กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 51.3 ฟ้าดินมิเอ่ยค า ใครเล่าจะรู้ว่าจะ รับมือกระดาน หมากใหม่นี้อย่างไร
- Home
- กระบี่จงมา! Sword of Coming
- บทพิเศษ ตอนที่ 51.3 ฟ้าดินมิเอ่ยค า ใครเล่าจะรู้ว่าจะ รับมือกระดาน หมากใหม่นี้อย่างไร
เฉินหลิงจวินอึ้งค้างพูดไม่ออก แต่ในที่สุดก็หาเหตุผลที่ถูกต้อง ชอบธรรมได้ว่า “ข้าขอบเขตสูง!”
ฟู่เจิงเอ่ย “ทางฝั่ งของเซินฝู่จวินต้องได้ข่าวแล้วแน่นอน”
เฉินหลิงจวินเอาสองมือสอดไว้ในชายแขนเสื้อ ปรายตามองไป ยังพื้นที่ประกอบพิธีกรรมแห่งนั้นแล้วเบ้ปาก ใช้เสียงในใจเอ่ยว่า “ข้า ยังมีจิตหยางกายนอกกายที่สามารถคุ้มครองเจ้าจากไป ด้วยตบะและ ระดับความแข็งแกร่งของร่างจริงข้า เชื่อว่าต่อให้จิตหยินจิตหยางไม่ อยู่ข้างกายก็ไม่ถึงขั้นถูกเซินฝู่ จวินชัดไม่กี่กระบวนท่าก็สังหารได้ ทันที”
ฟู่เจิงยิ้มอย่างรู้ทัน เทพเชียนผู้เฒ่าวางแผนอย่างรอบคอบรัดกุม มากเลยนะ
คิดไม่ถึงเลยว่าในสถานที่ที่เต็มไปด้วยมลพิษสกปรกเช่นนี้จะได้ เจอกับ….คนบนภูเขาที่มีจิตใจดีงามแบบนี้
นางกล่าวว่า “เทพเซียนผู้เฒ่าที่ไม่ทราบชื่อไม่ทราบนามท่านนี้ ขอผู้เยาว์เอ่ยค าพูดทุเรศที่อาจตกเป็นที่ต้องสงสัยว่าอัปมงคลสักคา อย่าต าหนิกันเลยนะ….”
เฉินหลิงจวินหัวเราะอย่างขันๆ ปนฉุน รีบตัดบทค าพูดนางทันที ถลึงตาใส่ “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องพูด!”
นางหมุนตัวกลับได้ก็เดินจากไป แต่ก็ยังหันหน้ามาเอ่ยว่า “ถ้า อย่างนั้นผู้เยาว์เปลี่ยนคาพูดใหม่ก็แล้วกัน ผู้อาวุโสทาเช่นนี้ไปเพื่อ อะไร?”
เฉินหลิงจวินกลอกตามองบน “เพื่อคุณธรรมในยุทธภพ จะเชื่อ หรือไม่ก็ตามใจเจ้า”
นางกล่าวว่า “อาจารย์ของข้าบอกว่าเป็นคนดีไม่ใช่เรื่องง่าย”
เฉินหลิงจวินพยักหน้า “ก็จริง เป็นคนดีที่ใช้เหตุผลล้วนมีราคาที่ ต้องจ่าย”
วิถีทางโลกซับซ้อนขนาดนี้ คือเรื่องที่ช่วยไม่ได้
แต่นี่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่พวกเราจะไม่เป็นคนดี ไม่มีเหตุผลเลยนะ
นางเดินถอยหลัง เอ่ยเตือนว่า “หูเหนียงเนียงแห่งหาดเฉาจูยังมีพี่ น้องร่วมสาบานอยู่คนหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในชู้รักของเซินฝู่จวิน ข้าแค่เคยได้ยินมาว่านางเชี่ยวชาญวิชานอกรีตในการปลุกปั่ น ล่อลวงใจคนอย่างมาก สามารถทาให้คนหลงใหลเคลิบเคลิ้มได้อย่าง ที่มองไม่เห็น เชี่ยวชาญการเล่นงานบุรุษมากที่สุด ผู้อาวุโสต้องระวัง แล้วระวังอีก”
เฉินหลิงจวินยิ้มเอ่ย “ได้เลย หลักการที่ว่าระมัดระวังขับเรือได้ นานหมื่นปี ข้าเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ล้วนได้มาจากสิ่งที่ประสบพบเจอมา ในชีวิต”
พูดจบก็หมุนตัวเดินไปทางพื้นที่ประกอบพิธีกรรมแห่งนั้น เฉิน หลิงจวินชูแขนขึ้นโบกมือ
เด็กสาวยังคงเดินถอยหลัง ฝีเท้าของนางไม่เร็ว นางใช้เสียงในใจ เอ่ยว่า “เทพเซียนผู้เฒ่า ข้าคือผู้ฝึกตนท าเนียบจากภูเขาเล็กจริงๆ แต่อาจารย์ของข้าคือ…สายลับของต้าหลีท่านผู้อาวุโสก็ระมัดระวัง รอบคอบเหมือนกับท่าน ก็จริงนะ หากไม่ทาเช่นนี้จะเป็ นสายลับที่ดี ได้อย่างไร เขาเก็บซ่อนเรื่องนี้ไว้ในใจมานานหลายปี แล้ว คราว ก่อนที่มีสงครามใหญ่ เผ่าปี ศาจยกทัพบุกเข้ารุกรานแจกันสมบัติ ทวีป เขาก็แอบลงจากภูเขาไป ตอนที่กลับมาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้ว ได้ยาล้าค่ามาสองเม็ด เดิมทีควรจะใช้ต่อชีวิต ดูเหมือนว่าจะเป็น ยาวิเศษของต าหนักพยัคฆ์เขียวแห่งใบถงทวีป แต่อาจารย์ข้ากินแค่ เม็ดเดียว มอบให้ข้าเม็ดหนึ่ง รอกระทั่งข้ากินไปแล้ว ช่วงต้นปีก่อนที่ อาจารย์จะจากไป เขาถึงได้บอกความลับพวกนี้กับข้า”
เฉินหลิงจวินหยุดเดิน หันหน้ากลับไปมองนาง
ฟู่ เจิงพูดด้วยสีหน้าสดใสมีชีวิตชีวา “อาจารย์บอกว่าข้าคือต้น กล้าที่ดีในการเป็ นสายลับ หลังจากยืนยันในความคิดของข้าซ้าไป ซ้ามาจนแน่ใจแล้วก็คิดจะให้ข้าไปแทนที่ต าแหน่งของเขา หลัง อาจารย์จากไป เดิมทีจะต้องมีคนปรสานงานของต้าหลีที่ติดต่อมาหา
ข้าอย่างลับๆ แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาถึงได้ผิดสัญญา แค่บอกให้ข้า อดทนรอไปอีกช่วงระยะเวลาหนึ่ง ข้าเองก็ไม่โง่ เดาว่าดูเหมือนเขาจะ ไปเมืองหลวงต้าหลีแล้ว เพราะงานพิธีที่ร้อยปีก็ยากจะพานพบครั้งนั้น ใครบ้างที่ไม่รู้ข่าว”
เฉินหลิงจวินหันกลับมาทั้งตัว ถามอย่างสงสัยว่า “แล้วเจ้าไม่ อดทนรอฟั งข่าววิ่งมา ทาอะไรที่หาดเฉาจูแห่งนี้?”
ถึงอย่างไรเด็กสาวก็เป็ นคนฉลาด นางเดาความหมายของผู้ อาวุโสออกในทันที นางคือคนที่จะได้เป็นสายลับของต้าหลีแล้ว จะมา สะดุดล้มหัวทิ่มอยู่ที่นี่ได้หรือ? นางรู้สึกอับอายจนพานเป็ นความ โกรธอยู่บ้าง เพียงแต่ไม่นานก็หน้าม่อยคอตก พูดอย่างอ่อนระโหย โรยแรงว่า “ก็ข้าอยากจะยื่น “หนังสือสวามิภักดิ์” น่ะสิ ในนิยายยุทธ ภพต่างก็เขียนไว้แบบนี้นี่นา สายลับก็มีแบ่งเป็นระดับต่างๆ เหมือนกัน พูดถึงแค่ป้ ายสงบสุขปลอดภัยของกรมอาญาต้าหลีก็แบ่งออกเป็ น สามระดับเหมือนกันไม่ใช่หรือ มีคุณความชอบก้อนหนึ่งเป็นพื้นฐาน คว้าเอาตาแหน่งขุนนางเล็กๆ มาเป็น…แล้วนับประสาอะไรกับที่ข้าเอง ก็อยากเดินทางขึ้นเหนือ อยากเห็นกับตาตัวเองว่าลาน้าใหญ่ที่พาด ขวางทั้งทวีปจะกว้างแค่ไหนกันแน่”
อันที่จริงสิ่งที่เด็กสาวอยากไปเห็นอย่างแท้จริงนั้นอยู่ทางเหนือยิ่ง กว่า คือสถานที่แห่งหนึ่งที่ชื่อว่าจวี่โจว คือมณฑลเล็กห่างไกลของ ราชสานักต้าหลี
เฉินหลิงจวินกึ่งยิ้มกิ่งปิ้ง แม่นางน้อยฉลาดก็จริง เพียงแต่ว่านิสัย ใจร้อนวู่วามนี้ของนางเหมาะกับการเป็นสายลับจริงๆ หรือ?
เด็กสาวเอ่ยอย่างขุ่นเคือง “ตอนที่ข้าเพิ่งไปถึงหาดเฉาจูก็ลงมือ อย่างระมัดระวังมากแล้ว อาพรางร่องรอยได้อยู่หลายวันโดยที่พวก เขาไม่เจอเบาะแสอะไร เพียงแค่แอบรวบรวมหลักฐานอย่างลับๆ จด บันทึกความผิดของศาลเถื่อนแห่งหนึ่งลงในสมุด…”
นางเช่นเขี้ยวเคี้ยวฟั นพูด “เพียงแต่ว่าพอเห็นฉางเสวียนผู้นั้นฆ่า คนบริสุทธิ์พร่าเพื่อก็ไม่รู้ว่าโทสะผุดมาจากไหน….ช่างเถอะ ผู้ฝึกตน บนยอดเขาที่ชอบพิถีพิถันเรื่องการวางแผนก่อนแล้วค่อยลงมืออย่าง พวกท่าน ได้เจอกับเทพเซียนที่มีแผนการชั่วร้ายมาจนชินแล้ว ไม่มี ทางเข้าใจหรอก หากอาจารย์ของข้ายังอยู่ก็น่าจะด่าข้าแรงๆ อยู่ เหมือนกัน”
พูดมาถึงตรงนี้นางก็ไม่เอ่ยต่ออีก แค่มีสีหน้าหม่นหมอง ราวกับ ว่าไม่ควรพูดถึงผู้อาวุโสท่านนั้นอย่างนี้ นางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า สรุปแล้วตนท าถูกหรือว่าท าผิดกันแน่ สรุปแล้วจะเหมาะกับการท า หน้าที่เป็นสายลับหรือไม่ ท่านอาจารย์ผู้อาวุโสจะผิดหวังหรือไม่
เฉินหลิงจวินถาม “เจ้าอยากเป็นสายลับของต้าหลีขนาดนี้ เป็น เพราะเจ้าเคารพและเชื่อมั่นในตัวอาจารย์ หรือเพราะรู้สึกว่าแคว้น ทั้งหลายทางใต้ของราชสานักต้าหลีไม่ค่อยเหมือนเดิม?”
นางกล่าวอย่างไม่ลังเล “ข้าไม่เคยไปเยือนทางเหนือของลาน้า ใหญ่ แม้กระทั่งลาน้าใหญ่ก็ยังไม่เคยเห็นสักครั้ง จะรู้ได้อย่างไรว่าต้า หลีดีหรือไม่ดี แน่นอนว่าเพียงแค่เพราะอาจารย์ของข้าเท่านั้น สกุล ซ่งต้าหลีแข็งแกร่งมากอานาจกับพวกเขาเป็นคนดีหรือคนเลวก็ไม่ได้ มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลยนี่นา ต้องเห็นเองกับตาถึงจะเชื่อ”
เพียงแต่เงียบไปพักหนึ่ง นางก็เอ่ยเสียงเบาว่า “แต่ว่า บ้านเกิดที่ สามารถท าให้คนอย่างอาจารย์ที่ไม่ว่าเจอเรื่องอะไรก็สงบเยือกเย็นได้ เสมอคิดถึงคานึงหาได้ขนาดนั้น ถ้าอย่างนั้นราชสานักต้าหลีที่อยู่ ทางเหนือ เมื่อผ่านพ้นวันเวลาอันสงบสุขตลอดหลายปีมานี้ต่อให้จะมี การเปลี่ยนแปลงอยู่บ้างก็คงไม่ได้เลวร้ายไปอย่างไร”
เฉินหลิงจวินถาม “ถูกจับตัวไป ตกอยู่ในเงื้อมมือของเซินฝู่ จวิน เจ้ารู้หรือไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
นางตวัดตามองค้อนใส่ นี่ไม่ใช่คาพูดไร้สาระหรือไร นางเลิกคิ้ว ขึ้น “ข้าคือลูกศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอดวิชามาจากอาจารย์เชียวนะ แค่ฆ่าตัวตายเท่านั้นเอง นี่คือเรื่องสาคัญอันดับหนึ่งของอาชีพ สายลับแล้ว ถึงอย่างไรข้าก็ได้ส่งสาเนาฉบับหนึ่งกลับไปที่สานักแล้ว สหายร่วมงานของอาจารย์ข้าคนนั้น ไม่ช้าก็เร็วต้องได้อ่าน ส่วนต้า หลีจะสนใจเรื่องนี้หรือไม่ข้าเองก็ไม่สนแล้ว…”
เฉินหลิงจวินเอ่ย “แม่นางฟู่ เจ้ายังอายุน้อย อย่าเห็นความเป็ น ความตายเป็นเรื่องไม่สาคัญขนาดนั้น”
นางอึ้งตะลึง คงเป็ นเพราะน้าเสียงท่าทางของผู้อาวุโสท่านนี้ คล้ายคลึงกับอาจารย์
เฉินหลิงจวินสูดลมหายใจเข้าลึก “อาจารย์ของเจ้าชื่ออะไร บอก ได้หรือไม่?”
ไม่เสียแรงที่เกิดมาก็เหมาะจะเป็นสายลับ แม้ว่าอายุจะยังน้อย แต่ นางก็ยังเกิดความระแวง หรี่ตาลง ทว่าเพียงชั่วพริบตาก็กลับมาเป็น ปกติ “อาจารย์ของข้าคือสายลับที่ดีที่สุดของต้าหลี ท าอะไร ระมัดระวังรอบคอบ น้าสักหยดก็เล็ดรอดออกไปไม่ได้ ท่านผู้อาวุโส ต้องบอกแค่ชื่อปลอมข้าแน่นอน ยังมีเพื่อนร่วมงานของอาจารย์ข้า คนนั้น เขาตามหาตัวข้าเจอได้ง่าย แต่ข้าตามหาเขากลับยากยิ่งกว่า เดินขึ้นสสวรรค์ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้เจอหน้าเขาเลย…ฮ่าๆ คง ไม่ใช่ผู้อาวุโสหรอกนะ?”
เฉินหลิงจวินหัวเราะ “เจ้าคิดมากก็เป็ นเรื่องปกติ นี่คือเรื่องที่ดี มาก”
เงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยว่า “แต่ถ้ารู้สึกว่าทาได้ กลับไปข้าจะไป บอกเรื่องนี้กับ….นายท่านบ้านข้า บอกเขาว่าอาจารย์ของเจ้าชื่ออะไร เคยทาเรื่องอะไรไปบ้าง”
เด็กสาวอึ้งตะลึง “เทพเซียนผู้เฒ่าที่มีฝีมือสูงส่งแข็งแกร่งอย่าง ท่านก็มี…อะไรนะ….มีนายท่านด้วยหรือ?”
ไม่ใช่ว่าสงสัยในสถานะของอีกฝ่ายแล้วแสร้งทาท่าตกใจ แต่นาง ตกใจจริงๆ
เดิมนึกว่าหากเขาไม่ใช่บรรพบุรุษเปิดขุนเขาที่ยังมีชีวิตอยู่ซึ่งมี คุณสมบัติได้แขวนรูปกินควันธูปของจวนเซียนอะไร ก็ต้องเป็นพวก เค่อชิงในตระกูลแซ่สกุลเสาค้ายันแคว้นแห่งใดของราชสานักต้าหลี
เด็กสาวมิอาจจินตนาการได้เลยว่าต้องเป็ นพื้นที่ประกอบ พิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่และมีรากฐานลึกล้าแค่ไหน ต้องเป็ นภูเขาที่สูง เท่าไร ถึงจะมีผู้บรรลุมรรคาที่ยินยอมพร้อมใจเรียกคนอื่นว่านายท่าน แบบนี้ได้
เฉินหลิงจวินเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “อยู่บนภูเขาบ้านข้า ข้าก็ เป็นได้แค่ผายลมเท่านั้น”
บางทีแม้แต่ผายลมก็ยังไม่ใช่ด้วยซ้า….
เพียงแต่ว่าออกมาท่องยุทธภพอยู่ข้างนอก ก็ต้องไว้หน้าให้ ตัวเองบ้าง
ฉวยโอกาสที่ข้างกายไม่มีคนสนิทคุ้นเคยกัน ก็รักษาศักดิ์ศรี หน้าตาของตัวเองไว้ให้มากหน่อย
เฉินหลิงจวินสะบัดชายแขนเสื้อ จิตหยางก็เดินออกไป แต่ร่าย เวทอ าพรางตาท าให้เรือนกายพร่าเลือน ด้วยขอบเขตของเด็กสาว ย่อมมองเห็นได้ไม่ชัด
เด็กสาวคอยสังเกตสีหน้าท่าทางของอีกฝ่ ายอยู่ตลอดเวลา นาง เอ่ยหยอกล้อว่า “ข้าสงสัยว่าผู้อาวุโสคือบุคคลที่เป็ นศัตรูกับต้าหลี หรือไม่ผู้อาวุโสก็กลัวว่าข้าจะเป็นสายลับต้าหลีที่แฝงตัวมาซึ่งพร้อม ตายได้ทุกเมื่อเหมือนกัน?”
เฉินหลิงจวินยิ้มบางๆ “ใจคิดทาร้ายคนอื่นไม่ควรมี แต่ใจป้องกัน คนอื่นไม่ควรขาดเจ้าก็คิดเสียว่าเป็นหลักการเหตุผลข้อนี้ก็แล้วกัน”
ฟู่เจิงกุมหมัด “ผู้เยาว์จดจาคาสอนไว้ขึ้นใจแล้ว”
หลังจากนั้นนางก็ไม่ลังเลอีก เดินทางขึ้นเหนือไปภายใต้การคุ้ม กันไปส่งของจิตหยางผู้อาวุโสท่านนั้น
นางสองจิตสองใจอยู่พักใหญ่ แต่ก็ยังใช้เสียงในใจเอ่ยว่า “ใช่ แล้ว ผู้อาวุโส ชื่อของอาจารย์ข้าชื่อเฉียนกงเอิน ภูมิลาเนาอยู่ที่จวี่ โจวต้าหลี อาจารย์ของข้าบอกว่าบ้านเกิดของเขาไม่ว่าอะไรก็ดีหมด มีอริยะที่มีวิชาความรู้ยิ่งใหญ่ มีวีรบุรุษหลายคนที่ยอมสละชีวิตไม่รัก ตัวกลัวตาย ขนบธรรมเนียมของชาวบ้านเหี้ยมหาญกร้าวแกร่ง คือ สถานที่ที่ไม่ขาดจอมยุทธพเนจรมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ขาด อย่างเดียวคือไม่มีเงิน นี่ไม่ค่อยดีเท่าไรแล้ว ก็ยากจนนี่นะ”
แม้จะเป็ นจิตหยางที่ท่องอยู่ในโลกมนุษย์ แต่ถึงอย่างไรก็ยังคง เป็ นเฉินหลิงจวิน เขาคิดแล้วก็เปิดปากเอ่ยว่า “จ าไว้แล้ว เจ้าเองก็ วางใจเถะ วันหน้าจวี่โจวจะไม่ยากจนอีกแล้ว”
ได้ยินมาว่าผู้ว่าการคนใหม่ของจวี่โจวคือกวนอี้หราน แม่ทัพจวี่ โจวคือหวงเหมยเซียน พวกเขาต่างก็เป็ นขุนนางบุ๋นแม่ทัพปู่ ที่นาย ท่านบ้านตนเห็นดีเห็นงามในตัวพวกเขา
พู่เจิงรู้สึกประหลาดใจเป็นทบทวี ยิ้มถามว่า “ในอนาคตจวี่โจวจะ ยากจนหรือร่ารวย ผู้อาวุโสเป็นคนตัดสินใจได้หรือ?”
นั่นคือราชวงศ์ด้าหลีที่ทาให้ใต้หล้าไพศาลติดอันดับได้เขียวนะ ไม่ใช่ว่าดูแคลนผู้อาวุโสที่มีคุณธรรมน้าใจสูงส่งท่านนี้จริงๆ อย่าว่า แต่เขียนดินผู้เฒ่าเลย ต่อให้เป็ นห้าขอบเขตบนที่เป็ นดั่งมังกรเทพ เห็นหัวไม่เห็นหาง หรือแม้กระทั่งขอบเขตเขียนเหริน หรืออาจเป็ น องค์เทพแห่งห้ามหาบรรพตของทวีปที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง จากศาลบุ๋นแผ่นดินกลาง สูงส่งจนมิอาจเอื้อมได้ถึงพวกนั้น ก็ไม่กล้า พูดว่าตัวเองจะสามารถส่งผลกระทบต่อนโยบายแคว้นของค้าหลีได้ กระมัง
เฉินหลิงจวินยิ้มบางๆ “ข้าพูดไปย่อมไม่เกิดผล แต่นายท่านบ้าน ข้ากลับสามารถเป็นคนที่ตัดสินใจได้”
เด็กสาวยังคงกึ่งเชื่อกิ่งกังขา
“เทพเซียนผู้เฒ่า ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่าตัวเองมาจากแคว้นหวง ถึง เอ่ยว่า “ก่อนขึ้นเขา” แล้วหลังจากขึ้นเขาไปแล้วล่ะ คือภูเขา อะไร?”
“ไม่พูดเรื่องนี้”
“ผู้อาวุโส นายท่านของท่านคือใครกันแน่? เรื่องนี้น่าจะพูดได้ กระมัง”?
“เรื่องนี้ก็ไม่พูด”
“ผู้อาวุโส! ข้าตั้งปณิธานไว้ที่การเป็นสายลับผู้ถวายงานอันดับ หนึ่งของกรมอาญาต้าหลีเชียวนะ รู้ความลับแล้วจะต้องปิดปากให้ แน่นสนิท ไม่แพร่งพรายเด็ดขาด”
“เจอคนดีบนเส้นทาง นายท่านบ้านข้าก็คือคนดี เจอความไม่ เป็นธรรมในโลกมนุษย์เขาก็คือมือกระบี่คนหนึ่ง”
……
ชายฉกรรจ์สะพายห่อผ้าเอียงๆ คนหนึ่งพุ่งร่างออกไปว่องไวราว ลูกธนูหลุดออกจากสาย เมื่อเทียบกับการโบยบินเหนือยอดหญ้าที่ เด็กสาวอยากแสดงก่อนหน้านี้แล้วก็เห็นได้ชัดว่าสง่างามมากกว่า
ชายฉกรรจ์ที่ทั้งพลังจิตและพลังลมปราณล้วนครบถ้วนพลัน หยุดกะทันหันต่อหน้าพวกเขา มองเด็กสาวหน้าตางดงามที่ตั้งท่า เหมือนเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจแล้วจงเชี่ยนก็ยิ้มมีเลศนัย เพิ่ง ออกจากบ้านมาได้ไม่นานเท่าไรก็เริ่มโปรยเสน่ห์ทาตัวเจ้าชู้แล้ว หรือ? หากหมี่ลี่น้อยเห็นเข้าแล้วแอบส่งจดหมายลับกลับไปยังภูเขา ลั่วพั่ว หึหึ
เฉิ นหลิงจวินใช้เสียงในใจถาม “จงอันดับหนึ่ ง เจ้ามาได้ อย่างไร?”
จงเชี่ยนพูดคุยอย่างลับๆ “ทางฝั่ งของหมี่ลี่น้อยมีเวินจื่อซี่คอยคุ้ม กัน ไม่มีทางเกิดเรื่องอะไรได้”
เฉินหลิงจวินเอ่ยอย่างมีโทสะ “แล้วถ้าเกิดเรื่องไม่คาดคิดล่ะ พวก เจ้าจะมาเป็นห่วงข้าท าไม?”
จงเชี่ยนเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “หมี่ลี่น้อยเป็นห่วง ข้าก็ต้องวิ่ง มาให้พอเป็นพิธีไม่ใช่หรือ? ถูกเจ้าอาฆาตแค้น ถึงอย่างไรก็ดีกว่าถูก หมี่ลี่น้อยไม่พอใจกระมัง? แล้วนับประสาอะไรกับที่ข้าเองก็เป็ นห่วง เจ้าด้วย”
เฉินหลิงจวินเกาหัว “เอาเถอะ ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะให้จิตหยินจิตห ยางอยู่ใกล้ๆ กับหมี่ลี่น้อยก็แล้วกัน”
จงเชี่ยนเอ่ยอย่างอ่อนใจ “เจ้าตัดสินใจเองได้เลย”
หลังจากพูดคุยกับอย่างลับๆ ไปแล้ว จงเชี่ยนก็กุมหมัดเอ่ยกับ จิตหยางที่พร่าเลือนของเฉินหลิงจวินด้วยเสียงดังกังวานว่า “ข้าน้อย คารวะท่านบรรพจารย์!”
เฉินหลิงจวินมึนงง ท าอะไรของเจ้า? แสดงงิ้วเอาอย่างเจ้าหัวโล้น นั่นให้ใครดู?
เด็กสาวมีสีหน้ากระจ่างแจ้ง คือเทพเขียนผู้เฒ่าบนภูเขาที่สถานะ สูงส่งจริงเสียด้วย ผู้ติดตามตรงหน้านี้ต้องมีพรสวรรค์ในการเรียนวร ยุทธที่ไม่อ่อนด้อยแน่นอน ไม่แน่ว่าอาจเป็ นปรมาจารย์ขอบเขตร่าง ทองก็เป็นได้
เฉินหลิงจวินพยักหน้า ตีหน้าเคร่งอืมรับหนึ่งที วางมาดของ ‘บรรพจารย์” อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็รีบใช้เสียงในใจถามว่า “อะไรกัน?”
จงเชี่ยนพูดคุยอย่างลับๆ “ออกจากบ้านมาอยู่ข้างนอก ช่วยกัน จัดฉาก ช่วยกันเชิดชูคนกันเอง ใครบ้างที่ทาไม่เป็น”
เฉินหลิงจวินหัวเราะหึ “คงไม่ทาให้พี่ใหญ่จงต้องได้รับความอ ยุติธรรมหรอกนะ?”
ไม่เสียแรงที่เป็นลูกพี่ใหญ่สายอาหารมื้อดึกของพวกเรา เข้าใจ ความสัมพันธ์ผู้คนและเรื่องราวทางโลกดีเหลือเกิน แล้วก็เพราะ ตอนนี้มีคนนอกอยู่ด้วย หาไม่แล้วเฉินหลิงจวินจะต้องนวดไหล่ให้จง อันดับหนึ่งสักหน่อย
จงเชี่ยนไม่ปล่อยให้เสียเวลาอีกต่อไป กุมหมัดอาลา “บรรพ จารย์” ไล่ตามร่างจริงของเฉินหลิงจวินไป
มาถึงข้างกายเฉินหลิงจวิน จงเชี่ยนถึงได้พูดหยอกล้อว่า “คิดได้ แล้วหรือยังว่าจะอธิบายกับหน่วนซู่อย่างไร?”
เฉินหลิงจวินแยกเขี้ยว “นี่มันอะไรกับอะไรกัน”
จงเชี่ยนกล่าว “ไปถึงรังโจรแห่งนั้น เจ้าก็ปลดปล่อยฝีมืออย่าง เต็มที่ หากไม่ถึงที่สุดจริงๆ ข้าจะไม่ลงมือเด็ดขาด”
เฉินหลิงจวินสะบัดชายแขนเสื้อจนเกิดเสียงดังพึ่บพั่บ “ได้เลย!”
มีจงเชี่ยนอยู่ข้างกาย จิตแห่งมรรคาก็ผ่อนคลายขึ้นได้หลาย ส่วน
เฉินหลิงจวินหยุดเดิน ทรุดตัวลงนั่งเงียบๆ หาหญ้าหวานมาต้น หนึ่ง ดีดดินออกแล้วเอามาเคี้ยวในปาก
จงเชี่ยนถาม “ทาไม ขี้ขลาดแล้วหรือ?”
จะเยาะเย้ยว่าจึงชิงขี้ขลาดไม่ได้จริงๆ ด้วยบุคคลที่เขาเคยเจอมา คาพูดที่เขาเคยพูดเรื่องที่เขาเคยทา หากเปลี่ยนมาเป็ นตัวจงเขียน เอง เขาต้องไม่กล้าลงจากภูเขาแน่