวกนางเห็นผู้ฝึ กตนทาเนียบครึ่งๆ กลางๆ ที่แข็งนอกอ่อนในพวกนั้นมามากแล้ว ปากก็พล่ามว่าจะกาจัด
ปีศาจปราบมาร แต่พอตกอยู่ในก ามือของเจ้านายพวกนางจริงๆ ถึง เวลานั้นก็ยังไม่ร้องไห้น้าตาน้ามูกนองหน้า คุกเข่าโขกหัวร้องวิงวอน บางคนก็ถึงกับตกใจจนฉี่ราดเลยไม่ใช่หรือ
นางคิดค านวณอย่างรวดเร็ว บนภูเขาล่างภูเขาของแคว้น ทั้งหลายที่อยู่ใกล้เคียง พวกนางรู้ตื้นลึกหนาบางมานานแล้ว ในพื้นที่ หมื่นลี้รอบด้าน มีคนเพียงหยิบมือที่ไม่ควรไปมีเรื่องด้วย คนที่ใต้เท้า สู่จวินยังต้องยาเกรงอยู่หลายส่วน พวกนางประจบสอพลอเอาใจยัง แทบไม่ทัน นอกจากนี้คนอื่นๆ ก็ไม่ใครกล้ามาหาเรื่องพวกนางแล้ว
ได้รับการบอกเป็ นนัยจากผีหญิงถือผีผา ผีสาวตนหนึ่งก็ถาม น้าเสียงหวานหยดว่า “ขอถามพี่ชายน้อย ท่านเป็ นเทพเซียนจาก ฝ่ ายใดหรือ? ไม่สู้บอกพี่สาวสักหน่อย มาจากทางเหนือหรือว่ามา จากทางใต้ล่ะ?”
เห็นเพียงว่าเด็กชายชุดเขียวคนนั้นสะบัดชายแขนเสื้อ “เลิกพูด เรื่องเหลวไหลพวกนี้สักที นายน้อยมาจากยุทธภพ”
นางยังคงไม่ถอดใจ ถามหยั่งเชิงว่า “ฝู่ จวินของพวกเรามีสหาย อยู่ทั่วใต้หล้า ขออย่าให้เป็ นกระแสน้าโถมใส่วังราชามังกรเลยนะ หากทาลายความปรองดองกันย่อมไม่ดี พี่ชายน้อยอย่ามัวปิดบังอ า พรางอยู่อีกเลย ไหนลองบอกมาสิว่าอาจารย์ชื่ออะไร พื้นที่ประกอบ พิธีกรรมอยู่ที่ไหน หากบรรพจารย์บ้านเจ้าบังเอิญเป็ นเพื่อนเก่าที่ สนิทสนมกับฝู่จวินของพวกเราพอดี…”
เฉินหลิงจวินหยุดค าพูดของนางด้วยการเอ่ยอย่างเฉยเมยว่า “พวกเจ้าวางใจเถอะ ต้องไม่สนิทกันแน่”
ในอดีตฝู่ จวินเจ้านายของพวกนางคนนั้นแอบไปผูกมิตรกับ สหายบนภูเขาหลายคน แล้วยังกังวลว่าสกุลซ่งต้าหลีจะชักสีหน้าไม่ จาหนี้ กองทัพม้าเหล็กต้าหลีกองนั้นจะแว้งกลับมาสังหาร มาคิด บัญชีย้อนหลังกับพวกเขาหรือไม่ พูดถึงแค่หนึ่งแคว้นคือหนึ่งทวีป ของเมื่อก่อน ตลอดทั้งแจกันสมบัติทวีปก็เป็ นของสกุลซ่งต้าหลี ทั้งหมด พวกลัทธิมารนอกรีต ผีร้ายวิญญาณอาฆาตทั้งหลาย ไหน เลยจะกล้าก่อกบฏ เจ็บใจก็แต่ตัวเองหนีช้าเกินไป ต้องรู้ว่าศาลเถื่อน กี่มากน้อย ต่อให้จะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้าที่เคยได้รับการ แต่งตั้งอย่างถูกต้องจากราชสานักแคว้นต่างๆ แต่เพราะละเมิด กฎระเบียบของต้าหลีก็มีอยู่กี่มากน้อยที่ถูกคนเถื่อนต้าหลีบุกทาลาย ภูเขารื้อศาล ทุบทาลายร่างทองทิ้งไป?!
ถูกมัดมือมัดเท้าอยู่นานหลายปี ไม่กล้าโผล่หัวออกไปง่ายๆ รอ กระทั่งในที่สุดพวกเขาก็แน่ใจว่าสกุลซ่งต้าหลีไม่คิดที่จะกรีฑาทัพลง ใต้ “ปกครองแผ่นดินใหม่อีกครั้ง” แล้วจริงๆแผ่นดินครึ่งหนึ่งที่ คืนกลับมา ส่วนที่กอบกู้แคว้นก็กอบกู้แคว้น ส่วนที่ก่อตั้งแคว้นก็ ก่อตั้งแคว้น กองกาลังที่ไม่อาจเปิดเผยตัวตนอย่างพวกเขาจึงกลับมา มีชีวิตที่ทาทุกอย่างสมดังใจปรารถนาได้อีกครั้ง ก็เหมือนอย่างพวก นาง หลังจากติดตามเจ้านายที่แต่งตั้งตาแหน่งฝู่ จวินให้ตัวเองก็รู้สึก เพียงว่าเป็นผีกลับสบายใจกว่าเป็นคนเยอะนัก
เฉินหลิงจวินกัดฟั น เอ่ยว่า “วางใจร้อยดวงได้เลย ฝู่ จวินของ พวกเจ้าต้องเคยได้ยินชื่อนายท่านบ้านข้ามาก่อน แต่นายท่านบ้าน ข้าต้องไม่มีทางรู้จักพวกเจ้าแน่นอน”
พวกนางอึ้งตะลึงกันไปก่อน แล้วก็พากันหัวเราะครีน แต่ละคนตัว สั่นดุจกิ่งบุปผาไหวระริก
และเวลานี้เอง ลมเย็นระลอกหนึ่งก็แหวกพุ่งมากลางอากาศ ก่อน จะวกกลับทางเดิมอย่างฉับพลัน ผู้ฝึกตนหลายคนพลิ้วกายลงบนพื้น
เห็นใบหน้าของแขกผู้สูงศักดิ์กลุ่มนี้ ผีหญิงที่กอดผีผาก็มีสีหน้า หวาดกลัว ฝืนท าจิตใจให้สงบ เอ่ยเสียงหวานว่า “ลมหอมอะไรพัด โชยให้มาถึงที่นี่?”
คนที่เป็ นผู้นาคือสตรีวัยกลางคนที่แต่งกายด้วยชุดชาววังมวย ผมสูง มองผีสาวที่ไม่เป็ นโล้เป็ นพายพวกนั้น สตรีก็ไม่ปกปิดสีหน้า รังเกียจของตัวเองแม้แต่น้อย ดอกไม้โรยรา กิ่งหลิวเหี่ยวเฉากลุ่มหนึ่ง ที่ดีกว่าผีเร่ร่อนเล็กน้อยเท่านั้น มองนานหน่อยก็รู้สึกสกปรกสายตา จริงๆ ไฉนเซินฝู่ จวินถึงได้ไปหาตัวนังชั้นต่าที่ไม่อาจเอาออกหน้า ออกตาพวกนี้มาได้นะ
สตรีคร้านจะพูดอะไรอีก แค่ผงกปลายคางไปทางเด็กชายชุด เขียวแปลกหน้า นี่คือใคร?
ฟั งต้นสายปลายเหตุคร่าวๆ แล้ว สตรีมวยผมสูงก็หัวเราะเยาะ ด้วยสีหน้ามีเลศนัย “ในกางเกงมีไอ้จ้อน แต่ขนยังไม่ทันยาว คิดไม่ถึง
ว่าจะเป็ นพวกเกลียดชังความชั่วประหนึ่งศัตรูคู่อาฆาต ว่ามาเถอะ อาจารย์ของเจ้าคือใคร พื้นที่ประกอบพิธีกรรมอยู่ที่ใด หากพอจะมี น้าหนักอยู่บ้างก็จะไว้ชีวิตเจ้า จาไว้ว่านับแต่วันนี้ไปจงเดินอ้อมไป ทางอื่น แต่หากน้าหนักไม่มากพอก็อย่าหวังจะไปไหนได้”
เฉินหลิงจวินแค่มองเหม่อ ท าเป็นมองไม่เห็น ไม่ได้ยิน
คงเป็นเพราะอยู่บนภูเขาถั่วพี่ทั่วมานาน พอเขามาถึงที่นี่ก็รู้สึก เสียใจอยู่บ้าง เสียใจว่าไฉนแจกันสมบัติทวีปถึงมีสถานที่แบบนี้อยู่
เด็กชายชุดเขียวที่ก็เคยมีสหายมากมายอยู่ที่แม่น้าอวี่เจียงแคว้น หวงถึงผู้นี้ เห็นสหายนั่งกันอยู่เต็มห้องโถงที่แสงไฟสว่างไสว เห็นคน ที่โอ้อวดคุยโวโดยไม่ร่างคาพูด เห็นความฟุ่ มเฟือยสุรุ่ยสุร่ายถึงขีด สุดของจวนตระกูลเซียน ทุ่มทองพันชั่งโดยไม่ขมวดคิ้วสักครั้ง เห็น การทะเลาะกันโดยใช้อารมณ์ของบนภูเขา ประลองเวทคาถากันจน หัวร้างข้างแตก เห็นเรื่องราวมามากมายนัก มีเพียงไม่อาจทนเห็นผู้ที่ มรรคาสูงของบนภูเขาและผู้กุมอานาจสาคัญของล่างภูเขาใช้กาลัง ข่มเหงคนอ่อนแอฝ่ ายเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระทาที่เหยียบ มดตายแล้วยังรังเกียจว่ารองเท้าสกปรกของพวกเขา
ตัวอยู่ในยุทธภพ ทาเรื่องราวต่างๆ หรือฝึกตนก็ดี คบหาสหายก็ ช่าง ในใจควรมีคาว่าคุณธรรม
แต่คาว่า “คุณธรรม” นี้หมายถึงอะไรกันแน่ เฉินหลิงจวินเองก็ พูดไม่ออกบอกไม่ถูกเหมือนกัน น่าจะเป็ นการที่บังเอิญเจอกับคน
บางคน เรื่องบางอย่างบนเส้นทาง ต่อให้เลือดร้อนขึ้นหัว ในหัวสมอง ก็มีแค่สองคาเท่านั้น คือคาว่า “ไม่ถูกต้อง!